Category: วัฒนธรรม

  • เปิดศึก ‘เสือ’ มหาโจร ‘จักรวาลขุนพันธ์’ ‘ก้องเกียรติ’ เปิด6 คาแร็กเตอร์เดือด อาคมเข้ม – แนวหน้า

    เปิดศึก ‘เสือ’ มหาโจร ‘จักรวาลขุนพันธ์’ ‘ก้องเกียรติ’ เปิด6 คาแร็กเตอร์เดือด อาคมเข้ม – แนวหน้า

    สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” เตรียมนำทุกคนสู่สมรภูมิแอ็กชันเดือด อาคมเข้ม ตำนานความมันส์จาก “จักรวาลขุนพันธ์” จะกลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี “เสือ” กับ “6 …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/920815&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-Wl9_R-em8kCDtOWKxIcv

  • “อนุทิน” ย้ำ “รมว.ต่างประเทศ” ยึด 4 เงื่อนไข คุยกัมพูชา 17 ตุลาฯ กำชับ จุดยืนไทย ต้องชัดเจน – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “อนุทิน” ย้ำ “รมว.ต่างประเทศ” ยึด 4 เงื่อนไข คุยกัมพูชา 17 ตุลาฯ กำชับ จุดยืนไทย ต้องชัดเจน – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109980&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08e3jknml5og73ZPBLHckW

  • ‘กทพ.’ ลุ้นรัฐบาลใหม่ดัน ‘ทางด่วนริเวียร่า สมุทรสาคร-สมุทรปราการ’ 1.09 แสนล้าน

    ‘กทพ.’ ลุ้นรัฐบาลใหม่ดัน ‘ทางด่วนริเวียร่า สมุทรสาคร-สมุทรปราการ’ 1.09 แสนล้าน

    ‘โครงข่ายทางสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรปราการ’ หรือ ทางด่วนริเวียร่า 1 ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ได้รับการถ่ายโอนโครงการจากกรมทางหลวงชนบทให้กทพ.เป็นผู้ดูแล เพื่อความคล่องตัวมากขึ้น   

     แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความคืบหน้าโครงข่ายทางสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรปราการ หรือ ทางด่วนริเวียร่า ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรปราการ นั้น

    ถึงแม้ว่าทางด่วนสายนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนแม่บทในการพัฒนาของกทพ.อยู่แล้ว ปัจจุบันกทพ.อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากนโยบายของรัฐบาลนี้เพื่อจัดลำดับความสำคัญก่อนเริ่มศึกษาโครงการฯต่อไป 

     ขณะเดียวกันกทพ.จะต้องพิจารณารายละเอียดทางด่วนสายนี้ด้วย เนื่องจากกรมทางหลวง (ทล.) อยู่ระหว่างพัฒนาโครงข่ายถนนด้านตะวันออกก่อน

    โดยโครงการฯนี้เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง (MR-MAP) ของกรมทางหลวง (ทล.) ซึ่งมีจุดเชื่อมต่อบริเวณ MR10 เส้นทางวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านทิศใต้ 

    แหล่งข่าวจากกทพ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้โครงการทางด่วนริเวียร่าเชื่อม 2 จังหวัด มีเส้นทางที่ค่อนข้างยาว จากนั้นจะเริ่มดำเนินการศึกษาได้ภายในปี 2569 ใช้ระยะเวลาศึกษาไม่ต่ำกว่า 15 เดือน ซึ่งจะศึกษาแล้วเสร็จ คาดว่าเสนอโครงการตามขั้นตอนต่อกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในปี 2571 

    ส่วนรูปแบบการร่วมลงทุนของโครงการนี้คงต้องรอดูหลังผลการศึกษาแล้วเสร็จ โดยมีแนวโน้มเป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ปัจจุบันพบว่าหนี้สาธารณะของภาครัฐเต็มเพดานแล้ว ซึ่ง กทพ. อาจต้องพิจารณาแหล่งเงินทุนอื่น ๆ นอกเหนือจากงบประมาณของรัฐ

     “โครงการทางด่วนสายนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบลงทุนเยอะประมาณแสนล้าน ซึ่งเป็นปัญหาที่ยากจะเริ่มดำเนินโครงการฯ โดยกทพ.อาจจะต้องของบประมาณเพื่อสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ไม่รู้ว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน หากใช้เงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) คงต้องรอดูนโยบายจากกระทรวงการคลังก่อน” แหล่งข่าวจากกทพ.กล่าว

    อย่างไรก็ดีการก่อสร้างงานโยธาของโครงการทางด่วนริเวียร่าสมุทรสาคร-สมุทรปราการ มองว่าการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนมีความเป็นไปได้มากกว่า

    แต่สัดส่วนรูปแบบการร่วมลงทุน หากให้เอกชนลงทุนเพียงงานระบบบำรุงรักษา (O&M) จะเป็นอย่างไรหรือจะเป็นรูปแบบไหนคงต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุนอีกที  

    ส่วนสาเหตุที่กทพ.มีการศึกษาเส้นทางนี้ เนื่องจากเป็นแนวเส้นทางที่เชื่อมต่อโครงข่ายถนนเส้นทางวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านทิศใต้ โดยในอนาคตเมืองจะมีความเจริญมากขึ้น หากมีโครงการนี้จะช่วยแบ่งเบาการจราจรติดขัดบริเวณถนนสายหลัก เช่น ถนนพระราม 2 และถนนบางนา-ตราด
     

    สำหรับโครงข่ายทางสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรปราการ” (สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการและถนนเชื่อมต่อ) หรือ ทางด่วนริเวียร่า ระยะทาง 71.60 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุน 109,250 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 95,000 ล้านบาทและค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14,250 ล้านบาท ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างทางด่วน-ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) -รถไฟ ประเมินว่าจะเป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับการเดินทางและการท่องเที่ยวในอนาคต

     นอกจากนี้โครงการทางด่วนริเวียร่าสมุทรสาคร-สมุทรปราการ มีทางขึ้น-ลง จำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย 1.ทางขึ้น-ลง บางหญ้าแพรกเชื่อมต่อถนนสค.2020 2.ทางขึ้น-ลง โคกขามเชื่อมต่อทล.3423 3.ทางขึ้น-ลง บางขุนเทียน-ชายทะเลเชื่อมต่อถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล 4.ทางขึ้น-ลง แหลมฟ้าผ่า เชื่อมต่อถนนคลองสรรพสามิต 5.ทางขึ้น-ลง สุขุมวิท เชื่อมต่อถนนสุขุมวิท และ 6.ทางขึ้น-ลง แพรกษา เชื่อมต่อถนนแพรกษา

    ‘กทพ.’ ลุ้นรัฐบาลใหม่ดัน ‘ทางด่วนริเวียร่า สมุทรสาคร-สมุทรปราการ’ 1.09 แสนล้าน

    ด้านแนวเส้นทางของโครงการทางด่วนริเวียร่าสมุทรสาคร-สมุทรปราการ มีจุดเริ้มต้นโครงการบนทางหลวงหมายเลข 35 และทางยกระดับพระราม 2 เชื่อมต่อถนนพระราม 2 ที่จังหวัดสมุทรสาครข้ามแม่น้ำท่าจีนและข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

    อย่างไรก็ดียังมีจุดสิ้นสุดโครงการฯอยู่บนทางหลวงหมายเลข 3268 (ถนนเทพารักษ์) กับทางหลวงหมายเลข 34 (ถนนบางนา-ตราด) อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเชื่อมต่อกับ MR10 เส้นทางวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านทิศตะวันออก

    เมกะโปรเจ็กต์หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,140 วันที่ 16 – 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/641403&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-Cf1Yxj5Nqft5lE9Ie4Ob

  • ประวัติ “พรพจน์” อธิบดีกรมที่ดิน จากหนุ่มวิศวะ สู่เก้าอี้ใหญ่ มท.

    ประวัติ “พรพจน์” อธิบดีกรมที่ดิน จากหนุ่มวิศวะ สู่เก้าอี้ใหญ่ มท.

    ประวัติ “พรพจน์” อธิบดีกรมที่ดิน จากหนุ่มวิศวะ สู่เก้าอี้ใหญ่ มท.

    กลายเป็นนัมเบอร์วันที่ถูกจับตา หลังคณะรัฐมนตรี(ครม.)นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล มีมติแต่งตั้งโยกย้าย 45 ข้าราชการระดับสูง กระทรวงหาดไทย โดยมีชื่อ พรพจน์ เพ็ญพาส กลับคืนถิ่นเก่า เป็น อธิบดีกรมที่ดิน กับบทบาทท่ามกลางคดีดัง เขากระโดง

    พรพจน์ เพ็ญพาส จัดเป็นบิ๊กข้าราชการ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เก้าอี้ร้อนเพราะเกมการเมือง เนื่องจากมีชื่อเด้งไปเด้งมา ระหว่างเก้าอี้รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กับ อธิบดีกรมที่ดิน

    ประวัติ พรพจน์ เพ็ญพาส

    • เกิด 9 มีนาคม 2509

    พรพจน์ เพ็ญพาส

    การศึกษา

    • ปี 2525 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
    • ปี 2530 วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ปี 2533 วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต Northrop University สหรัฐอเมริกา
    • ปี 2546 รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

    การรับราชการ

    • ปี 2554 ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    • ปี 2555–2560 รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    • ปี 2560–2561 ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว
    • ปี 2561–2562 รองปลัดมหาดไทย (ด้านบริหาร)
    • ปี 2562–2563 รองปลัดมหาดไทย (สาธารณภัยและพัฒนาเมือง)
    • ปี 2563–2565 อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
    • ปี 2565–2566 รองปลัดมหาดไทย (กิจการความมั่นคงภายใน)

    พรพจน์ เพ็ญพาส

    • ปี 2566–2567 รองปลัดมหาดไทย (พัฒนาชุมชนและการปกครองท้องถิ่น)
    • 1 ม.ค.-18 มี.ค.2567 2567 รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการอธิบดีกรมที่ดิน
    • 19 มี.ค.2567 อธิบดีกรมที่ดิน
    • 21 ส.ค.2568 รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
    • 14 ต.ค.2568 ครม.มีมติแต่งตั้งให้กลับไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน

    พรพจน์ เพ็ญพาส

    หลักสูตรอบรมผู้บริหาร

    • วปอ. รุ่นที่ 57
    • นธป. รุ่นที่ 11
    • บยส. รุ่นที่ 24
    • TIJ Executive Program รุ่นที่ 3
    • นปส. รุ่นที่ 46
    • หลักสูตรพัฒนาผู้บริหารมหาดไทย รุ่นที่ 5
    • หลักสูตรนักบริหารด้านสิ่งแวดล้อม , การคลัง , ผู้นำเมือง และธรรมาภิบาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378968063&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04yuXNq6ykfome2A5NCw2K

  • ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2568 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568

    ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2568 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568

    ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2568 วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568 โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

    1. อนุมัติ การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวนทั้งสิ้น 9,830 อัตรา ดังนี้

    – สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 92 อัตรา
    – สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 6 อัตรา
    – สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9,311 อัตรา
    – สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 306 อัตรา
    – สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จำนวน 115 อัตรา

    ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการดำเนินการเกลี่ยอัตรากำลังที่ได้รับอนุมัติไปกำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษา โดยกำหนดจำนวนและประเภทตำแหน่ง ตามเงื่อนไขที่ คปร. กำหนด และประเภทตำแหน่งตามที่ ก.ค.ศ. อนุมัติ ในหน่วยงานการศึกษาที่มีอัตรากำลังไม่เกินกรอบหรือเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนดโดยเคร่งครัด และให้ใช้ได้ไม่ก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2568 ยกเว้นตำแหน่งที่จัดสรรคืนทั้งหมด ตามมาตรการ คปร. ข้อ 2.2 อนุ 1 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อการบริหารงานของสถานศึกษา โดยให้ส่วนราชการสามารถบริหารตำแหน่งได้อย่างต่อเนื่องทันที ได้แก่ ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีนักเรียน 120 คนขึ้นไป และตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เฉพาะตำแหน่งประเภทอำนวยการ

    2. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดตำแหน่งและประเมินบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ

    เดิม ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดตำแหน่งและประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ตาม ว 19/2556 สำหรับใช้ในการกำหนดตำแหน่งและประเมินบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ เพื่อรองรับการกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    โดยในปัจจุบัน ส่วนราชการ ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้มีการกำหนดตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ใน 4 สายงานดังกล่าว ประกอบกับสำนักงาน ก.พ. ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการใหม่ ตามหนังสือ ที่ นร 1006/ว 25 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2564

    ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงานบุคคลฯ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) มีความสอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน และมีความชัดเจนในทางปฏิบัติ ก.ค.ศ. จึงได้เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดตำแหน่งและประเมินบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ

    ทั้งนี้ เพื่อให้การกำหนดตำแหน่งและประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ครอบคลุมกับทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสอดคล้องกับแนวทางประเมินบุคคลของข้าราชการพลเรือน และเพื่อให้หน่วยงานการศึกษาหรือส่วนราชการ สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการต่อไป

    3. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

    สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น และระดับสูง ตาม ว 15/2560 และมีมติอนุมัติกำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก/ศูนย์ ในสถาบันการอาชีวศึกษา และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรรวม 23 สถาบัน เป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น ตาม ว 18/2561

    ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ประเภทอำนวยการ ในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นไปตามมาตรฐานตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. กำหนด และสอดคล้องกับบริบทและกลไกการบริหารงานบุคคลของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในปัจจุบัน ก.ค.ศ. จึงได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทั้งนี้ เพื่อให้มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ และส่วนราชการสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการต่อไป โดยสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าว สรุปได้ ดังนี้

    1. การกำหนดตำแหน่ง ต้องยึดหลักประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ไม่เพิ่มตำแหน่งและงบประมาณรายจ่ายด้านบุคคล
    2. นำตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น มากำหนดเป็นตำแหน่งประเกทอำนวยการระดับสูง และนำตำแหน่งว่างที่มีอัตราเงินเดือนมายุบรวม เพื่อให้ครอบคลุมค่าตอบแทนเฉลี่ย
    3. มีการประเมินค่างาน ตามหลักเกณฑ์การประเมินค่างานที่ ก.ค.ศ. กำหนด
    4. ให้หน่วยงานการศึกษาตรวจสอบและจัดทำรายงานปริมาณงานและคุณภาพของงานย้อนหลัง 2 ปี หากเห็นว่ามีปริมาณและคุณภาพของงานสูงขึ้น จัดทำข้อมูลเสนอ สอศ. ต้นสังกัด

    4. เห็นชอบ การตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูมากำหนดเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสถานศึกษา

    ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขออนุมัติตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน ตำแหน่งครู รวม 944 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นอัตราเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และติดเงื่อนไข คปร. มากำหนดเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสถานศึกษา ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน จำนวน 844 ตำแหน่ง และตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน จำนวน 862 ตำแหน่ง รวม 1,706 ตำแหน่ง
    โดยอัตราเกษียณอายุราชการ ตำแหน่งครู ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จำนวน 944 ตำแหน่ง ดังกล่าวเป็นอัตราที่ไม่สามารถจัดสรรคืนให้กับสถานศึกษาได้ เนื่องจากมีนักเรียนต่ำกว่า 250 คน จึงไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ คปร. กำหนด ประกอบกับในปัจจุบันสถานศึกษาจำนวนมากประสบปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเงินและพัสดุ เป็นการเพิ่มภาระให้ครูต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในด้านนี้ และส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนตามมา ซึ่งตามเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. (ว 23/2563)ได้กำหนดอัตรากำลังตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสถานศึกษา ไว้ในสถานศึกษาที่มีนักเรียน 360 คนขึ้นไป และปัจจุบันมีกรอบอัตรากำลังในสถานศึกษา แต่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอ
    ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเงินและพัสดุ และเพื่อลดภาระงานครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ให้ครูได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภารกิจการปฏิรูปการศึกษาในภาพรวม ก.ค.ศ. จึงมีมติเห็นชอบให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู 944 ตำแหน่ง ซึ่งมีค่าตอบแทนเฉลี่ย 51,029,980 บาท มากำหนดเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสถานศึกษา รวมจำนวน 1,706 ตำแหน่ง คิดเป็นค่าตอบแทนเฉลี่ยจำนวน 50,982,400 บาท และเหลือเพื่อใช้ในการกำหนดตำแหน่งครั้งต่อไป รวมเป็นเงิน 47,580 บาท ซึ่งการนำค่าตอบแทนเฉลี่ยไปกำหนดในตำแหน่งดังกล่าวนี้ ไม่เป็นการเพิ่มอัตรากำลังเกินกรอบและเพิ่มภาระงบประมาณของราชการแต่อย่างใด โดยให้เสนอ คปร. พิจารณาให้ความเห็นชอบการดำเนินการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนฯ ดังกล่าวอีกครั้งก่อน

    ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ สพฐ. นำเสนอแผนการจัดสรรอัตรากำลังบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสถานศึกษา ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน จำนวน 844 ตำแหน่ง และตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน จำนวน 862 ตำแหน่ง รวม 1,706 ตำแหน่ง ให้กับสถานศึกษา และให้ ก.ค.ศ. พิจารณาอนุมัติต่อไป

    ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ. 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/92995&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2a3PS02TN6V6wUP1LtldwV

  • “นฤมล” ประชุม ก.ค.ศ. เห็นชอบตัดโอน 1,706 ตำแหน่ง รองรับนโยบายลดภาระครู-เพิ่มศักยภาพบุคลากรการศึกษา | TOPNEWS

    “นฤมล” ประชุม ก.ค.ศ. เห็นชอบตัดโอน 1,706 ตำแหน่ง รองรับนโยบายลดภาระครู-เพิ่มศักยภาพบุคลากรการศึกษา | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 14/10/2025 17:42

    “นฤมล” ประชุม ก.ค.ศ. เห็นชอบตัดโอน 1,706 ตำแหน่ง รองรับนโยบายลดภาระครู-เพิ่มศักยภาพบุคลากรการศึกษา

    “นฤมล” ประชุม ก.ค.ศ. เห็นชอบตัดโอน 1,706 ตำแหน่ง รองรับนโยบายลดภาระครู-เพิ่มศักยภาพบุคลากรการศึกษา

    14 ต.ค.2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2568 โดยมีนายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และคณะกรรมการ เข้าร่วม

    โดย ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ที่เกินเกณฑ์ มาเปลี่ยนเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน และเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,706 อัตรา ให้แก่สถานศึกษาที่ขาดแคลนบุคลากรที่จะมาทำหน้าที่ด้านธุรการและจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนนโยบายการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่สอนได้อย่างเต็มที่ โดยหลังจากนี้จะนำเสนอให้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ทราบ ก่อนที่จะจัดสรรอัตรากำลังให้แก่สถานศึกษาต่อไป

    นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังอนุมัติจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 9,830 อัตรา พร้อมเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดตำแหน่ง เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ สำหรับตำแหน่ง นิติกร นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล ให้แก่ทุกหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อเปิดเส้นทางความก้าวหน้าในหน้าที่ ให้แก่บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) และผู้ที่ปฏิบัติงานในวิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังจำเป็นต้องคำนึงถึงค่างานตามหลักเกณฑ์ฯ เพื่อความเหมาะสมของการเปิดตำแหน่งด้วย

    7

    5

    รั้วกั้นจราจรใหม่ ป่าตองพร้อมรับนักท่องเที่ยวไฮซีซั่น

    อุทยานฯ แก่งกระจาน เดินหน้า “ยุทธการล้างบางบ่วง” ทวงคืนความปลอดภัยให้ผืนป่าแก่งกระจาน

    ผู้ว่าฯ เมืองคอน นำสภากาแฟ สร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาจังหวัด

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ผืนน้ำสะท้อนท้องฟ้าเนรมิตฉาก ‘ถนนแห่งสรวงสวรรค์’ที่ซานซี

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) เซินเจิ้นเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กระตุ้นยอดขายในตลาดอิเล็กทรอนิกส์

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนออกแนวทางกระตุ้นการบริโภคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1356158&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aQKUqDWSWqREYY2G_9Vkr

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นำคณะเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์โครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 45 ศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ | TOPNEWS

    ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นำคณะเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์โครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 45 ศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ | TOPNEWS

    วันที่ 14 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นำคณะเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 45 เข้าศึกษาดูงาน พร้อมด้วย นางกองกนก โกศัลลกูฏ สุขพันธุ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวฉะเชิงเทรา นายสุพจน์ ตรีรัตนนุกูล นายอำเภอพนมสารคาม ครอบครัวอุปถัมภ์ ครูพี่เลี้ยง และเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรม

    การศึกษาดูงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์ได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งด้านการเกษตร การอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

    ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความเข้าใจอันดี ความรัก ความสามัคคี และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเยาวชนจากพื้นที่ภาคใต้กับครอบครัวอุปถัมภ์ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามเจตนารมณ์ของโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ที่มุ่งสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ของคนในชาติอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1356196&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1W399Tu7ryW5RdpPXJcnAK

  • “อธิบดีเกศทิพย์” เน้นย้ำการใช้ระบบดิจิทัลขับเคลื่อนงานกรม สู่การบริหารจัดการเชิงข้อมูลและประสิทธิภาพ | TOPNEWS

    “อธิบดีเกศทิพย์” เน้นย้ำการใช้ระบบดิจิทัลขับเคลื่อนงานกรม สู่การบริหารจัดการเชิงข้อมูลและประสิทธิภาพ | TOPNEWS

    ทั้งนี้ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้จัดทำร่างรายละเอียดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติราชการของกรมในเบื้องต้น ครอบคลุมตัวชี้วัดหลัก 4 หมวด ได้แก่
    1. ตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ (Strategic KPIs)
    เช่น ระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการศึกษา, อัตราการเข้าถึงการเรียนรู้ของประชากรวัยแรงงาน และการพัฒนาระบบบริการ e-Service ของกรม
    2. ตัวชี้วัดการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคี (Joint KPIs)
    เช่น Agenda 7 การแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา และการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาเชิงบูรณาการ
    3. ตัวชี้วัดตามภารกิจหลัก (Function KPIs)
    เช่น ร้อยละของผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับชาติ (N-NET)
    4. ตัวชี้วัดติดตามผลการดำเนินงาน (Monitor KPIs)
    เช่น การพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ได้มาตรฐานคุณภาพ

    อธิบดีเกศทิพย์กล่าวในที่ประชุมว่า “เราต้องตั้ง วอร์รูมดิจิทัล (Digital War Room) ขึ้นมาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานด้านดิจิทัลของกรมได้ผลจริง และสามารถลดความเสี่ยงในการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะให้คณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบความคืบหน้า ดูว่ามีส่วนใดที่ยังไม่เชื่อมโยงหรือยังไม่ถูกนำไปใช้ และพัฒนาแดชบอร์ดกลางของกรมให้สมบูรณ์”

    ทั้งนี้ได้เน้นถึงการพัฒนาทักษะบุคลากรในทุกระดับว่า “การพัฒนาทักษะดิจิทัล (Digital Skill) ต้องดำเนินการให้เข้มข้นและครอบคลุมบุคลากรทุกระดับ ไม่เพียงแค่จัดอบรมประจำปี แต่ต้องมีการติดตามต่อเนื่องและสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริงในทุกพื้นที่”

    ในส่วนของ การป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา (Agenda 7) อธิบดีกล่าวว่า “ทุกหน่วยงานต้องจัดทำแผนบูรณาการในพื้นที่อย่างเป็นระบบ และให้สถานศึกษาทุกแห่งมีแผนป้องกันยาเสพติดที่ชัดเจน พร้อมรายงานผลผ่านระบบกลางของกรม เชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับ กอ.รมน. และ ป.ป.ส. เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการประเมินผล”

    อธิบดีเกศทิพย์ได้มอบแนวทางชัดเจนในการขับเคลื่อนแต่ละตัวชี้วัด อาทิ
    • KPI ที่ 5: ต้องมีมาตรการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้เรียน และใช้ระบบดิจิทัลติดตาม (Tracking System) เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลกลางและระบบ E-Student ของกรม เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวของผู้เรียนจริง
    • KPI ที่ 6: ให้สร้างแรงจูงใจในการสอบ เช่น มอบเกียรติบัตรสำหรับผู้ทำคะแนนดี และทำบันทึกความร่วมมือกับ สทศ. เพื่อให้ข้อสอบสะท้อนผลลัพธ์การเรียนรู้ได้ตรงจริง
    • KPI ที่ 8: มอบหมายกลุ่มพัฒนาระบบบริหารจัดทำ Action Plan ย่อยในแต่ละหมวด ตั้งคณะกรรมการตรวจประเมินภายใน และจัด Workshop เตรียมความพร้อมก่อนการประเมินจริง
    • KPI ที่ 9: จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อปรับปรุงคะแนน DG Readiness ที่ลดลงต่อเนื่อง 2 ปี พร้อมขอ Mentor Audit จาก ก.พ.ร.
    • KPI ที่ 10: ให้เพิ่มระบบประเมินความพึงพอใจภายในและภายนอก พร้อมพัฒนา ITA Interactive Dashboard เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสจริง

    อธิบดีเกศทิพย์ย้ำ : “ตัวชี้วัดต้องสะท้อนสิ่งที่ทำได้จริง” สิ่งสำคัญที่สุด คือเราต้องคิดและลงมือทำร่วมกันให้ถึงเป้าหมาย ตัวชี้วัดทั้งหมดต้องสะท้อนสิ่งที่เราทำได้จริง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 การทำงานต้องมีระบบติดตาม มีคณะกรรมการและการตรวจประเมินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าถึงวันประเมินจริง เราจะพร้อมและสามารถแสดงผลงานที่ชัดเจนได้เต็มที่

    การประชุมครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการกำหนดกรอบตัวชี้วัดที่ชัดเจน เป็นระบบ และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหัวใจของการบริหารงาน เพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรสมรรถนะสูง” ที่ขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทยทุกช่วงวัยได้อย่างยั่งยืน
    กีรติ ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย ภาคตะวันตก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1355912&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YdjhhletYbmVkRwZsk8ms

  • ปลัดอบต.ช็อค! สาวบุกบ้านเช่าซดเหล้าหมดหลายขวด อาบน้ำ หุงข้าว ทำเหมือนบ้านตัวเอง – บ้านเมือง

    ปลัดอบต.ช็อค! สาวบุกบ้านเช่าซดเหล้าหมดหลายขวด อาบน้ำ หุงข้าว ทำเหมือนบ้านตัวเอง – บ้านเมือง

    ฟิล์ม เป็นชาวบ้านหนองหมากแซว ต.คำสะอาด อ.สว่างแดนดิน จ.อุดรธานี นั่งชิวๆ ในบ้าน เอาผ้าขนหนูพันตัวเอาไว้เพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ. น.ส.อ้อย เห็นแล้วก็ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/crime/450358&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I1seusD9EU9LzWoLRFzp8

  • “ทีมหลังคาฟิล์ม” นักศึกษาภาพยนตร์ SPU คว้ารางวัลชมเชยระดับประเทศ ประกวดหนังสั้น พัทยาเมือง …

    “ทีมหลังคาฟิล์ม” นักศึกษาภาพยนตร์ SPU คว้ารางวัลชมเชยระดับประเทศ ประกวดหนังสั้น พัทยาเมือง …

    มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ขอแสดงความยินดีกับ “ทีมหลังคาฟิล์ม” นายณัชพัฒน์ บุปผา นายเมธา งามขุนทด และนายธีรภัทร์ ว่องเกื้อกูล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 (FD66)
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/newsupdate/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B4%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25AF-spu-%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UuYaGvkXS4DO0l-wDlqVc