Category: วัฒนธรรม

  • จุฬาฯ ชวนนิสิตร่วมกิจกรรม “เรื่องเล่าขาน ตำนานเมืองน่าน”

    จุฬาฯ ชวนนิสิตร่วมกิจกรรม “เรื่องเล่าขาน ตำนานเมืองน่าน”

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    วิชาใหม่ ภาคปลาย “ชุมชนสัมพันธ์และความยั่งยืนทางวัฒนธรรม” ร่วมกิจกรรม เรื่องเล่าขาน ตำนานเมืองน่าน

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอเชิญนิสิตร่วมกิจกรรม “เรื่องเล่าขาน ตำนานเมืองน่าน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาศึกษาทั่วไป 0294475 ชุมชนสัมพันธ์และความยั่งยืนทางวัฒนธรรม (Community Engagement and Cultural Sustainability) รายวิชาใหม่จากความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล

    กิจกรรมนี้บอกเล่าเรื่องราวเล่าขานตำนานเมืองน่าน จากอำเภอนาหมื่นและอำเภอบ่อเกลือ เกี่ยวกับความเชื่อ ผี คติชนเมืองน่าน วิธีการเรียนการสอนแบบเรียนร่วมกันระหว่างนิสิตและนักศึกษาของ 2 มหาวิทยาลัย เพื่อเป้าหมายของการเรียนที่ก่อให้เกิด Social Engagement ต่อไปในอนาคต

    รายวิชา “ชุมชนสัมพันธ์และความยั่งยืนทางวัฒนธรรม” จะเปิดการเรียนการสอนในภาคปลาย ปีการศึกษา 2568 เนื้อหาเกี่ยวข้องกับกระบวนทัศน์และหลักการของความยั่งยืนทางวัฒนธรรม การประยุกต์แนวคิดคติชนวิทยาเพื่อการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม การวิเคราะห์สังคมและวัฒนธรรมเชิงพลวัต การสร้างสรรค์นวัตกรรมทางสังคมโดยประยุกต์ใช้แนวคิดความยั่งยืนทางวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับนโยบายทางสังคมเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนพันธกิจสัมพันธ์เพื่อสังคม

    รายวิชาเป็นการเรียนแบบบรรยาย การอภิปราย การทำงานกลุ่มทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดน่าน นิสิตที่สนใจร่วมเรียนและร่วมกิจกรรมจะต้องเข้ารับฟังการแนะนำการเรียนการสอนจากอาจารย์ผู้สอนในวันพฤหัสบดี 30 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 – 19.00 น. ผ่านทาง Zoom ลงทะเบียนภายในวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSduTJk-LHP4uUnKE7auuv77LhuMljqFY-su8-JjSQPbJ6SVHw/viewform

    ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.ดร.ดวงกมล บางชวด อีเมล Doungkamol.B@chula.ac.th
    หรือติดต่อที่ศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ โทร. 0-2218-3919

    จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม

    รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/265342/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05rCNCZFfsOWfmkQayN6-c

  • ครูรัก(ษ์)ถิ่น เพาะพันธุ์ครูเพื่อถิ่นเกิด

    ครูรัก(ษ์)ถิ่น เพาะพันธุ์ครูเพื่อถิ่นเกิด

    บัตรภาพคำศัพท์ภาษาไทย และ คำอ่านภาษาปกาเกอะญอ ที่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนสแกนรหัส QR Code เพื่อฟังเสียงจากเจ้าของภาษา คือ ผลงานสื่อการเรียนการสอนของครูโรงเรียนบ้านแม่ไคร้ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังพบว่าเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในชุมชนมักประสบปัญหาการเขียนภาษาไทยผิด เพราะออกเสียงไม่ถูกต้อง และ ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง

    เจ้าของสื่อการสอน คือ ครูประวิทย์ ลุงตุ้ย เยาวชนในหมู่บ้านแม่ไคร้ ที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักศึกษาทุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรก เข้าศึกษาต่อในคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2563 ก่อนสำเร็จการศึกษา และ บรรจุเป็นครูในบ้านเกิดมาแล้ว 1 ปี

    ประวิทย์ ลุงตุ้ย เยาวชนในหมู่บ้านแม่ไคร้

    ประวิทย์ ลุงตุ้ย เยาวชนในหมู่บ้านแม่ไคร้

    ประวิทย์ ลุงตุ้ย เยาวชนในหมู่บ้านแม่ไคร้

    เด็กในชุมชนส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์กะเหรี่ยงรองลงมาคือ ม้ง ไทใหญ่ และ คนพื้นเมือง จากการฝึกเขียนตามคำบอก พบว่าเด็กบางคนออกเสียงภาษาไทยไม่ถูกก็จะเขียนผิด เด็กไม่สามารถเขียนตามได้ เลยตั้งคำถามว่าเด็กรู้จักความหมายหรือเปล่า จึงสอนความหมายไปพร้อมกับการสอนเขียน และ ออกเสียงที่ถูกต้อง ทำให้เด็กๆ เรียนได้ดีขึ้น

    ครูประวิทย์บอกว่าการออกจากชุมชนไปใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก แต่ก็ได้คณาจารย์ และ เพื่อนๆ คอยเป็นแรงสำคัญในการช่วยเหลือชี้แนะ โดยเฉพาะหลักคิด”การทำงานด้วยหัวใจ” จนเมื่อมาทำหน้าที่ครู จึงรู้ว่าครู คือ ผู้เปลี่ยนแปลงทางการศึกษาให้เกิดผลเชิงบวกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

    เด็กอยู่กับเรา8 ชั่วโมงใน 1 วัน เมื่อเราปลูกฝังให้เด็กไป เด็กก็จะนำไปคิดและเรียนรู้ และ นำไปพูดให้ผู้ปกครองฟังทุกวัน จนเกิดความเปลี่ยนแปลง

    ในมุมมองของผมคิดว่าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ตอบโจทย์มาก เช่น ตัวผมเอง ซึ่งมีพื้นฐานทางสังคมอยู่ในพื้นที่ กลายเป็นกำลังในการพัฒนาในฐานะครูเราก็อยากจะพัฒนาชุมชนให้มากกว่าที่เป็นอยู่

    โรงเรียนบ้านแม่ไคร้มีนักเรียน 92 คน มีครู 11 คน สอนตั้งแต่ป 1 ถึง ม 3 โดยประวิทย์ ลุงตุ้ย เป็นครูในโครงการโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ที่ได้รับการบรรจุ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2567

    สุชิน บุญเมือง ผอ.รร.บ้านแม่ไคร้

    สุชิน บุญเมือง ผอ.รร.บ้านแม่ไคร้

    สุชิน บุญเมือง ผอ.รร.บ้านแม่ไคร้

    สุชิน บุญเมือง ผอ.รร.บ้านแม่ไคร้ บอกว่าในอดีตโรงเรียนบ้านแม่ไคร้ มีครูเพียง 3 คน เพราะที่ตั้งโรงเรียนซึ่งอยู่ห่างไกลทำให้ครูมีอัตราการย้ายสูงมาก ก่อนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯจะจัดหาครูมาเพิ่มจนครบชั้น และมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการทำวิทยฐานะของครูในโรงเรียนในพื้นที่สูงจากปกติ 4 ปี เหลือ 3 ปี เพื่อจูงใจให้ครูย้ายมาบรรจุ ทำให้ปัญหาครูย้ายลดน้อยลงแต่คงไม่หมดไป เพราะครูส่วนใหญ่ก็ยังต้องการกลับไปทำงานใกล้บ้าน โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น จึงตอบโจทย์การแก้ปัญหาครูขาดแคลน

    ครูจากโครงการครูรัก(ษ์) จบจากสถาบันอันมีชื่อเสียง ทำให้โรงเรียนได้ทั้งครูที่มีคุณภาพ และ ปิดปัญหาครูย้ายออก เพราะเป็นบ้านของเขาเอง มีความรักและผูกพันในพื้นที่ และ ได้ทำหน้าที่สอนรุ่นน้อง หากไม่มีโครงการนี้ อนาคตข้างหน้าก็ไม่รู้ว่าจะมีใครย้ายเข้ามา เพราะโรงเรียนพื้นที่สูง เป็นการย้ายเข้าพักรอจังหวะเพื่อย้ายออก กลายเป็นปัญหาเดิมๆ

    รศ.เกียรติสุดา ศรีสุข อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่

    รศ.เกียรติสุดา ศรีสุข อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่

    รศ.เกียรติสุดา ศรีสุข อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่

    รศ.เกียรติสุดา ศรีสุข อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และ ผู้บริหารโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ม.เชียงใหม่เปิดเผยว่า ม.เชียงใหม่ ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ.กระทรวงศึกษาธิการ และ หน่วยงานอื่นๆ เปิดรับนักศึกษาทุนเข้าเรียนตั้งแต่ปี 2563 รวม 4 รุ่น จำนวนเกือบร้อยคน ที่ผ่านมา บุคลากร ของโครงการ ต้องทำงานหนัก ตั้งแต่การคัดเลือกนักเรียนจากครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จริง และ มีคุณสมบัติเหมาะสม ก่อนให้การอบรมให้เป็นครูผู้ทุ่มเท และ สร้างความเปลี่ยนแปลงแก่ชุมชน

    มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต้องดูแลนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเต็มที่ วิชาต่างๆ ต้องผ่านเกณฑ์ เราพยายามทุกทิศทุกทางเพื่อช่วยกันดูแลหลายๆเรื่อง และ ต้องเข้าใจเรื่องความยั่งยืนจริงๆ หากทำให้นักศึกษากลุ่มนี้ เปลี่ยนการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของชุมชนในระยะยาว เป็นต้นแบบของการผลิตครูอีกแบบหนึ่งที่บูรณาการสร้างความหมายในการเรียนมากกว่าตำรา

    เราคิดว่าหากมีครูรัก(ษ์)ถิ่นสัก 50% ในพื้นที่ ในระยะยาวคงไม่ต้องกังวลว่าจะมีการย้ายเข้า-ออก สมมุติว่าครูโรงเรียนนี้ มี 8 คน หากมี 4 คนเป็นครูในพื้นที่ ก็มีแนวโน้มที่ครูจะไม่ย้าย อยากให้ส่วนกลางพิจารณาเรื่องนี้ เพราะงบประมาณต่อนักศึกษา 1 คน เพียงแค่ปีละ 1.5 แสนบาท ถือว่าคุ้มค่าในระยะยาว แต่ก็มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ต้องใช้ความยั่งยืนเป็นตัวจับ และ ต้องออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม

    ข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาระบุว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ระยะที่ 1 จำนวน 5 รุ่น ระหว่างปี 2563-2567 ครอบคลุมโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล บนภูเขา บนเกาะ พื้นที่เสี่ยงภัย ชายแดน รวมกว่า 1,500 โรงเรียน สร้างครูรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบเฉลี่ยปีละกว่า 300 คน เฉพาะครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 จำนวน 327 คน ได้รับการบรรจุเป็นครูใน 285 โรงเรียนทั่วประเทศ

    อนุกูล ศรีสมบัติ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 1

    อนุกูล ศรีสมบัติ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 1

    อนุกูล ศรีสมบัติ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 1

    อนุกูล ศรีสมบัติ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่นายกสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทยระบุว่าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นระยะแรก ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รับนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 1,500 คน ส่วนในระยะที่ 2 ส่วนตัวมองว่าสมควรต้องดำเนินการต่อ เพราะเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ในเรื่องของการคัดเลือกครู การผลิตครูที่จะมาอยู่ในภูมิลำเนาของตัวเอง แก้ปัญหาเรื่องการโยกย้ายได้

    ส่วนในอนาคตสิ่งที่อยากเสนอให้มีการปรับหลักเกณฑ์ คือ พื้นที่ห่างไกล ดอยต่างๆ ชนบทต่างๆ ทุกภาคของประเทศไทยที่อัตราครูขอย้ายเข้าไม่ค่อยมี หรือ โรงเรียนเล็กๆ ที่เราต้องการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ ก็ควรจะส่งเสริมให้มีโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น

    โรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียนต่ำกว่า 40 คน ซึ่งทางสพฐ.มีครูให้แค่ 2 คน ก็ควรจัดครูรัก(ษ์)ถิ่นเข้าไปอยู่ในโรงเรียนเหล่านี้ ให้ครบ 3- 4 คน เพราะเมื่อได้ครูรัก(ษ์)ถิ่นซึ่งอยู่ในหมู่บ้าน หรือ ตำบลนั้น เขาก็จะไม่ย้ายออกจากโรงเรียน และ พัฒนาโรงเรียนในชุมชนของเขาเองได้อย่างต่อเนื่อง โรงเรียนก็จะมีคุณภาพ

    สำหรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ระยะที่ 2 จะเริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2569 ผ่านความร่วมมือกับ 7 หน่วยงานเชิงระบบ และ 20 สถาบันผลิตครูทั่วประเทศ มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตครูระบบปิด สร้างครูคุณภาพกลับไปประจำการในโรงเรียนบ้านเกิด แก้ปัญหาการขาดแคลนครูและครูโยกย้ายในพื้นที่ห่างไกลอย่างยั่งยืน

    รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่อข่าวอาวุโสไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357601&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0B0J3cvM6a-FRWsLuK6hAx

  • ย้อนดูเส้นทางชีวิต “สว.อังคณา” ผู้ยืนหยัดปกป้องหลักสิทธิมนุษยชน แม้ต้องเผชิญประเด็นร้อนชายแดน | เดลินิวส์

    ย้อนดูเส้นทางชีวิต “สว.อังคณา” ผู้ยืนหยัดปกป้องหลักสิทธิมนุษยชน แม้ต้องเผชิญประเด็นร้อนชายแดน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ในห้วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา กำลังตึงเครียดจากประเด็น “สงครามเสียง” บริเวณชายแดน การที่ฝ่ายไทยเปิดเพลงและเสียงปั่นป่วนเพื่อกดดันการรุกล้ำอธิปไตย ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างหนัก

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลก ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าการกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน และอาจทำให้ไทยเสียเปรียบในเวทีโลก ความเห็นนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรง นำไปสู่การตอบโต้ที่ร้อนแรงและคำถามที่พุ่งเป้าไปที่ “ความเป็นคนไทย” ของเธอ

    แต่เบื้องหลังบทบาทที่กล้าหาญและจุดยืนที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักนี้ เธอคือใคร? และอะไรคือแรงผลักดันให้เธอต้องยืนหยัดต่อสู้ในประเด็นที่สังคมไทยส่วนใหญ่อาจมองข้ามไป?

    …นี่คือประวัติและเส้นทางชีวิตของ ‘อังคณา นีละไพจิตร’ สว. ผู้แบกรับมรดกแห่งความยุติธรรม..

    อังคณา นีละไพจิตร คือหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นในวงการสิทธิมนุษยชนของไทยและสากล ด้วยประวัติชีวิตที่เริ่มต้นจากวิชาชีพพยาบาล แต่ถูกพลิกผันให้กลายเป็นนักต่อสู้ผู้ไม่ย่อท้อ หลังต้องเผชิญกับเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต

    ข้อมูลพื้นฐานและจุดเปลี่ยนสำคัญ

    อังคณา นีละไพจิตร (ชื่อเดิม : อังคณา วงศ์ราเชนทร์) เกิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2499 ที่กรุงเทพมหานคร และนับถือศาสนาอิสลาม เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี พยาบาลศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล

    จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอคือการสมรสกับ นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้หายตัวไปอย่างเป็นปริศนาและมีเงื่อนงำในปี พ.ศ. 2547 เหตุการณ์นี้เอง ที่ผลักดันให้เธอต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้กับสามี และกลายเป็นผู้บุกเบิกการขับเคลื่อนคดีการบังคับให้สูญหายในประเทศไทย จนเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก

    เส้นทางนักสิทธิมนุษยชนระดับสากล

    หลังจากเหตุการณ์สามีหายตัวไป อังคณาได้อุทิศตนทำงานในภาคประชาสังคมอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เธอได้ก่อตั้งและทำงานร่วมกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง เป็นทั้งนักเคลื่อนไหวที่ยืนหยัดในหลักการ และเป็น “เสียงแทนผู้ถูกลืม” ในสังคม

    ความมุ่งมั่นของเธอได้รับการยอมรับระดับโลก โดยเธอเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง และได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ดังนี้

    • กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
    • สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550
    • รางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชน (Gwangju Prize for Human Rights) ในปี พ.ศ. 2549
    • รางวัลแมกไซไซ (Ramon Magsaysay Award) ในปี พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความกล้าหาญและความเสียสละของเธอ

    บทบาทในวุฒิสภา : ยืนหยัดในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

    ปัจจุบัน อังคณา ดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 โดยอยู่ในกลุ่ม “ภาคประชาสังคม” ในฐานะ สว. เธอมักแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงการคัดค้านแนวคิดที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม เช่น การประหารชีวิตแบบถ่ายทอดสด

    แม้ต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งการถูกฟ้องร้องจากบริษัทเอกชน และการถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง เธอก็ยังคงยึดมั่นในหลักการและสามารถชนะคดีความมาได้ด้วยความโปร่งใส

    “อังคณา นีละไพจิตร” จึงมิใช่เพียงนักการเมืองหรือนักเคลื่อนไหว แต่คือ มรดกแห่งความหวัง ที่เปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นพลังขับเคลื่อนความยุติธรรม โดยเชื่อมั่นเสมอว่า “ความยุติธรรมคือรากฐานของสันติภาพ”

    ขอบคุณ วิกิพีเดีย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5206167/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fc3uXO0bDV9Vq5krWRjJ9

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9-2/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ya6PcxrfKoSgPtnP-pxVZ

  • ช่อง 3 เปิดกิจกรรมศึกษาดูงานกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา เตรียมความพร้อมสู่รั้วมหาวิทยาลัย

    ช่อง 3 เปิดกิจกรรมศึกษาดูงานกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา เตรียมความพร้อมสู่รั้วมหาวิทยาลัย

    สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ให้การต้อนรับ คณะอาจารย์และนักเรียนจาก ร.ร.สายปัญญารังสิต จ.ปทุมธานี และ ร.ร.ปทุมเทพวิทยาคาร จ.หนองคาย เข้าศึกษาดูงานของสำนักข่าว ร่วมเปิดประสบการณ์กับองค์กรสื่อมวลชนชั้นนำ ภายใต้สถานการณ์จริง เพื่อเป็นทางเลือกในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และการประกอบอาชีพในอนาคต ณ อาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์

    โดยคณะฯ ได้เข้าชมกองบรรณาธิการ และห้องปฏิบัติการต่างๆ ของสำนักข่าว ผ่านการนำชมโดย นางสาวปริศนา กล่ำพินิจ AVP กิจการองค์กร พร้อมด้วย นางเฉลิมศรี ปรีงาม บรรณาธิการข่าว และทีมเจ้าหน้าที่ประจำห้องถ่ายโอนไฟล์ข้อมูล ห้องตัดต่อ ห้องคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ และห้องควบคุมรายการ จับมือสานต่อภารกิจในการถ่ายทอดข้อมูลด้านกระบวนการผลิตรายการข่าว ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงการออกอากาศอย่างครบถ้วนตลอดการเยี่ยมชม

    นอกจากนี้ ยังได้เข้าชมการทำงานภายในห้องส่งรายการ อุปกรณ์ประเภทกล้องที่ตอบโจทย์การถ่ายทำ สามารถรองรับการนำเสนอข่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเกาะติดการดำเนินรายการของ 2 พิธีกรอย่าง ดร.อริสรา กำธรเจริญ และเมจกา สุพิชญางกูร จากรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ที่มาร่วมทักทายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคณะฯ อย่างเป็นกันเอง สำหรับการเยี่ยมชมในโอกาสนี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/special/pr/5976&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IuhbI4QL4iH4Twl64wHic

  • ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันด้านการบริหารงานบุคคล (กบค.) ครั้งที่ 80 (5/ปีการศึกษา พ.ศ. 2568) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันด้านการบริหารงานบุคคล (กบค.) ครั้งที่ 80 (5/ปีการศึกษา พ.ศ. 2568) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115932/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NS4z82dwNJQtrRTnfvAra

  • การประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน (กบง.) ครั้งที่ 78 (1/ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    การประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน (กบง.) ครั้งที่ 78 (1/ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่ห้องประชุมสภาสถาบัน ชั้น 4 อาคาร 60 พรรษา ราชสุดาสมภพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดี ได้มอบหมาย (ผศ.นพ.ไชยวิทย์ ธนไพศาลรองอธิการบดี) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา (กบง.) ครั้งที่ 78 (1/ปีงบประมาณ 2569) เพื่อติดตามและพิจารณาการดำเนินการด้านการเงินและทรัพย์สินของสถาบัน โดยมี ผศ.ดร.สันทนีย์ ผาสุข ผศ.ดร.ชนะวัฒน์ บุนนาค รองอธิการบดี หัวหน้าส่วนงาน และหัวหน้างานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม มีประเด็นสำคัญ อาทิ เรื่องสืบเนื่อง สรุปการใช้งบประมาณรายจ่าย ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ไตรมาสที่ 4 การรายงานโครงการทุนการศึกษา Harbin Engineering University สาธารณรัฐประชาชนจีน แนวทางปฏิบัติการยืมเงินสำรองจ่าย การประมาณการเงินสำรองฉุกเฉินและจำเป็นในการเดินทางไปปฏิบัติงานชั่วคราวในต่างประเทศ และการฝากต่อเงินฝากประจำที่ครบกำหนด เป็นต้น

    ชาติภักดิ์ /ข่าว

    การประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน (กบง.) ครั้งที่ 78 (1/ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) — 15 ตุลาคม 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    การประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน (กบง.) ครั้งที่ 78 (1/ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) — 15 ตุลาคม 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    การประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน (กบง.) ครั้งที่ 78 (1/ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) — 15 ตุลาคม 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    การประชุมคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน (กบง.) ครั้งที่ 78 (1/ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) — 15 ตุลาคม 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115904/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QthDDww0S3vWRaeDxz9pk

  • ทีทีบี เปิดเวทีเตรียมความพร้อมผู้ปกครองส่งบุตรหลานศึกษาต่อต่างประเทศ

    ทีทีบี เปิดเวทีเตรียมความพร้อมผู้ปกครองส่งบุตรหลานศึกษาต่อต่างประเทศ

    วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.19 น.

    ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และความต้องการทักษะใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดแรงงานระดับโลก การศึกษาจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายที่หลากหลาย โดยเฉพาะการศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งยังคงเป็นเป้าหมายของหลายครอบครัวที่ต้องการเปิดโลกทัศน์ สร้างโอกาสให้บุตรหลานได้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและมีคุณภาพระดับสากล

    อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ผู้ปกครองต้องเผชิญ การวางแผนทางการเงินที่รอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การลงทุนด้านการศึกษานั้นเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เป็นภาระในระยะยาว

    ด้วยความเข้าใจในความต้องการนี้ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ได้จัดงาน “Empowering The Next Generation through International Education” ขึ้น เพื่อเปิดมุมมองและให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการศึกษาต่อต่างประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก EduSmith และ Skooldio เพื่อให้คำแนะนำที่ตอบโจทย์ทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต พร้อมนำเสนอโซลูชันทางการเงินตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Wealth ที่วางแผนส่งบุตรหลานไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยผู้ปกครองเตรียมความพร้อมรอบด้าน ทั้งในด้านการศึกษาและการจัดการการเงินที่ครอบคลุมทุกมิติ

    นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตที่ช้าลงอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่หลังวิกฤตสถานการณ์โควิด-19 ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.4% แต่ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายโดยรวมของคนไทยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าใช้จ่ายด้านค่าครองชีพ ด้านสุขภาพ ด้านประกัน และด้านการศึกษา ส่งผลให้ความมั่งคั่งของคนไทยไม่เหมือนเดิม โดยสะท้อนได้จากอัตราการเติบโตของเงินฝากในประเทศที่ลดลง และผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศที่ไม่เพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายในอนาคต นอกจากนี้ สำหรับผู้ปกครองที่มีแผนส่งลูกไปศึกษาต่อต่างประเทศยังต้องเผชิญกับอัตราค่าเล่าเรียนที่มีการเติบโตสูงกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการส่งบุตรหลานเรียนต่อต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีค่าใช้จ่ายโดยรวมในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีสูงถึง 4 ล้านบาทต่อปี

    “การเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาถือเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดและต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะการเตรียมทุนการศึกษาซึ่งผู้ปกครองควรวางแผนล่วงหน้าผ่านการลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศและการออมเงินในสกุลเงินต่างประเทศที่เหมาะสมกับประเทศเป้าหมายที่จะส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อ” นายปิติ กล่าว

    ทั้งนี้ ได้นำเสนอ “โซลูชันการเงินแบบครบวงจรเพื่อการศึกษาต่อต่างประเทศ” โดยออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการวางแผนทางการเงินเพื่อการศึกษาต่อต่างประเทศของบุตรหลาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้กังวล ผ่านการจัดการด้วย 3C ได้แก่ Cost Saving การลดค่าใช้จ่ายด้วยการลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศที่เหมาะสมกับประเทศที่จะไปเรียน เช่น การลงทุนล่วงหน้าแบบ Target Payment เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้คุณภาพดี สกุล USD หรือ GBP ที่มีอายุคงเหลือสอดคล้องกับค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับเวลาที่จะไปเรียนและระยะเริ่มลงทุน ช่วยให้สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุนที่หลากหลาย และอีก 1 ทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงที่เงินบาทแข็ง ได้แก่ การทยอยสะสมเงินทุนการศึกษาล่วงหน้าใน 5 สกุลเงินต่างประเทศผ่านบัญชี FCD e-Saving พร้อมรับดอกเบี้ยสูงสุดถึง 4.0% ต่อปีสำหรับเงินสกุล USD และ 2.60% ต่อปีสำหรับเงินสกุล GBP (สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีใหม่ ระยะเวลาโปรโมชัน 1 ต.ค.68 – 31 ต.ค.68 และรับดอกเบี้ยพิเศษถึงวันที่ 30 พ.ย.68) เพื่อช่วยผู้ปกครองวางแผนสะสมทุนการศึกษาล่วงหน้า กระจายความเสี่ยงจากค่าเงิน เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า และบริหารความมั่งคั่งในระยะยาว โดยเน้นย้ำว่า การเริ่มต้นวางแผนเร็ว จะช่วยลดภาระทางการเงินในอนาคต และทำให้ผู้ปกครองสามารถส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ

    และ Convenience & Control สะดวก รวดเร็ว และ ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจ ผ่านแอป ttb touch และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อการศึกษาต่างประเทศโดยเฉพาะ โดยผู้ปกครองสามารถโอนเงินจากบัญชี FCD e-Saving ของตนเองไปยังบัญชี FCD e-Saving ของบุตรหลานได้ ผ่านแอปตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน สูงสุด 4 ล้านบาท/วัน และด้านการใช้จ่าย บุตรหลานสามารถเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ttb world pass  ที่ตัดค่าใช้จ่ายจากบัญชี FCD e-Saving ตามสกุลเงินที่ใช้จ่าย และสกุลเงินต่างประเทศอื่นๆ ก็ยังใช้จ่ายสะดวก โดยตัดจากบัญชี ออลล์ฟรี โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม FX Rate 2.5%

    นอกจากบัตรเดบิต ttb world pass แล้ว หากผู้ปกครองมีบัตรเครดิต ttb reserve สามารถออกบัตรเสริมให้บุตรหลานนำไปใช้โดยได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การสะสมคะแนนที่รวดเร็ว และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ รวมถึงฟรีค่าธรรมเนียม FX Rate 2.5% เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการใช้จ่ายผ่านแอป ttb touch ที่เห็นรายละเอียดทุกธุรกรรม พร้อมทั้งยังตั้งค่าควบคุมการใช้จ่ายรายหมวดหมู่ได้อีกด้วย

    น.ส.กิตติประภา จิวะสันติการ กรรมการผู้จัดการและนักกลยุทธ์วางแผนศึกษาต่อต่างประเทศ สถาบัน EduSmith เน้นย้ำว่า “ไม่มีสูตรไหนที่ผิดหรือถูก” สำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศ จะไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาเลยหรือจะไประดับมหาวิทยาลัยก็ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจภาพรวมของระบบการศึกษาและตัวตนของเด็กแต่ละคนเพื่อหาสิ่งที่เหมาะสม หากพิจารณาระบบการศึกษาของแต่ละประเทศก็จะมีลักษณะเด่นต่างกัน เช่น ระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีอิสระทางการศึกษา เลือกหัวข้อการเรียนได้กว้างตามความสนใจ เน้นการค้นหาตัวเอง  และการมีเรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเหมาะกับนักเรียนที่สนใจเรียนรู้แบบรอบด้าน ขณะที่ระบบของสหราชอาณาจักรจะเน้นความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งและเจาะลึก ลงไปในสาขาวิชาที่สนใจตั้งแต่ต้น เหมาะกับเด็กที่แน่วแน่ว่าตนเองต้องการเรียนอะไร ทั้งนี้ แนวคิดสำคัญของการเลือกมหาวิทยาลัย คือการเลือกแบบ Best Fit” คือต้องเลือกมหาวิทยาลัยและระบบที่ “อยู่แล้วมีความสุข” และ สนับสนุนให้ผู้เรียนเป็น “Best Version” ของตัวเราเอง สิ่งนี้จึงสำคัญกว่าการยึดติดกับแบรนด์เนมของมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว

    ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง Skooldio กล่าวว่า ทักษะแห่งอนาคตที่คนรุ่นใหม่ควรเตรียมไว้ สามารถสรุปได้เป็น 3 ประเด็นหลักๆ คือ 1.The New Literacies หรือทักษะสมัยใหม่ที่จำเป็น คือ การเข้าใจและรู้เท่าทันเทคโนโลยี เช่น Digital Literacy, Data Literacy และ AI Literacy ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ต้องมี ซึ่งหากเข้าใจและเปิดรับสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับความรู้ความสามารถได้ 2.Enduring Human Skills หรือทักษะมนุษย์ที่ยั่งยืน คือทักษะที่ไม่มีอะไรทดแทนได้และช่วยให้เราใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ถูกแทนที่ด้วย AI ไปได้ง่ายๆ เช่น Critical Thinking และ Creative Thinking ที่เป็นทักษะอันดับต้นๆ ซึ่งจะช่วยขยายศักยภาพในการใช้ AI ให้กว้างไกลขึ้น รวมถึงการมี Interpersonal Skill และการเรียนรู้แบบ Lifelong Learning ซึ่งช่วยส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ได้ตลอดเวลา และ 3.Advanced Technical Skills หรือทักษะเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Software Development, UX/UI, Cloud Computing เพราะโลกในอนาคตจะเป็นโลกของผู้สร้าง ทักษะในกลุ่มนี้จะช่วยพัฒนาจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่การเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี เพิ่มโอกาสในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นได้ ซึ่งการศึกษาในระบบของต่างประเทศนั้นช่วยส่งเสริมทักษะเหล่านี้ให้บุตรหลานได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/921159&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QnFrM5eJZpac9lKcST5dF

  • ข่าวสื่อสารองค์กร : ประจำเดือนตุลาคม 2568 – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ข่าวสื่อสารองค์กร : ประจำเดือนตุลาคม 2568 – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ข่าวสื่อสารองค์กร : ประจำเดือนตุลาคม 2568

    สภาผู้บริโภคทบทวนแผน 5 ปี เดินหน้าจัดทำแผนปี 2569 มุ่งลดเหลื่อมล้ำ ฝ่ายงานเลขาธิการ จัดประชุมทบทวนแผนปฏิบัติงาน 5 ปี (ปี 2567-71) ระยะครึ่งแผน เมื่อวันที่ 6–7 ก.ย. 2568 พร้อมระดมความคิดจัดทำแผนปี 2569 เน้นประโยชน์ผู้บริโภค สอดคล้องนโยบายรัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ เสนอคณะกรรมการนโยบายพิจารณาต่อไป


    เริ่มต้นสัปดาห์ ด้วยสาระดี ๆ กับ ฝ่ายบริหารสำนักงาน ส่งมอบความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้ประโยชน์ได้ทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิประกันสังคมที่ควรรู้ หรือในเรื่องใกล้ตัวอย่างอาหารเช้า ให้เตรียมพร้อมรับมือกับวันทำงานอย่างเต็มที่


    ปั้นทนายภูมิภาค 180 คน เสริมทักษะกฎหมายคุ้มครองสิทธิ ฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ จัดอบรมพัฒนาทนายความ ณ จังหวัดขอนแก่น สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร มุ่งยกระดับความรู้กฎหมายสัญญา–คดีแบบกลุ่ม พร้อมเวิร์กช็อป เสริมพลังเครือข่ายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคทั่วประเทศ


    สร้างพื้นที่ปลอดภัยในรั้วโรงเรียน แก้ไซเบอร์บูลลี่–สุขภาพจิต ฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม ยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงศึกษาฯ ผลักดันมาตรการคุ้มครองเด็กในโรงเรียน ครอบคลุมสุขภาพจิต ไซเบอร์บูลลี่ เพศศึกษา และสิทธิเด็ก ชี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องร่วมมือทุกภาคส่วนแก้ระยะยาว


    จับมือ สปน. เร่งปลดล็อกองค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ ฝ่ายสนับสนุนสมาชิกและองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับ สสส. เดินหน้าโครงการเสริมความเข้มแข็งองค์กร หารือ สปน. วางแนวทางปี 2569 เน้นเร่งรัดการจดแจ้งองค์กรผู้บริโภค และจัดหางบสนับสนุนเพื่อสร้างความมั่นคงแก่กลไกคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่


    สิทธิผู้บริโภค รู้ไว้ไม่ถูกเอาเปรียบ ฝ่ายสื่อสารสาธารณะและประชาสัมพันธ์ เปิดตัวหน้าเว็บไซต์ใหม่ รวมเคสปัญหาละเมิดสิทธิผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ที่จะช่วยให้ผู้บริโภค รู้จักสิทธิ รู้ทันปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และได้แนวทางรับมือแบบง่าย ๆ ใช้ได้จริง ร่วมเล่นได้ที่ https://rights.tcc.or.th/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/oct-2025-wrapup/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iCGVvDOxB6-5fdOQZrqe3

  • โพลล่าสุดเผยพฤติกรรมชาวสเปน 7 กลุ่มหันใส่ใจสุขภาพ ความสะดวกมากขึ้น

    โพลล่าสุดเผยพฤติกรรมชาวสเปน 7 กลุ่มหันใส่ใจสุขภาพ ความสะดวกมากขึ้น

    รายงานล่าสุดจาก NielsenIQ (NIQ) บริษัทชั้นนำด้านข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึก เผยผลสำรวจช่วงกลางปี 2568 ว่าพฤติกรรมการบริโภคของชาวสเปนกำลังเปลี่ยนแปลง โดยการศึกษาแบ่งผู้บริโภคชาวสเปนได้เป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มดั้งเดิม กลุ่มรีบเร่ง กลุ่มธรรมชาติ กลุ่มรักสุขภาพ กลุ่มครอบครัว กลุ่มใส่ใจสิ่งแวดล้อม และกลุ่มตามกระแส ซึ่งสะท้อนแนวโน้มสำคัญด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และความสะดวกสบาย เช่น 36% เลือกผลิตภัณฑ์ปลอดน้ำตาล 26% ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ 25% มองหาอาหารโปรตีนสูง 19% หลีกเลี่ยงสารปรุงแต่งและวัตถุกันเสีย 15% บริโภคผลิตภัณฑ์ปลอดแลคโตส และ 7% เลือกอาหารปลอดกลูเตน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมว่า 85 % ของผู้บริโภคชาวสเปนให้ความสำคัญกับโภชนาการ และ 80 % ตรวจสอบฉลากอาหารก่อนตัดสินใจซื้อ 

    NIQ แบ่งประชากรออกเป็น 7 กลุ่มหลักตามพฤติกรรมการบริโภคอาหาร

    image.png

    ลำดับ

    กลุ่มผู้บริโภค

    สัดส่วน (%)

    สิ่งที่ผู้บริโภคชาวสเปนให้ความสำคัญ

    ผู้บริโภคแบบดั้งเดิม (Tradicionalistas)

    ๒๗%

    เน้นรสชาติ สุขภาพ และราคาสมเหตุสมผล

    ผู้บริโภคที่รีบเร่ง (Apurados)

    ๒๓%

    เลือกสิ่งที่รวดเร็ว อร่อย และคุ้มค่า

    ผู้บริโภคธรรมชาติ/ออร์แกนิก (Bio-Naturales)

    ๑๗%

    สนับสนุนท้องถิ่น เลือกสินค้าตามฤดูกาล สดใหม่ และยั่งยืน

    ผู้รักสุขภาพ (Fit & Healthy)

    ๑๑%

    มุ่งเลือกอาหารฟังก์ชันและโภชนาการสูง

    ผู้เน้นครอบครัว (Orientados a la familia) 

    ๑๑%

    ทำอาหารเป็นประจำ รสชาติสำคัญ และชื่นชอบอาหารดั้งเดิม

    ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ (Conscientes) 

    %

    สนใจสุขภาพ สวัสดิภาพสัตว์ สิ่งแวดล้อม และเปิดรับการลองอาหารใหม่ๆ

    ผู้บริโภคตามกระแส (Trendies) 

    %

    ใฝ่รู้ ทดลองสิ่งใหม่ และขับเคลื่อนด้วยกระแสแฟชั่น

    กลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของชาวสเปน ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความสะดวกสบาย และความยั่งยืน ปัจจัยดังกล่าวทำให้แบรนด์ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น อาหารออร์แกนิกที่ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยงานวิจัยฉบับนี้อ้างอิงจาก NIQ Homescan Consumer Panel ซึ่งทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม Online Shopper Panel และ NIQ Discover ครอบคลุม 7 ประเทศ ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อกว่า 1 ล้านตะกร้าในร้านค้า และกว่า 2 ล้านตะกร้าออนไลน์ต่อครั้ง ได้อย่างครบถ้วนและละเอียด

    Luis Simoes กรรมการผู้จัดการ NIQ Iberia กล่าวถึงความสำคัญของข้อมูลว่า“ข้อมูลจาก Panel ไม่เพียงตอบคำถามว่า ผู้บริโภคซื้ออะไร แต่ยังบอกได้ว่า ทำไม ซื้อเมื่อไร และที่ไหน เมื่อเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม NIQ Discover ก็สามารถสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในร้านค้าได้อย่างสมบูรณ์และแม่นยำยิ่งขึ้น” เขาเสริมว่า แม้จะมีการคาดการณ์ว่าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคจะเติบโต 4.5% ในปี 2025 และ 3.9% ในปี 2026 แต่ตลาดกลับมีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ผู้บริโภคดั้งเดิมไปจนถึงกลุ่มที่ขับเคลื่อนด้วยเทรนด์

    ที่มา : NielsenIQ

    ข้อคิดเห็นของสคต.

    ในการขยายตลาดสู่สเปนอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความนิยมด้านรสชาติ ราคาที่รับได้ ให้ความสำคัญกับเรื่องใด กำลังเคลื่อนไปในทิศทางไหน ปริมาณการบริโภค รูปแบบการบริโภค หรือสถานที่และเวลาในการบริโภค เป็นต้น เพื่อที่จะสามารถกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจและการทำการตลาดได้อย่างแม่นยำและตรงเป้า ทั้งในมิติของการพัฒนาสินค้าและสื่อโฆษณา อาทิ ควรเน้นด้านโภชนาการ การสร้างสรรค์นวัตกรรมตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาสินค้าโปรตีนสูง อาหารออร์แกนิก หรือผลิตภัณฑ์ปลอดสาร ฯลฯ ส่วนข้อค้นพบเรื่องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคเปิดโอกาสในการเจาะตลาดกลุ่มย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ สำหรับคนรักสุขภาพและผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควรสื่อสารด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) และความยั่งยืน 

    ในระยะยาว การปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มสุขภาพ สะดวก การลดการบริโภคเนื้อสัตว์และการเลือกผลิตภัณฑ์ปลอดสารจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดได้ยิ่งขึ้น โดยการที่ 85% ของผู้บริโภคสเปนให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการ และ 80% ตรวจสอบฉลากอาหารก่อนตัดสินใจซื้อ เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่าตลาดอาหารกำลังเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้เลือกซื้ออาหารจาก ราคาและรสชาติเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาต้องการความมั่นใจในสิ่งที่รับประทาน ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมนี้บังคับให้ธุรกิจต้องโปร่งใสและเพิ่มเติมนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่มากขึ้น ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ ไปจนถึงการออกแบบฉลากที่ให้ข้อมูลครบถ้วนสำหรับผู้ประกอบการ นี่คือทั้ง ความท้าทายและ โอกาสหากผู้เล่นรายใดสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและโภชนาการได้ ก็จะครองใจตลาดในระยะยาว ในทางกลับกัน หากเพิกเฉยต่อสัญญาณนี้ ก็อาจสูญเสียความเชื่อมั่นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ จะเห็นถึงแนวโน้มสังคมที่กำลังมุ่งสู่การบริโภคอย่าง มีความรับผิดชอบมากขึ้น ผู้ที่สามารถปรับตัวได้ก่อนย่อมได้เปรียบในสมรภูมิการค้าอาหารที่มีความซับซ้อนและแข่งขันเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน

    อนึ่ง หากเปรียบเทียบสัดส่วนผู้บริโภค “ดั้งเดิม” และผู้บริโภค “ตามกระแส” ที่พร้อมลองของใหม่จะเห็นว่ากลุ่มดั้งเดิมยังเป็นกลุ่มหลักที่ครองตลาด ชาวสเปนดั้งเดิมไม่นิยมลองบริโภคสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ดังนั้น การแนะนำสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดจึงมีความท้าทาย ต้องอาศัยการ “สร้างการรับรู้” (educate) ซึ่งอาหารรสชาติไทยยังถือเป็นรสชาติ “ใหม่” สำหรับผู้บริโภคกระแสหลัก มีเพียงผัดไทยที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างและรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย เนื่องจากชาวสเปนจำนวนมากไม่ทานรสเผ็ด

    image.png

    ในปี 2569 สคต. ณ กรุงมาดริด มีแผนประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้รสชาติอาหารไทย วิธีการปรุงอาหารไทย และวิถีครัวไทย ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในตลาดสเปนผ่านงานแสดงสินค้า Salon Gourmets 2026 ณ กรุงมาดริด งานแสดงสินค้า Alimentaria 2026 ณ นครบาร์เซโลนา โครงการยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับครัวไทย (Thai SELECT) ผ่านสื่อท้องถิ่นและ influencer ตลอดจนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารรสชาติไทยแท้และร้านอาหาร Thai SELECT ที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของสเปน สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดสเปน โปรตุเกส หรืออันดอร์รา สามารถติดต่อมายัง สคต. ได้ที่ info@thaitradespain.com

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด

    ตุลาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/lxs1da9uore7sc65idf9bmb6&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24uIb-LmtbQmPdWlg1wYBr