Category: วัฒนธรรม

  • รัฐธรรมนูญโลกทั้งใบของไอติม เส้นบางๆระหว่างมุ่งมั่นกับหมกมุ่น

    รัฐธรรมนูญโลกทั้งใบของไอติม เส้นบางๆระหว่างมุ่งมั่นกับหมกมุ่น

    ท่ามกลางโลกการเมืองที่มีเรื่องให้พูดนับพัน พริษฐ์ วัชรสินธุ” เลือกยืนหยัดอยู่กับเรื่องเดียว คือ “รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าที่ใดหรือเมื่อใด เสียงของเขายังคงวนเวียนอยู่กับกติกาที่เชื่อว่าจะเปลี่ยนประเทศได้ แต่เมื่อความเชื่อกลายเป็นโลกทั้งใบ เส้นบางๆระหว่างความมุ่งมั่นกับความหมกมุ่นก็เริ่มพร่ามัวลงทุกทีวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ในห้องประชุมรัฐสภา เสียงอภิปรายของ พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดังขึ้นอีกครั้งในวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

    ชายหนุ่มในสูทสีกรมท่าคู่กับเนกไทสีส้ม ยืนอยู่ท่ามกลางแถวของสมาชิกสภา มือหนึ่งชี้นิ้วขึ้นในจังหวะอภิปราย สีหน้าจริงจัง เสียงหนักแน่น สะท้อนความเชื่อมั่นในสิ่งที่พูด

    บรรยากาศในห้องประชุมสงบแต่แน่นด้วยความคาดหวัง ไอติมกำลังอธิบายว่า ปัญหาของประเทศเริ่มต้นและจะจบลงที่ “รัฐธรรมนูญ”

    เนื้อหาการอภิปรายว่าด้วยความไม่สมบูรณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ตั้งแต่ที่มาของอำนาจ จนถึงบทบัญญัติที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน กติกาที่ไม่เป็นธรรม คือรากของปัญหาและเมื่อกติกาดี ประชาธิปไตยก็จะดีตาม

    ตลอดสองปีในเส้นทางการเมืองชื่อของ ไอติม มักปรากฏคู่กับคำว่า “รัฐธรรมนูญ” ในทุกเวทีอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นช่วงตั้งกระทู้ ถกงบประมาณ หรือออกสื่อยืนยันจุดยืนเดิมว่า ประเทศไทยต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่ มาจากประชาชนจริง ๆ

    ความมุ่งมั่น นี้กลายเป็นเอกลักษณ์ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ทำให้มีการเริ่มตั้งคำถามว่า “ผู้แทนประชาชน” ควรพูดแทนประชาชนเพียงเรื่องเดียวหรือไม่

    แน่นอน ไม่มีใครปฏิเสธว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 มีข้อจำกัดจริง ทั้งในทางการเมืองและการบริหารประเทศ แต่ปัญหาของประเทศไทยไม่ได้มีเพียง “โครงสร้างอำนาจ”

    ในขณะที่ ไอติม อภิปรายในสภา ฝนกำลังตกหนักทางภาคกลาง น้ำในแม่น้ำล้นตลิ่ง ภาคเหนือเริ่มเจอ ภัยแล้งก่อนฤดู ชายแดนไทย-กัมพูชามีชาวบ้านนอนฟังเสียงเครื่องยนต์ของหน่วยลาดตระเวนทุกคืน และ ราคายาง ในภาคใต้ก็ยังไม่ขยับขึ้นจากปีก่อน

    ชีวิตจริงของผู้คนไม่ได้รอให้รัฐธรรมนูญใหม่เสร็จจึงค่อยเดินต่อ แต่ดูเหมือนโลกของไอติมจะหมุนอยู่ในแกนเดียว คือการเปลี่ยน กติกา ให้สมบูรณ์ในเชิงทฤษฎี

    ความมุ่งมั่น ของเขาจึงมีสองหน้า หน้าหนึ่งคือ พลังของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน แต่อีกหน้าหนึ่งคือภาพของ นักการเมืองที่พูดซ้ำเรื่องเดิมทุกครั้ง แม้ประเด็นอื่น ๆ จะร้อนแรงไม่แพ้กัน

    คำถามที่เริ่มก่อตัวในวงสนทนาทางการเมืองคือ ไอติมยังคง “มุ่งมั่น” อยู่หรือไม่ หรือว่าได้ก้าวข้ามเส้นนั้นไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “หมกมุ่น” แล้วโดยไม่รู้ตัว

    พริษฐ์ วัชรสินธุ เติบโตและเรียนรู้ในระบบการศึกษาตะวันตก กรอบความคิดจึงถูกหล่อหลอมให้เชื่อว่า “สังคมที่ดี เริ่มจากระบบที่ดี” เชื่อใน กติกา เชื่อใน กลไก และเชื่อว่าเมื่อโครงสร้างอำนาจถูกปรับให้เท่าเทียม ประเทศจะค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่ ความเป็นธรรม อย่างยั่งยืน

    แนวคิดแบบนี้งดงามในเชิงทฤษฎี แต่ในสังคมที่ความจริงยังปะปนกับความรู้สึกและผลประโยชน์หลายชั้น สูตรสำเร็จแบบตะวันตกจึงมักสะดุดกลางทาง เพราะประเทศไทยไม่ใช่เพียงพื้นที่ของกฎหมายและระบบ แต่เป็นพื้นที่ของ ชีวิตที่ซับซ้อนกว่าตัวบท

    เสียงอภิปรายของไอติมมักเต็มไปด้วยเหตุผล เปี่ยมด้วยศัพท์ทางการเมืองที่เป็นระบบระเบียบ แต่เมื่อฟังนานเข้า หลายคนเริ่มรู้สึกว่า นี่คือ “ภาษาอีกโลกหนึ่ง” ที่ยังไม่แตะหัวใจของสังคมไทย

    ความตั้งใจไม่เคยเป็นปัญหา สิ่งที่ท้าทายคือวิธีแปลงอุดมการณ์ให้เข้าใจได้ใน ภาษาคน ระหว่าง การวิเคราะห์ กับ การลงมือ ระยะห่างเล็กนิดเดียวแต่มีน้ำหนักมาก และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ภาพของไอติมดูเหมือนคนที่ คิดเป็นระบบ แต่ยังไม่เข้าระบบของสังคมจริง

    พรรคประชาชน ในฐานะพรรคคนรุ่นใหม่ ย่อมหนุนแนวทางแบบเดียวกัน เพียงแต่เมื่อไอติมพูด มักกลายเป็นศูนย์กลางของอุดมการณ์นั้นโดยปริยาย เหมือนภาพสะท้อนของความเชื่อที่ว่า การเปลี่ยนประเทศต้องเริ่มที่การแก้กติกา แม้บางครั้ง “กติกา” นั้นจะยังอยู่ไกลจากชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่

    ความมุ่งมั่นของไอติมไม่ได้เกิดจากความทะเยอทะยานส่วนตัว แต่มาจากความเชื่อว่า กติกาที่ดีจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาอย่างเท่าเทียม มองว่าประเทศไทยติดหล่มเพราะกติกาเก่าขัดขวางพลังของประชาชน และการแก้รัฐธรรมนูญคือหนทางหลักในการคลี่คลายโครงสร้างนั้น

    แต่ในความเป็นจริง การเมืองไม่ใช่สนามจำลอง ที่เปลี่ยนกติกาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นทันที สังคมไทยมีรากทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่พันกันแน่น ตั้งแต่ ความเหลื่อมล้ำ การศึกษา ไปจนถึง ความคิดเรื่องอำนาจ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนได้เพียงด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่

    จึงเริ่มมีการตั้งข้อสังเกตว่า ความมุ่งมั่นอาจกลายเป็นกรอบที่บีบตนเองโดยไม่รู้ตัว เมื่อทุกคำตอบของปัญหาถูกส่งกลับไปยังคำว่า “กติกา” จนบทบาทของผู้แทนประชาชนดูเหมือนจำกัดอยู่เพียงการอภิปรายในเชิงระบบ

    ในขณะที่ชีวิตจริงของประชาชนยังต้องการคนลงมือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องการเสียงที่พูดถึง น้ำท่วม ภัยแล้ง หนี้สิน หรือราคาพืชผล เสียงแบบนั้นกลับไม่ค่อยหลุดออกจากไมค์ของไอติม

    สิ่งที่น่าคิดคือ เมื่อความตั้งใจดีถูกใช้ซ้ำในรูปแบบเดิมนานเกินไป มันอาจค่อย ๆ แปรสภาพจาก พลังผลักดัน เป็น วังวนของความหมกมุ่น จนหลงลืมไปว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงกติกาที่ดี แต่คือชีวิตที่ต้องดีขึ้นพร้อมกันด้วย

    ไม่มีใครปฏิเสธว่า ไอติม คือคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้และความตั้งใจ เป็นภาพแทนของการเมืองแบบใหม่ที่หวังจะพาประเทศออกจากวังวนเดิม แต่ความพยายามกลับติดอยู่ในกรอบที่แคบกว่าที่ตั้งใจไว้ เพราะทุกครั้งที่พูด ทุกครั้งที่ปรากฏตัว เสียงนั้นวนกลับไปที่คำเดิม “รัฐธรรมนูญ”

    ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่อยากเห็นการแก้รัฐธรรมนูญ แต่สังคมไทยกำลังต้องการ นักการเมืองที่ครบเครื่อง คนที่พูดเรื่อง กติกา ได้ แต่ก็พูดเรื่อง ชีวิต ได้ด้วย เพราะ ประชาธิปไตยไม่ได้มีอยู่แค่ในรัฐสภา มันอยู่ใน ตลาดเช้า ในท้องนา ในโรงงาน และบนท้องถนน ที่คนยังต้องดิ้นรน

    เมื่อคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาชนพูดแต่เรื่องโครงสร้าง ภาพของพรรคจึงกลายเป็นเหมือน ชมรมวิชาการทางการเมือง มากกว่าพื้นที่ที่คนรู้สึกว่าเข้าไปพึ่งได้ ความมุ่งมั่นในการแก้กติกา จึงเริ่มกลายเป็นภาพของ ความหมกมุ่นในอุดมคติ ที่ยังไม่เชื่อมถึงความทุกข์ของชีวิตจริง

    พริษฐ์ วัชรสินธุ อาจกำลังทำในสิ่งที่เชื่อว่าถูกที่สุด แต่ในทางการเมือง ความถูกไม่พอ ถ้ามันไม่แตะหัวใจคน เพราะ ความยุติธรรม ไม่เกิดจากบทบัญญัติอย่างเดียว มันเกิดจากคนทำงานการเมืองที่เข้าใจว่า กฎหมายที่ดี ต้องเดินคู่กับความเข้าใจชีวิตคน

    บางทีประเทศไทยอาจไม่ได้ต้องการรัฐธรรมนูญใหม่เพียงอย่างเดียว แต่อาจต้องการ นักการเมืองแบบใหม่ ที่เข้าใจว่า กติกาที่ดีจะไม่มีค่าเลย หากไม่ถูกใช้เพื่อทำให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น

    และนั่นคือบทเรียนเล็ก ๆ จากเรื่องใหญ่ของ พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้มุ่งมั่นจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้ประเทศ แต่ยังลืมมองว่าบ้านหลังเดิม ยังมีคนอีกมากที่แค่ต้องการให้หลังคามันไม่รั่วในฤดูฝน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/878563/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yMXn3HpCf_hwA63kNL1qM

  • สจด. จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการดำเนินงานระบบคลังหน่วยกิต ในหัวข้อ “แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระบบคลังหน่วยกิตสะสมการเรียนรู้แบบ Non-Degree และการต่อยอดสู่ Degree” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการดำเนินงานระบบคลังหน่วยกิต ในหัวข้อ “แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระบบคลังหน่วยกิตสะสมการเรียนรู้แบบ Non-Degree และการต่อยอดสู่ Degree” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115891/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1814ZxRaSwAiRYfc_nZwjL

  • สกู๊ปพิเศษ ศธ.360 องศา “แสงแห่งปัญญา ที่ไม่เคยมืดดับ” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพ่อหลวงแห่งการศึกษาไทย 9 ปีแห่งการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงจุดประกายการเรียนรู้ส่องใจคนไทย – กระทรวงศึกษาธิการ

    สกู๊ปพิเศษ ศธ.360 องศา “แสงแห่งปัญญา ที่ไม่เคยมืดดับ” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพ่อหลวงแห่งการศึกษาไทย 9 ปีแห่งการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงจุดประกายการเรียนรู้ส่องใจคนไทย – กระทรวงศึกษาธิการ

    วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปีคือวันแห่งความทรงจำที่ไม่มีวันเลือนสำหรับพสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน วันที่หัวใจของคนไทยต่างพร้อมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระผู้ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานกว่า 70 ปี และทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรอย่างแท้จริง

    พระองค์มิได้ทรงเป็นเพียงมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ หากยังทรงเป็น “ครูแห่งแผ่นดิน” ผู้จุดแสงแห่งปัญญาให้ส่องสว่างในใจของคนไทยทุกคนแสงนั้นคือ “การศึกษา” พลังแห่งความรู้ที่พระองค์ทรงเชื่อมั่นว่าจะนำพาประเทศชาติให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    “การศึกษานั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้มนุษย์รู้จักคิด รู้จักแยกแยะผิดชอบ และรู้จักรักษาความดีไว้”  พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9

    พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ผู้ทรงเป็นครูของชีวิต

    ตลอดรัชสมัยอันยาวนาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อศึกษาความเป็นอยู่ของพสกนิกรอย่างลึกซึ้ง พระองค์ทรงเห็นว่า “การศึกษา” มิใช่เพียงการเรียนในห้องเรียน หากแต่เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อเข้าใจชีวิต เข้าใจธรรมชาติ และเข้าใจสังคม พระราชกรณียกิจในโครงการพระราชดำริจำนวนมาก เช่น โครงการหลวง ศูนย์ศึกษาการพัฒนา และโครงการฝนหลวง ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพระปรีชาญาณด้านการบูรณาการ “การเรียนรู้กับการพัฒนา” อย่างแนบแน่น พระองค์ทรงเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง สร้างองค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ตรง ซึ่งถือเป็นรูปแบบของ “การศึกษาตลอดชีวิต” ที่พระองค์ทรงริเริ่มไว้นานก่อนโลกจะให้ความสำคัญกับแนวคิดนี้

    การศึกษาพอเพียงรากฐานของความยั่งยืน

    กระทรวงศึกษาธิการได้สืบสานแนวพระราชดำริ พระราชปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักคิดที่ลึกซึ้งและทรงพลัง ซึ่งมิได้จำกัดอยู่เพียงด้านเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นหลักการทางการศึกษาที่มุ่งสร้าง “ปัญญาแห่งความพอเพียง” ให้แก่คนไทยทุกคน โดยได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการ้สู่หลักสูตรการเรียนการสอนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล ดำรงตนอย่างมีภูมิคุ้มกัน และดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงริเริ่ม ได้กลายเป็นต้นแบบของการเรียนรู้แบบบูรณาการเด็กนักเรียนได้เรียนรู้ทั้งวิชาการและวิถีชีวิต รู้จักปลูกผัก เลี้ยงปลา ทำบัญชีครัวเรือน และอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลนั่นคือ “การศึกษาที่มีชีวิต” ซึ่งพระองค์ทรงวางรากฐานไว้ให้คนไทยได้เรียนรู้เพื่ออยู่รอด และเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี

    พระผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจนิรันดร์ของครูไทย

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างของผู้ใฝ่รู้ตลอดชีวิต พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในศาสตร์ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นเกษตร วิทยาศาสตร์ ดนตรี ศิลปะ หรือเทคโนโลยี และทรงศึกษา ทดลอง คิดค้นด้วยพระองค์เองเสมอ แนวทางการเรียนรู้ของพระองค์ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ครูไทยนับล้านคน ยึดถือเป็นแบบอย่างของ “ครูผู้สอนด้วยหัวใจแห่งการเรียนรู้” และยังเป็นรากฐานให้กระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อนนโยบาย “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมในยุคดิจิทัลปัจจุบันพระราชปณิธานนั้นได้ถูกสืบสานผ่านโครงการ “ห้องเรียนอัจฉริยะ” “ศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัล” และ “แพลตฟอร์มการศึกษาออนไลน์” ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ อันเป็นการต่อยอดพระราชดำริเรื่องการศึกษาอย่างแท้จริง

    การศึกษา คือพลังแห่งแผ่นดิน

    จากวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 จนถึงวันนี้ เป็นเวลา 9 ปีแล้วที่พระองค์เสด็จสวรรคต แต่แสงแห่งปัญญาที่พระองค์ทรงจุดไว้ยังคงส่องสว่างในหัวใจของคนไทยเสมอ ในทุกห้องเรียนของเด็กไทย ในทุกโครงการพัฒนาเพื่อชุมชน ในทุกความพยายามของครูที่มุ่งมั่นสร้างอนาคตให้ศิษย์ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพระบารมีและพระราชปณิธานของพระองค์ที่ยังคงดำรงอยู่ การศึกษาที่พระองค์ทรงีปลูกไว้ มิได้เป็นเพียงระบบ หากแต่เป็น “จิตวิญญาณของการเรียนรู้” ที่หยั่งรากอยู่ในสังคมไทยอย่างมั่นคง คือพลังที่หล่อเลี้ยงประเทศให้ยืนหยัดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก

    แสงที่ไม่มีวันดับ

    วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี จึงไม่ใช่เพียงวันแห่งความอาลัย แต่คือวันแห่งการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระผู้เป็น “แสงนำทาง” ให้คนไทยก้าวเดินต่อไปด้วยปัญญา ความดีงาม และความเพียร แม้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่แสงแห่งพระปัญญายังคงส่องอยู่ในใจของเราทุกคน ในห้องเรียน ในทุ่งนา ในห้องทดลอง และในทุกเส้นทางแห่งการเรียนรู้

    น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พ่อหลวงแห่งการศึกษาไทย

    พบพร ผดุงพล / เรียบเรียง , กราฟิก
    เครดิตภาพ
    http://kanchanapisek.or.th/activities/ , http://archive4.kanchanapisek.or.th/html/book7.html

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/nawamindramaharajday/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33xLadtiYw8sf_nRrLjIMx

  • สพฐ.-เคหะแห่งชาติ เตรียมผนึกกำลัง “รีโนเวทบ้านพักครู” เติมคุณภาพชีวิตคนการศึกษา | เดลินิวส์

    สพฐ.-เคหะแห่งชาติ เตรียมผนึกกำลัง “รีโนเวทบ้านพักครู” เติมคุณภาพชีวิตคนการศึกษา | เดลินิวส์

    สพฐ.-เคหะแห่งชาติ เตรียมผนึกกำลัง “รีโนเวทบ้านพักครู” เติมคุณภาพชีวิตคนการศึกษา

    สพฐ.-เคหะแห่งชาติ เตรียมผนึกกำลัง “รีโนเวทบ้านพักครู” เติมคุณภาพชีวิตคนการศึกษา ด้านเลขาธิการ กพฐ. ย้ำ ใช้จ่ายงบ 69 ต้องคุ้มค่าและโปร่งใส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5202618/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0w3DcyI2e9y-koNWApw0Er

  • บำบัดจิตด้วยยาอีและเห็ดวิเศษ เปิดโปงหมอผีในแอฟริกาใต้ใช้ยาหลอนประสาทรักษาสุขภาพจิตโดยไร้การควบคุม – BBC News ไทย

    บำบัดจิตด้วยยาอีและเห็ดวิเศษ เปิดโปงหมอผีในแอฟริกาใต้ใช้ยาหลอนประสาทรักษาสุขภาพจิตโดยไร้การควบคุม – BBC News ไทย

    บำบัดจิตด้วยยาอีและเห็ดวิเศษ เปิดโปงหมอผีในแอฟริกาใต้ใช้ยาหลอนประสาทรักษาสุขภาพจิตโดยไร้การควบคุม

    A blindfolded man in a blue T-shirt lies on a bed as a woman stands over him fanning feathers from the wing of a bird.

      • Author, แคลร์ มาวิซา
      • Role,
      • Author, มาร์โก โอรุนโต
      • Role,
      • Author, นิกกี โทรลล์
      • Role,
      • Author, โจ มูนนิก
      • Role, บีบีซี แอฟริกา อาย (BBC Africa Eye)

    แม้ยาหลอนประสาทไซคีเดลิก (psychedelic drugs) จะยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศแอฟริกาใต้ แต่ผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นหมอพื้นบ้านและหมอผีในเมืองเคปทาวน์หลายรายยังคงโฆษณาอย่างเปิดเผยว่าพวกเขาใช้สารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบำบัด

    ผู้ที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจากการใช้ยาหลอนประสาทไซคีเดลิกในเชิงพาณิชย์ อาจได้รับโทษปรับ หรือจำคุกสูงสุดถึง 25 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

    สจวร์ต ดอดส์ ช่างภาพอิสระรายหนึ่ง คือหนึ่งในผู้ที่ยินดีเข้ารับการบำบัดจากหมอผีในพื้นที่

    เขาเลือกเข้ารับการบำบัดในกระท่อมไม้หลังหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้บริเวณชานเมืองเคปทาวน์ ในสถานที่แห่งนั้น เขากำลังจะเข้าสู่ประสบการณ์ใช้สารไซคีเดลิกเป็นครั้งที่สอง เพื่อรักษาปัญหาสุขภาพจิตที่เขาเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง แม้เขาเคยใช้ยารักษาตามใบสั่งแพทย์มาแล้ว แต่เขายังคงเชื่อมั่นว่าสารหลอนประสาทชนิดนี้คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยเยียวยาอาการของเขาได้

    ชายวัย 53 ปีรายนี้เปิดเผยว่า “แม่ผมเสียชีวิตกะทันหัน มันเป็นเรื่องที่หนักหนามาก แล้วแฟนเก่าก็มาบอกเลิกหลังจากแม่เสียไปได้ปีหนึ่ง นั่นแหละที่ทำให้ชีวิตผมเหมือนถูกดึงพรมออกจากใต้เท้า”

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • The three female animated stars from the pop group Huntr/x of KPop Demon Hunters

    • A composite image of Dr Li on Mount Tai and as a medical student, reading a text book

    • 1 ใน 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 เสนอโดย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.

    • King Faisal of Saudi Arabia (Faisal bin Abdulaziz Al Saud) speaking at a press conference at the Dorchester hotel, London, in May 1967.  He is seated behind a table with multiple microphones, dressed in traditional Saudi attire, including a head covering and robe.

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    เขาตัดสินใจเข้ารับประสบการณ์บำบัดด้วยไซคีเดลิก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 65,000 บาท ผู้จัดกิจกรรมระบุว่า ค่าบริการดังกล่าวครอบคลุมที่พักและบริการสนับสนุนอื่น ๆ และการบำบัดครั้งนี้ประกอบด้วยการใช้สารไซโลไซบิน (psilocybin) ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “เห็ดวิเศษ” และสารเอ็มดีเอ็มเอ หรือ “ยาอี”

    แม้งานวิจัยและการทดลองจำนวนมากชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของสารหลอนประสาทกลุ่มนี้ในการรักษาอาการป่วยทางจิตใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงเตือนถึงความเสี่ยงจากการใช้สารเหล่านี้นอกเหนือจากบริบททางการแพทย์ที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด

    A close-up of a pair of hands, with some black-painted nails visible, holding a small bowl with dried mushrooms in water. There is a small plastic container near the bowl with a love heart on it.

    คำบรรยายภาพ, เมแกน ฮาร์ดี เตรียมเห็ดวิเศษก่อนจัดเป็นขนานยาให้สจวร์ต ดอดส์ รับประทาน

    เมแกน ฮาร์ดี ผู้นำพิธีบำบัดให้กับนายดอดส์ ระบุว่าเธอเรียกตัวเองว่า “หญิงผู้ใช้ยารักษา” ก่อนเริ่มพิธี เธอรับประทานยาในปริมาณน้อย โดยเธออ้างว่าสิ่งนี้ช่วยให้เธอสามารถปรับคลื่นพลังงานให้สอดคล้องกับผู้เข้ารับการบำบัดได้

    ฮาร์ดีกล่าวว่า “ศัพท์ของหมอผีคือ การมีเท้าอยู่ในสองโลก”

    แม้เธอจะตระหนักดีว่าสารเหล่านี้ยังคงผิดกฎหมายในแอฟริกาใต้ แต่เธอยืนยันว่าการใช้ยาในลักษณะนี้คือ “การฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชอบธรรม”

    เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเธอมีคุณสมบัติใดในการกำหนดปริมาณยาที่เหมาะสม ฮาร์ดีตอบว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอได้ทดลองใช้สารเหล่านี้กับตัวเอง เพื่อเรียนรู้ว่า “สารใดใช้ได้ผลในสถานการณ์แบบใด”

    ความสนใจของสาธารณชนต่อการใช้กลุ่มยาไซคีเดลิกในการรักษาอาการทางจิตใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นความสนใจดังกล่าว ได้แก่ ความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น และการทดลองทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับสารหลอนประสาทที่มีจำนวนมากขึ้น โดยมักมุ่งไปที่ประสิทธิภาพในการรักษาอาการต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD)

    ผลการศึกษาร่วมกันของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ระบุว่า ประชากรโลกครึ่งหนึ่งอาจเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงชีวิต ความต้องการในการรักษาโรคทางจิตใจที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ธุรกิจด้านสุขภาพจิตเติบโตจนมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    ก่อนเริ่มพิธีกรรมไซคีเดลิก ซึ่งนายสจวร์ต ดอดส์ อนุญาตให้ทีมข่าวบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส บันทึกภาพไว้ได้ เมแกน ฮาร์ดีได้กล่าวย้ำกับผู้เข้ารับการบำบัดว่า พวกเขาสามารถยุติพิธีได้ทุกเมื่อ

    “หากคุณรู้สึกไม่สบายใจ หรือรู้สึกว่ากระบวนการนี้กระตุ้นความรู้สึกบางอย่าง… คุณสามารถสื่อสารออกมาแล้วบอกว่า ‘พอแล้ว’ ได้เลย” ฮาร์ดีกล่าวกับผู้เข้าร่วม

    เคต เฟอร์กูสัน เพื่อนร่วมงานของฮาร์ดี ก็รับประทานยาเอ็มดีเอ็มเอและเห็ดวิเศษในปริมาณเล็กน้อยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งฮาร์ดีและเฟอร์กูสันไม่ได้มีพื้นฐานการฝึกอบรมทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ

    ในระหว่างพิธี นายดอดส์นอนอยู่บนฟูกบาง ๆ ที่ปูอยู่บนพื้นกระท่อม โดยมีผ้าห่มสีเทาคลุมร่างและสวมผ้าปิดตาไว้ เมื่อฤทธิ์ยาค่อย ๆ แสดงผล เขาดูเหมือนจะแสดงอาการสลับไปมาระหว่างภาวะสงบและช่วงเวลาที่ร่างกายกระตุกหรือเคลื่อนไหวอย่างไม่เป็นจังหวะ

    “ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกกับมัน” ฮาร์ดีกระซิบข้างหูพลางโอบกอดเขา

    .

    คำบรรยายภาพ, สจวร์ต ดอดส์กล่าวว่า “ไม่มีใครบังคับผมนะ มันเป็นแค่การที่ผมพยายามหาคำตอบในช่วงเวลานั้น ว่าผมอยากจะรับมันไหม ผมมีโอกาสเต็มที่ที่จะพูดว่า ‘เอา’ หรือ ‘ไม่เอา’ หรือ ‘โอเค เอาก็ได้’”

    หญิงทั้งสองคนเดินวนไปรอบห้องในระหว่างพิธี โดยจุดไฟเผาสมุนไพรและเขย่าลูกแซ่ของหมอผี พร้อมกับร้องเพลงและสวดมนต์ในพิธีชำระล้างที่เรียกว่า “smudging” หรือการรมควันเพื่อขจัดพลังงานด้านลบ ฮาร์ดีใช้ปีกนกพัดไปรอบร่างกายของนายดอดส์ โดยเธออธิบายว่าเป็นความพยายามในการขจัด “พลังงานด้านลบ” ออกจากตัวเขา

    หลังจากนั้น ฮาร์ดีเสนอให้นายดอดส์รับยาเอ็มดีเอ็มเอเพิ่มเติม ซึ่งเขาได้ให้ความยินยอมไว้ล่วงหน้าก่อนเริ่มพิธี อย่างไรก็ตาม เมื่อฮาร์ดีสอบถามว่าเขาต้องการรับยาหรือไม่ นายดอดส์กลับยักไหล่และตอบว่า “ไม่รู้สิ”

    ทีมข่าวบีบีซีสอบถามนายดอดส์ในภายหลังว่า เขาสามารถให้ความยินยอมในการรับยาเพิ่มเติมได้อย่างไร ในเมื่อขณะนั้นเขาอยู่ในสภาวะที่เปลี่ยนแปลงจากฤทธิ์ยาแล้ว

    เขากล่าวว่า “ไม่มีใครบังคับผมนะ มันเป็นแค่การที่ผมพยายามหาคำตอบในช่วงเวลานั้น ว่าผมอยากจะรับมันไหม ผมมีโอกาสเต็มที่ที่จะพูดว่า ‘เอา’ หรือ ‘ไม่เอา’ หรือ ‘โอเค เอาก็ได้’”

    อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนในแวดวงจิตเวชเตือนถึงความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมการบำบัดด้วยสารหลอนประสาทที่ยังไม่มีการควบคุมอย่างเป็นระบบ

    ดร.มาร์เซล สตาสต์นี ผู้ประสานงานของสมาคมจิตแพทย์แอฟริกาใต้ ระบุว่า “การจะให้ความยินยอมได้ คน ๆ นั้นต้องมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน”

    “ถ้าคน ๆ หนึ่งได้รับสารไซโลไซบินและเอ็มดีเอ็มเอไปแล้ว เขาจะไม่สามารถรับรู้ความเป็นจริงได้อย่างเต็มที่ เพราะเขาอยู่ในสภาวะมึนเมา และจากการทดลองหลายแห่งทั่วโลก เราพบว่ามีการละเมิดขอบเขตที่เหมาะสมเกิดขึ้นจริง”

    .

    ที่มาของภาพ, ฺBBC

    คำบรรยายภาพ, เมแกน ฮาร์ดี ผู้เรียกตนว่านักบำบัดกล่าวว่า “เรากำลังทำงานในรูปแบบที่จิตแบบตะวันตกไม่เข้าใจ และอาจดูน่าหวาดกลัว”

    ทีมข่าวบีบีซีสอบถามเมแกน ฮาร์ดีว่า การที่เธออยู่ภายใต้ฤทธิ์ของยาในขณะเป็นผู้นำพิธีกรรมบำบัดนั้น อาจส่งผลต่อความสามารถในการดูแลผู้เข้ารับการบำบัดหรือไม่

    ฮาร์ดีตอบว่า “คำถามนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า สภาวะจิตที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์เป็นสิ่งที่พึงประสงค์มากกว่า” เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “เรากำลังทำงานในรูปแบบที่จิตแบบตะวันตกไม่เข้าใจ และอาจดูน่าหวาดกลัว”

    ขณะเดียวกัน งานวิจัยจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังศึกษาว่า สารหลอนประสาทอาจเป็นทางเลือกในการรักษาโรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล และการเสพติดสารเสพติดได้หรือไม่

    ในปี 2022 มีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งให้ผู้เข้าร่วมจำนวน 233 คน รับประทานสารไซโลไซบิน (psilocybin) ในรูปแบบสังเคราะห์ โดยมีการสนับสนุนทางจิตวิทยาจากนักบำบัดที่ผ่านการฝึกอบรม

    ผลการศึกษาพบว่า การให้ยาในปริมาณ 25 มิลลิกรัม ช่วยให้อาการซึมเศร้าของผู้ป่วยดีขึ้นตามการประเมินของผู้ป่วยเอง

    อย่างไรก็ตาม รายงานทบทวนการศึกษา ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักงานยาแห่งสหภาพยุโรป (European Medicines Agency) ในปี 2025 และพิจารณาข้อมูลจากผู้เข้าร่วมรวม 595 คนใน 8 การศึกษาที่เสร็จสิ้นแล้ว แนะนำว่า ควรมี “หลักฐานทางคลินิก” เพิ่มเติมก่อนจะอนุมัติให้จำหน่ายสารไซโลไซบิน

    รายงานฉบับเดียวกันยังเตือนว่า การใช้สารหลอนประสาทหรือไซคีเดลิกอาจกระตุ้น “ให้เกิดอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และระดับความวิตกกังวลเพิ่มสูงขึ้น” ข้อค้นพบดังกล่าวตอกย้ำถึงความจำเป็นในการใช้สารหลอนประสาทใน “สภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด”

    แม้สารหลอนประสาทหรือไซคีเดลิกจะยังคงผิดกฎหมายในหลายประเทศทั่วโลก แต่อุตสาหกรรมนี้กลับเติบโตอย่างต่อเนื่องในแอฟริกาใต้ การเติบโตดังกล่าวสะท้อนผ่านจำนวนบริการที่โฆษณาทางออนไลน์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    ดร.มาร์เซล สตาสต์นี กล่าวถึงสถานการณ์นี้ว่า “ฉันคิดว่านี่เป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในเคปทาวน์ มันกำลังระบาด ผู้คนหลงทางและรู้สึกขาดการเชื่อมโยง ทุกคนกำลังมองหายาวิเศษที่จะรักษาทุกอย่างได้ แต่ความจริงคือ มันไม่มียาแบบนั้น”

    A woman in a beige jacket with a furry collar stands next to a white horse. She is squinting as she looks to the left.

    คำบรรยายภาพ, โซเน็ตต์ ฮิลล์ เลิกใช้สารหลอนประสาทกับผู้อื่นแล้ว แต่ยังเชื่อมั่นว่าสารเหล่านี้สามารถ “เยียวยาโลกได้”

    เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โซเน็ตต์ ฮิลล์ ผู้ตั้งตนเป็นผู้นำการบำบัดเปิดจิตจากเมืองเคปทาวน์ ได้ให้สารไอโบเกน (Ibogaine) แก่ผู้ป่วยรายหนึ่งของเธอ ไอโบเกนเป็นสารหลอนประสาทที่มีฤทธิ์รุนแรง ซึ่งสกัดจากพืชพื้นถิ่นในป่าฝนเขตร้อนของแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก

    ทว่าผลลัพธ์จากการใช้สารดังกล่าวกลับไม่เป็นไปตามที่คาดไว้

    ฮิลล์เล่าว่า “เขาคว้าคอฉันไว้ เขาอยากจะฆ่าฉัน บางอย่างเข้าครอบงำเขา แล้วเขาก็แค่อยากจะฆ่าฉัน”

    แม้ไอโบเกนจะสามารถใช้เป็นยาดีท็อกซ์สำหรับผู้ติดยาเสพติด แต่ในประเทศแอฟริกาใต้ การซื้อหรือใช้สารนี้ถือว่าผิดกฎหมาย และอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะภายใต้การควบคุมทางการแพทย์และเภสัชกรรมอย่างเข้มงวดเท่านั้น

    ไม่มีการดำเนินคดีอาญากับฮิลล์จากเหตุการณ์ดังกล่าว และหลังจากนั้นเธอได้หยุดให้สารหลอนประสาทกับผู้อื่น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ได้เปลี่ยนความเชื่อของเธอที่มีต่ออุตสาหกรรมบำบัดด้วยไซคีเดลิก

    ฮิลล์กล่าวว่า “ฉันพูดจากใจจริงว่า ฉันเชื่อว่าสารเปิดจิตสามารถเยียวยาโลกใบนี้ได้ ฉันไม่เชื่อในระบบการแพทย์เลย”

    ในอีกกรณีหนึ่ง ไมโล มาร์ติโนวิช วัย 26 ปี เดินทางมายังแอฟริกาใต้เพื่อขอความช่วยเหลือในการเลิกยาเสพติด แต่เสียชีวิตในสถานบำบัดที่ไม่ได้จดทะเบียน สถานบำบัดดังกล่าวมีทันตแพทย์เป็นผู้ดูแล และให้สารไอโบเกนแก่เขา

    หกชั่วโมงหลังจากรับยา เขาเสียชีวิต

    คลินิกที่ไม่ได้จดทะเบียนดังกล่าวไม่ทราบว่าเขาติดยาซาแนกซ์ (Xanax) ซึ่งเป็นยากลุ่มเบนโซไดอะซีพีน (benzodiazepine) ที่ไม่ควรใช้ร่วมกับไอโบเกน

    ในปี 2024 ดร.อันวาร์ จีวา ทันตแพทย์ผู้ดูแล ถูกตัดสินว่ามีความผิดในหลายข้อหา รวมถึงการฆ่าคนโดยประมาท โดยการเสียชีวิตของไมโลเป็นหนึ่งในหลายสิบกรณีทั่วโลกที่มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับไอโบเกน

    ดร.มาร์เซล สตาสต์นี กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “คุณไม่สามารถเรียกบางสิ่งว่าเป็นยาได้ ถ้ามันไม่ใช่ยา” เขาเสริมว่า “ฉันเคยพบผู้ป่วยรายใหม่ที่หลังจากผ่านประสบการณ์ไซโลไซบินมาก็มีอาการหลุดออกจากความเป็นจริงเป็นเวลานาน”

    แม้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการใช้สารหลอนประสาทเพื่อการรักษาจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่อุตสาหกรรมออนไลน์ที่มีผู้บำบัดซึ่งอ้างตัวว่าเชี่ยวชาญ และให้บริการ “การเดินทาง” ด้วยสารผิดกฎหมายหลากหลายชนิด กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

    ดร.สตาสต์นีกล่าวว่า “พวกเขาแค่รู้สึกว่าตัวเองเคยผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว รู้สึกดี และอยากช่วยคนอื่น นั่นคือกลุ่มที่ดีที่สุด” และกล่าวต่อว่า”ส่วนกลุ่มที่แย่ที่สุดคือพวกที่มีอัตตาสูง คิดว่าตัวเองช่วยคนได้ และทำได้ดีกว่าจิตแพทย์เสียอีก”

    กลับมาที่กระท่อมกลางป่าในเมืองเคปทาวน์ ฤทธิ์ของสารที่นายสจวร์ต ดอดส์ใช้เริ่มจางลง เขากล่าวว่า แม้จะยังไม่รู้สึกว่าได้รับการเยียวยาอย่างสมบูรณ์ แต่เขาเชื่อว่าตัวเองกำลังอยู่บนเส้นทางนั้น

    “ผมอยากเข้าใจตัวเองให้มากขึ้น อยากมีสติรู้ตัวมากขึ้น” เขากล่าว “ผมรู้สึกว่ามันเหมือนเปิดบางอย่างในตัวผมออกมา ซึ่งผมคิดว่าผมน่าจะทำพิธีอีกครั้งหลังจากนี้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cx2ygp237d0o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XpfraHMDjxZK3ebgpgINP

  • ติดดาบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขับเคลื่อนงานมีประสิทธิภาพ | เดลินิวส์

    ติดดาบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขับเคลื่อนงานมีประสิทธิภาพ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 14 ต.ค. น.ส.อรัญญา พรไชยะ รองปลัด กทม. เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี น.ส.พิศมัย เรืองศิลป์ ผอ.สำนักการศึกษา กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด

    รองปลัด กทม. กล่าวว่า ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารับการอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะที่ดีพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่ง กทม. ได้กำหนดกรอบแนวทางการพัฒนาโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 3 ส่วน โดยส่วนแรกคือกายภาพ เป็นการปรับปรุงโรงเรียน และพื้นที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน ให้มีความเหมาะสมและปลอดภัย ดูแลคุณภาพด้านสุขลักษะต่าง ๆ เป็นต้น

    ส่วนที่สอง เรื่องของหลักสูตรการศึกษา ซึ่งได้มีการนำนวัตกรรมเข้ามาผสมผสานกับการเรียนรู้สมัยใหม่ ส่วนที่สามสำคัญกว่า 2 ส่วนแรก คือการพัฒนาข้าราชการครูและผู้บริหารสถานศึกษา โครงการนี้จึงเป็นเวทีหนึ่งในการบ่มเพาะและฝึกฝนให้ใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้อย่างจริงจัง

    รองปลัด กทม. กล่าวด้วยว่า เวทีนี้สามารถคิดนอกกรอบได้ แสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งในส่วนของการนำเสนอผลงานของผู้เข้ารับการอบรมนั้น สำนักการศึกษาจะพิจารณาว่าเรื่องใดสามารถไปต่อได้ จึงขอให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตั้งใจ มุ่งมั่น ที่จะนำเรื่องที่ได้ประโยชน์ไปใช้ต่อในเชิงความคิด เชิงบูรณาการ และเชิงพัฒนานวัตกรรม นอกจากนี้ ขอฝากเรื่องการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน รวมถึงระมัดระวังในการเผยแพร่คลิปต่าง ๆ ที่มีความอ่อนไหวและอาจส่งผลกระทบต่อสังคมหรือบุคคลใดจากการเผยแพร่คลิปได้

    ทั้งนี้ กทม. โดยสำนักการศึกษา จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อฝึกอบรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่ง และเตรียมความพร้อมที่จะดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา รวมทั้งเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม ในอันที่จะทำให้การปฏิบัติราชการเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความก้าวหน้าด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานคร

    โดยผู้เข้ารับการอบรมเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา รวม 93 คน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5202446/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32iWsBQvPmjAjPLU5QwcM9

  • “เอ็นที”จับมือ“เทคมังส์” รุกพัฒนาโซลูชั่นเอไอ | เดลินิวส์

    “เอ็นที”จับมือ“เทคมังส์” รุกพัฒนาโซลูชั่นเอไอ | เดลินิวส์

    “เอ็นที”จับมือ“เทคมังส์” รุกพัฒนาโซลูชั่นเอไอ

    มุ่งเป้าหมายพัฒนาโซลูชัน ด้านเอไอ   ใช้โครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมทั่วประเทศในการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัล และระบบคลาวด์มาตรฐานสากลในการรองรับการพัฒนา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5201894/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00hNFFcVYitonNxDMCO_yz

  • ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ “ไมโครชิพ” ขยายลงทุนเพิ่มอีก 2 พันลบ. ดันไทยศูนย์กลางทดสอบชิปภูมิภาค : อินโฟเควสท์

    ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ “ไมโครชิพ” ขยายลงทุนเพิ่มอีก 2 พันลบ. ดันไทยศูนย์กลางทดสอบชิปภูมิภาค : อินโฟเควสท์

    นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมสายการผลิตและพบหารือกับผู้บริหารบริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัดว่า ล่าสุดคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการของบีโอไอ ได้อนุมัติส่งเสริมการขยายการลงทุนโครงการประกอบและทดสอบชิป (Wafer Testing, IC Packaging and Testing) เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดโลก มูลค่าลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมถึงปัจจุบัน บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 12 โครงการ มูลค่าลงทุนรวมกว่า 38,000 ล้านบาท

    “ไมโครชิพ” เป็นบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่รายแรกจากสหรัฐอเมริกาที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2538 และได้ขยายการลงทุนต่อเนื่องตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

    ในประเทศไทย ไมโครชิพมีโรงงานประกอบและทดสอบชิปโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 2 แห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปัจจุบันจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 4,500 คน ในจำนวนนี้เป็นวิศวกรไทย 440 คน ถือเป็นฐานการประกอบและทดสอบชิปที่ใหญ่ที่สุดในเครือ โดยกว่าร้อยละ 90 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของไมโครชิพทั่วโลกจะถูกส่งมาทดสอบที่โรงงานในไทยแห่งนี้ก่อนจำหน่ายให้กับลูกค้า โดยกิจการในไทยครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบวงจรรวมบนแผ่นซิลิคอนเวเฟอร์ การประกอบและทดสอบชิป การเป็นศูนย์กระจายสินค้าสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการสนับสนุนด้านวิศวกรรม เทคนิคการผลิต และเทคโนโลยีการตรวจสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์แก่บริษัทในเครือทั่วโลก สำหรับการขยายการลงทุนรอบใหม่นี้ เน้นเพิ่มขีดความสามารถการประกอบและทดสอบชิปขั้นสูง เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดโลก

    นอกจากนี้ ไมโครชิพยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรไทย โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 21 แห่ง ทั้งระดับปริญญาตรีและอาชีวศึกษา รวมถึงโครงการสหกิจศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรขั้นสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์ โดยองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้สั่งสมในฐานการผลิตในไทย ทำให้โรงงานในไทยเป็นหนึ่งในศูนย์ความรู้ที่ใช้อบรมและพัฒนาวิศวกรของบริษัทจากต่างประเทศอีกด้วย

    “การที่บริษัทไมโครชิพ หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมชิประดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ได้ลงทุนและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย จนกลายเป็นศูนย์ประกอบและทดสอบผลิตภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเครือ อีกทั้งยังสนับสนุนให้วิศวกรไทยมีบทบาทสำคัญในการร่วมออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและทดสอบ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในขีดความสามารถของบุคลากรไทย และศักยภาพของไทยในการเป็นฐานที่มั่นสำคัญสำหรับการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ซึ่งการขยายการลงทุนครั้งนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย และสนับสนุนให้ไทยเดินหน้าสู่เป้าหมายชิปเมดอินไทยแลนด์” นายนฤตม์ กล่าว

    ทั้งนี้ ขณะนี้บีโอไออยู่ระหว่างการนำเสนอรัฐบาลเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) ชุดใหม่ แทนชุดเดิมที่สิ้นสุดพร้อมรัฐบาลเดิม โดยมีวาระสำคัญที่เตรียมนำเสนอบอร์ดชุดใหม่ เช่น ยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (National Semiconductor Strategy) พร้อมข้อเสนอมาตรการสนับสนุนแบบครบวงจร รวมทั้งแผนการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อรองรับการลงทุนที่จะขยายตัวอย่างมากในอนาคต

    บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นบริษัทในเครือ Microchip Technology Inc. ผู้นำระดับโลก

    ด้านเซมิคอนดักเตอร์และระบบควบคุมอัจฉริยะ โดยผลิตชิปประเภทไมโครคอนโทรลเลอร์ ชิปอะนาล็อกและการจัดการพลังงานที่เป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสารและโทรคมนาคม ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมอวกาศ บริษัทมีลูกค้ากว่า 1 แสนราย ในกว่า 120 ประเทศ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR9D0IQ4IIZFH6DH5KWPI4PDMWWXCU5T&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lkEZ0jTyZ5QQqqqE5wZiC

  • ธ.ก.ส. จัดกิจกรรมกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 ณ วัดศรีบุญเรือง จ.มุกดาหาร – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ธ.ก.ส. จัดกิจกรรมกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 ณ วัดศรีบุญเรือง จ.มุกดาหาร – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นายกษาปณ์ เงินรวง กรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  พร้อมด้วย นายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง นายณรงค์ สวรรค์โพธิ์พันธุ์ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. และนายโกเมนทร์ โคตรศรีวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำนุบำรุงและสืบทอดประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยร่วมถวายผ้ากฐินสามัคคี ธ.ก.ส. ประจำปี 2568 ให้แก่พระสงฆ์ที่จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดศรีบุญเรือง ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเงินที่ได้จากการร่วมบุญกฐินในครั้งนี้ ธ.ก.ส. จะนำไปถวายจตุปัจจัยไทยธรรม สมทบทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะและสาธารณูปโภคภายในวัด ส่งเสริมการศึกษาธรรมะของพระภิกษุสามเณรที่ศึกษาในหลักสูตรนักเรียนพระปริยัติธรรม และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจชนิดไบเฟสิก พร้อมเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด มอบให้แก่โรงพยาบาลมุกดาหาร เพื่อใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงาน ธ.ก.ส. ลูกค้าธนาคาร และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมกิจกรรม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/14/585933/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0InvDS6gqw8HjvvfICpo_d

  • ราชมงคลพระนคร ร่วมมือเอกชนสนับสนุนการจัดการศูนย์ข้อมูล-ESG

    ราชมงคลพระนคร ร่วมมือเอกชนสนับสนุนการจัดการศูนย์ข้อมูล-ESG

    การศึกษา

    ราชมงคลพระนคร ร่วมมือเอกชนสนับสนุนการจัดการศูนย์ข้อมูล-ESG

    วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 09.59 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ราชมงคลพระนคร ร่วมมือเอกชนสนับสนุนการจัดการศูนย์ข้อมูล-ESG

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (ราชมงคลพระนคร) โดย ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดี ร่วมบันทึกลงนามความเข้าใจ (MOU) กับคุณปรเมศวร์ เรืองหนู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท พีเอสทีซี คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และ ดร.ไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อี เอส จี โกลบอล จำกัด เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ตามมาตรฐานสากล และพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิจัย นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุมดิเรกฤทธิ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ราชมงคลพระนคร (ศูนย์เทเวศร์)

    ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ราชมงคลพระนครมีความมุ่งมั่นในการสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติ ที่มีความรู้ และความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนไป และร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ การลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจทั้ง 3 ฝ่าย จะร่วมกันพัฒนาความรู้ ความเข้าใจด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้มีคุณภาพ มาตรฐานสากล และสอดคล้องกับความต้องการภาคอุตสาหกรรมปัจจุบัน โดยการอบรมภาคปฏิบัติ การทำวิจัย ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาทักษะ ศักยภาพ และประสบการณ์ เมื่อเกิดองค์ความรู้ใหม่สามารถนำไปต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมและจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน

    “นอกจากนี้ต้องยอมรับว่าองค์กรทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการสร้างสมดุลครอบคลุมทั้ง 3 มิติอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล (ESG) ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้จะร่วมกับเครือข่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ การศึกษา วิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มพูนความรู้พัฒนาให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และร่วมกันจัดทำหลักสูตร พัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพระดับสากล ซึ่งจะส่งผลให้บัณฑิตราชมงคลพระนครเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติที่มีคุณภาพ คุณธรรม จรรยาบรรณในวิชาชีพ สร้างสรรค์งานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ช่วยเหลือสังคม”

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/450308&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wLMYdOzqc4Hp-KA4I-lfH