Category: วัฒนธรรม

  • ออฟฟิศยุคใหม่ต้องหายใจสะดวก ปลอดฝุ่นผงหมึก หนุนปฏิวัติสภาพแวดล้อมทำงานด้วย Zero Toner Dust

    ออฟฟิศยุคใหม่ต้องหายใจสะดวก ปลอดฝุ่นผงหมึก หนุนปฏิวัติสภาพแวดล้อมทำงานด้วย Zero Toner Dust

    เรื่องเล็กๆ ที่เคยถูกมองข้ามในสำนักงาน กลับกลายเป็นประเด็นร้อนที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพพนักงานและความยั่งยืนทางธุรกิจ เมื่อ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเจ้าของเพจ “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากฝุ่นผงหมึก (Toner Dust) ของเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์เลเซอร์ สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรยุคใหม่ไม่สามารถมองข้ามเรื่องคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมการทำงานได้อีกต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กำลังกลายเป็นกรอบปฏิบัติของทั้งภาครัฐและเอกชน


    ฝุ่นผงหมึกไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในออฟฟิศ

    รศ.ดร.เจษฎา ระบุชัดเจนว่าผงหมึกและสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่ระคายเคืองทางเดินหายใจ ปวดศีรษะ แสบตา จนถึงความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งและโรคหัวใจและหลอดเลือด
    ขณะที่ผลวิจัยนานาชาติยืนยันว่าอนุภาคขนาดนาโนเมตรจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์สามารถทะลุทะลวงเข้าไปถึงระดับเซลล์และยีน ทำให้เกิดผลสะสมต่อร่างกาย โดยเฉพาะในห้องทำงานปิดที่อากาศถ่ายเทไม่ดี โดยงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเวสต์เวอร์จิเนีย (WVU) และ มหาวิทยาลัยซีอานเจียวตง (XJTU) ได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจาก อนุภาคนาโนของผงหมึก (Toner Nanoparticles) ที่ปล่อยออกมาจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ซึ่งหลายครั้งถูกเรียกว่า “Zero Toner Dust”
    รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเจ้าของเพจ “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง”
    งานวิจัยล่าสุดโดย Nancy Lan Guo จาก WVU เผยว่า อนุภาคนาโนขนาดจิ๋วที่ฟุ้งออกมาระหว่างการพิมพ์สามารถก่อผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง การทดลองในหนูพบว่าเพียงวันเดียวของการสัมผัสก็ทำให้เกิดความผิดปกติในยีนที่เกี่ยวข้องกับเมตาบอลิซึม ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงระบบประสาท ผลลัพธ์นี้สะท้อนว่าแม้ฝุ่นผงหมึกในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้  ด้านนักวิจัยจาก XJTU ได้ศึกษาเรื่องมลพิษทางอากาศ โดยมุ่งเน้นไปที่อนุภาคนาโนวิศวกรรมที่ปล่อยออกมาจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ พบว่าผงหมึกประกอบด้วยวัสดุนาโนหลากหลายชนิด เช่น ออกไซด์ของซิลิกอน ไทเทเนียม เหล็ก สังกะสี อะลูมิเนียม ทองแดง และเซเรียม ซึ่งสามารถลอยฟุ้งขึ้นสู่อากาศระหว่างกระบวนการพิมพ์ อนุภาคนาโนเหล่านี้มีความสามารถทางชีวภาพสูง สามารถกระตุ้นความเครียดออกซิเดชัน การอักเสบ และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ส่วนประกอบทางเคมีที่ซับซ้อนสร้างความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบหัวใจและหลอดเลือด และสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสเป็นระยะยาว และยังอาจส่งผลต่อยีนที่สามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อๆ ไปได้
    งานวิจัยเหล่านี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการระบายอากาศและมาตรการควบคุมการสัมผัส ในสำนักงานที่ใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์อย่างเข้มข้น รวมทั้งเรียกร้องให้มี งานวิจัยทางพิษวิทยาและระบาดวิทยาเพิ่มเติม เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางการควบคุมที่ชัดเจน ผลการศึกษาจากทั้งสองสถาบันสะท้อนให้เห็นว่า ผงหมึกจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ประกอบด้วยอนุภาคนาโนวิศวกรรมที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ดังนั้น การวางมาตรการป้องกันและควบคุมการสัมผัสจึงไม่ใช่เรื่องเลือกได้ แต่เป็นความจำเป็นที่องค์กรทุกแห่งต้องตระหนัก
    สอดคล้องกับคำเตือนจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ของไทย ที่แนะนำให้ติดตั้งเครื่องในที่อากาศถ่ายเทสะดวก สวมหน้ากากหรืออุปกรณ์ป้องกันเมื่อต้องสัมผัสผงหมึกโดยตรง และเก็บผงหมึกที่ใช้แล้วในภาชนะปิดมิดชิด ทั้งหมดนี้ชี้ชัดว่าสุขภาพในสำนักงานไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป

    ทางออก Zero Toner Dust กับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต

    เมื่อความเสี่ยงถูกเปิดเผย หนทางที่ชัดเจนในการรับมือกับปัญหาใหญ่นี้คือการเปลี่ยนเทคโนโลยี จากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่ทำให้เกิดฝุ่นผงหมึกไปสู่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตที่ใช้หมึกเหลว ไม่ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของอนุภาคหมึก ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมทำงานที่ปลอดภัยต่อสุขภาพพนักงาน
    เอปสัน (Epson) ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์รายใหญ่ระดับโลก นำเสนอนวัตกรรมที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Heat-Free ที่ตัดปัญหาฝุ่นผงหมึกตั้งแต่ต้นทางแบบ 100% ด้วยการใช้หมึกเหลวพ่นตรงจากหัวพิมพ์ PrecisionCore ทำให้ไม่มีอนุภาคฟุ้งในอากาศ ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานสะอาดปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ต้องใช้ความร้อนในการพ่นหมึก จึงลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 85% เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ทำให้ลดความร้อนสะสมในสำนักงานและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนขององค์กร ที่ต้องการลดทั้งขยะสารเคมีและค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ขณะเดียวกันเทคโนโลยี Heat-Free ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่อง โดยลดการสึกหรอของชิ้นส่วน และลดความจำเป็นในการเปลี่ยนอะไหล่ ทำให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง

    ระบบ EcoTank มาพร้อมแท็งก์หมึกความจุสูงที่เติมหมึกได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตลับหมึกบ่อยๆ และสามารถพิมพ์เอกสารจำนวนหลายพันหน้าได้ด้วยต้นทุนต่อหน้าที่ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ระบบนี้ยังช่วยลดขยะพลาสติกจากตลับหมึก และมีส่วนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับรุ่นล่าสุดอย่าง Epson EcoTank L4360 ที่เปิดตัวในปี 2025 มีการปรับปรุงทั้งความเร็วในการพิมพ์ที่เร็วขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ความสะดวกในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย และความน่าเชื่อถือสำหรับการใช้งานประจำวันทั้งในครอบครัวและธุรกิจ รวมถึงสามารถรองรับการพิมพ์เอกสารที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
    นวัตกรรม EcoTank ของเอปสันถือเป็นการผสานเทคโนโลยีการพิมพ์ล้ำสมัยเข้ากับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งทั้งลดต้นทุนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพและความเร็วในการพิมพ์ให้สูงตามมาตรฐาน จากการที่เอปสันทำสถติยอดขายเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต EcoTank ทะลุ 100 ล้านเครื่อง สะท้อนทั้งความสำเร็จทางการตลาดและผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเด่นชัด

    จากฝุ่นผงหมึกสู่อากาศบริสุทธิ์ ออฟฟิศยุคใหม่ต้อง Zero Toner Dust

    การเปลี่ยนจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ไปสู่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อสุขภาพพนักงานและสิ่งแวดล้อม
    รศ.ดร.เจษฎา เน้นย้ำว่าปัญหาฝุ่นผงหมึกไม่ใช่เรื่องล้อเล่น องค์กรที่ยังละเลยถือว่าปิดหูปิดตาต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง 
    ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องจริงจังกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สะอาด ปลอดภัย เลือกเทคโนโลยีที่ไม่ทำร้ายสุขภาพ และพร้อมก้าวสู่ โซน Zero Toner Dust ที่พนักงานสามารถหายใจสะดวก ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ และองค์กรเดินหน้าสู่ความยั่งยืนได้อย่างมั่นคง

    Post Views: 482

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/10/22/epson-zero-toner-dust/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Y6XgTG7DAuqRGkiG7BcBK

  • สภา กทม. เห็นชอบตั้งกรรมการวิสามัญฯ ศึกษาตั้งหน่วยงานส่งเสริมการศึกษา

    สภา กทม. เห็นชอบตั้งกรรมการวิสามัญฯ ศึกษาตั้งหน่วยงานส่งเสริมการศึกษา

    วานนี้ (22 ตุลาคม) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปี พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภา กทม. เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญคือการพิจารณาญัตติเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัด กทม.

    สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ได้เสนอญัตติ ขอให้กรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานในการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ปัจจุบัน กทม. มีโรงเรียนในสังกัดถึง 437 แห่ง แต่โครงสร้างการบริหารงานด้านการศึกษามี 3 หน่วยงานหลัก คือ สำนักการศึกษา, ฝ่ายการศึกษาสำนักงานเขต, และตัวโรงเรียนเอง

    นายสุทธิชัย แสดงความกังวลว่า ผอ.โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เส้นทางสูงสุดคือตำแหน่ง ผอ.โรงเรียน เปรียบเสมือนเป็นเพียงผู้จัดการสาขา รับนโยบายจากเขต เป็นผู้ใช้นโยบายที่ส่วนกลางคิด ซึ่งแตกต่างจาก ผอ.โรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่มีโอกาสเติบโตไปสู่ตำแหน่ง ผอ.เขตพื้นที่ และมีอิสระในการตัดสินใจมากกว่า

    “จากผลกระทบทำให้เกิดภาวะสมองไหล ครู กทม. ที่เก่งและมีความสามารถย่อมต้องหาทางย้ายไปเติบโตที่อื่นที่มีโอกาสมากกว่า… เมืองที่ครูหมดหวัง จะสร้างเด็กที่มีความหวังได้อย่างไร” สุทธิชัยกล่าว โดยเน้นย้ำว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการศึกษาที่ลูกหลานได้รับ

    สมาชิกสภา กทม. หลายคนได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าว กนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง เสนอแนวคิดให้มีการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษา โดยแบ่งออกเป็นโซนเขตของกรุงเทพฯ เพื่อดูแลโรงเรียนในเขตตนเอง ทำให้สามารถจัดการเรียนการสอนและแก้ไขปัญหาด้านวิชาการได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังควรให้ความดีความชอบกับครูและ ผอ.โรงเรียนจากผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กนักเรียน

    ด้านกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ เรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนฝ่ายบริหารที่ดูแลเรื่องการศึกษา โดยต้องการให้ครูผู้ที่รู้ปัญหาที่แท้จริงสามารถเติบโตและย้ายมาทำงานในฝ่ายบริหารได้โดยตรง โดยไม่ต้องย้ายไปหน่วยงานอื่นก่อน

    ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงปัญหานี้ว่า การศึกษาคือหัวใจสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำใน กทม. และเห็นด้วยว่าปัญหาเรื่องโครงสร้างที่มีอยู่ต้องหาทางแก้ไขข้อบัญญัติและระเบียบต่าง ๆ พร้อมทั้งกล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ ชุดนี้ขึ้นมาศึกษาเป็นเรื่องที่ดี

    ด้านผู้บริหาร กทม. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า สำนักงานการเจ้าหน้าที่ได้มีการร่างระเบียบเพื่อเทียบเคียงตำแหน่งงานของข้าราชการครู กทม. กับข้าราชการ กทม. สามัญแล้ว เพื่อเปิดโอกาสในการเติบโต

    ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันครู กทม. ลาออกลดลงเหลือเพียงปีละ 5% จากเดิม 10% เนื่องจากมีการเติบโตทางวิทยฐานะได้ และ กทม. มีการปรับแนวทางการเรียนการสอนจากเน้นท่องจำเปลี่ยนเป็นเน้นการนำไปใช้ รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการเรียนรู้

    ท้ายที่สุด ที่ประชุมสภา กทม. มีมติเห็นชอบให้ตั้ง คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานในการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยประกอบด้วยกรรมการจำนวน 11 คน และกำหนดให้การศึกษาดังกล่าวแล้วเสร็จภายใน 90 วัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/bma-committee-studies-education-quality/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QjlDaAJAf_YlqneUSM02P

  • สจด. ร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/116206/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rPlzXxr7UnX_O-5y_ebye

  • เช็กดวงประจำวันที่ 23 ต.ค. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “ตุล” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “กุมภ์” | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 23 ต.ค. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “ตุล” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “กุมภ์” | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ค.ศ. 2025 จันทรคติกาล ตรงกับ วันพฤหัสบดี ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.10 น. เที่ยงจริง เวลา 12.03 น. อาทิตย์ตก เวลา 17.55 น. จันทร์ตก เวลา 19.55 น.

    วันนี้ เวลา 00.00-01.06 น. ดาวจันทร์เสวยสวาตินักษัตรฤกษ์ที่ 15 ประกอบด้วยเทวีแห่งฤกษ์ เทวี แปลว่า นางพญา หมายถึง สตรีผู้มีฐานะและตำแหน่งสูง เวลา 01.07-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยวิสาขานักษัตรฤกษ์ที่ 16 ประกอบด้วยเพชฌฆาตแห่งฤกษ์ เพชฌฆาต แปลว่า ผู้ฆ่า ทำการเพื่อให้สิ่งที่เข้ามาพ่ายแพ้ ข่มขวัญ น่ายำเกรง มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์ วันพฤหัสบดี-อุบาทว์ตามกาลโยค เวลา 00.00-24.00 น.-ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล-อีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ทิศอัปมงคล-หรดี (ตะวันตกเฉียงใต้) สีประจำวัน-เหลือง แสด สีสิริมงคล-แดงส้ม สีอัปมงคล-ดำ ม่วงแก่ ราศีที่ดาวศรีสถิต-ตุล ราศีที่ดาวกาลีสถิต-กุมภ์

    เกิดวันนี้ เด็กชาย เป็นคนรักบ้านรักครอบครัว ชอบศึกษาเล่าเรียน มีความรู้ความสามารถ ฝักใฝ่ในศิลปกรรมต่าง ๆ ชอบร้องรำหรือการแสดง นักเขียนหรือจิตรกร ใจกว้าง มีสติปัญญาดี ฉลาดหลักแหลมและปราดเปรียว รูปร่างหน้าตาดี จิตใจดี ชอบทำบุญกุศล ไปเจริญไกลแดนเกิด อายุมากขึ้นจะดีมีทรัพย์สินและลูกหลานมาก ประกอบการค้าเป็นล่ำเป็นสัน เป็นคนน่าเชื่อถือ เด็กหญิง เป็นคนหน้าตาดี ใจดี อ่อนหวาน เฉลียวฉลาด ชอบศึกษาหาความรู้ มีไหวพริบปฏิภาณดี ชอบทำคุณกับคนอื่น เพื่อนฝูงมาก มีผู้ให้ความเมตตาเกื้อหนุน มีชื่อเสียง ชอบทำงานที่ใช้สมองและสติปัญญา อนาคตแจ่มใส ชีวิตครอบครัวปกติสุขดี คู่ครองมีหลักฐานมั่นคง

    เกิดวันอาทิตย์ อากาศที่มีเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ควรดูแลรักษาสุขภาพให้ดี อาจทำให้เกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ควรรู้จักเก็บออมและระวังในการดำเนินชีวิต การไม่เข้าใจอีกฝ่ายและมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง รายจ่ายส่วนมากจะเป็นเรื่องเพศตรงข้าม ค่าภาษีสังคมและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ จะได้คบหาสมาคมกับผู้ใหญ่ เงินทองถูกใช้ไปเพื่อการศึกษาและการรักษาพยาบาล

    เกิดวันจันทร์ โชคดีเรื่องความรัก มีโอกาสได้พบคนรักที่ดี จะได้รับความช่วยเหลือเรื่องการเงิน แม้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นแต่ควรมีความรอบคอบในการใช้จ่าย จะได้คบหากับผู้ใหญ่ คนมีความรู้ความสามารถ ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก มีข่าวทางไกล ศัตรูจะพ่ายแพ้ มีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ ควรตรวจสภาพยวดยานพาหนะให้ดี สมาคมกับคนต่างถิ่น

    เกิดวันอังคาร การเงินใช้จ่ายไปกับการรักษาหน้า ตาในสังคม การเสริมความงาม ความเป็นสง่าราศีและภาพ ลักษณ์ของตนเอง โชคดีจากผลงานเก่า ๆ ได้ของเก่า ๆ มรดกพินัยกรรม จะคิดได้หรือกลับใจได้เมื่อสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ระวังเพศตรงข้ามจะทำให้เดือดร้อนเรื่องการเงิน มีคนกล่าวหาซุบซิบนินทา มีความคิดเห็นขัดแย้งกับผู้ใหญ่ การงานต้องปรับปรุงแก้ไข มีลาภผลเล็กน้อย

    เกิดวันพุธ ความคิดอ่านแจ่มใส การเจรจาติดต่อประสบความสำเร็จ จะได้ของฝากของขวัญ การงานมีเกณฑ์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น จะได้พบปะกับเพื่อนฝูงที่ถูกใจ กำลังมีคู่แข่งที่เป็นคนใกล้ชิด มิตรทางไกลจะมาหา จะได้สิ่งของที่ชอบใจ ผู้ใหญ่เจ็บป่วย การติดต่อสื่อสารคึกคัก การเจรจาติดต่อประสานงานประสบความสำเร็จ จะได้เข้าศึกษาอบรมเพิ่มเติม

    เกิดวันพฤหัสบดี การเป็นคนช่างคิดจริงจังเข้มงวดจนเกินไป จะทำให้เกิดอาการเคร่งเครียดทางประสาทได้ง่าย มีโชคด้านอาหารการกิน ควรอยู่อย่างสงบรู้จักวางเฉยเสียบ้าง การใช้จ่ายไม่ควรฟุ่มเฟือย จะได้พบครูบาอาจารย์คนดีมีความรู้ จะได้ศึกษาหลักธรรม ระวังเอกสารสำคัญตกหล่นหาไม่พบ มีช่องทางในการหารายได้เพิ่มเติม ควรดูแลรักษาสุขภาพให้ดี มีงานสำคัญรออยู่ข้างหน้า

    เกิดวันศุกร์ คนรักมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาหารือกัน เรื่องความรักควรลดอาการจู้จี้ขี้บ่นลงไปบ้างก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานที่ดี มีโอกาสได้เข้ารับการศึกษาอบรมหาความรู้เพิ่มเติม คนต่างถิ่นต่างแดนมาติดพัน กังวลเรื่องญาติพี่น้องและบ้านเรือนที่อยู่อาศัย จะพบกับบุคคลสำคัญในสังคม มีการเดินทางหรือได้รับของฝากของขวัญ

    เกิดวันเสาร์ สิ่งที่ตกหล่นสูญหายจะได้คืน มีงานยาก ๆ เข้ามาให้ทำ ไม่ค่อยสนใจเรื่องจำนวนเงินมากนัก จะได้พบเพื่อนร่วมงานในอดีต เพื่อนฝูงให้เกียรติ โชคดีได้ลาภแล้วมีปัญหา การงานประสบความสำเร็จ จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนที่พึงพอใจ การเงินหมุนเวียนดี มีงานใหม่ ๆ เข้ามาให้ทำ ความรักมีเรื่องง้องอนกันบ้างแต่จะเข้าใจกันในที่สุด.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5226988/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Stv0ehEi8Jxt5o1GXs0L3

  • แอสเซทไวส์ สานต่อแนวคิดร้านปันกัน ระดมพันธมิตรเติมสุข-ให้ทุนการศึกษา ในงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 11”

    แอสเซทไวส์ สานต่อแนวคิดร้านปันกัน ระดมพันธมิตรเติมสุข-ให้ทุนการศึกษา ในงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 11”

    แอสเซทไวส์ ต่อยอดแนวคิดร้านปันกัน สู่ “AssetWise x PANKAN Showcase” ผนึกพลังผู้บริหาร-คนดัง-พาร์ทเนอร์ ร่วมนำของรักของใช้มาแบ่งปันในงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 11” โดยรายได้จากการจำหน่ายร่วมสมทบเป็นทุนการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ-สร้างความเท่าเทียมให้เด็กไทย พร้อมส่งเสริมการใช้ซ้ำอย่างรู้คุณค่า สอดรับเป้าหมาย SDGs ตลอดทั้งโครงการมอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 617 ทุน พร้อมเดินหน้าสร้างความสุขให้สังคมอย่างยั่งยืน 

    วุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากแนวคิดร้านปันกัน x AssetWise ซึ่งเป็นร้านค้าต้นแบบของสังคมแห่งการแบ่งปัน ที่แอสเซทไวส์ร่วมกับร้านปันกันโดยมูลนิธิยุวพัฒน์ จัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมแบ่งปันสิ่งของสภาพดีที่ไม่ใช้แล้วมาส่งต่อ แล้วแปรเปลี่ยนรายได้ให้กลายเป็นทุนให้แก่เด็กและเยาวชน ล่าสุด บริษัทได้ต่อยอดสู่ “AssetWise x PANKAN Showcase” พื้นที่แห่งการแบ่งปันความสุขที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ โดยรวบรวมของรักจากผู้บริหาร พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และศิลปินคนดัง มาจำหน่ายในงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 11” โดยนำรายได้มาร่วมสมทบเป็นทุนการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมให้กับเยาวชน พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการเพิ่มคุณค่าของสิ่งของด้วยการใช้ซ้ำอย่างยั่งยืน

    ร้านปันกัน x AssetWise เกิดจากความตั้งใจของแอสเซทไวส์ที่มุ่งเติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของผู้บริหาร พนักงาน ชุมชน และพันธมิตรทางธุรกิจตั้งแต่ปี 2565 จนเกิดเป็นร้านค้าต้นแบบของสังคมแห่งการแบ่งปันระหว่างภาคเอกชนและร้านปันกัน โดยเปิดสาขาแรกที่ Mingle Mall รังสิต และต่อยอดมาถึงการจัด Showcase ในครั้งนี้ ซึ่งนับจนถึงปัจจุบันเราสามารถจำหน่ายสินค้าได้ถึง 4,316,917 บาท และเปลี่ยนรายได้ให้กลายเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนไปแล้วกว่า 617 ทุน 

    ไฮไลท์ของงาน “AssetWise x PANKAN Showcase” คือการนำของรักของสะสมอย่าง กระเป๋า หมวก เสื้อ เครื่องประดับ ผ้าพันคอ รองเท้า ของเล่น ของใช้จากเหล่าศิลปินและคนดัง อาทิ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์, ไบรท์ พิชญทัฬห์, แม่โอ๋-ธนภรณ์ เวชสุภาพร, แอนนา เสืองามเอี่ยม, หมูแฮม โชตินภา, ณิชา พูลโภคะ, พรฟ้า ปุณิกา, ดินสอสี พนิดา, MI Thailand 2025 รวมถึงครอบครัว TPNG และเสื้อกีฬาแรร์ไอเทมที่เต็มไปด้วยลายเซ็นของนักเตะชื่อดังจากสโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด รวมทั้งหมดกว่า 350 ชิ้น มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เมื่อวันที่ 18-19 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักช้อปสายบุญและแฟนคลับที่มาร่วมอุดหนุนอย่างคึกคัก พร้อมยังมีจำหน่ายในร้านปันกันสาขาต่างๆ เพื่อสานต่อพลังแห่งการแบ่งปันให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ความร่วมมือของแอสเซทไวส์และร้านปันกัน สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน ครอบคลุม 4 มิติ ทั้งด้านการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ และการลดความเหลื่อมล้ำในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงส่งเสริมการผลิตและบริโภคที่รับผิดชอบ ด้วยการแบ่งปันสิ่งของเพื่อให้เกิดการใช้ซ้ำอย่างคุ้มค่า และการรวมพลังกันเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “Punn by AssetWise” และ “ร้านปันกัน x AssetWise” ที่ถือเป็นอีกหนึ่งแนวคิดในการเติบโตเคียงข้างสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://prop2morrow.com/860763/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FvQMuI1E3-LBwDzVYDG2j

  • สนุกฉิบหาย! ไทเกอร์ ไนต์ ไอ้เสือบุก! เปิดรอบปฐมทัศน์ ‘เสือ’ มหากาพย์แอ็กชันไทย – แนวหน้า

    สนุกฉิบหาย! ไทเกอร์ ไนต์ ไอ้เสือบุก! เปิดรอบปฐมทัศน์ ‘เสือ’ มหากาพย์แอ็กชันไทย – แนวหน้า

    สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” และ “ก้องเกียรติ โปรดักชั่น” เปิดงานรอบปฐมทัศน์ “เสือ” (4 Tigers) ภาพยนตร์แอ็กชันไทยฟอร์มยักษ์แห่งปีภายใต้ธีม “ไทเกอร์ ไนต์ ไอ้เสือบุก” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/922826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1od1kXnke8LziTRaVtktM6

  • SPU Film คว้ารางวัลชมเชย!!โครงการประกวดหนังสั้น “พัทยาเมืองสร้างฝัน เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ …

    SPU Film คว้ารางวัลชมเชย!!โครงการประกวดหนังสั้น “พัทยาเมืองสร้างฝัน เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ …

    “ทีมหลังคาฟิล์ม” FD66. นายณัชพัฒน์ บุปผา. นายเมธา งามขุนทด. นายธีรภัทร์ ว่องเกื้อกูล. อีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษาสาขา …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/commarts/2025/10/22/spu-film-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3H7Mg8VpPwj9p11apwbi9O

  • เด็กนักเรียนไทยอิ่มท้อง กระทรวงศึกษาฯ ของบฯ 6.2 พันล้าน อุดหนุนอาหารกลางวัน

    เด็กนักเรียนไทยอิ่มท้อง กระทรวงศึกษาฯ ของบฯ 6.2 พันล้าน อุดหนุนอาหารกลางวัน

    “นฤมล” ดันงบกลางปี 69 กว่า 6.2 พันล้านบาท อุดหนุนอาหารกลางวันนักเรียน 1.4 ล้านคน ตั้งแต่ก่อนประถมจนถึง ม.3

    วันที่ 22 ตุลาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติแนวทางการขอรับงบประมาณอุดหนุนค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชน เพื่อเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอรับงบกลางปี 2569

    นางนฤมลกล่าวต่อว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเท่าเทียมด้านภาวะโภชนาการแก่เด็กไทย โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณทั้งสิ้น 6,244 ล้านบาทเศษ (เพิ่มขึ้น 3,991 ล้านบาทเศษ) ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายนักเรียนกว่า 1,406,329 คน ใน 3,213 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยการขอรับงบประมาณอุดหนุนอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน 2 กลุ่มหลัก คือ นักเรียนเอกชนทั่วไปก่อนประถมศึกษา – ป.6 ครอบคลุมนักเรียน 1,291,107 คน ใช้งบประมาณ 5,735 ล้านบาทเศษ และนักเรียนโรงเรียนเอกชนการกุศลระดับ ม.1 – ม.3 ครอบคลุมนักเรียน 115,222 คน ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 509 ล้านบาทเศษ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ บอกด้วยว่า การขยายงบอุดหนุนไปถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเอกชนการกุศล ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของโรงเรียนในกลุ่มนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสงเคราะห์นักเรียนยากจนหรือด้อยโอกาสทางการศึกษา โดยสอดคล้องกับแนวทางของโรงเรียนขยายโอกาสในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 

    นอกจากนี้ที่ประชุม กช. ยังได้รับทราบความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงเรียนเอกชนฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว และเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อผลักดันเข้าสู่วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้จะช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการจัดการศึกษาเอกชน ทำให้เกิดความทันสมัยและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2890663&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3w5mzPIOEhYDyJ9slHCg7g

  • “กสทช.” เคาะ “เน็ตคนละครึ่ง” 160 บาท ใช้นาน 3 เดือน เตรียมชงเข้าครม. 28 ต.ค.นี้

    “กสทช.” เคาะ “เน็ตคนละครึ่ง” 160 บาท ใช้นาน 3 เดือน เตรียมชงเข้าครม. 28 ต.ค.นี้

    ค่ายมือถือยอมแล้ว! กสทช.เคาะแล้ว ‘เน็ตคนละครึ่ง’ 160 บาทรวมภาษี ให้เน็ต 40 GB ต่อเดือนนาน 3 รอบบิล ชงดีอีเสนอครม.28 ต.ค.นี้

    • กสทช. เตรียมเสนอโครงการ “เน็ตคนละครึ่ง” เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 28 ต.ค.นี้
    • โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14 ล้านราย
    • โครงการกำหนดอัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ตที่ 160 บาทต่อเดือน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูล (ดาต้า) ความเร็วสูง 40 GB ต่อเดือน
    • ผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถใช้สิทธิ์ในราคาดังกล่าวได้เป็นระยะเวลานาน 3 รอบบิล 
    • งบประมาณสำหรับโครงการนี้จะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.)

    นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการเลขาธิการ สำนักงานกิจการกระจายเสียงแห่งกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. เตรียมเสนอโครงการเน็ตคนละครึ่ง สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14 ล้านราย เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 ต.ค.68 โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) เพื่อยกระดับโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้สามารถใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

    โดยการหารือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) มีการต่อรองโดยเอกชนระบุว่า การให้บริการอยู่ที่ 199 บาทต่อเดือนไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ทางนายไตรรัตน์ระบุว่าต้องต่ำกว่านั้น จึงสรุปที่อัตราค่าบริการในโครงการ ‘เน็ตคนละครึ่ง’ ที่ 160 บาทรวมภาษีมูลค่าเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต (ดาต้า) อยู่ที่ 40 GB ต่อเดือนนาน 3 รอบบิล

    โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอมาตรการดังกล่าวแก้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ 

    อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะช่วยลดค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตให้กับประชาชนโดยตรง แต่ปัญหาใหญ่ที่เป็นอุปสรรค คือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนมากยังใช้โทรศัพท์มือถือระบบ 2G ซึ่งไม่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั้งในด้านความเร็วและความสามารถด้านฟังก์ชันพื้นฐาน ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงอยู่ระหว่างการเตรียมหารือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) เพื่อพิจารณามาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนหรืออัปเกรดอุปกรณ์ให้รองรับระบบ 4G หรือ 5G 

    เราขอความร่วมมือกับค่ายมือถือ ให้ไปหามาตรการคิดแพกเก็จเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือของประชาขนในปัจจุบันเป็นสมาร์ทโฟน เพื่อควบคู่ไปกับแผนการยกเลิกใช้งานเครือข่าย 2G และ 3G

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์ เรื่อง แนวทางการกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ สำหรับการดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดและกำกับดูแลอัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศในส่วนที่เกินกว่าสิทธิการใช้งานของรายการส่งเสริมการขายหลัก และจัดทำร่างประกาศ กสทช. ฉบับใหม่ 

    โดยสำนักงาน กสทช. จะเตรียมเสนอ กสทช. เพื่อหาแนวทางกำกับดูแลค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้สอดคล้องกับสภาพตลาด การแข่งขัน และต้นทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเป็นการดูแลผู้บริโภคให้มีทางเลือกในการใช้งาน

    นายไตรรัตน์ กล่าวว่า สาระสำคัญของการพิจารณาวันนี้ เป็นการหาแนวทางปรับปรุงการกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งได้บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2563 ให้สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยได้มีการเสนอให้ปรับปรุงอัตราค่าบริการสำหรับรายการส่งเสริมการขายหลักขั้นเริ่มต้น หรือ แพ็กเกจธงฟ้า ที่เดิมกำหนดให้ไม่เกิน 240 บาทต่อเดือนคาดเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ให้มีราคาถูกลงโดยกำหนดสิทธิการใช้งานให้สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน ซึ่งรวมเฉพาะบริการเสียงและอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่เท่านั้น ไม่รวมบริการ SMS และ MMS 

    สำหรับการกำหนดค่าบริการใหม่ที่ปรับลดลงนั้น มาจากการนำรายรับเฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนจากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ได้รับจากผู้ใช้บริการรายเดือนและเติมเงินมาคำนวณ กล่าวคือ ผู้ใช้บริการจะได้ค่าใช้บริการที่ถูกลงสำหรับบริการพื้นฐานที่จำเป็นคือ การโทร และการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเคลื่อนที่ ซึ่งเข้ามาทดแทนพฤติกรรมการใช้งาน SMS และ MMS ได้

    นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ได้เสนอแนวทางให้ผู้ให้บริการมีรายการส่งเสริมการขายหลักขั้นเริ่มต้น หรือ แพ็กเกจธงฟ้าอย่างน้อย 2 ประเภท ได้แก่ บริการแบบจ่ายตามการใช้งาน (Pay Per Use) และบริการแบบเหมาจ่าย (Flat Rate)

    ซึ่งสำนักงาน กสทช. มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง ว่าการทบทวนโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือในครั้งนี้ และการนำเสนอแนวทางนี้ จะเป็นการส่งเสริมให้การให้บริการของโทรคมนาคมเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คงไว้ซึ่งประสิทธิภาพ และเป็นเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1204301&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Jc8poha-ltX4AFxCj8UhO

  • ประวัติ “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีตนายแบงก์ดัง นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง 34 วัน ก่อนลาออก

    ประวัติ “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีตนายแบงก์ดัง นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง 34 วัน ก่อนลาออก

    เปิดประวัติ “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีตนายแบงก์ดัง นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง 34 วัน ก่อนตัดสินใจลาออก

    ภายหลังการประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของ นายวรภัค ธันยาวงษ์ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ทำให้หลายคนสนใจประวัติและเส้นทางการทำงานของอดีตผู้บริหารระดับสูงในแวดวงการเงินการธนาคารท่านนี้ เนื่องจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 34 วัน ท่ามกลางกระแสข่าวเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์

    ประวัติส่วนตัวและการศึกษา

    นายวรภัค ธันยาวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2507 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการจัดการและระบบคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา สเตต สหรัฐอเมริกา และจบปริญญาโท สาขาการเงิน จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมิสซูรี เมืองแคนซัสซิตี

    นอกจากนี้ ยังได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้านชีวิตส่วนตัว นายวรภัคสมรสกับนางกนกพร ธันยาวงษ์ มีบุตรและธิดารวม 4 คน

    เส้นทางอาชีพในแวดวงการเงิน

    นายวรภัคเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศยาวนานกว่า 30 ปี โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายแห่งดังนี้:

    • ผู้เชี่ยวชาญด้านลิสซิ่ง บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย)
    • กรรมการผู้จัดการใหญ่ แบงก์ออฟอเมริกา สาขาประเทศไทย
    • กรรมการผู้จัดการ ธนาคารดอยช์แบงก์ สาขาประเทศไทย
    • กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ เจพีมอร์แกน (ประเทศไทย)
    • รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ 1 ธนาคารไทยพาณิชย์
    • ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า และฟินันซ่า แคปิตอล

    จุดสูงสุดของชีวิตการทำงานคือการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 และดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 4 ปี

    thaigov.go.th

    ก้าวสู่ตำแหน่ง รมช.คลัง และการลาออก

    นายวรภัคเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมทีมรัฐบาล และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจการเงินอย่างสูง

    อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 นายวรภัคได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ โดยเจ้าตัวยืนยันในความบริสุทธิ์อย่างหนักแน่นว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น และการลาออกก็เพื่อไม่ให้เรื่องส่วนตัวสร้างความกังวลและเป็นภาระต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล

    รางวัลเกียรติยศที่เคยได้รับ

    จากผลงานที่โดดเด่นในแวดวงธุรกิจการเงิน นายวรภัคเคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ได้แก่:

    • Thailand Business Leader of the year Award จาก CNBC เครือข่ายสถานีโทรทัศน์ข่าวธุรกิจชั้นนำ
    • รางวัลนักการเงินแห่งปี 2558

    สรุปเส้นทาง รมช.คลัง 34 วัน

    การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของนายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็นช่วงเวลาที่สั้นเพียง 34 วัน นับจากวันโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจนถึงวันลาออก การตัดสินใจครั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและรักษาภาพลักษณ์ของรัฐบาล ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าจะใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการกับผู้ที่บิดเบือนและเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9852386/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fa1WsSEmknEGj-6vfnnc2