Category: วัฒนธรรม

  • ภาคีผู้บริโภค ลุย! พัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะ ในจังหวัดสุรินทร์

    ภาคีผู้บริโภค ลุย! พัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะ ในจังหวัดสุรินทร์

    ภาคีผู้บริโภค ลุย! พัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดสุรินทร์

    สภาผู้บริโภค จับมือ สสส. และภาคีจังหวัดสุรินทร์ ร่วมพัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะ ที่ปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 สภาผู้บริโภค ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนอำเภอเมืองสุรินทร์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการ “สานพลังความร่วมมือท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกคนขึ้นได้” จัดประชุม “การสร้างความร่วมมือการดำเนินงานโครงการพัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะ จังหวัดสุรินทร์ โดยการมีส่วนร่วมจากท้องถิ่น” ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ โดยมี กิตติ สัตย์ซื่อ ปลัดจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดการประชุม

    การประชุมมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดสุรินทร์ให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้ภาคประชาชนและองค์กรท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดและพัฒนาบริการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

    ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย รวมถึงการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังอุบัติเหตุในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์และทั้ง 17 อำเภอของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีการหารือการสื่อสารสาธารณะเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประกอบด้วย ธัญพร มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ สหชาติ คำพูน ขนส่งจังหวัดสุรินทร์ ดร.คุณภัทร ศรศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ดร.วสิษฐ์ พรหมบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาองค์กรและการพัฒนาเมือง มีนา ดวงราษี หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ สภาองค์กรของผู้บริโภค และวริศราลี แก้วปลั่ง ประธานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนอำเภอเมืองสุรินทร์ สภาผู้บริโภค

    การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืน โดยอาศัยพลังความร่วมมือจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน เพื่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน

    วริศราลี แก้วปลั่ง ประธานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพฯ ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมจากท้องถิ่นระดับจังหวัด กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนได้รับความสนใจอย่างมากจากหน่วยงานท้องถิ่น เนื่องจากปัจจุบัน จังหวัดสุรินทร์ ยังขาดระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อจากอำเภอหรือตำบลเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งหลายเส้นทางไม่มีรถประจำทางให้บริการ ประชาชนต้องใช้รถตู้โดยสารที่มีราคาสูงหรือใช้รถส่วนตัวในการเดินทาง

    โดยวันที่ 23 ตุลาคมนี้ จะมีการประชุมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีง เพื่อหารือแนวทางพัฒนารถโดยสารประจำทางในเส้นทาง เมืองลีง – เมืองสุรินทร์ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งวางแผนขยายความร่วมมือไปยังเส้นทางอื่นในอนาคต

    “ตอนนี้ชาวบ้านจากเมืองลีงต้องอาศัยติดรถพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าเมืองตั้งแต่ตี 4 – ตี 5 หรือเหมารถเข้าเมืองเอง เมื่อก่อนเคยมีรถสองแถวแต่ผู้ประกอบการขาดทุนจึงเลิกวิ่งไป ส่วนนักเรียนต้องซื้อรถมอเตอร์ไซค์ หรือเช่าหอพักใกล้โรงเรียน ส่วนอบต.เคยจัดรถรับส่งสัปดาห์ละ 2 วัน แต่ก็ไม่เพียงพอและไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ” วริศราลี กล่าว

    วริศราลี กล่าวอีกว่า โครงการฯ มีแผนสร้างความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ที่อยู่ในเส้นทางเมืองลีง – เมืองสุรินทร์ ได้แก่ อบต.พิราม อบต.ท่าสว่าง และ อบต.กระโพ เพื่อผลักดันให้เกิดรถโดยสารสาธารณะที่ปลอดภัย สะดวก และมีราคายุติธรรม ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง


    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    เปิด 7 พื้นที่ต้นแบบ “ขนส่งสาธารณะ” ทำได้จริงและยั่งยืน

    พลิกฟื้นรถเมล์ท้องถิ่นแก้ปัญหา รถน้อย คอยนานสู่ ระบบขนส่งสาธารณะ ที่ตรงเวลา คุ้มค่า

    งหวัดสุรินทร์จัดประชุมความร่วมมือพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ โดยการมีส่วนร่วมจากท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/14102568_surin-transport-12prov_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EFTUw1JfaEBxOsrZfgHi_

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HEsVrTSUUXSuxwu3ar44K

  • ยืนยันยังไม่ปรับขึ้นค่าแท็กซี่ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ยืนยันยังไม่ปรับขึ้นค่าแท็กซี่ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/110179&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Wc5N83zHsAjrr9-BWujz9

  • สองวิถีไทย ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการปรับตัวของประชากรจากชนบทสู่สังคมเมือง

    สองวิถีไทย ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการปรับตัวของประชากรจากชนบทสู่สังคมเมือง

    สองวิถีไทย ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการปรับตัวของประชากรจากชนบทสู่สังคมเมือง


    22/10/2568 | 67 |

    ประเทศไทยเป็นสังคมที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการขยายตัวของเมืองที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่สมดุล ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “สองวิถีไทย” ซึ่งหมายถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสังคมชนบทที่ยังคงยึดโยงกับวิถีเกษตรกรรมและประเพณี กับสังคมเมืองที่ทันสมัย พึ่งพาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี บทความนี้จะสำรวจการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างสังคมไทย ความแตกต่างของวิถีชีวิต และความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการอพยพของประชากรจากชนบทสู่เมือง

    การเกิดของ “สองวิถี” และแรงผลักดัน

    การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่กระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ แรงดึงดูดจากเมือง คือโอกาสในการสร้างรายได้ที่สูงกว่า งานที่มีความหลากหลาย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ในทางกลับกัน แรงผลักดันจากชนบท คือปัญหาความยากจน ความแห้งแล้ง ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และการขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

    ความแตกต่างของวิถีชีวิตในสองพื้นที่นี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน:

    มิติ สังคมชนบท (Traditional) สังคมเมือง (Modern)
    เศรษฐกิจ พึ่งพาเกษตรกรรม, เศรษฐกิจพอเพียง อุตสาหกรรม, บริการ, เทคโนโลยี
    ความสัมพันธ์ เครือญาติแน่นแฟ้น, ชุมชนช่วยเหลือกัน ความเป็นปัจเจก, การแข่งขันสูง
    ค่านิยม ความเกรงใจ, ความกตัญญู, ความเรียบง่าย ความสำเร็จส่วนบุคคล, ความสะดวกสบาย

    ความเหลื่อมล้ำ: ช่องว่างที่ถ่างกว้าง

    การอพยพครั้งใหญ่ไม่ได้นำมาซึ่งความเจริญที่เท่าเทียมกัน แต่กลับตอกย้ำ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ในหลายมิติ:

    1. ความเหลื่อมล้ำทางรายได้: ผู้ย้ายถิ่นจากชนบทส่วนใหญ่มักเข้าสู่ตลาดแรงงานในเมืองในตำแหน่งที่ใช้แรงงาน ค่าแรงต่ำ และไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง ในขณะที่ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงลิบลิ่วในเขตเมือง ทำให้แม้จะทำงานหนักแต่ก็ยังคงอยู่ในวงจรความยากจน

    2. ความเหลื่อมล้ำทางโอกาส: การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ การบริการสาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ยังคงกระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง ทำให้คุณภาพชีวิตของประชากรในชนบทและผู้ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชนแออัดในเมืองมีความด้อยกว่า

    3. ความเหลื่อมล้ำทางที่อยู่อาศัย: ผู้ย้ายถิ่นจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ถูกสุขลักษณะได้ จึงต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด ซึ่งขาดแคลนสาธารณูปโภคและมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพและสังคม

    ความท้าทายในการปรับตัวและผลกระทบต่อสังคม

    ประชากรที่ย้ายจากชนบทสู่เมืองต้องเผชิญกับการปรับตัวที่ซับซ้อน:

    • การปรับตัวทางจิตใจและสังคม: จากสังคมที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น (Collective) สู่สังคมที่มีความเป็นปัจเจกสูง (Individualistic) ในเมือง ทำให้หลายคนประสบกับความโดดเดี่ยวและความเครียดจากการแข่งขัน

    • ครอบครัวและโครงสร้างชุมชนที่เปลี่ยนไป: การอพยพของแรงงานวัยหนุ่มสาวทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ครอบครัวแหว่งกลาง” โดยมีผู้สูงอายุและเด็กอาศัยอยู่ในชนบทโดยปราศจากพ่อแม่ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของเด็กและการดูแลผู้สูงอายุ

    • การจัดการเมืองและทรัพยากร: การหลั่งไหลของประชากรทำให้เมืองต้องเผชิญกับปัญหาความแออัด ปัญหามลภาวะ (อากาศและน้ำ) ปัญหาการจราจร และการจัดการขยะที่เกินขีดความสามารถของเมือง

    สรุป: การสร้างความสมดุลเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

    การแก้ไขปัญหา “สองวิถีไทย” และความเหลื่อมล้ำจำเป็นต้องอาศัยการกระจายความเจริญและโอกาสอย่างแท้จริง รัฐบาลต้องเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาการศึกษา และสาธารณสุขในระดับภูมิภาค เพื่อลดแรงจูงใจในการย้ายถิ่นเข้าสู่เมืองใหญ่ การส่งเสริม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ในชนบท จะช่วยให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตที่มีคุณภาพในภูมิลำเนาเดิมได้ การสร้างความสมดุลระหว่างสองวิถีนี้เป็นกุญแจสำคัญสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/433616&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22p2JAAJA9lgvlNgehT9Py

  • “ภูมิใจไทย” ร่วมแสดงความยินดี กับ สำนักข่าวไทยโพสต์ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “ภูมิใจไทย” ร่วมแสดงความยินดี กับ สำนักข่าวไทยโพสต์ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/110170&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IBbibTU3r4VTSnEN6H9Wh

  • งานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง

    งานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง

    งานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง “กฎหมายภาพยนตร์ : ความท้าทายและการปรับตัว” 


    22/10/2568 | 56 |

    🎞️ งานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง “กฎหมายภาพยนตร์ : ความท้าทายและการปรับตัว” 
    วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นางนลินี มหาขันธ์ ผู้ช่วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนเข้าร่วมงานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง “กฎหมายภาพยนตร์ : ความท้าทายและการปรับตัว” ณ อาคารรัฐสภา

    งานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง “กฎหมายภาพยนตร์ : ความท้าทายและการปรับตัว” จัดโดย คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อศึกษาสภาพการณ์ของการขับเคลื่อนงานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ตลอดจนปัญหา ความท้าทายของประเทศไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปัจจุบัน และนำมาวิเคราะห์ถึงทิศทางและแนวโน้มในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยรวมทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของประเทศไทยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอนาคตต่อไป โดยการเสวนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ตัวแทนนักแสดง และผู้กำกับ ศิลปิน และสถาบันการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์และสื่อภาพยนตร์


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/433574&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16GXz7WDX3VAXf4ojz0KBp

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67507/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_UFLRzy24GAED2sArnx-i

  • ส่องประวัติ ‘นรินทร์ เผ่าวณิช’ ผู้ว่า กฟผ. ป้ายแดง คนที่ 17

    ส่องประวัติ ‘นรินทร์ เผ่าวณิช’ ผู้ว่า กฟผ. ป้ายแดง คนที่ 17

    ครม. ไฟเขียวแต่งตั้ง นรินทร์ เผ่าวณิช ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17

    วันนี้ (21 ต.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. แทนเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้างเป็นต้นไป

    นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17 เกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2517 ปัจจุบันอายุ 51 ปี

    ประวัติการศึกษา

    • จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ปริญญาโทและปริญญาเอก จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา Georgia Institute of Technology สหรัฐอเมริกา
    • ผ่านการอบรมในหลักสูตรสำคัญ อาทิ หลักสูตร Director Certification Program (DCP) สมาคมส่งเสริม สถาบันกรรมการบริษัทไทย หลักสูตร EES Europe Batteries and Energy Storage Systems Exhibition & Conference สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

    ประวัติการทำงาน

    • ปี 2564 – 2565 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า
    • ปี 2565 – 2567 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารเชื้อเพลิง
    • ปี 2567 – 2568 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง
    • 31 กรกฎาคม 2568 – 15 ตุลาคม 2568 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ.
    • 16 ตุลาคม 2568 – ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ.

    ภาพ: Jaromír Chalabala / Getty image

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/narin-pao-wanit-egat-governor-17/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30-n4Ba88K4NM5twIKYPop

  • เส้นทางชีวิตอันน่าทึ่งของ “นางงามเวียดนามคนแรก” ปัจจุบันอายุ 54 ยังสวยเป๊ะ!

    เส้นทางชีวิตอันน่าทึ่งของ “นางงามเวียดนามคนแรก” ปัจจุบันอายุ 54 ยังสวยเป๊ะ!

    เปิดชีวิต บุ่ย บิ๊ก เฟือง นางงามเวียดนามคนแรก หลังครองมงกุฎเกือบ 4 ทศวรรษ

    บุ่ย บิ๊ก เฟือง คือ นางงามเวียดนามคนแรก ที่ได้รับตำแหน่งจากการประกวดนางงามที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ Tiền Phong เมื่อปี ค.ศ. 1988 ตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ชีวิตส่วนตัวของเธอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความงามที่แท้จริงมาพร้อมกับสติปัญญาและความสามารถ

    ประวัติและเส้นทางการศึกษาอันโดดเด่น

    บุ่ย บิ๊ก เฟือง เกิดในปี ค.ศ.1971 ในครอบครัวปัญญาชนที่กรุงฮานอย บิดาของเธอคือศิลปินผู้ล่วงลับ บุ่ย ดึ๊ก มิญ ส่วนมารดาคือ เหงียน ถิ เทวี้ยต ฮวา ซึ่งเป็นหญิงสาวผู้มีอัธยาศัยดีและมีความงามโดดเด่น ขณะได้รับตำแหน่งนางงามนั้น เธอเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยฮานอย

    แม้ว่าเธอจะไม่ได้มีส่วนสูงที่ได้เปรียบ ซึ่งมีส่วนสูงเพียง 158 ซม. แต่เธอก็โดดเด่นด้วยความงามที่อ่อนหวาน มีเสน่ห์ มีพื้นฐานการศึกษาดี และการสื่อสารที่ชาญฉลาด รางวัลที่ บุ่ย บิ๊ก เฟือง ได้รับในการประกวดครั้งแรกคือจักรยานยี่ห้อ Mifa ซึ่งในสมัยนั้นมีมูลค่าเทียบเท่าทองคำ 4 ตำลึง ถึงแม้จะโด่งดังจากการเป็นนางงาม เธอก็ยังคงมุ่งมั่นกับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

    เส้นทางอาชีพสู่ผู้บริหารระดับสูงและนักลงทุน

    ในปี ค.ศ.1994 บุ่ย บิ๊ก เฟือง ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศเกาหลีใต้ และสามารถคว้าปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลมาได้ หลังจากจบการศึกษา เธอกลับมาทำงานในประเทศในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ต่างประเทศที่สถาบันวิจัยรัฐและกฎหมาย นอกจากนี้ เธอยังมีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ โดยสามารถพูดภาษาอังกฤษและเกาหลีได้อย่างคล่องแคล่ว รวมถึงสามารถพูดภาษาจีนและฝรั่งเศสได้ด้วย

    ปัจจุบัน บุ่ย บิ๊ก เฟือง ดำรงตำแหน่งผู้ประสานงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับกองทุนบัณฑิตศึกษาเกาหลี (Korean Graduate Education Fund) เธอมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างเวียดนามและนานาชาติ นอกจากงานประจำแล้ว เธอยังลงทุนและพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย

    ชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์และเรียบง่าย

    นอกเหนือจากความสำเร็จในหน้าที่การงานแล้ว บุ่ย บิ๊ก เฟือง ยังมีชีวิตสมรสที่มีความสุขกับสามี ดร.หวู เถี่ยว ซาง ทั้งคู่แต่งงานกันในปี ค.ศ.2000 และมีบุตรชายคนแรกคือ ยา เหียน ในปีถัดมา ก่อนจะต้อนรับบุตรสาวคนที่สอง เฟือง อัญ ในปี ค.ศ.2004

    แม้จะเป็นผู้บริหารในที่ทำงานและเป็นนางงามที่เป็นที่รู้จักในสังคม แต่เมื่อกลับถึงบ้าน เธอก็เป็นแม่บ้านและภรรยาที่ทำหน้าที่ดูแลครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบ เธอให้ความสำคัญกับการพัฒนาของลูกอย่างสมดุล ทั้งด้านวิชาการและด้านความถนัดพิเศษ นับตั้งแต่แต่งงานมา บุ่ย บิ๊ก เฟือง แทบไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในวงการบันเทิง แต่ใช้เวลาทั้งหมดดูแลรังรักของเธอ

    นางงามผู้ทรงอิทธิพลกับความงามที่ยั่งยืน

    หลังจากครองมงกุฎมา 37 ปี บุ่ย บิ๊ก เฟือง ยังคงรักษาความงามที่ดูดีและมีเสน่ห์อยู่เสมอ โดยมักจะได้รับคำชมว่าดูอ่อนเยาว์กว่าวัย 54 ปีมาก เธอเปิดเผยว่ามักจะแต่งหน้าอ่อนมากหรือไม่แต่งเลย ทำให้คนส่วนใหญ่อาจจำเธอไม่ได้ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เธอเริ่มปรากฏตัวต่อสาธารณะมากขึ้นในฐานะผู้ติดตามและกรรมการตัดสินในการประกวดนางงามเวียดนาม

    บุ่ย บิ๊ก เฟือง มีความหลงใหลในการตกแต่งบ้านพักหรูหราด้วยแนวคิดและการออกแบบของเธอเอง ซึ่งรวมถึงคฤหาสน์หรูมูลค่ากว่า 70 ล้านดองในกรุงฮานอย แม้จะครอบครองทรัพย์สินมากมาย แต่เธอกลับกล่าวว่า ชีวิตของเธอนั้นเรียบง่าย ไม่ได้หรูหราเหมือนที่หลายคนคิดเกี่ยวกับตำแหน่ง นางงามเวียดนามคนแรก ของประเทศ เธอจึงยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความงามที่ยั่งยืนทั้งจากรูปลักษณ์ นิสัย และการสร้างคุณูปการต่อสังคม 

    1. Vietnamnet

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9852238/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qETcUW8YrAIhlnGkBV22z