Category: วัฒนธรรม

  • เปิดลงทะเบียนเน็ตคนละครึ่ง 160 บาท เริ่มเมื่อไหร่ ใครได้บ้าง?

    เปิดลงทะเบียนเน็ตคนละครึ่ง 160 บาท เริ่มเมื่อไหร่ ใครได้บ้าง?

    เปิดลงทะเบียนเน็ตคนละครึ่ง 160 บาท ตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหน เริ่มได้เมื่อไหร่ ใครมีสิทธิได้บ้าง อัปเดตเงื่อนไขทั้งหมดได้ที่นี่

    น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเสนอโครงการเน็ตคนละครึ่ง เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนกลุ่มรายได้น้อย

    เงื่อนไขเน็ตคนละครึ่ง

    • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน กว่า 14 ล้านคน
    • ค่าบริการจ่ายแค่ 160 บาทต่อเดือน (รวมภาษีแล้ว)
    • ได้รับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 40 GB ต่อเดือน
    • ระยะเวลาการใช้งาน ต่อเนื่อง 3 รอบบิล (3 เดือน)
    • ใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุน กทปส. (กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ)

    เน็ตคนละครึ่ง 160 บาท อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว

    • กสทช. จะหารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย เพื่อทำแพ็กเกจพิเศษภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และอยู่ระหว่างเสนอร่างโครงการฯ เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อขอความเห็นชอบในลำดับถัดไป

    เน็ตคนละครึ่ง 160 บาท เริ่มเมื่อไหร่

    • เมื่อที่ประชุม ครม. อนุมัติโครงการเน็ตคนละครึ่งแล้ว จะเปิดให้กลุ่มคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน กว่า 14 ล้านคน ลงทะเบียนเน็ตคนละครึ่ง 160 บาท ภายในปี 2568

    “โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม ทั้งในด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนสังคมสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล” น.ส.อัยรินทร์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/945096/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IFwAqcOeMyryc0b_goZN-

  • สพป.สุโขทัย เขต 2 ประชุมรับนักเรียน

    สพป.สุโขทัย เขต 2 ประชุมรับนักเรียน

    การศึกษา

    สพป.สุโขทัย เขต 2 ประชุมรับนักเรียน

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.31 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สพป.สุโขทัย เขต 2 ประชุมรับนักเรียน

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) สุโขทัย เขต 2 ดำเนินการประชุมคณะกรรมจากรับนักรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมศรีสำโรง สพป.สุโขทัย เขต 2

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/454431&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14IuHJ-cIdib58LcKD1SBT

  • ชงครม.เคาะ ‘เน็ตคนละครึ่ง’หนุนคนไทยเข้าถึงอินเตอร์เน็ตฯ

    ชงครม.เคาะ ‘เน็ตคนละครึ่ง’หนุนคนไทยเข้าถึงอินเตอร์เน็ตฯ


    กสทช.นัดค่ายมือถือออกแพ็กเกจพิเศษ ‘เน็ตคนละครึ่ง’ เงื่อนไขเดือนละ 160 บาท 3 เดือน ยันควบคุมคุณภาพความเร็วเน็ตใช้งานได้จริง 40 GB/ เดือน

    น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเสนอโครงการ “เน็ตคนละครึ่ง” เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนกลุ่มรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กว่า 14 ล้านคนทั่วประเทศ ในอัตราค่าบริการ: จ่ายเพียง 160 บาทต่อเดือน (รวมภาษีแล้ว) สิทธิที่ได้รับ: อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 40 GB ต่อเดือน มีระยะเวลาใช้งาน: ต่อเนื่อง 3 รอบบิล (3 เดือน) โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุน กทปส. (กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ)

     ทั้งนี้กสทช. อยู่ระหว่างเสนอร่างโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยคาดว่าเมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว จะเปิดให้ประชาชนที่มีสิทธิลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ภายในปี 2568 ทั้งนี้  กสทช. จะหารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย เพื่อจัดทำแพ็กเกจพิเศษภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยยืนยันว่าจะควบคุมคุณภาพความเร็วอินเทอร์เน็ตให้ใช้งานได้จริง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

    ”โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม ทั้งในด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนสังคมสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล“

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/37567&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38gWF85OLC-zmggXqrAoeY

  • จุฬาฯ เป็นผู้นำคลังสมบัติ “เพลงเรื่อง” ของดนตรีไทย

    จุฬาฯ เป็นผู้นำคลังสมบัติ “เพลงเรื่อง” ของดนตรีไทย

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    จุฬาฯ เป็นผู้นำคลังสมบัติ “เพลงเรื่อง” ของดนตรีไทย

    ศ.ดร.ขำคม พรประสิทธิ์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการสัมมนาวิชาการทางดุริยางคศิลป์ไทย เรื่อง “บทบาทของเพลงเรื่อง : บริบท พัฒนาการ และการปฏิบัติ” และได้รับเกียรติจาก อ.ดร.สิริชัย ชาญฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินประจำมหาวิทยาลัย เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาครูในพิธีเปิดโครงการสัมมนา โดยความร่วมมือระหว่างคณะศิลปกรรมศาสตร์ สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม และศูนย์เชี่ยวชาญวัฒนธรรมดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ณ หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ

    “เพลงเรื่อง” นับเป็นคลังสมบัติของผู้เรียนดนตรีไทย การบรรเลงเพลงเรื่องหมายถึงการบรรเลงบทเพลงติดต่อกันเป็นชุดโดยมีระเบียบวิธีการบรรเลงเฉพาะสำหรับการใช้งานเป็นกรณีพิเศษ เช่น งานกฐินพระราชทาน เพลงเรื่องมีสำนวนเพลง หรือ “มือฆ้อง” แตกต่างเพลงตับ เพลงชุด เพลงเกร็ด เพลงเถา เพลงละคร และเพลงโหมโรง
    เพลงเรื่องมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในฐานะบทเพลงที่นักดนตรีไทยจำเป็นต้องเรียน เนื่องจากเพลงเรื่องแต่ละสำรับมี “มือ” สำคัญตั้งแต่เบื้องต้นเป็นประถมไปจนถึงมือเดี่ยว เพลงเรื่องเป็นตัวชี้วัดสมรรถนะของผู้สอนและผู้เรียน สะท้อนวัฒนธรรม จิตวิญญาณ และภูมิปัญญาของดุริยางคศิลปินในการร้อยกรองเพลงเป็นหมวดหมู่เข้าร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีระเบียบการแบ่งประเภทของเพลงเรื่องไว้อย่างรัดกุม เพลงเรื่องจึงมีความสง่างาม ศักดิ์สิทธิ์ นำไปสู่ความสมบูรณ์ในการประกอบพิธี ทั้งยังประโยชน์แก่ผู้เรียนทั้งด้านทักษะ และทฤษฎี ถือเป็นขุมทรัพย์แห่งความรู้ของนักดนตรีไทย
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการบันทึกข้อมูลเพลงไทยทุกประเภท โดยเฉพาะเพลงเรื่องมาเป็นระยะเวลากว่า ๔ ทศวรรษ เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลเสียงและภาพคลังข้อมูลดนตรีไทย จัดเก็บและเผยแพร่ ณ หอสมุดดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมายังได้สนองงานในพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของเพลงเรื่อง ทำให้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน หลายสำนักดนตรีมาบันทึกข้อมูลเพลงเรื่องไว้จำนวนมาก จึงจัดได้ว่าเป็นชุดข้อมูลที่สำคัญทางศิลปวัฒนธรรมที่สุดชุดหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เมื่อครั้งเริ่มต้นโครงการบันทึกเสียงข้อมูลเพลงไทย ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ชื่อเดิมของสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม) ได้เชิญนักดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงมาบันทึกเสียงที่บ้านคุณครูประสิทธิ์ ถาวร (ศิลปินแห่งชาติและศิลปินแห่งมหาวิทยาลัยท่านแรก) ผู้วางรากฐานหลักสูตรดนตรีไทยของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ฐานข้อมูลเพลงเรื่องที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รวบรวมไว้มีคุณค่าอเนกอนันต์เป็นอย่างยิ่งของประเทศไทยที่จะได้สืบทอดต่อไปให้กับนักวิจัยและผู้สนใจในรุ่นหลังอย่างไม่ขาดช่วง
    การจัดโครงการสัมมนาทางดุริยางคศิลป์ไทยเรื่อง เพลงเรื่องของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของจุฬาลงณ์มหาวิทยาลัยในการทำความเข้าใจเพลงเรื่อง และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับคุณค่าของเพลงเรื่อง และเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ มุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิ ครูดนตรี และดุริยางคศิลปิน ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางการอนุรักษ์ สืบสานเพลงเรื่องให้คงอยู่ รวมทั้งปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมในบริบทสังคมปัจจุบัน

    การสัมมนาเริ่มต้นด้วยการประโคมไว้อาลัยบทเพลงเรื่องนางหงส์โดยวงดนตรีไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ควบคุมและฝึกซ้อมโดย รศ.ดร.ภัทระ คมขำ หัวหน้าภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อน้อมถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลว

    การจัดสัมมนาในครั้งนี้ได้รับความกรุณาจากวิทยากรบรรยายและสาธิตเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับเพลงเรื่อง ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางดนตรีไทยในรูปแบบเพลงเรื่อง ผู้ฟังได้รับความรู้และเกิดความกระจ่างมากขึ้น และสามารถนำไปต่อยอดในการศึกษาเพลงเรื่องได้ต่อไป โดยได้รับเกียรติจาก รศ.พิชิต ชัยเสรี (ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย) อ.ดร. สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ (ศิลปินแห่งชาติ) คุณครูปี๊บ คงลายทอง คุณครูไชยยะ ทางมีศรี (ศิลปินแห่งชาติ) เป็นที่ปรึกษาโครงการ พร้อมด้วยวิทยากรจากสำนักดนตรี หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา กองดุริยางค์สี่เหล่าทัพ ได้แก่ กองดุริยางค์ทหารบก กองดุริยางค์ทหารเรือ กองดุริยางค์ทหารอากาศ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

    คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ขอขอบพระคุณ อ.ศักดิ์ชัย ลัดดาอ่อน ข้าราชการบำนาญ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร อ.ชาตรี อบนวล คุณครูอาวุโส/อาจารย์พิเศษภาควิชาดนตรีไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา อ.พิทักษ์ จรรย์นาฏย์ คุณครูอาวุโส/ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสาขาดนตรีไทย ภาควิชาดนตรี คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณครูปิยะ แสวงทรัพย์ ดุริยางคศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

    การจัดสัมมนาโครงการสัมมนาทางดุริยางคศิลป์ไทยเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาสัมมนาดุริยางคศิลป์ไทย นิสิตชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะนิสิตได้ค้นคว้าข้อมูลเอกสารวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ปรึกษาคณาจารย์เพื่อนำเสนอความแตกต่างของการบรรเลงเพลงเรื่องในอดีตกับปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงตามบริบทของยุคสมัย ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ภัทระ คมขำ หัวหน้าภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับความสนใจจากนิสิต นักศึกษา และนักเรียนจากจังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี จังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผู้สนใจเข้ารับชมและรับฟังจากนักเรียนระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา นิสิตนักศึกษา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนคำถามและข้อคิดเห็นร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิอย่างทั่วถึง นับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่งที่เพลงเรื่องจะมีผู้สืบทอดในทศวรรษต่อไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

    จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

    ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/271504/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rvIw1RCLVwBrwyzICF7W-

  • สวธ. เปิดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระพันปีหลวง” | TOPNEWS

    สวธ. เปิดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระพันปีหลวง” | TOPNEWS

    ด้าน นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งระดับชาติ และนานาชาติ โดยการนำศิลปวัฒนธรรมในหลายด้านมาจัดแสดงในรูปแบบกิจกรรมและการแสดง ที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตลอดจนการที่ได้อนุรักษ์ สืบสาน ต่อยอดเพื่อฟื้นฟู ส่งเสริม และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย รวมทั้งการแสดงจากนานาชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา จึงได้จัดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการนันทนาการทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การเรียนรู้ศิลปะอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจถึงคุณค่า ซาบซึ้งในสุนทรียภาพของวัฒนธรรมและศิลปะต่าง ๆ และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นการแสดงทางวัฒนธรรม ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม 2568 ณ อาคารอเนกประสงค์ ทั้งนี้ การแสดงต่าง ๆ ได้บูรณาการร่วมกับเครือข่ายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม สมาคม สถาบันการศึกษา เป็นต้น

    ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Cultural Centre) เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และมีสถานที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ได้แก่ หอประชุมใหญ่ หอประชุมเล็กและอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถรองรับการเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉะนั้น จึงได้จัดทำโครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม กิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและการนันทนาการทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้แก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และเป็นการเปิดพื้นที่/เวที ทางวัฒนธรรม (Open Spaces & Stages) และเป็นสังคมที่เปิดกว้าง (Open Society) ที่ส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและการยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปะอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจถึงคุณค่า ซาบซึ้งในสุนทรียภาพ (Aesthetics) ของวัฒนธรรมและศิลปะด้านต่าง ๆ อีกทั้งการดำเนินการดังกล่าว สามารถบูรณาการร่วมกับเครือข่ายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ครูภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น

    กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา ขอเชิญเข้าร่วมรับชมกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รายการแสดงดังต่อไปนี้

    วันเสาร์ที่ 15 พ.ย.2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทยชุด “งามศิลป์แผ่นดินไทย น้อมรำลึกในพระเมตตาพระพันปีหลวง” โดย สมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การขับร้องเพลงไทยสากลชุด “ในดวงใจนิรันดร์” โดย คุณสุดาชื่นบาน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย – ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ.1563

    วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย ชุด “จากรากแห่งรัก” วงโจงกระเบน
    โดย ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ.2567

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “ศิลปะไทยใต้ร่มพระบารมี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดย สมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

    วันเสาร์ที่ 22 พ.ย. 2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “ฟื้นศิลป์สืบสาน ร้อยรักภักดี แด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “สรรพศิลป์แผ่นดินไทย น้อมถวายอาลัยนิรันดร์” โดย โรงเรียนสาธิต มศว.(ฝ่ายประถม)

    วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย.2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงวงดนตรีไทยเครื่องสายผสมปี่พาทย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชุด “มศว.น้อมใจ ดนตรีไทยน้อมรำลึก” โดย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดงตรีสากล ชุด “ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์” โดย วงดุริยางค์เครื่องลมเยาวชนไทย

    วันเสาร์ที่ 29 พ.ย.2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “หัวใจไทยสายศิลป์ น้อมรำลึกพระพันปีหลวง” โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดง ชุด หุ่นกระบอกไทย เรื่อง “พระสุธนมโนห์รา” และ การแสดง “รามเกียรติ์” ตอน พระรามตามกวาง โดย บ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย

    วันอาทิตย์ที่ 30 พ.ย. 2568

    รอบเวลา 11.30 – 13.30 น. การแสดงดนตรีสากล ชุด “ร้อยทำนอง ถวายรักนิรันดร์” โดยวงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น.การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ชุด “พาทยกุลร้อยใจภักดี สานศิลป์ไทยถวายพระพันปีหลวง” โดย โรงเรียนพาทยกุลการดนตรีและนาฏศิลป์

    วันศุกร์ที่ 5 ธ.ค. 2568

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น. การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ชุด “งามวิจิตรถิ่นสยาม สืบสานวัฒนธรรม เทิดไท้องค์ราชัน” โดย โรงเรียนสอนศิลปะการแสดงเชิงบวก

    วันเสาร์ที่ 6 ธ.ค. 2568

    รอบเวลา 16.30 – 18.30 น.การแสดงชุด “The Eternal Grace – แม่แห่งแผ่นดินนิรันดร์ บทเพลงถวายความอาลัยแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดย คณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย

    วันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. 2568

    รอบเวลา16.30 – 18.30 น. การแสดงชุด “พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย” โขน ชุด นารายณ์ปราบนนทก โดย โรงเรียนสาธิต มศว. (ฝ่ายมัธยม)

    ทั้งนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : กรมส่งเสริมวัฒนธรรมและศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1391866&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1K6xPpo5d8HFO10syUKqdS

  • กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผย ฝรั่งเศส สนใจ

    กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผย ฝรั่งเศส สนใจ

    กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผย ฝรั่งเศส สนใจ ‘ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ’ ไทย

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.24 น.

    กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผย บริษัทฝรั่งเศส สนใจตำรับยาไทยเสริมสมรรถภาพทางเพศ พร้อมผลักดัน 18 ยาบำรุง ยาอายุวัฒนะ ตำรับชาติฯ เปิดเวทีจับคู่ R&D ต่อยอดสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก

    กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผย บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากประเทศฝรั่งเศส แสดงความสนใจในตำรับยาแผนไทยที่มีสรรพคุณเสริมสมรรถภาพ เตรียมเดินหน้าผลักดัน 18 กลุ่มยาบำรุงและยาอายุวัฒนะ ที่มีศักยภาพในการบำรุงร่างกายและเสริมสมรรถภาพทางเพศเพื่อส่งเสริมภูมิปัญญา และสร้างมูลค่าเพิ่มในเศรษฐกิจสุขภาพ

    พญ.กัญญาภัค ศิลารักษ์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่ากรมฯ ได้ผลักดันการใช้ภูมิปัญญาไทยในการดูแลผู้มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) โดยเฉพาะการนำ “ตำรับยาแก้องคชาตตาย” มาใช้ในการรักษาและวิจัย พบว่ามีผลดีในการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและเสริมสมรรถภาพทางเพศในบุรุษ และยังมี “นารีพลีชีพ” ที่อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย สำหรับรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสตรี ขณะนี้ มีบริษัท จัดหาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพจากธรรมชาติ ประเทศฝรั่งเศส ได้แสดงความสนใจในตำรับยาไทยรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันพิจารณาเพื่อสร้างโอกาสในการส่งเสริมภูมิปัญญาและต่อยอดเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ ปัจจุบันกรมฯ ยังมี “ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ”ซึ่งมีที่มาจากตำรับยาแผนไทยของชาติที่มีเจตนาคุ้มครองและส่งเสริมนำไปใช้ประโยชน์ในระบบสุขภาพและเศรษฐกิจ ในกลุ่มยาบำรุงและยาอายุวัฒนะกว่า 18 ตำรับ ที่มีศักยภาพในการบำรุงร่างกายและเสริมสมรรถภาพทางเพศ เช่น ยาบำรุงสำหรับบุรุษ สูตร 1 ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรสำคัญอย่าง บัวขม ขิง ดีปลี ชะพลู ผักเสี้ยนผี พริกไทย มะเขือขื่น และไม้เท้ายายม่อม รวมถึงตำรับยา “แก้องคชาตตาย” ที่มีส่วนผสมของดีปลี ชะพลู พริกชี้ฟ้า ขิง ลูกจันทน์ กระวาน สะแก และกัญชา ซึ่งอยู่ระหว่างการผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางวิชาการและต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

    ด้าน ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และผู้อำนวยการกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร เปิดเผยว่า เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน กรมการแพทย์แผนไทยฯ เตรียมจัดกิจกรรม “Open House ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ” พร้อมทั้งจับคู่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนร่วมพัฒนาโครงการวิจัย พัฒนา (R&D) และนวัตกรรมสมุนไพร เพื่อมุ่งเน้นการต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเพื่อผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศเข้าสู่ New S-Curve และเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรม Open House และโอกาสในการเข้าร่วมความร่วมมือด้านการพัฒนาตำรับยาไทย ได้ทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

    “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดเศรษฐกิจสุขภาพของไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน พร้อมปูทางให้ตำรับยาไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลกต่อไป”
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/928058&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GffVgWm6bPnEGJfq4wNgP

  • กยศ. แนะลูกหนี้ถูกฟ้องกว่าแสนราย เร่งแก้หนี้ก่อนถูกยึดทรัพย์

    กยศ. แนะลูกหนี้ถูกฟ้องกว่าแสนราย เร่งแก้หนี้ก่อนถูกยึดทรัพย์

    กยศ. แนะลูกหนี้กว่า 100,000 ราย ที่ถูกฟ้อง เร่งแก้หนี้ภายในเดือน ธ.ค. 68 ก่อนถูกยึดทรัพย์

    ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “จากการที่ กยศ. ได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ในปี 2559 และศาลได้พิพากษาให้ชำระหนี้แล้วจำนวนกว่า 100,000 ราย โดยขณะนี้ผู้กู้ยืมเงินกลุ่มดังกล่าวยังไม่ได้ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นตามคำพิพากษา

    ซึ่งก่อนหน้านี้ กยศ. ได้มีการแจ้งให้ผู้กู้ยืมเงินและผู้ค้ำประกันทราบทั้งทางจดหมาย ทางโทรศัพท์ และได้ดำเนินการตามขั้นตอนการติดตามหนี้มาโดยตลอด แต่ผู้กู้ยืมเงินก็ยังไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลหรือไม่ได้มีการติดต่อกลับมายัง กยศ. และระยะเวลาได้ล่วงเลยมา 9 ปีแล้ว จนในที่สุด กยศ. มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยเตรียมออกหมายบังคับคดีผู้กู้ยืมเงินกลุ่มดังกล่าว

    ดังนั้น หากผู้กู้ยืมเงินไม่ต้องการให้ กยศ. ดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมาย โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้กู้ยืมเงินและ/หรือผู้ค้ำประกัน ขอให้ผู้กู้ยืมเงินชำระหนี้ปิดบัญชีตามยอดหนี้ที่ปรากฏในแอป กยศ.Connect หรือหากผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระหนี้ปิดบัญชีตามคำพิพากษาได้ สามารถเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ได้ที่ www.studentloan.or.th ภายในเดือนธันวาคม 2568

    ทั้งนี้ ขอให้ผู้กู้ยืมเงินกลับมาชำระหนี้เนื่องจากเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชนและจำเป็นต้องนำมาหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้องต่อไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/945103/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23gwDDCswdcgcqVYl-B_YM

  • ทิศทางเศรษฐกิจการลงทุนไตรมาส 1/2026 โอกาสและความเสี่ยง

    ทิศทางเศรษฐกิจการลงทุนไตรมาส 1/2026 โอกาสและความเสี่ยง

    เมื่อเราก้าวเข้าสู่ไตรมาสแรกของปี 2026 เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน InnovestX คาดการณ์ว่า GDP โลกปี 2025 จะเติบโต 2.9% และปี 2026 ที่ 3.0% แต่จะเห็นการชะลอตัวรุนแรงในครึ่งแรกของปี 2026 ก่อนค่อยฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง

    สำหรับเศรษฐกิจไทย คาดว่า GDP ปี 2568-69 จะขยายตัวเพียง 1.8% และ 1.4% ตามลำดับ แม้กระทรวงการคลังจะมีมาตรการกระตุ้น 5 ด้าน อันได้แก่ (1) โครงการ “คนละครึ่ง Plus” (2) มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว (3) การคืนภาษีแบบเร่งรัด (4) นโยบายปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนและจัดตั้ง AMC และ (5) เติมเงินผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่แนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอลงมากกว่าคาดทำให้เรายังคงประมาณการไว้ที่ระดับเดิม นอกจากนั้น เรามองว่า ในปี 2026 จะมี 5 ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา

    ความเสี่ยงแรก ได้แก่ การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐแบบ K-Shape โดยความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่ากลุ่ม 10% ที่ร่ำรวยที่สุดมีส่วนในการใช้จ่ายเกือบครึ่งหนึ่งของการบริโภคทั้งหมดในสหรัฐฯ ขณะที่กลุ่ม 80% ที่เหลือมีส่วนแบ่งลดลงจาก 42% ก่อนโควิดเหลือเพียง 37% ในปัจจุบัน 

    นอกจากนั้น จากการศึกษาของ InnovestX ตั้งแต่ปี 2012 ถึงปัจจุบัน พบว่ากลุ่มรายได้ระดับบนที่ 100,000-150,000 ดอลลาร์ต่อปีมีการเติบโตของรายได้ในรอบ 12 ปี สูงถึง 5.3 เท่า ขณะที่กลุ่มรายได้ระดับล่าง (ต่ำกว่า 15,000 ดอลลาร์) อยู่ที่เพียง 2.2 เท่า เท่านั้น นั่นแปลว่า ช่องว่างรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนก็จะยิ่งมากขึ้น

    ในขณะที่ปัจจุบัน นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบันว่าเหมือน “ปิระมิดกลับหัว” โดยตลาดหุ้นพุ่งสูงสุดใหม่ แต่การจ้างงานชะงักและการเลิกจ้างเพิ่มขึ้น ทำให้เรากังวลว่า หากตลาดหุ้นปรับตัวลง จะทำลายเสาหลักของความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้

    ความเสี่ยงที่สองได้แก่ ฟองสบู่ AI ผลจากการจัดหาเงินทุนแบบวงกลมปิด (Circular Financing) โดยตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เผชิญความกังวลเรื่อง valuation ที่สูงเกินไปและรูปแบบการจัดหาเงินทุน ที่คล้ายยุค Dot-com Bubble โดยกรณีศึกษาที่น่ากังวลคือ Nvidia ลงทุนใน OpenAI 100,000 ล้านดอลลาร์ 

    ขณะที่ OpenAI ซื้อชิปจาก Nvidia หลายพันล้านดอลลาร์และตกลงซื้อพลังประมวลผล 300,000 ล้านดอลลาร์จาก Oracle ในช่วง 5 ปีโดยยังไม่ชัดเจนว่าจะหาเงินจากไหน ขณะที่ CEO ของวานิชธนกิจรายใหญ่ เตือนโอกาสตลาดปรับลง 10-20% ใน 12-24 เดือนข้างหน้า ซึ่งหากเกิดจะกระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกตั้งแต่ผู้ผลิต semiconductor ในไต้หวันและเกาหลีใต้ไปจนถึงไทย

    ความเสี่ยงที่สาม Private Credit และธนาคารเงา ความเสี่ยงธนาคารสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจาก Interest Rate Risk ในช่วง 2-3 ปีก่อน สู่ Credit Risk และ Liquidity Risk เห็นได้จาก Zions Bancorp และ Western Alliance Bancorp ที่ต้องตั้งสำรองหนี้สูญ และยื่นฟ้องผู้กู้ในข้อหาฉ้อโกง ทำให้หุ้นธนาคารร่วงกว่า 10% ขณะที่ธนาคารหลายแห่งเริ่มกู้เงินผ่าน overnight repo ของ Fed และเงินสำรองลดลงต่ำกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ 

    โดยเรามองว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ธนาคารโดยตรง แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างธนาคารกับสถาบันการเงินนอกระบบ โดยเฉพาะตลาด private credit ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความเสี่ยงระบบใหม่ที่ขาดความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่เพียงพอ หรืออาจเรียกได้ว่า Shadow Banking ของสหรัฐฯ

    ความเสี่ยงที่สี่ ได้แก่ Fiscal Risk หรือวิกฤตการคลัง โดยเรามองว่า สหรัฐฯ เป็นจุดศูนย์กลางของความเสี่ยง โดยปัจจุบันขาดดุลงบประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี (6.5% ของ GDP) และต้องจ่ายดอกเบี้ย 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี (20% ของรายได้รัฐบาล) ซึ่งสูงกว่าหลักเกณฑ์ปกติ 10-15% อย่างมีนัยสำคัญ โดยไตรมาส 2/2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เมื่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากภาษีศุลกากรและประธาน Fed Jerome Powell ครบวาระ หากเกิด “fiscal dominance” หรือการที่รัฐบาลทรัมป์บังคับให้ประธาน Fed ท่านใหม่ที่ตนแต่งตั้งทำนโยบายผ่อนคลายท่ามกลางเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่วิกฤตความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์และ Fed ได้ 

    ทั้งนี้ กรณี ฝรั่งเศสที่ถูก S&P ปรับลดอันดับเครดิตจาก AA- เป็น A+ สะท้อนว่าโลกกำลังเผชิญวิกฤติการคลังที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

    ความเสี่ยงที่ห้า ได้แก่ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และสงครามแร่หายาก ทรัมป์ทำสงครามการค้ากับทุกประเทศโดยเฉพาะกลุ่ม BRICS ขึ้นภาษีอินเดีย 50%, บราซิล 50%, จีน 30% ส่งผลให้ Global South รวมตัวกันมากขึ้น ที่สำคัญคือการเปลี่ยนผ่านสู่ “สงครามเย็น 2.0” โดยสหรัฐฯ ต้องพึ่งพาการนำเข้าแร่ธาตุสำคัญ 100% ถึง 15 ชนิดและมากกว่า 50% อีก 28 ชนิด ขณะที่จีนควบคุมการผลิตแร่หายาก 60-80% และครอบงำเทคโนโลยีการแปรรูปมากกว่า 90% ของโลก การพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเป็นเพียงการซื้อเวลาเพื่อเตรียมพร้อมสู่การแข่งขันที่รุนแรงกว่า

    แม้จะมีความเสี่ยงมากมาย แต่ตลาดหุ้นไทยยังมีจุดแข็งที่น่าสนใจ การเมืองในประเทศชัดเจนขึ้นหลังคุณอนุทินได้เป็นนายกฯ และเริ่มมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ EPS ของตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงการฟื้นตัว และเริ่มมีสัญญาณประมาณการกำไรที่เริ่มมีเสถียรภาพ 

    ทั้งนี้ InnovestX แนะนำกลยุทธ์ “Selective Buy” โดยเน้นหุ้น “Earning Play” ที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2025 ยังเติบโตดี เช่น BCPG, BEM, BGRIM, MTC, PTT และหุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง เนื่องจากคาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในเดือนธันวาคมปีนี้ และอีก 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

    ขอให้นักลงทุนโชคดี

    อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

    ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/experts_pool/columnist/2895704&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HVsD7jvvFZrlh6MHr60b3

  • คอลัมน์โลกธุรกิจ – แวดวงการเงิน : 15 พฤศจิกายน 2568

    คอลัมน์โลกธุรกิจ – แวดวงการเงิน : 15 พฤศจิกายน 2568

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/columnist/64588&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bG5zkPx5yrYTya-3xXatv

  • เช็กลิสต์ก่อนให้! เปิดคัมภีร์ “ของขวัญต้องห้าม” สำหรับคนจีน รู้ไว้ไม่เสียมารยาท

    เช็กลิสต์ก่อนให้! เปิดคัมภีร์ “ของขวัญต้องห้าม” สำหรับคนจีน รู้ไว้ไม่เสียมารยาท

    10 ของขวัญต้องห้ามคนจีน พร้อมความหมายแฝงสุดสยอง

    การให้ของขวัญถือเป็นธรรมเนียมสากลที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์และแสดงความปรารถนาดี แต่ในวัฒนธรรมจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีความละเอียดอ่อนสูง การเลือกของขวัญไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของมูลค่า แต่ยังเต็มไปด้วย “ความหมายแฝง” และ “สัญลักษณ์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นคำพ้องเสียงในภาษาจีน ที่อาจเปลี่ยนของขวัญสุดหรูให้กลายเป็นลางร้ายได้ในพริบตา

    หากคุณมีเพื่อน คู่ค้า หรือคนรู้จักเป็นชาวจีน การศึกษาเรื่องนี้ไว้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ของขวัญของคุณสร้างความประทับใจแทนที่จะสร้างความขุ่นเคืองใจครับ นี่คือรายการของขวัญต้องห้ามที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด

    10 ของขวัญต้องห้ามคนจีน

    1. นาฬิกา (钟, zhōng)

    นี่คือข้อห้ามที่ร้ายแรงที่สุด! การ “ให้นาฬิกา” ในภาษาจีนกลางออกเสียงว่า “ซ่งจง” (送钟, sòng zhōng) ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำว่า “ซ่งจง” (送终, sòng zhōng) ที่แปลว่า “การไปดูใจครั้งสุดท้าย” หรือ “การไปร่วมงานศพ” การให้นาฬิกาจึงเปรียบเสมือนการแช่งให้ผู้รับเสียชีวิตหรือหมดอายุขัยโดยเร็วที่สุด

    2. รองเท้า (鞋, xié)

    คำว่า “รองเท้า” (鞋, xié) ออกเสียงพ้องกับคำว่า “เสีย” (邪, xié) ที่แปลว่า “สิ่งอัปมงคล” หรือ “โชคร้าย” การให้รองเท้าจึงเหมือนกับการมอบโชคร้ายให้แก่ผู้รับ นอกจากนี้ บางคนยังเชื่อว่าการให้รองเท้าแก่คนรัก อาจหมายถึงการที่อีกฝ่ายจะ “เดินจากไป”

    3. ร่ม (伞, sǎn)

    แม้ว่าร่มจะมีประโยชน์มาก แต่คำว่า “ร่ม” (伞, sǎn) ก็ดันไปพ้องเสียงกับคำว่า “ส่าน” (散, sàn) ที่แปลว่า “การแตกแยก” “การเลิกรา” หรือ “การพลัดพราก” การให้ร่มจึงสื่อความหมายเป็นนัยว่าคุณต้องการยุติความสัมพันธ์หรือขอให้ครอบครัวเขาแตกแยก

    4. ผ้าเช็ดหน้า (手帕, shǒupà)

    ในสมัยก่อน ผ้าเช็ดหน้ามักจะถูกใช้สำหรับ “ซับน้ำตา” และมักจะถูกมอบให้กันในงานศพเพื่อเป็นการอำลาครั้งสุดท้าย การให้ผ้าเช็ดหน้าจึงเชื่อมโยงกับความโศกเศร้าและการจากลาตลอดไป

    5. ของมีคม (เช่น มีด, กรรไกร)

    ของมีคมทุกชนิด สื่อถึง “การตัดขาด” การให้ของมีคมจึงเหมือนการประกาศว่าคุณต้องการ “ตัดสัมพันธ์” หรือ “ตัดขาด” ความผูกพันที่มีต่อกัน (ในภาษาจีนมีสำนวนว่า “อี้ เตา เหลียง ต้วน” 一刀两断 หมายถึง ตัดทีเดียวขาดสองท่อน ใช้กับการตัดความสัมพันธ์)

    6. สาลี่ (梨, lí)

    ผลไม้ชนิดนี้ก็ไม่รอดครับ คำว่า “สาลี่” (梨, lí) ออกเสียงเหมือนกับคำว่า “หลี” (离, lí) ที่แปลว่า “การจากลา” หรือ “การแยกจาก” ดังนั้น คนจีนจึงมักไม่ให้สาลี่เป็นของขวัญ (แม้ว่าการกินสาลี่ด้วยกันจะไม่เป็นไร แต่การ ให้ ถือเป็นเรื่องไม่ดี)

    7. ดอกเบญจมาศ (菊花, júhuā) และดอกไม้สีขาว

    ในวัฒนธรรมจีน ดอกเบญจมาศ (โดยเฉพาะสีขาวและสีเหลือง) และดอกไม้สีขาวส่วนใหญ่ จะถูกใช้สำหรับ “งานศพ” หรือการไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วเท่านั้น การมอบดอกไม้เหล่านี้ในโอกาสมงคลจึงถือเป็นลางร้ายอย่างยิ่ง

    8. หมวกสีเขียว (绿帽子, lǜmàozi)

    ข้อนี้อาจจะดูแปลก แต่สำคัญมากสำหรับผู้ชาย! ในวัฒนธรรมจีน มีคำสแลงว่า “สวมหมวกสีเขียว” (戴绿帽子, dài lǜ màozi) ซึ่งมีความหมายว่า “ภรรยานอกใจ” หรือ “ถูกสวมเขา” การให้หมวกสีเขียวแก่ผู้ชายจีนจึงเป็นการดูถูกและหยาบคายอย่างรุนแรง

    9. กระจก (镜子, jìngzi)

    กระจกมีความเชื่อโยงกับเรื่องไสยศาสตร์ในจีนหลายอย่าง เชื่อกันว่ากระจกสามารถ “ดึงดูดวิญญาณร้าย” ได้ นอกจากนี้ กระจกยัง “แตกหักง่าย” ซึ่งสื่อถึงลางร้ายและความสัมพันธ์ที่เปราะบาง

    10. สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเลข 4 (四, sì)

    ตัวเลขก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เลข “4” (四, sì) ในภาษาจีน ออกเสียงพ้องกับคำว่า “สื่อ” (死, sǐ) ที่แปลว่า “ความตาย” ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการให้ของขวัญเป็นชุด 4 ชิ้น หรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเลข 4 โดยเด็ดขาด

    แล้วควรให้อะไรดี? ของขวัญมงคลสำหรับคนจีน

    เมื่อรู้ของต้องห้ามแล้ว ก็ควรรู้จักของขวัญที่ “เป็นมงคล” เพื่อสร้างความประทับใจ โดยเน้นความหมายดีๆ และสีมงคล (สีแดงและสีทอง)

    1. ผลไม้ (ยกเว้นสาลี่):
      • ส้ม (橘, jú): พ้องเสียงกับคำว่า “จี๋” (吉) ที่แปลว่า โชคลาภ มงคล
      • แอปเปิ้ล (苹果, píngguǒ): คำว่า “ผิง” (苹) พ้องเสียงกับ “ผิง” (平) ในคำว่า “ผิงอัน” (平安) ที่แปลว่า สันติสุข ปลอดภัย
    2. ชาชั้นดี (茶, chá): ชาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจีน การให้ชาดีๆ หมายถึงการอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง
    3. เหล้าหรือไวน์ (酒, jiǔ): คำว่า “จิ่ว” (酒) พ้องเสียงกับ “จิ่ว” (久) ที่แปลว่า “ยาวนาน” สื่อถึงมิตรภาพที่ยืนยาว หรือการมีอายุยืนยาว
    4. ของที่เป็นคู่ (เลข 6 หรือ 8):
      • เลข 6 (六, liù): พ้องเสียงกับคำที่แปลว่า “ราบรื่น”
      • เลข 8 (八, bā): พ้องเสียงกับคำว่า “ฟา” (发) ที่แปลว่า “ร่ำรวย” “เจริญก้าวหน้า”
    5. อั่งเปา (红包, hóngbāo): หากนึกอะไรไม่ออก การให้เงินสดใส่ซองสีแดง (อั่งเปา) ถือเป็นสิ่งที่ใช้ได้เสมอในทุกโอกาสมงคล เพราะสีแดงคือสีแห่งโชคลาภ และผู้รับสามารถนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ต้องการได้

    หัวใจสำคัญของการให้ของขวัญคนจีนคือ “ความปรารถนาดี” และ “ความใส่ใจ” ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ การหลีกเลี่ยงของขวัญต้องห้ามเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณไม่เสียมารยาท แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเคารพและความเข้าใจที่คุณมีต่อวัฒนธรรมของพวกเขา ซึ่งจะสร้างความประทับใจได้มากกว่าของขวัญราคาแพงใดๆ เสียอีก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/campus/1431011/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1amlyCADU9Ua1jpGvV3IKp