Category: วัฒนธรรม

  • นิสิตปริญญาโทจุฬาฯ คว้า Double Gold และรางวัลพิเศษ ICSTEM 2025

    นิสิตปริญญาโทจุฬาฯ คว้า Double Gold และรางวัลพิเศษ ICSTEM 2025

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    นิสิตปริญญาโทจุฬาฯ คว้า Double Gold และ Special Award เวทีนวัตกรรมระดับนานาชาติ ICSTEM 2025 ที่มาเลเซีย

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับนายศรัณยู แมนสถิตย์ นิสิตปริญญาโทหลักสูตรสหสาขาวิชาชีวสารสนเทศศาสตร์และชีววิทยาเชิงคอมพิวเตอร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ คว้ารางวัล Double Gold Medal และ Special Award จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมระดับนานาชาติ งาน International Competition on Science, Technology, Engineering and Mathmatics (ICSTEM) 2025 ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จากผลงานนวัตกรรม “การค้นพบยีนเครื่องหมายจำเพาะใหม่ต่อชนิดของเซลล์ในข้าว โดยอาศัยขั้นตอนวิเคราะห์ข้อมูล scRNA-Seq มาตรฐาน” (Discovery of Novel Cell-Type Specific Marker Genes in Rice Based on A Standard scRNA-Seq Data Analysis Pipeline)

    ศรัณยู เปิดเผยว่า ปัจจุบันการวิเคราะห์ข้อมูลลำดับอาร์เอ็นเอแบบเซลล์เดี่ยว (Single-cell RNA sequencing data) ของพืชนิยมระบุชนิดของเซลล์โดยอาศัยข้อมูลของยีนเครื่องหมายจำเพาะ (marker gene) ในขณะที่ยีนเครื่องหมายจำเพาะต่อชนิดของเซลล์ (cell-type specific marker gene) สำหรับข้าวที่มีอยู่ในฐานข้อมูลนั้นยังคงมีจำกัด ผลงานนวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหายีนเครื่องหมายจำเพาะต่อชนิดของเซลล์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีในฐานข้อมูล โดยอาศัยเครื่องมือและวิธีการทางชีวสารสนเทศศาสตร์
    ศรัณยูเผยถึงจุดเด่นของนวัตกรรมเนี้ว่าป็นการใช้เครื่องมือและวิธีการทางชีวสารสนเทศศาสตร์ในการทำนายหายีนเครื่องหมายจำเพาะต่อชนิดของเซลล์ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วกว่าการค้นหาโดยตรงในห้องปฎิบัติการ นอกจากนี้ยังสามารถนำนวัตกรรมนี้ไปใช้เพื่อคัดกรองหายีนเครื่องหมายจำเพาะต่อชนิดของเซลล์จากข้อมูลลำดับอาร์เอ็นเอแบบเซลล์เดี่ยวได้

    ทั้งนี้ นวัตกรรมเรื่องนี้เป็นผลงานความสำเร็จของคณะผู้วิจัยประกอบด้วย นายศรัณยู แมนสถิตย์ นิสิตปริญญาโทหลักสูตรสหสาขาวิชาชีวสารสนเทศศาสตร์และชีววิทยาเชิงคอมพิวเตอร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ รศ.ดร.กิติพร พลายมาศ ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ วิดยา ฟาจาไรนี นิสิตปริญญาเอกภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ภายใต้การดูแลของ ศ.ดร. ศุภจิตรา ชัชวาลย์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
    นวัตกรรมนี้เป็นผลงานภายใต้โครงการความร่วมมือวิจัยเรื่อง “การศึกษาการตอบสนองต่อภาวะแล้งของข้าวด้วยเทคโนโลยีลำดับอาร์เอ็นเอแบบเซลล์เดี่ยว” ระหว่าง ศ.ดร.ศุภจิตรา ชัชวาลย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ Prof. Luca Comai, Plant Biology and Genome Center, University of California, Davis

    จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

    ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/271480/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YNheOJxYNkeAQx0KdpYkx

  • หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายเพื่อการบริหารการพัฒนา รุ่นที่ 2 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2568 – OBEC

    หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายเพื่อการบริหารการพัฒนา รุ่นที่ 2 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2568 – OBEC

    คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดรับสมัครคัดเลือกเข้าศึกษาต่อหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายเพื่อการบริหารการพัฒนา รุ่นที่ 2 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2568  ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจหลักสูตรดังกล่าว สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ https://law.nida.ac.th/how-to-apply-phd/ และลงทะเบียนสมัครได้ที่ลิงก์ https://admission.nida.ac.th/programs?faculty_code=GSL       

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/22091&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uVQwjM0Ly77fULLRZ16ek

  • เปิดใจนักชีววิทยาผู้ถูกฉลามกัดเผยยังหวังว่าจะพบมันอีกครั้ง  – BBC News ไทย

    เปิดใจนักชีววิทยาผู้ถูกฉลามกัดเผยยังหวังว่าจะพบมันอีกครั้ง – BBC News ไทย

    “ฉลามตัวนี้ไว้ชีวิตผม” นักชีววิทยาผู้ถูกฉลามกัดเผยยังหวังว่าจะพบมันอีกครั้ง

    เมาริซิโอ โฮโยส มองมาที่กล้องถ่ายภาพ ขณะที่ถือถ้วยรางวัล

    ที่มาของภาพ, Mauricio Hoyos

    คำบรรยายภาพ, เมาริซิโอ โฮโยสใช้เวลากว่า 30 ปี ในการศึกษาพฤติกรรมของฉลามชนิดต่าง ๆ
      • Author, ราฟาเอล อาบูไซเบ
      • Role, บีบีซีมุนโด (แผนกภาษาสเปน)

    เมาริซิโอ โฮโยสยังคงจดจำความรู้สึกถึงแรงกดทับลงบนกะโหลกศีรษะของเขาขณะที่ถูกฉลามตัวใหญ่ยาวกว่า 3 เมตรงับใกล้กับหมู่เกาะกาลาปากอส

    ฉลามตัวนี้พุ่งเข้ามายังตัวเขาด้วยความเร็วอย่างน่าประหลาดใจ ไม่ให้เวลาเขาได้ก้มหัวลงในความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อปกป้องเส้นเลือดใหญ่ของเขา

    “เมื่อเข้าใกล้ขากรรไกรของมัน ผมรู้สึกได้ถึงแรงกดจากการกัดของมัน หลังจากนั้น ตอนที่ผมคิดว่ามันจะงับครั้งที่สอง แต่เมื่อมันอ้าปากขึ้นอีกครั้ง มันก็ปล่อยผมไป” โฮโยสบอกกับบีบีซีมุนโดจากบ้านพักของเขาในเมืองบาฮา แคลิฟอร์เนีย ในเม็กซิโก หลังจากที่เขารอดชีวิตมาจากเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้นได้เพียงเดือนเศษ

    โฮโยสเป็นนักชีววิทยาทางทะเลที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ในการศึกษาฉลามในถิ่นที่มันอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งเหตุไม่คาดฝันดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่เขาเดินทางไปทำการวิจัยในประเทศคอสตาริกาเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

    ในช่วงเวลาไม่ถึงสองเดือนต่อมา ใบหน้าของเขายังมีร่องรอยของบาดแผลที่เกิดจากเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่เขาก็อธิบายว่า การฟื้นตัวของเขาถือว่า น่าทึ่งอย่างมาก แม้กระนั้นเขายังมีความหวังที่จะได้เผชิญหน้ากับฉลามตัวที่โจมตีเขาอีกครั้ง

    เมาริซิโอ แสดงรอยแผลเป็นที่ด้านซ้ายของแก้มของเขา ที่ถูกฉลามโจมตีใกล้กับหมู่เกาะกาลาปากอส

    คำบรรยายภาพ, โฮโยสเรียกรอยแผลที่ฉลามฝากเอาไว้ว่า “แผลเป็นจากการต่อสู้ที่ดูเหมือนกับเหงือก”

    สำหรับโฮโยสแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในวันนั้นในน่านน้ำนอกชายฝั่งเกาะโคคอส เป็นผลจากพฤติกรรมปกติของสัตว์ เมื่ออยู่ในภาวะเผชิญหน้ากับสิ่งที่มันคิดว่าเป็นภัยคุกคาม

    “ในกรณีนี้ การถูกกัดก็คล้าย ๆ กับที่ถูกสุนัขกัด” เขากล่าวเปรียบเปรย

    “คุณเคยเห็นวิธีการที่สุนัขกัดหรือเปล่า เมื่อสุนัขตัวหนึ่งเข้าใกล้สุนัขอีกตัวมากเกินไป มันจะก็จะงับอย่างไวใช่ไหม มันไม่ได้จะทำให้อีกตัวบาดเจ็บ แต่มันต้องการทำให้สุนัขอีกตัวสงบลงหรือหยุดลงนั่นเอง”

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่ 23 ก.พ.- 8 มี.ค. 2530

    • The image shows woman in front of a colourful assortment of sweets and treats.

    • .

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    โฮโยส ซึ่งเดินทางไปร่วมกับเพื่อนร่วมงานติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณเสียง หรือเรียกว่า “อาคูสติก แท็ก” (acoustic tag) บนตัวฉลามเพื่อช่วยระบุแหล่งผสมพันธุ์และวางไข่ของพวกมัน ได้รับการแจ้งเตือนจากนักท่องเที่ยวว่ามีฉลามอยู่ในน้ำ

    ตำแหน่งในตอนนั้นของเขาอยู่ที่ระดับความลึกอยู่ที่ 40 เมตร โฮโยสแจ้งกับกัปตันเรือที่เขาอยู่ว่าเขาจะอยู่ที่นั่น “นานสุดห้านาที”

    จากนั้นเขาก็ลงไปในน้ำและเริ่มดำดิ่งลงอย่างช้า ๆ

    ฉลามตัวหนึ่งว่ายน้ำใกล้กับผิวน้ำทะเล

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ฉลามที่อาศัยบริเวณหมู่เกาะกาลาปากอสสามารถมีขนาดลำตัวยาวได้ถึง 3 เมตร

    โฮโยสย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาเผชิญหน้ากับฉลามตัวดังกล่าวว่า “ฉลามยักษ์ตัวเมียตัวนี้ มีความยาวระหว่าง 3 ถึง 3.5 เมตร ว่ายน้ำผ่านไปและมุ่งหน้าลงสู่ก้นทะเล ผมจึงเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อติดแท็กที่โคนครีบหลังของมัน”

    ทว่าโฮโยส ผู้ที่ผ่านการติดแท็กดังกล่าวให้กับฉลามหลากหลายประเภทมาตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษในเส้นทางอาชีพของเขา บอกว่า ฉลามตัวนี้มีปฏิกิริยาตอบโต้แตกต่างจากฉลามตัวอื่น ๆ

    “เป็นที่ชัดเจนกว่า หัวโลหะที่ใช้ยึดติดกับสายเคเบิลจากอุปกรณ์ที่เรียกว่า โพรพ (probe) เข้าที่แล้ว และต่างจากฉลามตัวอื่น ๆ ที่ผมติดแท็กให้มันแล้วมันก็จะหนีไปทันที ฉลามตัวนี้กลับหมุนตัวกลับมาและจ้องตามาที่ผม” เขาย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

    “ผมมองเห็นตาเล็ก ๆ ที่เธอมองมาที่ผม แล้วเธอก็หันกลับมาอย่างใจเย็น”

    เมาริซิโอโชว์อุปกรณ์ที่เรียกรวมว่า

    คำบรรยายภาพ, โฮโยสและเพื่อนร่วมงานของเขาติดแท็กนี้ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า โพรพ อย่างที่เห็นอยู่นี้

    โฮโยสบอกว่าเขาจ้องมองฉลามขณะที่มันว่ายหนี แต่ทันใดนั้น มันก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ

    “ผมก้มหัวลง และสิ่งที่ผมรู้สึกคือขากรรไกรล่างของมันจิกเข้าที่แก้มผม และขากรรไกรบนของมันจิกเข้าที่หัวผม ผมนึกภาพอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้อยู่ในนั้นอีกแล้ว อยู่ในขากรรไกรของมัน แล้วมันก็อ้าปากอีกครั้ง”

    “ตอนที่มันหุบปากลง ผมรู้สึกถึงแรงกดของรอยกัด แล้วมันก็ปล่อยผมไป” เขาแสดงความประหลาดใจ

    ฟันหยัก 29 ซี่ของฉลามกาลาปากอสไม่เพียงแต่ทำให้โฮโยสมีบาดแผลลึกที่ใบหน้าและศีรษะเท่านั้น แต่ยังทำให้สายออกซิเจนของอุปกรณ์ดำน้ำของเขาขาดอีกด้วย

    เขารอดชีวิตจากการโจมตีของฉลาม แต่ก็ได้รับบาดเจ็ดถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต

    นอกจากนี้ ฟันซี่หนึ่งยังทำให้แว่นนิรภัยของเขาฉีกขาด และน้ำที่เจือปนเลือดก็ยิ่งทำให้ทัศนวิสัยที่จำกัดอยู่แล้วของเขาพร่ามัวลงไปอีก

    “เมื่อผมรู้ตัวว่าไม่มีลมออกมาจากสายยาง ผมจึงหยิบสายยางเส้นที่สองที่เรามีอยู่ ซึ่งเราเรียกว่า หมึกยักษ์ ใช้สำหรับให้ลมแก่ผู้อื่นเมื่อพวกเขาต้องการ” เขากล่าวกับบีบีซีมุนโด

    “แต่แล้วผมก็รู้ตัวว่าตัวควบคุมแรงดันไม่ทำงาน มันกลับเป่าลมออกแทนที่จะควบคุมแรงดัน ผมจึงต้องจำบทเรียนที่ฝึกมา แล้วเริ่มควบคุมมันด้วยริมฝีปาก”

    เขาคำนวณว่าเขามีเวลาไม่ถึงนาทีที่จะขึ้นสู่ผิวน้ำขณะที่มีเลือดออกมา ตาบอด และอากาศก็รั่วออกมา

    “เนื่องจากผมมองไม่เห็นอะไรเลย สิ่งที่ผมทำคือมองหาแสงที่ผมรู้ว่าคือผิวน้ำ ผมเริ่มว่ายน้ำขึ้นไปในทิศทางที่สอดคล้อง เพราะผมต้องการหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่ไม่สม่ำเสมอซึ่งจะดึงดูดฉลาม”

    โฮโยสต้องใช้บทเรียนทั้งหมดที่เขาได้เรียนรู้ระหว่างการดำน้ำหลายปีเพื่อเอาชีวิตรอดจากการโจมตี

    ที่มาของภาพ, Mauricio Hoyos

    คำบรรยายภาพ, โฮโยสต้องใช้บทเรียนทั้งหมดที่เขาได้เรียนรู้ระหว่างการดำน้ำหลายปีเพื่อเอาชีวิตรอดจากการโจมตี

    หลังจากที่โฮโยสโผล่ขึ้นพ้นน้ำ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดึงเขาขึ้นเรือ และเมื่อกัปตันเห็นอาการของเขา เขาจึงโทรแจ้งสถานีเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อรายงานเหตุการณ์

    โฮโยสอธิบายว่าเขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บจนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักใหญ่

    “แน่นอนว่าผมมีอะดรีนาลีนในร่างกาย แต่การถูกกัดไม่ได้เจ็บมาก สิ่งที่เจ็บที่สุดคือแรงกระแทก ตอนที่ฉลามกัดผม ซึ่งลำตัวมันยาว 3 เมตรและด้วยความเร็วขนาดนั้น มันเหมือนกับถูกรถชน ที่จริงแล้ว ผมมีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่ทั่วขากรรไกร ทีแรกผมคิดว่ามันหัก”

    เมื่อพวกเขาเทียบท่า ทีมแพทย์ฉุกเฉินก็พร้อมที่จะให้การดูแลฉุกเฉินแก่เขา

    โฮโยสโชคดีมาก นอกจากจะรอดชีวิตจากการโจมตีและการขึ้นสู่บนบกแล้ว บาดแผลของเขายังไม่ติดเชื้อ และกระบวนการรักษาก็ใช้เวลาน้อยกว่าที่ใครจะคาดคิด

    “คุณหมอบอกผมว่ามันน่าทึ่งมาก การโจมตีเกิดขึ้นในวันที่ 27 [ก.ย.] ผมต้องเดินทางเป็นเวลากว่า 34 ชั่วโมง พวกเขาทำการผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อที่เสียหายออก และสองวันต่อมาพวกเขาก็ประเมินแล้วว่าสามารถทำการศัลยศาสตร์ตกแต่งได้หรือไม่”

    สถานการณ์อาจเลวร้ายกว่านี้มากสำหรับโฮโยส แพทย์ระบุว่าชายหนุ่มคนหนึ่งที่รอดชีวิตจากการถูกฉลามกาลาปาโกสโจมตีในพื้นที่เดียวกันเมื่อปี 2017 ต้องอยู่ในห้องออกซิเจนแรงดันสูงเกือบเดือน เพราะบาดแผลของเขาไม่หายดี

    “พวกเขาบอกผมว่าการฟื้นตัวของผมนั้นยอดเยี่ยมมาก หลังการผ่าตัด แพทย์สารภาพว่าพวกเขากังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อมาก เพราะการที่บาดแผลอยู่บนใบหน้าของผมนั้นเหมือนเป็นเส้นทางตรงไปยังสมอง”

    Mauricio Hoyos crouches on a boat out at sea

    ที่มาของภาพ, Mauricio Hoyos

    โฮโยสยิ้มกว้างพลางพร้อมกล่าวเสริมว่าเขากำลังวางแผนที่จะกลับลงดำน้ำอีกครั้ง และได้จองทริปดำน้ำไว้แล้วในวันที่ 14 พ.ย. นี้

    และเขากล่าวว่าหลังจากรอดชีวิตจากการโจมตีครั้งใหญ่เช่นนี้ เขาก็ยิ่งเคารพสัตว์ที่เขาศึกษามากขึ้นไปอีก

    “หลายคนคิดว่ามหาสมุทรจะดีกว่านี้หากไม่มีฉลาม แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาพูดแบบนั้นเพราะพวกเขาไม่เข้าใจบทบาทสำคัญของฉลามในการรักษาสมดุลอันบอบบางของพวกมัน”

    เขาชี้ไปที่รอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนแก้มแล้วพูดว่า “นี่คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า ฉลามเพศเมียตัวนี้ไว้ชีวิตผม ผมพูดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ และนี่จะทำให้ผมสามารถพูดในแง่ดีเกี่ยวกับฉลามและสนับสนุนการอนุรักษ์ฉลามต่อไปในอนาคต”

    ขณะเดียวกัน ฉลามที่เคยงับโฮโยสในหมู่เกาะกาลาปากอสก็ยังคงดำรงชีวิตตามธรรมชาติต่อไปในห้วงน้ำลึก และเขาหวังว่าจะได้เห็นมันอีกครั้ง และเนื่องจากเขาสามารถทำเครื่องหมายไว้ได้ก่อนที่มันจะโจมตีเขา ความเป็นไปได้นั้นจึงมีอยู่

    “ในเดือน ม.ค. ผมจะไปที่เกาะโคโคส เรามีทริปตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 27 และแน่นอนว่าผมจะไปที่โรคา ซูเซีย [สถานที่เกิดเหตุโจมตี] ผมจะดำน้ำลงไปที่นั่น” เขากล่าวอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้านใด ๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cd9k55p2v93o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xwijlpF18Uy5tzFHK232q

  • DPU เนื้อหอม! เปิดบ้านคึกคัก! “OPEN HOUSE 2025” ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต ไร้ข้อจำกัด

    DPU เนื้อหอม! เปิดบ้านคึกคัก! “OPEN HOUSE 2025” ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต ไร้ข้อจำกัด

    มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดบ้านจัด “DPU OPEN HOUSE 2025: UNLOCK ตัวตน ค้นพบตัวจริง”  ได้รับความสนใจจากนักเรียนที่มาค้นพบตัวเอง และอยากพัฒนาศักยภาพแบบรายบุคคล โดยได้ทดลองค้นหาศักยภาพผ่าน “ระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อค้นหาตัวเอง” เวิร์กชอป 5 กลุ่มอาชีพยุคใหม่ พร้อมพบอาจารย์–รุ่นพี่พาทัวร์ห้องเรียนจริง

    DPU จัดกิจกรรม “DPU OPEN HOUSE 2025: UNLOCK ตัวตน ค้นพบตัวจริง ปลุกศักยภาพ ค้นหาเส้นทางที่ใช่ วางแผนอนาคตที่เลือกได้เอง” ระหว่างวันที่ 13–15 พฤศจิกายน 2568 ภายในงาน น้อง ๆ จะได้ร่วมทดลองค้นหาศักยภาพและความถนัดของตนเองผ่านกิจกรรม Workshop และเส้นทางการเรียนในวิทยาลัยหรือคณะและสาขาวิชาต่าง ๆ ภายใต้ 5 กลุ่ม หลัก ได้แก่ Innovation, Social, Global, Creative และ Wellness ซึ่งสะท้อนความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้สอดคล้องกับเทรนด์อาชีพใหม่ในอนาคต โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอาชีวศึกษา  หลายคนได้สมัครลงทะเบียนเรียนทันที

    ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า   การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย ปวช. และปวส. จากทั่วประเทศ ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศและทำความรู้จักกับคณาจารย์ นักศึกษา ห้องปฏิบัติการ ห้องเรียนของ วิทยาลัยหรือคณะสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โดย “ได้ทดลองสัมผัสบรรยากาศจริงก่อนตัดสินใจ” เพื่อให้น้อง ๆ ได้ค้นพบศักยภาพของตนเองและเลือกเส้นทางการศึกษาที่สอดคล้องกับอนาคตที่ต้องการอย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยย้ำกับทุกคณะ และวิทยาลัยว่า อยากให้นักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์แบบครบทุกมิติ ทั้งสภาพแวดล้อมการเรียนรู้จริง การวางแผนอาชีพ การทำเวิร์กชอปค้นหาความถนัด ได้พูดคุยกับอาจารย์ผู้สอน และการรับคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่พาทัวร์คณะและห้องปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้สัมผัสนิทรรศการใหม่ ภายใต้ Potentialigence Center ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพ ที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่มองศักยภาพมนุษย์ออกไปไกลกว่า ‘เกรดเฉลี่ย’ และ ‘ทักษะวิชาการ’ เพื่อช่วยให้นักเรียนมองเห็นศักยภาพตัวเองได้ชัดเจนขึ้น

    “เราต้องการให้นักเรียนได้ค้นพบตัวตนอย่างแท้จริง เห็นเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน และรู้ว่าศักยภาพของตัวเองสามารถเติบโตได้อย่างไรในอนาคต เราเชื่อว่าการศึกษาไม่ใช่แค่ความรู้ในห้องเรียน แต่คือการสร้างประสบการณ์และโอกาส ที่ทำให้ผู้เรียนพร้อมสำหรับโลกแห่งการทำงาน รูปแบบกิจกรรมแบบลงมือทำจริงนี้ ช่วยให้นักเรียนเข้าใจทักษะที่จำเป็นในอนาคต เช่น การคิดวิเคราะห์ การประยุกต์เทคโนโลยี การทำงานร่วมกับทีม ความคิดสร้างสรรค์ และความพร้อมทางอาชีพ ทำให้ผู้เรียนมั่นใจมากขึ้นในการเลือกคณะที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า DPU กำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ผู้เรียนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง และสอดรับความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง”อธิการบดี DPU กล่าว และเพิ่มเติมว่า DPU ขอขอบคุณทุกโรงเรียน ครูผู้ดูแล ผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคนที่ให้ความสนใจและร่วมสร้างประสบการณ์ดี ๆ ในงาน OPEN HOUSE 2025  ทั้งนี้ DPU จะเดินหน้าพัฒนาระบบการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนศักยภาพของนักศึกษาให้เติบโตและก้าวหน้าได้อย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งโอกาสทางการศึกษาที่ดียิ่งต่อไป

    นางสาวศิรินภา มหาสิน และนางสาวนิศามณี อักษร นักศึกษาชั้น ปวช.จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาดุสิตพณิชยการ นนทบุรี ซึ่งได้ชักชวนกันมาร่วมกิจกรรม OPEN HOUSE ตั้งแต่วันแรก เปิดเผยว่า ตนทั้งสองคนติดตามข้อมูลคณะและวิชาที่เปิดสอนของ DPU ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด เมื่อรู้ว่า DPU จัดกิจกรรมเปิดบ้านจึงชักชวนกันมาทันที เพราะมีรุ่นพี่ให้คำแนะนำว่าการเรียนการสอนที่ DPU เน้นการลงมือปฏิบัติจริง และได้เรียนรู้จากผู้ประกอบการในตลาดแรงงานที่เป็นพาร์ตเนอร์กับทาง DPU ด้วย โดยนางสาวศิรินภาระบุว่า จะกลับไปหารือกับผู้ปกครองอีกครั้ง ซึ่งหลังเข้าร่วมกิจกรรมมีแนวโน้มที่จะเลือกเรียนที่ CIBA DPU แล้วมากกว่า 70% ขณะที่นางสาวนิศามณี กล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม OPEN HOUSE สนใจเรียนทางด้านบริหารธุรกิจ เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจของครอบครัว แต่ค้นพบว่าตนเองชื่นชอบคณะนิเทศศาสตร์ด้วย หลังจากร่วมทำกิจกรรมกับพี่ ๆ จึงจะกลับไปทบทวนอีกครั้งว่าจะเลือกเรียนต่อคณะใดของ DPU

    ด้าน นายนภดล เคนประทุม ประธานนักศึกษาของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ในวันนี้มีน้อง ๆ เข้าร่วมกิจกรรมในบูทต่าง ๆ โดยเฉพาะที่คณะของตนอย่างมากมาย ตนเชื่อว่าน้อง ๆ จะได้รับทั้งความรู้ และประสบการณ์ที่มีคุณค่า ช่วยให้ ค้นพบเส้นทางที่ตนเองสนใจ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม DPU เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่โดดเด่นด้วยคณาจารย์ที่ดูแลนักศึกษาอย่างอบอุ่น สภาพแวดล้อมสีเขียว การเรียนการสอนที่ผสาน AI อย่างเข้มข้น พร้อมห้องเรียนและอุปกรณ์ที่ทันสมัยครบครัน สามารถรองรับการเรียนรู้ของนักศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพ​

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/972237&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-n40zgHnu-v3wXpWUEDw1

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67636/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1z4K22ieYUmPCwUQwmHTq3

  • “นางเอกแดจังกึม” บริจาคเงิน 10 ล้านวอน ช่วยนักศึกษาไทยอาการโคมาในเกาหลี

    “นางเอกแดจังกึม” บริจาคเงิน 10 ล้านวอน ช่วยนักศึกษาไทยอาการโคมาในเกาหลี

    นักแสดงสาวชาวเกาหลี “อี ยองแอ” นางเอกจากซีรีส์ “แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง” ได้รับคำชื่นชมอีกครั้ง หลังจากมีการเปิดเผยว่าเธอได้บริจาคเงินส่วนตัว 10 ล้านวอน หรือประมาณ 223,000 บาท เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาไทยที่อยู่ในอาการโคม่ามานานหลายเดือน และเธอยังกล่าวอีกว่าเธอรู้สึก “ขอบคุณ” เด็กนักเรียนที่จัดระดมทุนนี้ขึ้นมา

    มหาวิทยาลัยแห่งชาติชนนัม รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน “สิรินยา” นักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาภาษาเกาหลีอยู่ที่ศูนย์การศึกษาภาษาของมหาวิทยาลัย ถูกพบหมดสติในห้องพักหอพักเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน และได้รับการวินิจฉัยว่ามีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง และอยู่ในอาการโคม่านานกว่า 3 เดือน

    ตามรายงานชมรมอาสาสมัคร “Rhythm of Hope” ของมหาวิทยาลัย เริ่มจัดระดมทุนหลังจากทราบว่าครอบครัวของสิรินยากำลังประสบปัญหาทางการเงินและไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเดินทางกลับประเทศได้ แคมเปญนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในมหาวิทยาลัย โดยมีนักศึกษา คณาจารย์ และประชาชนในพื้นที่ร่วมบริจาคด้วย

    ทั้งนี้ เป้าหมายของการระดมทุนอยู่ที่ 9 ล้านวอน ก็สำเร็จในไม่ช้า โดยยอดบริจาคเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หลังข่าวนี้ถูกกระจายไปทั่วชุมชน

    รวมถึงนักแสดงสาว อี ยองแอ ได้ทราบเรื่องราวของสิรินยา เธอบริจาคเงิน 10 ล้านวอนให้กับกลุ่มอาสาสมัคร ซึ่งการบริจาคครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนทันทีเมื่อทราบเรื่องนี้

    อี ยองแอ ยังได้ส่งข้อความสั้นๆ แสดงความชื่นชมต่อความพยายามของนักเรียนด้วย “ฉันรู้สึกขอบคุณมากขึ้นที่นักเรียนทำความดีเช่นนี้”

    สิรินยา ยังคงหมดสติและต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเตรียมการส่งตัวกลับประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสายการบินโคเรียนแอร์ กำหนดเดินทางออกจากสนามบินอินชอนเวลา 19.00 น. ของวันนี้ (15 พ.ย.)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/international/morning/451616&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GgTk0ALjcyAeRTFBV9cJ0

  • ONEE ยึดมั่นนโยบายการให้ข้อมูลอย่างเท่าเทียม จัดประชุมนักวิเคราะห์ Q3/2025 วันศุกร์ช่วงเย็นหลังตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดทำการ พร้อมทั้งอัพโหลด Video ขึ้นเว็บ IR ในวันเดียวกัน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ONEE ยึดมั่นนโยบายการให้ข้อมูลอย่างเท่าเทียม จัดประชุมนักวิเคราะห์ Q3/2025 วันศุกร์ช่วงเย็นหลังตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดทำการ พร้อมทั้งอัพโหลด Video ขึ้นเว็บ IR ในวันเดียวกัน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE ได้จัดการประชุมนักวิเคราะห์ Analyst Meeting เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปี 2025 ในช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2025 หลังตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดทำการ โดยการประชุมครั้งนี้นำเสนอข้อมูลโดย คุณ นรัญจ์ พุ่มศิริ (ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม – CFO) และ คุณ นิภาส ลาภิกานนท์ (นักลงทุนสัมพันธ์ – IR)

    เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ในการดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและยึดมั่นในแนวทางการให้ข้อมูลอย่างเท่าเทียม (Fair Disclosure) บริษัทฯ ได้อำนวยความสะดวกโดยการอัปโหลดเอกสารประกอบการประชุม (Presentation) และวิดีโอบันทึกการประชุม (Webcast) ขึ้นบนเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ภายในช่วงกลางคืนของวันเดียวกัน

    การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งนักลงทุนสถาบัน นักวิเคราะห์ และนักลงทุนรายย่อย สามารถเข้าถึงข้อมูลผลการดำเนินงานได้พร้อมเพรียงกัน และมีเวลาเพียงพอในการศึกษาและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เสาร์-อาทิตย์ ก่อนตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเปิดทำการในวันจันทร์

    ผู้ที่สนใจสามารถรับชมการประชุม และดาวน์โหลดเอกสารประกอบการประชุมได้ที่ Link ด้านล่างนี้

    ดาวน์โหลดเอกสารนำเสนอ (Presentation):https://investor.theoneenterprise.com/th/document/presentations

    รับชมการ Video ประชุม (Webcast):https://webcast.optiwise.io/onee/2025/q3-analyst-meeting/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/15/594826/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zwO7buCQOUpGfTNxLWaQN

  • รมว.ศึกษาฯ เล็งยกระดับการเรียนการสอนภาษาจีนของไทยสู่ระดับโลก

    รมว.ศึกษาฯ เล็งยกระดับการเรียนการสอนภาษาจีนของไทยสู่ระดับโลก

    “รมว.นฤมล”ร่วมเวที HSK Global Conference ปาฐกถา ยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาจีนของไทยสู่ระดับโลก เดินหน้าพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องมาตรฐานสากล

    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมการประชุมระดับโลกว่าด้วยการสอบวัดระดับภาษาจีน HSK Global Conference 2025 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมขึ้นกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Bridging Global Education Through Chinese Language Proficiency” (สะพานเชื่อมโลกการศึกษาด้วยความสามารถด้านภาษาจีน) เพื่อผลักดันคุณภาพการศึกษาภาษาจีนในประเทศไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานนานาชาติ และสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพของกำลังแรงงานไทยในอนาคต

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวบนเวทีว่า การประชุม HSK Global Conference ถือเป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากทั่วโลกด้านการสอนภาษาจีน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางพัฒนาหลักสูตรที่มีคุณภาพ โดยประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ภาษาจีนในฐานะภาษาที่มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจ การค้า วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นทักษะที่ช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของเยาวชนไทยในเวทีโลก

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างไทยและจีนเป็นเสาหลักสำคัญต่อการพัฒนาทักษะด้านภาษาและความเข้าใจวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ยาวนานระหว่างสองประเทศ โดยปีนี้ยังถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ซึ่งยิ่งตอกย้ำความร่วมมือทางการศึกษาที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาจีนในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมครู การแลกเปลี่ยนนักเรียน และการขยายศูนย์สอบวัดระดับภาษาจีน (HSK) ในประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยมีศูนย์สอบ HSK ครอบคลุมทุกจังหวัดกว่า 185 แห่ง ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการสอบมาตรฐานสากลได้สะดวก ลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง และเพิ่มโอกาสด้านการศึกษาต่อและการจ้างงานในสาขาที่เกี่ยวข้องกับภาษาจีนโดยตรง”

    ศ.ดร.นฤมล ยังระบุว่า การเรียนภาษาจีนไม่ใช่เพียงการเสริมทักษะภาษา แต่เป็นการสร้าง “สะพานแห่งมิตรภาพ” ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยสู่มาตรฐานแรงงานระดับนานาชาติ การนำมาตรฐาน HSK มาใช้เป็นกรอบในการพัฒนาหลักสูตรและการประเมินผล จะช่วยเตรียมเยาวชนไทยให้มีความพร้อมทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และทักษะการทำงานในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

    นอกจากนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนและหน่วยงานด้านการศึกษาในจีนที่ดำเนินความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะ Chinese Test International (CTI) และ Center for Language Education and Cooperation (CLEC) ที่ร่วมสนับสนุนการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการไทยจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพครู ผู้เรียน และระบบประเมินผลภาษาจีนให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานในอนาคต

    “ประเทศไทยมุ่งมั่นพัฒนาเยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์อนาคตของประเทศ การเสริมทักษะภาษาจีนเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่จะทำให้เด็กไทยก้าวทันโลก และสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานนานาชาติได้อย่างมั่นใจ” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

    ในตอนท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ขอให้การประชุม HSK Global Conference ประสบความสำเร็จอย่างสูง พร้อมแสดงความหวังว่า ความร่วมมือทางการศึกษา และวัฒนธรรมระหว่างไทย–จีนจะยังคงเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2895778&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PVzxudEaMRtO2uIFqvhLJ

  • แบงก์ชาติภาคเหนือ จัดงานสัมมนาสัญจรที่พิษณุโลก

    แบงก์ชาติภาคเหนือ จัดงานสัมมนาสัญจรที่พิษณุโลก

    แบงก์ชาติภาคเหนือ จัดงานสัมมนาสัญจรที่พิษณุโลก

    เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ โรงแรมเดอะ ไพร์ด โฮเต็ล The Pride Hotel จ.พิษณุโลก  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ ได้จัดงานสัมมนาสัญจร ประจำปี 2568 ในหัวข้อ “เสริมแกร่งธุรกิจ SMEs เหนือล่าง ให้เท่าทันโลกยุคดิจิทัล”

    เพื่อสื่อสารการดำเนินนโยบายของ ธปท. และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นที่จะช่วยเสริมแกร่งให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMES ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่าง แก่ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นพื้นที่

    นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการ ธปท. สำนักงานภาคเหนือ กล่าวเปิดงานสัมมนาโดยเน้นย้ำว่า ธปท. ยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อการทำงานร่วมกับท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และจากการลงพื้นที่ภาคเหนือตลอดปีที่ผ่านมา พบว่า ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ถือเป็น “เครื่องยนต์” สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเหนือ มีจำนวนมากถึง 5.5 แสนราย คิดเป็นร้อยละ 99.8 ของธุรกิจทั้งหมดและเป็นแหล่งสร้างงานและรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ยังเผชิญความท้าทายสำคัญ 2 ประการ คือ (1) ข้อจำกัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจ SMEs และ (2) การปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลจึงเป็นที่มาของหัวข้องานสัมมนาสัญจรในครั้งนี้

    นอกจากนั้นได้มีการบรรยายในหัวข้อ “ยกระดับธุรกิจ ด้วย Digital Trans formation” โดยมีนายเจษฎา วานิชสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัน อิเล็กทรอนิกส์ บิลลิ่ง จำกัด(มหาชน) ซึ่งได้ฉายภาพความสำคัญของ Digital Transformation และเส้นทางของธุรกิจในการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตอบโจทย์แบบ end-to-end เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตโดยชี้ให้เห็นถึงหัวใจสำคัญของการสร้าง Digital Footorint ซึ่งจะช่วยให้ธรกิจเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

    หลังจากนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในหัวข้อ “เสริมแกร่งธุรกิจ SMEs เหนือล่าง ให้เท่าทันโลกยุคดิจิทัล” ดำเนินรายการโดยนางสมิตานันช์ พรหมพินิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธปท. สำนักงานภาคเหนือ เพื่อชวนคิดชวนคุยแลกเปลี่ยนมุมมองการปรับตัวเพื่อรับกระแสยุคดิจิทัล ผ่านการแชร์ประสบการณ์จากการปรับวิธีคิดสู่ “ลงมือทำจริง” ของผู้ประกอบการท้องถิ่น โดย นายจาตุรนต์ เหลืองสว่าง กรรมการผู้จัดการ สหแสงชัย ซุปเปอร์สโตร์ รวมทั้ง รับทราบแนวทาง หรือเครื่องมือที่จะช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจจากภาครัฐและสถาบันการเงิน โดยนางผกามาศ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมลูกค้าและพัฒนาผู้ประกอบการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ นายปรัชญา โกมณี ผู้จัดการสาขาภาคเหนือตอนบน และรักษาการผู้จัดการสาขาภาคเหนือตอนล่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ธปท. หวังว่าการจัดสัมมนาสัญจรในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ช่วยเสริมแกร่งให้ธุรกิจในพื้นที่เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางบริบทของโลกยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลง

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2025/11/14/191984&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xIqPxJIXF0L8tKhZrejNd

  • ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ งานเลี้ยงค่ำรัฐบาลจีน เฉลิมฉลอง 50 ปี ไทย-จีน

    ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ งานเลี้ยงค่ำรัฐบาลจีน เฉลิมฉลอง 50 ปี ไทย-จีน

    ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ งานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ซึ่งรัฐบานจีนจัดถวายวาระเฉลิมฉลองไทย-จีน ครบ 50 ปี 

    15 พฤศจิกายน 2568  – วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.23 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังมหาศาลาประชาชน บริเวณประตูด้านทิศตะวันออก ณ ที่นั้น นายซุน เว่ยตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และเชิญเสด็จเข้าอาคารมหาศาลาประชาชน ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปชั้น 3 ในโอกาสนี้  นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และศาสตราจารย์เผิง ลี่หยวน ภริยารอรับเสด็จ 

    จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (State Banquet) ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนจัดถวาย สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมที่ประทับ

    การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้เป็นการกระชับสัมพันธไมตรีที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือจะเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ 50 ปี.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/896321/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pdP24bvt-T74oHKV5gXpB