Category: วัฒนธรรม

  • กสทช.ชง ครม. “เน็ตคนละครึ่ง” 160 บาท ใช้นาน 3 เดือน

    กสทช.ชง ครม. “เน็ตคนละครึ่ง” 160 บาท ใช้นาน 3 เดือน

    กสทช. เตรียมเสนอ “เน็ตคนละครึ่ง” เดือนละ 160 บาท อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 40 GB ต่อเดือน ระยะเวลาใช้งาน ต่อเนื่อง 3 รอบบิล หนุนผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 14 ล้านคน

    วันนี้ (15 พ.ย.2568) น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเสนอโครงการ “เน็ตคนละครึ่ง” เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนกลุ่มรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กว่า 14 ล้านคนทั่วประเทศ

    ในอัตราค่าบริการ จ่ายเพียง 160 บาทต่อเดือน (รวมภาษีแล้ว) สิทธิที่ได้รับ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 40 GB ต่อเดือน ระยะเวลาใช้งาน ต่อเนื่อง 3 รอบบิล (3 เดือน) ใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุน กทปส. (กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ)

    น.ส.อัยรินทร์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ กสทช. อยู่ระหว่างเสนอร่างโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยคาดว่าเมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว จะเปิดให้ประชาชนที่มีสิทธิลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ภายในปี 2568 ทั้งนี้ กสทช. จะหารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย เพื่อจัดทำแพ็กเกจพิเศษภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยยืนยันว่าจะควบคุมคุณภาพความเร็วอินเทอร์เน็ตให้ใช้งานได้จริง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

    โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม ทั้งในด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนสังคมสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

    อ่านข่าว :

    สภาผู้บริโภคเล็งผลักดัน “จริยธรรม” อินฟลูเอนเซอร์ ทำผิดรับโทษชัดเจน

    “เอกนิติ” เผยนายกฯ สั่งศึกษา “คนละครึ่งพลัส เฟส​ 2”

    MRT 4 สายเปิดใช้ “คนละครึ่งพลัส” ชำระตั๋วครึ่งราคาผ่าน “เป๋าตัง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358554&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Z2-tIu48yTtDjMwIywJPP

  • ‘ฝรั่งเศส’ สนใจ ‘ตำรับยาไทยเสริมสมรรถภาพทางเพศ’

    ‘ฝรั่งเศส’ สนใจ ‘ตำรับยาไทยเสริมสมรรถภาพทางเพศ’

    ‘ฝรั่งเศส’ สนใจ ‘ตำรับยาไทยเสริมสมรรถภาพทางเพศ’

    พญ.กัญญาภัค ศิลารักษ์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่ากรมฯ ได้ผลักดันการใช้ภูมิปัญญาไทยในการดูแลผู้มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) โดยเฉพาะการนำ “ตำรับยาแก้องคชาตตาย”  มาใช้ในการรักษาและวิจัย พบว่ามีผลดีในการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและเสริมสมรรถภาพทางเพศในบุรุษ และยังมี “นารีพลีชีพ” ที่อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย สำหรับรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสตรี

    ณะนี้ มีบริษัทจัดหาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพจากธรรมชาติ ประเทศฝรั่งเศส ได้แสดงความสนใจในตำรับยาไทยรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันพิจารณา เพื่อสร้างโอกาสในการส่งเสริมภูมิปัญญาและต่อยอดเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ ปัจจุบันกรมฯ ยังมี “ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ” ซึ่งมีที่มาจากตำรับยาแผนไทยของชาติที่มีเจตนาคุ้มครองและส่งเสริมนำไปใช้ประโยชน์ในระบบสุขภาพและเศรษฐกิจ ในกลุ่มยาบำรุงและยาอายุวัฒนะกว่า 18 ตำรับ ที่มีศักยภาพในการบำรุงร่างกายและเสริมสมรรถภาพทางเพศ เช่น ยาบำรุงสำหรับบุรุษ สูตร 1 ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรสำคัญอย่าง บัวขม ขิง ดีปลี ชะพลู ผักเสี้ยนผี พริกไทย มะเขือขื่น และไม้เท้ายายม่อม รวมถึงตำรับยา “แก้องคชาตตาย” ที่มีส่วนผสมของดีปลี ชะพลู พริกชี้ฟ้า ขิง ลูกจันทน์ กระวาน สะแก และกัญชา ซึ่งอยู่ระหว่างการผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางวิชาการและต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

    ด้าน ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และผู้อำนวยการกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร เปิดเผยว่า เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน กรมการแพทย์แผนไทยฯ เตรียมจัดกิจกรรม “Open House ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ” พร้อมทั้งจับคู่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนร่วมพัฒนาโครงการวิจัย   พัฒนา (R&D) และนวัตกรรมสมุนไพร เพื่อมุ่งเน้นการต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเพื่อผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศเข้าสู่ New S-Curve และเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

    สมุนไพร – ตัวชูโรง ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’

    ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ภายใต้แผนนโยบาย ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ผลักดันให้ความสามารถทางสาธารณสุขขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เป็น New Engine of Growth ของประเทศไทย  โดยมี ‘การยกระดับสมุนไพรไทย’ เป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญ โดยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ราว 4.8 หมื่นล้านบาท จากคำแถลงผลงานการขับเคลื่อนในระยะเวลา 6 เดือน (ก.พ.-ส.ค.) ของกระทรวงสาธารณสุขในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 

    นอกจากการขับเคลื่อนประเด็นด้านสมุนไพรไทยแล้วยังมีอีก 5 ประเด็นสำคัญที่มีการขับเคลื่อนได้แก่

    1. การยกระดับภูมิปัญญาไทย

    2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    3. ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์

    5. ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง (ATMPs)

    6. การดูแลสุขภาพบุคคลและความงาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/733499&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SDJI66uXV6jRFRHYbE4Fs

  • มก. เชิญชวนส่งผลงานวิจัยร่วมการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 9 

    มก. เชิญชวนส่งผลงานวิจัยร่วมการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 9 

    การศึกษา

    มก. เชิญชวนส่งผลงานวิจัยร่วมการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 9 

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.37 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    มก. เชิญชวนส่งผลงานวิจัยร่วมการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 9 

    ภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย เชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานวิจัยร่วมในการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ใน 4 หัวข้อหลัก :

     1. สุขภาพดินเพื่อความยั่งยืน (Soil Health Sustainability) 2. ความอุดมสมบูรณ์ของดินและปุ๋ย (Soil Fertility and Fertilizers) 3. เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางดิน (Soil Innovation and Technology) 4. การปรับตัวอย่างชาญฉลาดทางดินต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Smart Soil Science)  เชิญชวนนักวิจัยทั่วประเทศลงทะเบียนและส่งบทความวิจัยได้ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ https://www.sss.agr.ku.ac.th/NSFC/members/register.php

    การประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 พฤษภาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายใต้หัวข้อ “ดินเพื่อความยั่งยืนในอนาคต” โดยภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นเวทีในการนำเสนอผลงานวิจัย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านปฐพีวิทยา การจัดการทรัพยากรดินและปุ๋ยระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย และผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน  ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sss.agr.ku.ac.th/NSFC/ , Facebook : ภาควิชาปฐพีวิทยา หรือโทรศัพท์ 02-9428104

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/454390&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ecfykNBiLHna1PNW4nRKD

  • ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

    – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือน สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13 – 17 พฤศจิกายน 2568

    – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ในโอกาสวันคล้าย วันพระราชสมภพ

    – สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการเกี่ยวข้าว แปลงสาธิตการเกษตรโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก

    – พระราชวงศ์ และองคมนตรี ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

    – ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรและถ้วยรางวัล การประกวดผลงานวิชาการของนักเรียนโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษา ในโครงการกองทุนการศึกษา จากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ ครั้งที่ 3

    – องคมนตรี บรรยายพิเศษ ในการประชุมรับมอบแนวทาง ในการปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อน การพัฒนาชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

    – คณะบุคคล หน่วยงานต่างๆ และประชาชน เดินทางไปกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

    – สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/royal/royalnews/451586&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NPps9a1vf-nrGqIfTwssh

  • เปิดเส้นทางชีวิตชาวอเมริกัน ผู้ถวายงาน “สมเด็จพระพันปีหลวง”  – BBC News ไทย

    เปิดเส้นทางชีวิตชาวอเมริกัน ผู้ถวายงาน “สมเด็จพระพันปีหลวง” – BBC News ไทย

    ชีวิตที่อุทิศถวายแด่แม่ของแผ่นดินไทย เรื่องเล่าจากชาวอเมริกัน ผู้ถวายงานใกล้ชิด “สมเด็จพระพันปีหลวง”

    ที่มาของภาพ, Geoffrey Jenkins Longfellow/BBC THAI

      • Author, ปณิศา เอมโอชา
      • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

    วันที่ 25 ต.ค. 2568 สำนักพระราชวังเผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93

    ในขณะที่ชาวไทยและทั่วโลกต่างร่วมใจถวายความอาลัยให้กับการจากไปของพระองค์ ในวันรุ่งขึ้นบัญชีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “Geoffrey Jenkins Longfellow” ก็โพสต์ภาพชายชาวอเมริกันกำลังนั่งอยู่บนพื้นด้านล่างข้าง ๆ สมเด็จพระพันปีหลวง

    ภาพนั้นมีคำบรรยายที่เขียนด้วยภาษาไทยว่า “ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ” และตามด้วยคำบรรยายภาษาอังกฤษซึ่งมีใจความแปลเป็นไทยได้ว่า ชายชาวอเมริกันคนนี้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระพันปีหลวงเมื่อราว 30 ปีก่อน ตอนที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2535 เพื่อทรงรับทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์

    ที่มาของภาพ, Geoffrey Jenkins Longfellow

    คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระพันปีหลวงทรงฉายพระรูป ร่วมกับนายลองเฟลโลว์ ณ บ้านของหม่อมเจ้าหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2535

    ภาพ ๆ นี้ถ่ายขึ้นที่บ้านของหม่อมเจ้าหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ท่านหญิงปีนัง” พระราชนัดดาในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5

    ชายชาวอเมริกันคนนี้เขียนเล่าต่อว่า บทสนทนาช่วงหนึ่งที่เกิดขึ้นคือตอนที่พระองค์ทรงตรัสถามตัวเขาว่า เมื่อเขาเดินทางกลับไทย เขาวางแผนจะทำอะไรต่อไปในอนาคต

    “ผมตอบไปโดยไม่ต้องคิดว่า ผมอยากอุทิศชีวิตเพื่อทำงานถวายพระองค์ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนไทยกับสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระราชินีทรงมองตรงเข้ามาในดวงตาของผม และตรัสว่า ‘ถ้านั่นคือสิ่งที่เธอตัดสินใจแล้ว เราก็จะทำเช่นนั้น’”

    “เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ผมกลับถึงประเทศไทย พระองค์ก็ทรงส่งคนออกมาตามหา และหลังจากนั้น ชีวิตของผมก็กลายเป็นดั่งบทมหากาพย์แห่งการเดินทาง” นายเจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ เขียนถึงความทรงจำเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว

    ที่มาของภาพ, BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, เจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ ชายชาวอเมริกัน วัย 71 ปี อาศัยอยู่ในไทยมานานกว่าสามทศวรรษแล้ว

    บีบีซีไทยชวนผู้อ่านมาทำความรู้จัก เจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ ชายชาวอเมริกัน วัย 71 ปี ผู้ที่เคยทำงานรับใช้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในแผ่นดินไทยมาเกือบสามทศวรรษ

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ภายในบ้านทาวเฮาส์หลังหนึ่งในเขตยานาวา กรุงเทพมหานคร ที่ตกแต่งด้านหน้าด้วยประตูและหน้าต่างไม้ฉลุตามแบบบ้านขนมปังขิง นายลองเฟลโลว์ที่อาศัยอยู่ที่นี่มาแล้วหลายสิบปีกำลังรอเปิดบ้านให้บีบีซีไทยเข้าไปพูดคุย

    บ้านที่อบอุ่นหลังนี้มีแมวหลายตัวออกมาต้อนรับเมื่อเราไปถึง ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปในส่วนรับแขก สิ่งแรกที่ดึงดูดสวยตาของเราคือชั้นวางหนังสือและสิ่งของที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายมากมายระหว่างเจ้าของบ้านหลังนี้กับสมเด็จพระพันปีหลวง

    หลังจากนั้นบทสนทนาว่าด้วยการใช้ชีวิตอยู่ในไทยและโอกาสที่ชาวต่างชาติผู้นี้ได้ถวายงานแด่สมเด็จพระพันปีหลวงก็เริ่มต้นขึ้น

    สายสัมพันธ์อเมริกัน-ไทย

    นายลองเฟลโลว์เริ่มเล่าว่า หลังจากที่เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยแมนฮัตตันวิลล์ (Manhattanville College) เขาก็ได้เข้าไปเป็นอาสาสมัครในหน่วยสันติภาพของสถานทูตสหรัฐฯ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Peace Corps ซี่งมีสถานะเป็นองค์กรอิสระภายใต้รัฐบาล และก่อตั้งขึ้นโดยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2504 (ค.ศ. 1961)

    ภารกิจแรกเริ่มของหน่วยสันติภาพนี้มีทั้งการสอนภาษาอังกฤษ การเกษตรกรรม การพัฒนาชนบท รวมไปถึงประเด็นด้านสาธารณสุข

    สำหรับ นายลองเฟลโลว์ เขาเล่าว่าตอนนั้นเขามีตัวเลือก 2 ประเทศ ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ ซึ่งเขาบอกว่าตอนนั้น “ไม่รู้จักทั้งสองประเทศ” จึงลองสอบถามไปยังญาติพี่น้องและคนรู้จัก ซึ่งทุกคนก็แนะนำเขาเป็นเสียงเดียวกันว่าให้เลือกประเทศไทย

    ด้วยเหตุนี้จุดเริ่มต้นของนักศึกษาจบใหม่ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศไทยจึงเริ่มขึ้นในฐานะครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ เป็นเวลาสองปีระหว่างปี 2520-2522

    หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปทำงานด้านศูนย์ผู้อพยพใน จ.เลย โดยงานของเขาคือการสัมภาษณ์และสำรวจข้อมูลต่าง ๆ ของกลุ่มผู้อพยพโดยเฉพาะที่มาจากประเทศลาว

    หลังอยู่เมืองไทยมาได้สักระยะหนึ่งเขาก็ตัดสินใจไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านการเมืองเปรียบเทียบและความทันสมัย (Comparative Politics and Modernization) ที่วิทยาลัยการศึกษาระหว่างประเทศขั้นสูง (School of Advanced International Studies) หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า SAIS ในมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

    หลังจากจบการศึกษา นายลองเฟลโลว์เองมีโอกาสได้ไปสิงคโปร์ ก่อนที่จะกลับมาไทยอีกครั้งและเข้ามาทำงานกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รวมถึงยังมีโอกาสเข้าไปสอนที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต โครงการอังกฤษ–อเมริกันศึกษา (British and American Studies: ฺBAS) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ที่มาของภาพ, นาตลี ภูมิพิพัฒน์

    คำบรรยายภาพ, นาตลี ภูมิพิพัฒน์ นักศึกษารุ่นแรกของโครงการอังกฤษ-อเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (แถวแรกคนที่สี่จากซ้ายมือของภาพ) ถ่ายรูปร่วมกับ “อาจารย์เจฟ” และนักศึกษาคนอื่น ๆ ในรุ่น เพื่อเฉลิมฉลองการจบการศึกษา

    ลูกศิษย์ของนายลองเฟลโลว์จำนวนไม่น้อยมักเรียกเขาว่า “อาจารย์เจฟ” โดย นาตลี ภูมิพิพัฒน์ นักศึกษารุ่นแรกของโครงการอังกฤษ-อเมริกันศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน

    เธอเล่าความประทับใจแรกที่มีต่อนายลองเฟลโลว์ในฐานะอาจารย์รับเชิญมาสอนในช่วงนั้นว่า “เราก็ตื่นเต้นแบบ อุ๊ย ฝรั่งมาสอนเรา พูดตรง ๆ แล้วท่านก็พูดไทยชัดมาก เว่าอีสานได้ แหลงใต้ได้ เป็นคนแบบพูดอักขระ ออกเสียงได้ชัดเจน”

    เมื่อถามต่อว่าไปในช่วงที่เธอได้เรียนกับนายลองเฟลโลว์ นักเรียนในรุ่นนั้น หรือช่วงปี 2542-2544 รู้แล้วบ้างหรือไม่ว่าอาจารย์ต่างชาติผู้นี้มีโอกาสได้เข้าไปช่วยงานสมเด็จพระพันปีหลวงแล้ว เธอตอบว่านักศึกษารับรู้ และบางครั้งที่พอมีเวลา “อาจารย์เจฟฟรีย์ก็เล่าให้ฟังบ้างว่าท่านมีไปช่วย”

    “หลาย ๆ ครั้งที่ชั่วโมงคาบหมดแล้ว ทุกคนก็ยังไม่ทิ้งอาจารย์นะคะ อาจารย์เดินไปไหนเราก็ตามไป อาจารย์ไปจิบกาแฟ เราก็ไป แกจะเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟัง”

    เธอทิ้งท้ายว่า ที่สำคัญคือ นักศึกษารับรู้ได้ว่า “ท่านรักประเทศไทย รักในหลวง รัชกาลที่ 9 มาก”

    อย่างไรก็ดี นายลองเฟลโลว์แม้จะรักในงานสอน ก็ยังต้องหาช่องทางอาชีพอื่น ๆ ด้วย นอกเหนือไปจากการเป็นอาสาสมัครในหลายงาน เขายังรับจ้างเป็นที่ปรึกษาเพิ่มเติมเวลามีชาวต่างชาติอยากเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งยังเป็นอาชีพที่เขาทำมาจนถึงปัจจุบัน

    บางช่วงของชีวิตหลายทศวรรษในไทย นายลองเฟลโลว์ยังมีช่วงเวลาที่ได้กลับไปอาศัยอยู่ที่ จ.กระบี่ อีกครั้งถึง 6 ปี และรอบนี้เขาได้เรียนรู้ที่จะ “แหลงใต้แบบชับเปรียะ” หรือแปลว่า พูดได้คล่องแคล่ว มาด้วย

    สายสัมพันธ์จอห์นส ฮอปกินส์กับสถาบันกษัตริย์ไทย

    ที่มาของภาพ, Geoffrey Jenkins Longfellow/BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, นายลองเฟลโลว์เล่าว่าภาพนี้ถ่ายขึ้นที่พระที่นั่งวิมานเมฆ พร้อมระบุว่า: “ชายชาวต่างชาติในภาพ (คนที่สองจากซ้ายมือของภาพ) เป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ มาเพราะท่านพระราชทานเลี้ยงในโอกาสขอบคุณที่ช่วยดำเนินการเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์กับท่าน”

    ย้อนกลับไปในช่วงกลางทศวรรษ 2530 นายลองเฟลโลว์ ซึ่งอยู่ในแวดวงอุดมศึกษาของไทยแล้วในตอนนั้น เล่าว่ายังมีนักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ไม่มากนัก เขาบอกว่าตัวเองในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย จึงอยากลุกขึ้นมาช่วยสนับสนุนให้เด็กไทยได้ไปเรียนต่อที่นั่น

    ต่อมาในปี 2538 มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยศาสตร์ แด่สมเด็จสมเด็จพระพันปีหลวง อันเนื่องมาจาก “พระราชจริยวัตรอันเปี่ยมด้วยความเมตตาและการอุทิศพระวรกายเพื่อประชาชนในชนบทตลอดพระชนมชีพ”

    นายลองเฟลโลว์เองก็มีโอกาสได้เข้าร่วมพิธีที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัจอห์นส ฮอปกินส์ ในสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน เขาย้อนเล่าว่า วันนั้นตัวเองมีโอกาสได้เข้าเฝ้ากับสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นครั้งแรก

    เขาเล่าว่า ตอนนั้นตัวเองเริ่มพูดกับพระองค์เป็นภาษาไทย ก่อนที่พระองค์จะตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษและตรัสกับเขาว่าพระองค์อยากพูดภาษาอังกฤษให้เก่งเท่าเขาพูดภาษาไทย

    “ผมพูดมาตลอดนะ ท่านมีพรสวรรค์เป็นพิเศษ พูดกับใครก็ได้ เกี่ยวกับอะไรก็ได้ในโลกนี้ ท่านมีวิธีพูดกับคนอื่นที่คนนั้นจะสบายใจ ไม่อึดอัดเลย”

    เขาตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงเคยตามเสด็จพระบิดา พล.อ.พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ ไปประทับและทรงศึกษาต่อในหลายประเทศ เนื่องจากพระบิดาของพระองค์ดำรงตำแหน่งทางการทูต

    ในวันรุ่งขึ้น หลังจากพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาบัตร นายลองเฟลโลว์เล่าต่อว่าตัวเขาเองมีโอกาสได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระพันปีหลวงอีกครั้งที่บ้านของหม่อมเจ้าหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย ซึ่งเป็นที่มาของภาพที่เขาบอกเล่าเรื่องราวข้างหลังภาพที่โพสต์บนเฟซบุ๊ก

    เขาเล่าว่าขณะที่มีการบรรเลงดนตรีอยู่นั้น เขามีโอกาสได้ทูลถามพระองค์ว่าพิธีในวันก่อนเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งสมเด็จพระพันปีหลวงทรงตรัสกับเขาว่า “ดิฉันอาย คนที่จบจอห์นส ฮอปกินส์ เรียนหนังสือสูง ฉันเรียนไม่สูง เป็นเกียรติที่คาดหมายไม่ถึง” นายลองเฟลโลว์ เผยข้อความที่สมเด็จพระพันปีทรงตรัสตอบ

    จากนั้นเมื่อถึงเวลาราว 3 นาฬิกา เมื่อพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินกลับที่ประทับ บทสนทนาที่สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงตรัสถามนายลองเฟลโลว์ถึงอนาคตของเขาในประเทศไทยก็เกิดขึ้น ซึ่งชายชาวอเมริกันผู้นี้ได้ทูลตอบสมเด็จพระพันปีหลวงถึงความตั้งใจในการช่วยถวายงานในช่วงนั้น

    หลายทศวรรษที่ได้รับใช้

    ที่มาของภาพ, BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, เจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ได้รับชื่อและนามสกุลพระราชทานจากสมเด็จพระพันปีหลวงว่า จิโรตม์ จิโรตมกุล

    หลังกลับมาที่ประเทศไทย นายลองเฟลโลว์ เล่าว่าตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับสิ่งที่สมเด็จพระพันปีหลวงตรัสไว้กับเขาที่สหรัฐฯ ว่า “เดี๋ยวพบกันที่กรุงเทพฯ”

    แต่เพียงไม่เกินหนึ่งเดือนต่อมา เขาก็ได้รับการติดต่อจาก ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ อดีตรองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำนักราชเลขาธิการ เนื่องจากสมเด็จพระพันปีหลวงมีพระประสงค์จะจัดอบรมทั้งด้านภาษาและการระหว่างประเทศให้กับกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ร.21 รอ.) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ทหารเสือราชินี”

    “ท่านจะขอปรึกษา ให้ผมช่วยหาคนที่คิดว่าจะช่วยด้วย ผมคิดไปคิดมา ก็บอกกับท่านผู้หญิงว่าเดี๋ยวลองทำดูเอง แล้วอีกไม่นานก็เรียกผมไปหัวหินเพื่อร่วมทำงาน”

    บีบีซีไทยถามต่อไปว่าตอนนั้นการเข้าไปร่วมงานกับหน่วยทหารเสือราชินีเป็นอย่างไร นายลองเฟลโลว์ ตอบว่า ระหว่างทางก็มีหลายเรื่องเกิดขึ้น แต่ตัวเขาเองก็มีโอกาสได้รู้จักกับหัวหน้าหน่วยที่ดูแลทหารเสือราชินี ซึ่งให้บังเอิญว่าเกิดปีเดียวกันคือ พ.ศ. 2497 “สมัยนั้นเป็นยศพันโท แต่สุดท้ายก็เวลาผ่านไป ก็เกษียณทุกวันนี้ก็เป็นองคมนตรีชื่อ [พล.อ.] ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

    จากจุดเริ่มต้นจากหน่วยทหารเสือราชินี นายลองเฟลโลว์ ยังมีโอกาสได้ตามเสด็จพระองค์ไปทั่วประเทศไทย เข้าไปช่วยงานในโครงการเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในไทยรวมถึงในต่างประเทศด้วย

    หลังจากอยู่ประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในภาษาไทยในหลากหลายสำเนียงถิ่น ในที่สุด เมื่อปี 2550 ชายชาวอเมริกันผู้นี้ก็ได้รับชื่อและนามสกุลภาษาไทย พระราชทานจากสมเด็จพระพันปีหลวง โดยคำนวณตามหลักวัน-เดือน-ปีเกิด แบบไทยแท้

    ท้ายที่สุดนายเจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ จึงได้ชื่อว่า จิโรตม์ ซึ่งแปลว่า ผู้มีจิตใจสูงและมั่นคง และนามสกุล จิโรตมกุล ซึ่งแปลว่า ตระกูลผู้มีจิตใจสูงและมั่นคง

    ที่มาของภาพ, BBC Thai

    เมื่อถามว่า การได้รับใช้ใกล้ชิดพระองค์เป็นเวลานาน มีอะไรบ้างไหมที่เขาสังเกตเห็นเกี่ยวกับพระองค์ที่คนทั่วไปอาจไม่ได้เห็นตามหน้าสื่อ เขาตอบว่า สมเด็จพระพันปีหลวงมักเป็นห่วงผู้อื่นเสมอ ยิ่งตอนที่ท่านยังเสด็จไปเยี่ยมชาวบ้านตามพื้นที่ต่าง ๆ เป็นประจำ เขาเล่าว่า สมัยนั้นแทบไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ เลย

    “เป็นห่วงคนอื่นตลอด เป็นห่วงคนอื่นเหนื่อย ท่านก็ไปไหนก็รู้ว่าออกไปต้องมีขบวน ต้องมีการเตรียมการ พยายามทำทุกอย่างให้เรียบง่ายที่สุด”

    บีบีซีไทยถามคำถามสุดท้ายว่า เหตุใดชาวอเมริกันอย่างเขาถึงกลายมาเป็นผู้จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ได้ เขาตอบว่า เพราะ “เห็นการเสียสละ คำนี้เสียสละให้ประเทศชาติ ท่านคิดเช้าคิดเย็นต้องเสียสละ” ชาวต่างชาติที่มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระพันปีหลวง กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c0exd5p08deo.amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2STFO8DaM6Hh5ID0tZf0at

  • จังหวัดน่านประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    จังหวัดน่านประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” ประจำปี 2568

    ภายในพิธีมีหัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ อัยการ องค์กรอิสระ บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างพร้อมเพรียง

    ความเป็นมาของวันพระบิดาแห่งฝนหลวง คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นต้นคิดและพัฒนานวัตกรรม “ฝนหลวง” เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อการดำรงชีวิตและการเกษตรของประชาชนทั่วประเทศ

    โครงการฝนหลวงถือกำเนิดจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 และในปีนี้ครบรอบ 70 ปีแห่งการริเริ่มโครงการ ที่ทรงทุ่มเทพัฒนาจนประสบผลสำเร็จ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง เพิ่มแหล่งน้ำ และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน

    เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจังหวัดน่านร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงห่วงใยประชาชนในทุกภูมิภาค ทรงริเริ่มนวัตกรรมฝนหลวง อันเกิดจากพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล เพื่อนำความผาสุกและความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่ผืนแผ่นดินไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1391402&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kc4TKBJ3rW60Brwvpo48d

  • “มหาเถรสมาคม” จัด “สอบธรรมศึกษา” 2569 ถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง”

    “มหาเถรสมาคม” จัด “สอบธรรมศึกษา” 2569 ถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง”

    กรุงเทพฯ, วันที่ 13 พ.ย. – มหาเถรสมาคม โดยสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ร่วมกับรัฐบาลโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดโครงการสอบธรรมศึกษา สร้างความดีถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงขอเรียนเชิญนักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไปผู้สนใจสมัครสอบธรรมศึกษาประจำปีการศึกษา 2568 ณสนามสอบทั่วประเทศ (วัดใกล้บ้าน) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    สำหรับกำหนดการพิธีเปิดโครงการสอบธรรมศึกษาสร้างความดีถวายเป็นพระราชกุศล จะมีขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 08.00 น. ณ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงหเสนี) กรุงเทพมหานครโดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์กรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองธรรมสนามหลวง เป็นประธานพิธี มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวถวายรายงานการสอบธรรมศึกษาปี 2568, ดร.กัญญาพัชญ์ กานต์ภูวนันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา กล่าวถวายรายงานสนามสอบธรรมศึกษา รร.บดินทรเดชา

    โดยมีพระเทพรัตนากร เจ้าอาวาสวัดเทพลีลา และที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพฯ นางอุดมพรเอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และตัวแทนจากมหาเถรสมาคม, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, รร.บดินทรเดชา และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/257127&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11JBtWdYvofl876b4iLXOA

  • ข่าวสื่อสารองค์กร : ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ข่าวสื่อสารองค์กร : ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ไทย-อินโดฯ ผนักกำลังคุ้มครองผู้บริโภค ข้ามพรมแดน ฝ่ายงานเลขาธิการ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค ระหว่างสภาผู้บริโภค และมูลนิธิผู้บริโภคแห่งอินโดนีเซีย แก้ปัญหาภัยมิจฉาชีพ เงินกู้นอกระบบ อีคอมเมิร์ซ และสัญญาณอินเทอร์เน็ต เป็นประเด็นที่ทั้งสองประเทศต้องเผชิญใกล้เคียงกัน ความร่วมมือนี้จะหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคร่วมกันต่อไป


    ใส่ใจสุขภาพกายใจของพนักงาน “ดูแลใจ เติมพลังทำงาน” ฝ่ายบริหารสำนักงาน จัดกิจกรรม ตรวจวัดความเครียดและให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยคลายความวิตกกังวลและส่งเสริมสุขภาวะทางจิต พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ให้พนักงานได้เข้าใจสิทธิและเลือกรูปแบบกองทุนที่เหมาะสมกับตนเองมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างสมดุลทั้งใจและการทำงานในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างเต็มศักยภาพ


    “ชง 17 ข้อเสนอ พ.ร.บ.การศึกษาใหม่” ให้เท่าทันโลกยุคดิจิทัล ฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม จัดเวทีนำเสนอผลการวิจัยจากโครงการ ศึกษาวิจัยเปรียบเทียบกฎหมายแม่บททางการศึกษา พหุกรณีประสบการณ์จากต่างประเทศ เพื่อเสนอแนวทางปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ให้ตอบโจทย์อนาคตของการเรียนรู้ มุ่งเน้น “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” และออกแบบระบบที่ “ยืดหยุ่น เสมอภาค และหลากหลาย” เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง


    เตรียมเปิดตัว “หน่วยงานประจำจังหวัดเพชรบุรี” ขยายพลังการคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุม ฝ่ายสนับสนุนสมาชิกและองค์กรของผู้บริโภค จัดประชุมรับรอง ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเพชรบุรี เข้าสู่บทบาท “หน่วยงานประจำจังหวัดลำดับที่ 21” อย่างเป็นทางการ พร้อมนำเสนอผลงานและแสดงความพร้อมในการขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคเชิงพื้นที่อย่างเข้มแข็งและเป็นระบบ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดเพชรบุรี และจุดเริ่มต้นของการทำงานรูปแบบใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้น โดยอยู่ระหว่างรอการประกาศอย่างเป็นทางการก่อนเริ่มดำเนินงานเต็มรูปแบบ


    สิทธิผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องไกลตัว ฝ่ายสื่อสารสาธารณะและประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรม “สิทธิมาแล้วจ้า” ชวนผู้บริโภคร่วมตอบคำถามและแชร์ประสบการณ์จริงเกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภคในแต่ละสัปดาห์ ประเด็นล่าสุด “สั่งของไม่ตรงปก หรือของหายระหว่างทาง ใครเคยเจอมาแชร์กัน” แค่ตอบโดนใจ ก็มีสิทธิลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ มาร่วมสนุกและเรียนรู้สิทธิของคุณได้ที่เพจ สภาองค์กรของผู้บริโภค เพราะสิทธิผู้บริโภค เริ่มต้นจากการรู้เท่าทัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/nov-2025-wrapup/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zecjPk2qF_Wjs-QuaEdD_

  • ส่องเทรนด์ฮิต งานอดิเรกยอดนิยม Gen Z ในปี 2025 ชอบทำอะไรกันบ้าง

    ส่องเทรนด์ฮิต งานอดิเรกยอดนิยม Gen Z ในปี 2025 ชอบทำอะไรกันบ้าง

    #BookTok สู่หนังสือเล่ม

    นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ “Digital to Physical” (จากดิจิทัลสู่การจับต้องได้) ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้แค่กระตุ้นยอดขาย แต่กำลัง “ชุบชีวิต” ธุรกิจร้านหนังสือ

    ส่องเทรนด์ฮิต งานอดิเรกยอดนิยม Gen Z ในปี 2025 ชอบทำอะไรกันบ้าง

    ปรากฏการณ์ที่ชัดเจนที่สุดคือการอ่านหนังสือ แฮชแท็ก #BookTok ได้ขับเคลื่อนยอดขาย “หนังสือเล่ม” ในสหรัฐฯ ถึง 59 ล้านเล่มในปี 2024

    ‘แม้จะเป็นคนยุคดิจิทัล แต่ Gen Z กลับซื้อและอ่านหนังสือเล่มมากกว่า Millennials’

    ในโลกที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสั้นๆ การอ่านหนังสือเล่มจึงเปรียบเสมือน “การกบฏด้วยการทำสิ่งเดียว” ที่ช่วยฝึกฝนสมาธิ โดยอุตสาหกรรมหนังสือทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก

    Barnes & Noble ร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ กำลังเติบโต โดยตรงกันข้ามกับเทรนด์ร้านค้าปลีกที่ปิดตัว พวกเขากลับมีแผนเปิดร้านใหม่กว่า 60 สาขาในปี 2025 โดยให้เหตุผลว่า #BookTok คือปัจจัยขับเคลื่อนหลัก

    ส่องเทรนด์ฮิต งานอดิเรกยอดนิยม Gen Z ในปี 2025 ชอบทำอะไรกันบ้าง

    สำหรับ Gen Z การมีชั้นหนังสือสวยๆ ที่เรียกว่า “Shelfie”, การตกแต่งหนังสือ, หรือการโชว์หน้ากระดาษที่มีการจดโน้ต กลายเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมในโซเชียลมีเดีย

    ไวนิลและกล้องฟิล์ม

    การโหยหาอดีตที่จับต้องได้ยังสะท้อนผ่านดนตรีและภาพถ่าย 80% ของแฟนเพลง Gen Z มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงติดบ้าน และ 76% ซื้อไวนิลอย่างน้อยเดือนละครั้ง นี่คืองานอดิเรกเชิง “พิธีกรรม” ที่เน้นศิลปะบนปกอัลบั้ม และความมุ่งมั่นที่จะ “ฟังจนจบทั้งแผ่น”

    ส่องเทรนด์ฮิต งานอดิเรกยอดนิยม Gen Z ในปี 2025 ชอบทำอะไรกันบ้าง

    Gen Z มองว่าการเป็นเจ้าของแผ่นเสียงคือการสนับสนุนศิลปินโดยตรง และเป็นการ “ลงทุน” ในประสบการณ์การฟังที่เหนือกว่าการสตรีมมิง ตลาดแผ่นเสียง คาดว่าจะเติบโตจาก 43.6 ล้านแผ่น (ปี 2024) เป็น 46-48 ล้านแผ่น (ปี 2025)

    เช่นเดียวกับการถ่ายภาพ ตลาดกล้องใช้แล้วทิ้งทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดย 41% ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มเยาวชน Gen Z กำลัง “จงใจเลือกเทคโนโลยีแอนะล็อกที่ด้อยกว่า” อย่างฟิล์ม 35 มม. แทนสมาร์ทโฟน จน Kodak ต้องกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตฟิล์มอีกครั้ง

    ส่องเทรนด์ฮิต งานอดิเรกยอดนิยม Gen Z ในปี 2025 ชอบทำอะไรกันบ้าง

    พวกเขาไม่ได้มองว่ามันด้อยกว่า แต่มองว่ามัน “มีคุณค่าทางอารมณ์” มากกว่า

    ส่องเทรนด์ฮิต งานอดิเรกยอดนิยม Gen Z ในปี 2025 ชอบทำอะไรกันบ้าง

    ช่างภาพ Gen Z วัย 21 ปีคนหนึ่งกล่าวว่า “ฟิล์มสอนให้เราช้าลง มองอย่างระมัดระวัง และเลือกช็อตอย่างชาญฉลาด” ความล่าช้า (Delay) ระหว่างการถ่ายและการล้างฟิล์ม คือสิ่งที่เพิ่มคุณค่าให้กับภาพถ่ายแต่ละใบ

    กีฬาใหม่ยอดฮิต Pickleball

    นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน สนามกีฬากำลังกลายเป็นพื้นที่ที่สามในชีวิต โดยกีฬาที่เติบโตเร็วที่สุดในอเมริกา 4 ปีซ้อนคือ Pickleball ซึ่งมีผู้เล่นถึง 19.8 ล้านคนในปี 2024 โดยกลุ่มอายุ 18-24 ปี (Gen Z) ถือเป็นเซกเมนต์ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ใหญ่ที่สุด ทำให้ภาพรวมผู้เล่นกว่า 70% อยู่ในช่วงวัย 18-44 ปี

    ส่องเทรนด์ฮิต งานอดิเรกยอดนิยม Gen Z ในปี 2025 ชอบทำอะไรกันบ้าง

    การที่ Pickleball เติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่ม Gen Z ได้ “ลบภาพ” กีฬาของคนเกษียณ ไปโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ดึงดูด Gen Z คือ กีฬานี้เรียนรู้ง่าย, สนุกทันที, และเน้น “สังคม” มากกว่าการแข่งขันแบบเอาเป็นเอาตาย

    มีการสร้างคอร์ท Pickleball ใหม่ทั่วสหรัฐฯ มากกว่า 536 แห่งในปีที่ผ่านมา (เฉลี่ยมากกว่า 1 แห่งต่อวัน) เพื่อตอบสนองความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น

    ที่มา : amraandelmabizcommunityearthdaythebrandleadermixmagacciobeijingtimespickleragepb5star

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/infographic/860611&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xTv0xYDz04xqFUQif9rzc

  • ลุยตัดช่องสแกมเมอร์ โอนเงินผ่านแอปฯ ต้องระบุตำแหน่ง ย้ำดูแลไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคล – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ลุยตัดช่องสแกมเมอร์ โอนเงินผ่านแอปฯ ต้องระบุตำแหน่ง ย้ำดูแลไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคล – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/110630&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jiDOUH_aQuMRQ2p413bdy