Category: วัฒนธรรม

  • ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง …

    ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง …

    ×

    1. Thailand
    2. ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI

    โดย THE STANDARD TEAM

    16.11.2025

    • LOADING…

    ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI

    วานนี้ (15 พฤศจิกายน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงแรมไชนาเวิลด์ กรุงปักกิ่ง ไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กรุงปักกิ่ง ณ ที่นั้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะผู้บริหารศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กรุงปักกิ่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

    ในโอกาสนี้ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์และการจัดแสดงต่างๆ อาทิ วีดิทัศน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ของจีน โฮโลแกรมหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์รุ่นต้นแบบ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ และการสาธิตหุ่นยนต์อัจฉริยะรุ่น ‘เทียนกง’ เดินบนพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น พื้นหญ้า พื้นกรวด พื้นทราย

    เสร็จแล้ว ทอดพระเนตรการจัดแสดงหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานในด้านต่างๆ อาทิ งานด้านอุตสาหกรรม งานด้านการแพทย์ การเลียนแบบพฤติกรรมของคนและสิ่งมีชีวิต และงานบริการต่างๆ เช่น ชงกาแฟ พนักงานต้อนรับ ตลอดจนหุ่นยนต์ส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาการของเด็ก สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมไชนาเวิลด์ กรุงปักกิ่ง โรงแรมที่ประทับ

    ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI 1ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI 2ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI 3ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI 4ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI 5ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI 6ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI 7ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI 8ในหลวง-พระราชินี เสด็จไปยังศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI 9

    • LOADING…


    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD TEAM

    กองบรรณาธิการ THE STANDARD

    READ MORE

    EDITOR’S PICK

    MOST POPULAR




    MOST POPULAR



    Close Advertising

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/king-queen-visit-beijing-humanoid/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ObiobhIRrOBssb5ziCMzS

  • ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา

    ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/royal-news/110794&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31XkOKcNTz9AvVpyS8sFSB

  • แบรนด์จากทวีปเอเชียรุกตลาดฝรั่งเศส

    แบรนด์จากทวีปเอเชียรุกตลาดฝรั่งเศส

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์สินค้าจากทวีปเอเชียเริ่มรุกเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มการเปิดหน้าร้านภายใต้แบรนด์ของตนเอง  เริ่มต้นมาจากกระแสเครื่องดื่ม Bubble Tea ที่ปัจจุบันพบเห็นได้ทั่วไป       จนถึงแบรนด์สินค้าแฟชั่นชื่อดังอย่าง Shein ที่เข้ามาสร้างกระแสโด่งดัง    นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าคาแรกเตอร์จากประเทศจีนอย่าง PopMart และ Miniso ที่ต่างเร่งขยายสาขาทั่วประเทศ    โดย PopMart เจ้าของลิขสิทธิ์ตุ๊กตา Labubu หลังจากมีหน้าร้านถึง สาขาแล้วในกรุงปารีส   ในปีนี้เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่เมือง Bordeaux ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในการขยายสู่เมืองสำคัญทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส    ขณะที่ Miniso ปัจจุบันมีสาขาแล้วกว่า 25 แห่งทั่วฝรั่งเศส

    แบรนด์จากเอเชียเริ่มนิยมเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสในช่วงปี 2010  ก่อนที่การระบาดของโควิด-19 จะทำให้การขยายตัวหยุดชะงักชั่วคราว   กระทั่งในปี 2023 แบรนด์ทั้งจาก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ต่างหันกลับมาทำตลาดเชิงรุกในฝรั่งเศสมากขึ้น    ปัจจุบันมีแบรนด์เอเชียประมาณร้อยละ 31 ที่มีหน้าร้านของตนเองจากจำนวนแบรนด์เอเชียที่วางขายผ่านช่องทางทั้งหมดในตลาดฝรั่งเศส

    บริษัท Newmark ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับธุรกิจค้าปลีก เปิดเผยว่า แบรนด์จากทวีปเอเชียกำลังกลายเป็นผู้ลงทุนรายสำคัญในตลาดฝรั่งเศส โดยตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา แบรนด์เอเชียที่เปิดร้านค้าใหม่ในฝรั่งเศสมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 1ของแบรนด์ต่างชาติรายใหม่ทั้งหมดที่เข้ามาลงทุน  ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงแซงหน้าแบรนด์จากทวีปอเมริกาเหนือ (ร้อยละ 15) ขณะที่แบรนด์จากยุโรปยังคงครองอันดับหนึ่ง

    นาย David Bourla ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและวิจัยของบริษัท Newmark ระบุว่า สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้วัฒนธรรมเอเชียขยายอิทธิพลไปทั่วโลก   ส่งผลให้เกิดการปรับสมดุลจากซอฟต์พาวเวอร์ของแบรนด์ที่มาจากทวีปอเมริกาเหนือมาเป็นฝั่งเอเชีย    ซึ่งตรงกันกับการที่แบรนด์จากเอเชียจำนวนมากเริ่มมองหาโอกาสทางการตลาดนอกภูมิภาคของตนเพิ่มขึ้น   อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของแบรนด์เอเชีย โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหม่ในตลาด ยังคงมีความซับซ้อนและหลากหลายเกินกว่าที่ผู้บริโภคฝรั่งเศสส่วนใหญ่จะเข้าใจได้อย่างชัดเจน

    สัดส่วนของแบรนด์เอเชียในฝรั่งเศสแบ่งตามภาคธุรกิจ (%)

    ำนวนจากแบรนด์ที่มีหน้าร้านอย่างน้อยหนึ่งแห่งในฝรั่งเศส

    ข้อมูล ณ วันที่ ตุลาคม 2025 (Les Echos/Newmark)

    Press release - 2025 - 11 - 08 - แบรนด์จากทวีปเอเชียรุกตลาดฝรั่งเศส02.jpg

    จากข้อมูลของ Newmark จะเห็นได้ว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยังคงครองสัดส่วนสูงสุดในบรรดาแบรนด์เอเชียทั้งหมด (ร้อยละ 43)  นอกจากแบรนด์ที่มีอยู่เดิมแล้วยังมีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาด ดังเช่น Cotti Coffee แบรนด์ร้านกาแฟชื่อดังจากจีน 

    รองลงมาคือธุรกิจสินค้าเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า (ร้อยละ 20ล่าสุด Icicle แบรนด์เสื้อผ้าระดับพรีเมียมจากจีน ได้เข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ โดยเปิดหน้าร้านในย่านการค้าสำคัญใกล้กับ Boulevard des Champs-Élysées และ Rue du Faubourg Saint-Honoré ซึ่งถือเป็นทำเลทองของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก

    ทั้งนี้ Newmark ระบุว่า การเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสของแบรนด์เสื้อผ้าต่างชาติเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากฝรั่งเศสถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักด้านแฟชั่นของโลก และเป็นจุดหมายสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ระดับสากลของแบรนด์

    การเข้ามาลงทุนของแบรนด์ต่างชาติในฝรั่งเศสสามารถจำแนกตามประเทศต้นกำเนิดได้ดังนี้

    • แบรนด์จากจีนและญี่ปุ่น มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ประเทศละร้อยละ 36    ถึงแม้ว่าแบรนด์จากจีนจะเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสหลังจากญี่ปุ่น  แต่หากนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา แบรนด์ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสที่มาจากจีนมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 43    ในขณะที่แบรนด์จากญี่ปุ่นมีเพียงร้อยละ 20

    • แบรนด์จากไต้หวันและเกาหลีใต้ มีสัดส่วนเท่ากัน ประเทศละร้อยละ 11   โดยแบรนด์เกาหลีใต้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง ที่เลือกทำตลาดผ่าน Pop-up Store หรือการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า และ Concept Store มากกว่าการเปิดร้านภายใต้แบรนด์ของตนเองโดยตรง

    • สำหรับ อินเดีย แม้จะมีจำนวนแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดในฝรั่งเศสไม่มากนัก แต่ก็มีตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างแบรนด์เครื่องประดับ Unsaid ซึ่งได้เปิดร้านแห่งแรกใกล้กับ Place Vendôme ย่านศูนย์กลางเครื่องประดับหรูของกรุงปารีส

    จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าแนวโน้มการเข้ามาลงทุนของแบรนด์ต่างชาติในฝรั่งเศสจะยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากตลาดฝรั่งเศสถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสมีพฤติกรรมที่เบื่อง่ายและชื่นชอบความแปลกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอาหารและวัฒนธรรมเอเชีย ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น  และจากผลการสำรวจของ Newmark ขณะนี้มีแบรนด์เอเชียเพียง 132 แบรนด์เท่านั้นจากจำนวนแบรนด์ต่างชาติทั้งหมด 600 แบรนด์ในฝรั่งเศส ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าแบรนด์เอเชียยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในฝรั่งเศส 

    วามเห็น สคต. 

    จะเห็นได้ว่าตลาดฝรั่งเศสยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับแบรนด์จากต่างชาติ  โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม    

    ผู้บริโภคฝรั่งเศสเป็นจำนวนมากรู้จัก แสดงความชื่นชอบประเทศไทยและมีความนิยมต่ออาหารไทยเป็นอย่างมาก  

    ดังนั้นผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในฝรั่งเศสและผู้ประกอบการสินค้าอาหารและเครื่องดื่มไทยที่ต้องการขยายตลาดเข้าสู่ฝรั่งเศส   ควรเพิ่มการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า  โดยพิจารณาใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นสำคัญเนื่องจากจะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงและเข้าใจสินค้าได้เป็นอย่างดี

    ที่มาของข่าว

    Clotilde Briard

    ข้อมูลจาก Les Echos 

    https://www.lesechos.fr/industrie-services/conso-distribution/les-magasins-de-marques-asiatiques-font-une-percee-en-france-2197307

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/tbjbbvnplw9spl0d176vp65h&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lgiL8N1hfdWgQ6WYQZcqV

  • ศธจ.ภูเก็ต ร่วมมอบทุนการศึกษาเด็กนักเรียน

    ศธจ.ภูเก็ต ร่วมมอบทุนการศึกษาเด็กนักเรียน

    การศึกษา

    ศธจ.ภูเก็ต ร่วมมอบทุนการศึกษาเด็กนักเรียน

    วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.32 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ศธจ.ภูเก็ต ร่วมมอบทุนการศึกษาเด็กนักเรียน

    นางสาวพรรณา พรหมวิเชียร ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต ร่วมพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิไทยซาร์โก้ เพื่อการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น ร่วมกับ บริษัท ไทยแลนด์สเมลติ้ง แอนด์ รีไฟนิ่ง จำกัด (Thaisarco) ประจำปี 2568 ครั้งที่ 32 จำนวน 32 ทุน รวมเป็นเงิน 336,000 บาท เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาเยาวชนในจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายวริทธิ์ ชูวารี กรรมการมูลนิธิฯ พร้อมทีมบริหาร ร่วมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ณ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/454538&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01W2n6lJ6wgtzu6uJqJPyS

  • จุฬาฯ – PMCU – เอไอเอส – ช่อง 7HD จัดงาน“สยามน้อมอาลัยด้วยหัวใจที่เท่าเทียม”

    จุฬาฯ – PMCU – เอไอเอส – ช่อง 7HD จัดงาน“สยามน้อมอาลัยด้วยหัวใจที่เท่าเทียม”

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (PMCU) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และช่อง 7HD แสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดิน และเนื่องในโอกาสวันคนพิการแห่งชาติ เปิดพื้นที่ AIS SIAM จัดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม” เพื่อสะท้อนเจตนารมน์ร่วมกันในการขับเคลื่อนสังคมที่เท่าเทียม พร้อมตอกย้ำบทบาทสยามสแควร์ให้เป็นต้นแบบพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้อย่างภาคภูมิใจ ด้วยการให้ประชาชนและผู้พิการทุกคน ร่วมเขียนข้อความแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับผู้พิการจะได้แสดงความอาลัยผ่านอักษรเบรลล์ พร้อมส่งต่อข้อความแสดงความอาลัยขึ้นจอกลางสยาม เพื่อให้จอ AIS SIAM ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความอาลัย และมีการบรรเลง–ขับร้องบทเพลง “แม่แห่งแผ่นดิน” โดยวงออร์เคสตร้าคนตาบอดแห่งประเทศไทย แสดงถึงความตั้งใจร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสืบสานพระราชปณิธานในการทำความดีเพื่อสังคมไทย โดยมีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และนายพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD ร่วมงานเปิดพื้นที่ให้ผู้พิการได้ร่วมถวายความอาลัย

    นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา จึงทำให้เกิดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม” ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้พิการได้มีส่วนร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะผู้พิการที่ทรงให้ความเมตตาและพระราชทานโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเสมอมา การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยซึ่งมุ่งสร้างความเท่าเทียม ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน หวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามแนวทางของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้คนพิการได้รับโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง”

    ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (PMCU) เอไอเอส และช่อง 7HD ในการจัดกิจกรรม “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม” เพื่อให้ประชาชนและคนพิการได้มีโอกาสร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของการอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนร่วมกันทำความดีเพื่อส่วนรวม การจัดกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับปณิธานของจุฬาฯ ที่มุ่งพัฒนาสังคมให้ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเฉพาะการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับทุกคน สะท้อนเจตนารมณ์ CHULA FOR ALL ที่มุ่งสร้างพื้นที่สยามสแควร์ให้เป็นต้นแบบพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้อย่างภาคภูมิใจ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม ทั้งในมิติของกายภาพ จิตใจ และสังคม พร้อมเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการสานต่อแนวพระราชปณิธาน เพื่อสังคมไทยที่งดงามและยั่งยืน”

     นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน ในการเปิดพื้นที่ AIS SIAM เพื่อให้คนไทยทุกคนรวมถึงผู้พิการได้มีโอกาสร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงเป็นแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อสังคมและส่งเสริมคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีของคนไทย เอไอเอสเชื่อมั่นว่าความเท่าเทียมต้องเริ่มจากการออกแบบเพื่อทุกคน ทั้งในเชิงพื้นที่และบริการ เราจึงมุ่งพัฒนาแนวคิดการออกแบบที่เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูล หรือกิจกรรมสาธารณะ เพื่อให้ผู้พิการและทุกคนในสังคมสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างภาคภูมิใจและเท่าเทียม พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการสืบสานพระราชปณิธาน และสร้างสังคมไทยที่งดงามอย่างยั่งยืน”

    นายพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD กล่าวว่าวัตถุประสงค์ในการจัดงาน“สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม” มุ่งเน้นเรื่องของความเท่าเทียมและการให้โอกาสแก่คนพิการ ซึ่งในงานครั้งนี้คนพิการได้แสดงความสามารถทางการเล่นดนตรีด้วย นับเป็นกิจกรรมที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

    งาน “สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม” บริเวณหน้าอาคาร AIS SIAM และตลอดเส้นทาง SIAM Walking Street มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การแสดงดนตรีไทยโดยคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กิจกรรมแสดงความอาลัยรูปแบบพิเศษผ่านอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการ พร้อมส่งต่อคำไว้อาลัยขึ้นจอกลางสยาม นอกจากนี้ยังมีการบรรเลง–ขับร้องบทเพลง “แม่แห่งแผ่นดิน” โดยวงออร์เคสตร้าคนตาบอดแห่งประเทศไทย สะท้อนถึงพลังแห่งความจงรักภักดี และความร่วมมือของทุกคนในสังคมที่มุ่งมั่นสร้างพื้นที่แห่งความเท่าเทียมร่วมกัน

    คณะผู้จัดงานทุกภาคส่วนขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และขอร่วมสืบสานแนวพระราชปณิธานในการสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความเท่าเทียมและการอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/271735/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RnsI6OuiLQfTWY2p759WU

  • อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยคนที่ 41 (นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ) ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ชื่นชมผลสำเร็จ “โคก หนอง นา” แปลงต้นแบบ พลิกชีวิตชุมชนสู่การพึ่ิงตนเองอย่างยั่งยืน

    อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยคนที่ 41 (นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ) ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ชื่นชมผลสำเร็จ “โคก หนอง นา” แปลงต้นแบบ พลิกชีวิตชุมชนสู่การพึ่ิงตนเองอย่างยั่งยืน

    วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา ” จังหวัดร้อยเอ็ด นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยคนที่ 41 รศ.วรวรรณ โรจนบูลย์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผศ. พิเชฐ โสวิทยสกุล อดีตคณะบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นายบัญชา ราษีมิน ที่ปรึกษา พร้อมคณะฯ นางนวลจันทร์ ศรีมงคล ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี นางราณี วงศ์ลุน พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด นายนิรันดร์ ปิยะอัษฎารัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลสำเร็จของโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นด้านการปรับพื้นที่ให้สอดคล้องกับภูมิสังคม และสร้างผลลัพธ์ที่เห็นได้จริงทั้งด้านอาหาร รายได้ และการรวมพลังของชุมชน

    การลงพื้นที่ครั้งนี้เริ่มต้นที่แปลงของ นายประพันธ์ กำหัวเรือ บ้านสวนปอ หมู่ที่ 12 ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ขนาดพื้นที่ 5 ไร่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากการต้อนรับของชุมชน แปลงแห่งนี้พลิกพื้นที่แห้งแล้งให้กลายเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำที่ถูกพัฒนาตามหลักเกษตรภูมิสังคมเริ่มทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้นไม้หลากชนิดกำลังเติบโตอย่างแข็งแรง มีการเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ภายในศูนย์ฯ

    ทั้งนี้ เจ้าของแปลง มีความตั้งใจจะติดตั้งแผงโซลาเซลล์ (Solar Cell) แทนการใช้ไฟฟ้าในการทำระบบน้ำ แก้ปัญหาน้ำไม่เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง และช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำให้เห็นชัดว่าเจ้าของแปลงมีความมุ่งมั่นและการลงมือทำของเจ้าของแปลงส่งผลให้ครัวเรือนมีอาหารที่ปลอดภัย ลดรายจ่าย และสร้างรูปแบบการพึ่งพาตนเองที่ยั่งยืน ระหว่างการพูดคุย ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดสำคัญ เช่น การประยุกต์ใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด รณรงค์ส่งเสริมให้ครัวเรือนมีการเลี้ยงเป็ด การพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบ อย่างเช่น การทำปุ๋ยหมัก การทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน การคัดแยกขยะ การดำเนินแนวทางตามหลัก ไม้ 3 อย่าง (ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ และไม้เศรษฐกิจ) ประโยชน์ 4 อย่าง (พออยู่-สร้างบ้านเรือน พอกิน- อาหาร พอใช้-ของใช้ในครัวเรือน พอร่มเย็น-อนุรักษ์ดินและน้ำ) การขยายผลสู่ครัวเรือนใกล้เคียง การเป็นพื้นที่แหล่งเรียนรู้ให้กับเด็ก/นักเรียนในชุมชน

    เวลา 12.00 น. คณะฯ ได้เดินทางต่อไปยังแปลงของ นางสำรอง เครื่องพาที บ้านโนนจาน หมู่ที่ 7 ตำบลโนนสง่า อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบขนาด 3 ไร่ แม้ยังไม่มีระบบไฟฟ้าและตั้งอยู่ห่างจากชุมชนกว่า 3 กิโลเมตร ส่งผลให้ในช่วงฤดูแล้งประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ และมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนถังน้ำขนาดใหญ่และระบบโซลาร์เซลล์สำหรับสูบน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ แต่มีความโดดเด่นในเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างดี

    ในโอกาสนี้ ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย คนที่ 41 ได้มอบข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ โดยให้พิจารณาประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานภาคเอกชนด้าน CSR รวมทั้งโครงการสนับสนุนงบประมาณด้านโซล่าโฮมและโซล่าปั๊ม เพื่อแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนให้พื้นที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำให้มีการ ประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ โดยเฉพาะกิจกรรมการทำดนตรี กิจกรรมสร้างสรรค์ และกิจกรรมที่สะท้อนความร่วมมือของชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเกิดแรงบันดาลใจในการนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง รวมถึง การขยายผลพื้นที่ต้นแบบให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานสำหรับสถานศึกษา ภายใต้แนวคิด “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเรียนรู้” โดยมุ่งให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในแปลงโคก หนอง นา เช่น การสอนงานจักสาน การเพาะและขยายพันธุ์พืช การทำแซนวิชปลา กระบวนการเลี้ยงดิน–ดินเลี้ยงพืช การทำปุ๋ยหมัก การคัดแยกขยะ และการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน

    นอกจากนี้ ได้มีการเน้นย้ำการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่ ขั้นต้น: พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น ขั้นกลาง: การแบ่งปัน ทำบุญ ทำทาน สู่ขั้นก้าวหน้า: การแปรรูป การตลาด การรวมกลุ่ม และการสร้างอัตลักษณ์สินค้าเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถี (หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี)

    ทั้งนี้ การพัฒนาในภาพรวมจะนำไปสู่การ บูรณาการงาน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” อย่างยั่งยืน ทั้งด้าน สาธารณสุข (ส่งเสริมการบริโภคผักปลอดสารพิษ) การศึกษา (พื้นที่เรียนรู้จริงนอกห้องเรียน) กระทรวงวัฒนธรรม (ถ่ายทอดศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การแหล่ และภูมิปัญญาผู้สูงอายุ) โดยประสานความร่วมมือผ่าน 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

    จากนั้นเวลา 15.00 น.คณะฯ ได้ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านโพนฮาด ตำบลดงครั่งน้อย อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของโครงการฯ และเยี่ยมชมผลสำเร็จ โคก หนอง นา ของแปลงนางหอมจันทร์ บุญครอง บ้านดงครั่งน้อย หมู่ที่ 12 ตำบลดงครั่งน้อย อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการจัดการพื้นที่แบบบูรณาการ เจ้าของแปลงใส่ใจดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกไม้ยืนต้น ปลูกผักหลากหลายชนิด และเริ่มทดลองแปรรูปผลผลิตบางส่วนเพื่อเพิ่มมูลค่า แปลงแห่งนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างของการพัฒนาที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่เกิดผลจริงและจับต้องได้ สร้างแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่เห็นว่าการพึ่งพาตนเองไม่ใช่เรื่องไกลตัว แม้แต่ละแปลงจะมีข้อจำกัดต่างกัน ทั้งด้านน้ำในฤดูแล้ง คันดินบางช่วงที่ต้องเสริมความแข็งแรง หรือความต้องการความรู้เพิ่มเติมเรื่องการแปรรูปและการตลาด แต่ทุกปัญหาล้วนถูกนำมาหารืออย่างตรงไปตรงมาในวันนี้ โดยคณะได้ให้คำแนะนำเชิงเทคนิค พร้อมเตรียมวางแผนสนับสนุนการพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งการจัดอบรมเพิ่มทักษะ การสนับสนุนวัสดุที่จำเป็น และการดึงภาคีในพื้นที่มาร่วมเสริมพลังให้แต่ละแปลงเติบโตไปด้วยกัน

    ในโอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย คนที่ 41 ได้เน้นย้ำหลักการสำคัญว่า “โคก หนอง นา ไม่ใช่เพียงการขุดดินหรือปลูกต้นไม้ แต่เป็นการสร้างคน สร้างความคิด และสร้างชีวิตใหม่ให้ชุมชน” พร้อมกล่าวชื่นชมความพยายามของเจ้าของแปลงทุกแปลงที่ลุกขึ้นมาทำด้วยตนเอง และย้ำว่าการพัฒนาจะยั่งยืนได้เมื่อประชาชนเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลง ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องลงพื้นที่จริง เข้าใจปัญหาจริง และร่วมแก้ไขอย่างใกล้ชิด

    ในการนี้ การร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้ ภายใต้การนำของนางราณี วงศ์ลุน พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด ช่วยสะท้อนให้เห็นพลังของชุมชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดที่เข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน/ชุมชนให้มีความสุข พร้อมก้าวสู่การเป็นต้นแบบด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

    #กรมการพัฒนาชุมชน
    #WorldSoilDay #วันดินโลก
    #UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI
    #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข
    #SoilandWaterasourceoflife
    #ดินดีน้ำสมบูรณ์เกื้อกูลชีวิต
    #SustainableSoilandWaterforbetterlife
    #ดินดีน้ำดีชีวิมีสุขอย่างยั่งยืน #SDG #CDD
    #SEPtoSDGs #กรมการพัฒนาชุมชน
    #Change for Good #ผ้าไทยใส่ให้สนุก
    #สุขเกินร้อยที่ พช.๑๐๑

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/972495&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wAGFYsV-9F-zvHM_k7D-p

  • รองสน ประธานเปิดการแข่งขันตอบคำถามสารานุกรมไทย

    รองสน ประธานเปิดการแข่งขันตอบคำถามสารานุกรมไทย

    เมื่อวันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 สโมสรไลออนส์แพร่ ได้จัดดำเนินการสอบแข่งขันตอบคำถามจากหนังสือสารานุกรไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ครั้งที่ 29 พื้นที่แพร่ จังหวัดแพร่

    พร้อมได้อัญเชิญพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไลออนทั่วหน้า จักสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สนับสนุนกิจการมูลนิธิโครงการสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชนโดย พระราชประสงค์ให้บังเกิดสัมฤทธิ์ผลสถาพรสืบไปตลอดกาลนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

    โดยมี นายสน ลือวัฒนานนท์ รองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ เป็นประธานในพิธี และ ไลออน จิตกัญจน์ ธีระไพรพฤกษ์ ประธานจัดการแข่งขัน กล่าวรายงาน

    โดยมีนักเรียนร่วมเข้าสอบในครั้งนี้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 23 ทีม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 10 ทีม ทีมละ 3 คน ทั่งหมด 99 คน

    ในนามประธานจัดการแข่งขันฯ และ นายกสโมสรไลออนส์แพร่ ขอขอบคุณทุกๆ โรงเรียนที่ส่งนักเรียนเข้าร่วมสอบแข่งขันในครั้งนี้

    สโมสรไลออนส์แพร่ขอบพระคุณ ดร.เกียรติสุดา กาศเกษม ผอ.โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านเชตวัน ที่อนุเคราะห์ให้ใช้สถานที่ในการสอบแข่งขันในวันนี้

    ขอบพระคุณคณะกรรมการ, สมาชิก สโมสรไลออนส์แพร่ทุกท่านที่เสียสละ เวลามาช่วยงาน

    ขอบพระคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ทำให้การดำเนินการจัดการสอบแข่งขันเสร็จเรียบร้อยบรรลุตามวัตถุประสงค์

    ขอแสดงความยินดีกับทุกๆ โรงเรียนที่เข้ารอบและเป็นตัวแทนจังหวัดแพร่ ไปแข่งระดับภาคในวันที่ 13 ธันวาคม 2568 และให้กำลังใจทุกโรงเรียนที่มาเข้าร่วมกิจกรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3822978/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3k5PTQ5DrubbtmQHXraBt3

  • ผลโพลกระแสการเมือง ภาคกลาง อันดับ 1 ยังหาคนเหมาะสมที่จะเป็น “นายกฯ” ไม่ได้

    ผลโพลกระแสการเมือง ภาคกลาง อันดับ 1 ยังหาคนเหมาะสมที่จะเป็น “นายกฯ” ไม่ได้

    นิด้าโพล “กระแสการเมือง ภาคกลาง” อันดับ 1 ยังหาคนเหมาะสมที่จะหนุนเป็น “นายกฯ” ไม่ได้ “ณัฐพงษ์” ติดอันดับ 2 “อนุทิน” อันดับ 3 ส่วนพรรคการเมืองคะแนนสูสี ยังหาที่เหมาะสมไม่ได้-พรรคประชาชน 

    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคกลาง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง

    เมื่อถามถึงบุคคลที่คนภาคกลางจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

    • อันดับ 1 ร้อยละ 35.65 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
    • อันดับ 2 ร้อยละ 19.60 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
    • อันดับ 3 ร้อยละ 12.75 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
    • อันดับ 4 ร้อยละ 9.15 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
    • อันดับ 5 ร้อยละ 4.55 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)
    • อันดับ 6 ร้อยละ 3.85 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)
    • อันดับ 7 ร้อยละ 3.50 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
    • อันดับ 8 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
    • อันดับ 9 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)อันดับ 10 ร้อยละ 1.65 
    • ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)
    • อันดับ 11 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา)
    • ร้อยละ 1.50 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน) พลโทบุญสิน พาดกลาง พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ (พรรคภูมิใจไทย) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)
    • ร้อยละ 0.65 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนภาคกลางจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า

    • อันดับ 1 ร้อยละ 28.95 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้
    • อันดับ 2 ร้อยละ 28.85 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
    • อันดับ 3 ร้อยละ 9.70 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
    • อันดับ 4 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
    • อันดับ 5 ร้อยละ 8.45 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
    • อันดับ 6 ร้อยละ 5.45 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
    • อันดับ 7 ร้อยละ 2.60 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
    • อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
    • อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา
    • อันดับ 10 ร้อยละ 1.00 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ
    • ร้อยละ 1.40 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชาติ พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยภักดี และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)
    • ร้อยละ 0.40 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2895866&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-pGoK1hWxHyVwKoxnas_d

  • จีนเตือนนักศึกษาทบทวนโครงการเรียนต่อญี่ปุ่น | TOPNEWS

    จีนเตือนนักศึกษาทบทวนโครงการเรียนต่อญี่ปุ่น | TOPNEWS

    สำนักข่าวเกียวโดและโกลเบิล ไทม์สรายงานว่ากระทรวงศึกษาธิการจีนได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (อาทิตย์ที่ 16 พย.) สำหรับผู้ที่ต้องการจะไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าสถานการณ์ความปลอดภัยในที่สาธารณะของญี่ปุ่นในขณะนี้มีความไม่มั่นคง โดยมีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องและมุ่งเป้าโจมตีคนจีนในญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้สภาพแวดล้อมในการศึกษาที่ญี่ปุ่นไม่เอื้ออำนวย และเพิ่มความเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยของชาวจีนในญี่ปุ่น

    กระทรวงศึกษาธิการจีนจึงขอเตือนชาวจีนที่กำลังศึกษาอยู่ในญี่ปุ่น รวมถึงผู้ที่มีแผนจะศึกษาต่อในญี่ปุ่นในอนาคตอันใกล้ ให้ติดตามสถานการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ประเมินความเสี่ยง และหามาตรการป้องกัน โดยแนะนำให้ทบทวนและคิดในรอบคอบ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนเพื่อตอบโต้คำพูดของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิของญี่ปุ่นที่กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนว่า “หากจีนใช้กำลังทหารโจมตีไต้หวันจะถือเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่น ซึ่งอาจทำให้ญี่ปุ่นต้องตอบโต้ด้วยกำลังทหาร”

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 พย.) กระทรวงต่างประเทศจีนได้ออกประกาศเตือนพลเมืองของตนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลว่าคำพูดที่ยั่วยุของผู้นำญี่ปุ่นทำให้ “บรรยากาศการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนของจีนและญี่ปุ่นเสื่อมถอยลงอย่างรุนแรง”

    คำพูดของนายกฯหญิงทำให้จีนไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยกระทรวงต่างประเทศจีนได้เรียกเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงปักกิ่งเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วงและเรียกร้องให้ทาคาอิจิถอนคำพูด แต่ทาคาอิจิยืนยันว่านโยบายญี่ปุ่นต่อไต้หวันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนญี่ปุ่นก็เรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโตเกียวเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วงกรณีที่นายเสว เจี้ยน กงสุลใหญ่จีนประจำนครโอซากาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียโดยขู่ตัดหัวทาคาอิจิ เพื่อตอบโต้คำพูดของผู้นำญี่ปุ่น

    นอกจากนี้ก็มีรายงานว่าจีนได้ส่งฝูงเรือยามฝั่งออกลาดตระเวนใกล้กับหมู่เกาะพิพาทเซนกากุหรือที่จีนเรียกว่าหมู่เกาะเตี้ยวหยูเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ทั้งจีนและญี่ปุ่นต่างอ้างความเป็นเจ้าของ ซึ่งหน่วยยามฝั่งจีนแถลงว่าเป็นการลาดตระเวนที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของจีน

    ขณะที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันก็ออกมาเปิดเผยในวันนี้ว่าได้ตรวจพบเครื่องบินของกองทัพจีน 30 ลำ เรือรบ 7 ลำ และเรือ “ประจำการ” 1 ลำ คาดว่าน่าจะเป็นของหน่วยยามฝั่ง ลาดตระเวนรอบเกาะไต้หวันในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบโดรน 3 ลำ
    บินระหว่างไต้หวันและหมู่เกาะของญี่ปุ่นที่นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ โดยดูเหมือนจะบินเข้าใกล้เกาะโยนากุนิ ของญี่ปุ่นเป็นพิเศษ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1392645&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00o0bt_iG8q4cQ6FHaK-oM

  • นิด้าโพลเผยคนภาคกลางหนุน ‘เท้ง’ นั่งนายกฯเหนือ ‘อนุทิน’

    นิด้าโพลเผยคนภาคกลางหนุน ‘เท้ง’ นั่งนายกฯเหนือ ‘อนุทิน’

    16 พ.ย. 2568- ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคกลาง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10 – 13 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคกลาง (จำนวน 17 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการเรื่อง การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด (ฉบับที่ 3) (2560, 17 พฤศจิกายน) ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 [ตอนพิเศษ 281 ง]. หน้า [14]) กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเมือง ภาคกลาง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนภาคกลางจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 35.65 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 19.60 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 3 ร้อยละ 12.75 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 4ร้อยละ 9.15 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 5 ร้อยละ 4.55 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 6 ร้อยละ 3.85 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 7 ร้อยละ 3.50 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 8 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 9 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 10 ร้อยละ 1.65 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) อันดับ 11 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ร้อยละ 1.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน) พลโทบุญสิน พาดกลาง

    พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ (พรรคภูมิใจไทย) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.65 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนภาคกลางจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 28.95 ระบุว่ายังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 28.85 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 9.70
    ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 4 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 8.45 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 6 ร้อยละ 5.45 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 7 ร้อยละ 2.60 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 10 ร้อยละ 1.00 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.40 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชาติ พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยภักดี และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.40 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/896735/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aO8jEJ9VSfabZr2J8YCPE