Category: วัฒนธรรม

  • ศธ.เดินหน้าขับเคลื่อนการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ออกประกาศแนวปฏิบัติบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง

    ศธ.เดินหน้าขับเคลื่อนการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ออกประกาศแนวปฏิบัติบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง

    เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมถึงหน้าที่พลเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าขับเคลื่อนฯ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

    1) เน้นย้ำการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองตามหลักสูตรแกนกลางฯ ตั้งแต่ระดับชั้น ป.1 – ม.6

    2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ทั้งด้านหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้ การเลือกใช้สื่อและแหล่งการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

    3) จัดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ในยุคปัจจุบัน เน้นบูรณาการสาระการเรียนรู้ร่วมกัน ใช้ข่าวสารและสถานการณ์ร่วมสมัยเป็นฐานการเรียนรู้ เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างองค์ความรู้ และส่งเสริมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

    4) เลือกใช้สื่อที่หลากหลายและตอบสนองรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่าง ทั้งสื่อแบบดิจิทัล และสื่อพื้นบ้าน เช่น นิทาน ภาพถ่ายท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงกับบริบทของผู้เรียน เช่น ใช้คลิปสารคดีสั้นหรือใช้แผนที่ท้องถิ่น ประกอบการเรียนประวัติศาสตร์

    5) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ควรเน้นการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน มีความยืดหยุ่นมากขึ้นและไม่จำกัดเฉพาะการวัดผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ เช่น ประเมินจากการอภิปราย การเขียนสะท้อนความคิด แฟ้มสะสมผลงาน โครงงาน ชิ้นงาน เป็นต้น

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามประกาศฉบับนี้ ครูจะมีแนวปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอน การวัดประเมินผล ที่ยืดหยุ่น คล่องตัวมากขึ้น ส่วนนักเรียนมีโอกาสได้เรียนรู้อย่างหลากหลายรูปแบบ และได้รับการวัดและประเมินผลที่มีความสอดคล้องกับความถนัดและความสนใจอย่างหลากหลาย ขณะที่โรงเรียนจะมีแนวปฏิบัติในการส่งเสริมสนับสนุนให้ครูจัดการเรียนรู้ โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนและให้การสนับสนุนเชิงนโยบายของโรงเรียน ซึ่งจะมีการประชุมใหญ่ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อสื่อสารนโยบายแก่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศต่อไป

    ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก FOCUSNEWS วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93067&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1aP7uYcyGAoQ-Kls3HSlFt

  • หายใจแทบไม่ออก! หมอกควันเดลีพุ่งระดับอันตราย คนอินเดียแห่ซื้อเครื่องฟอกอากาศ

    หายใจแทบไม่ออก! หมอกควันเดลีพุ่งระดับอันตราย คนอินเดียแห่ซื้อเครื่องฟอกอากาศ

             คุณภาพอากาศของกรุงเดลีทรุดตัวลงอย่างรุนแรงในฤดูกาลนี้ โดยระดับค่าเฉลี่ยของดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index: AQI) พุ่งขึ้นจากระดับ 197 ในเดือนตุลาคม เป็น 309 ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้เมืองหลวงของอินเดียเข้าสู่ระดับ “อันตรายต่อสุขภาพ” อย่างเป็นทางการ สาเหตุของมลพิษที่พุ่งสูงขึ้นมาจากปัจจัยเดิมในช่วงฤดูหนาว ได้แก่ ลมที่หยุดนิ่ง ปรากฏการณ์อุณหภูมิกลับชั้น (temperature inversion) การปล่อยควันจากยานพาหนะและอุตสาหกรรม การเผาตอซังในรัฐใกล้เคียง รวมถึงฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ซึ่งทั้งหมดนี้นำไปสู่ หมอกควันหนาทึบ การระคายเคืองต่อดวงตา และผลกระทบเพิ่มขึ้นขในระบบทางเดินหายใจ แม้เมืองเดลีจะเป็นจุดสนใจของข่าว แต่คุณภาพอากาศที่แย่ลงได้กลายเป็น ปัญหาระดับชาติของอินเดีย ส่งผลกระทบต่อทั้งมหานครหลักและเมืองรองในเขตลุ่มแม่น้ำคงคา–สินธุและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เหตุมลภาวะที่เกิดซ้ำทุกฤดูหนาวได้ทำให้ประชาชนอินเดียตระหนักถึงคุณภาพอากาศอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในระดับครัวเรือนและสถานประกอบการ หลายแห่งเริ่มหันมาลงทุนใน เครื่องฟอกอากาศและมาตรการป้องกันอื่นๆ เพื่อปกป้องสุขภาพของตนเองและคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการทำงาน

    ที่อยู่อาศัยและสำนักงาน — สองแรงขับเคลื่อนหลักของอุปสงค์เครื่องฟอกอากาศ
    •    ความต้องการจากภาคครัวเรือน (Residential Demand): ความกังวลต่อสุขภาพของเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง กลายเป็นปัจจัยต่อการพิจารณา เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านที่จำเป็น ไม่ต่างจากเครื่องกรองน้ำเมื่อสิบปีก่อน ยอดขายมักพุ่งสูงในช่วงก่อนเข้าฤดูหนาว ขณะที่ครัวเรือนเตรียมรับมือกับหมอกควันที่จะมาถึง ผู้ค้าปลีกในเขตชุมชนเมืองที่เผชิญกับมลพิษระดับสูงได้รายงานถึง ภาวะความต้องการซื้ออย่างกะทันหัน (panic buying) และภาวะสินค้าขาดตลาดบางส่วน ก่อนที่ความต้องการจะคงที่

    air purify-1.png

    ที่มา: IMARC,2025
    •    ความต้องการจากภาคองค์กรและสถาบัน (Institutional Demand): บริษัท สำนักงาน และสถาบันการศึกษา ต่างติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเพื่อปกป้องสุขภาพของพนักงานและนักเรียน ลดการลาป่วย และรักษาประสิทธิภาพการทำงาน ในช่วงที่มลพิษยืดเยื้อ โดยเฉพาะสำนักงานในอินเดียมีอุปสงค์ของเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม ที่มีอัตราการระบายอากาศบริสุทธิ์สูง (Clean Air Delivery Rate: CADR) และสามารถติดตั้งได้หลายเครื่องในพื้นที่ประชุม โถงต้อนรับ และพื้นที่เปิดโล่ง
    ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผลรวมของปัจจัยการเปลี่ยนเครื่องฟอกอากาศในครัวเรือน และการขยายการติดตั้งในภาคองค์กร พบว่า ยอดขายในภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นมีส่วนเร่งการเติบโตของตลาดในภาพรวม“เชิงปริมาณ” ขณะที่การจัดซื้อของภาคองค์กรเพิ่ม “เชิงมูลค่า” ผ่านการซื้อเครื่องขนาดใหญ่ สัญญาบำรุงรักษา และยอดขายไส้กรองแบบต่อเนื่อง

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    1.ขนาดอุตสาหกรรม: อุตสาหกรรมเครื่องฟอกอากาศและส่วนประกอบของอินเดีย มีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยแนวโน้มนั้นกำลังก้าวสู่การเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านและสำนักงาน อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการเปลี่ยนไส้กรองที่สูง ช่องว่างในการให้บริการหลังการขาย และความอ่อนไหวต่อราคา ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจชะลอการขยายตลาดในบางภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การตระหนักรู้ด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และปัญหามลพิษที่ซ้ำทุกปี ทำให้ความต้องการในระยะยาวยังคงมีแนวโน้มมั่นคง

    air purify-2.png

    ที่มา: IMARC,2025
    2.แนวโน้มการเติบโต: จากรายงานสถาบันวิจัย IMARC คาดว่ามูลค่าตลาดจะบรรลุ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 (2033) สะท้อนอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่สูงถึงร้อยละ 14.06 สาเหตุจากการขยายตัวของตลาดและความนิยมในเครื่องฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติขั้นสูง นอกจากนี้ สถาบันวิจัยอื่น ๆ ยังประเมินอัตราเติบโตในระดับ ตัวเลขหลักเดียวถึงสองหลัก (single- to double-digit CAGR) ในแต่ละภาคส่วน ทั้งตลาดมูลค่าปานกลางและตลาดระดับพรีเมียม/สมาร์ต
    3.โครงสร้างและสัดส่วนตลาด (Segment Dynamics & Market Share): สำหรับโครงสร้างแบรนด์ชั้นนำจำนวนมากมาจากผู้ผลิตจากภูมิภาคเอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) หรือบริษัทข้ามชาติที่มีเครือข่ายจำหน่ายในอินเดีย เช่น Xiaomi, Philips, Dyson, Daikin และ Panasonic ในขณะที่สัดส่วนของตลาดอาจมีความไม่แน่นอนแตกต่างกันไปแต่ภาพรวมสามารถจำแนกได้ ดังนี้ 1) กลุ่มเครื่องฟอกอากาศระดับ Entry-level เน้นราคาย่อมเยา ครองสัดส่วนปริมาณขายสูง โดยเฉพาะในเมืองรองและกลุ่มผู้บริโภคที่คำนึงถึงราคา 2) กลุ่มระดับกลางถึงพรีเมียม (Mid-to-Premium)  ใช้ระบบกรอง HEPA + Activated Carbon มีค่า CADR สูงและฟังก์ชันสมาร์ต เติบโตโดดเด่นในมหานครและในกลุ่มผู้ซื้อระดับองค์กร
    ความท้าทาย
        1.ความตระหนักเรื่องสุขภาพ: เมื่อปัญหามลพิษทางอากาศกลายเป็นสิ่งที่มองเห็นและสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน ครัวเรือนจำนวนมากจึงเริ่มมองว่า เครื่องฟอกอากาศเป็นของจำเป็น ไม่ต่างจากเครื่องกรองน้ำในอดีต โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้สองทางและพนักงานองค์กรระดับมืออาชีพ ซึ่งพร้อมจะลงทุนในสินค้าที่มอบผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
         2.ต้นทุนการบำรุงรักษาสูง: ไส้กรอง HEPA + Activated Carbon จำเป็นต้องเปลี่ยนทุก 6 เดือน และค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ระหว่าง 2,000 ถึง 5,000 รูปี (ประมาณ 25–60 เหรียญสหรัฐ) ต่อครั้ง ซึ่งเป็นภาระสำหรับผู้ใช้ที่อ่อนไหวต่อราคาในเมืองรอง

    ข้อคิดเห็น
           ตลาดเครื่องฟอกอากาศและส่วนประกอบ ของอินเดียมีมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตแตะ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576(2033) หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 14–16% จากการขยายตัวของชนชั้นกลาง ความตระหนักด้านสุขภาพ และปัญหามลพิษที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น เดลี มุมไบ และบังกะลอร์ ซึ่งมีความต้องการสูงในช่วงฤดูหนาว รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านโปรแกรมต่างๆ เช่น National Clean Air Program (NCAP) หากพิจารณาถึงสถิติการค้าเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 อินเดียนำเข้าเครื่องฟอกอากาศจากทั่วโลก (HS 84213920) การนำเข้าในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2568 มีมูลค่า 38.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 17.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีตลาดนำเข้าสำคัญได้แก่ จีน (61.47%) เบลเยียม (7.41%) และสหราชอาณาจักร (5.0%) สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 12 ของตลาดผู้นำเข้าสินค้าของอินเดีย ด้วยมูลค่าการนำเข้า 359,159 ดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วน 0.92% สะท้อนศักยภาพในการขยายตลาดเพิ่มเติม ผู้ประกอบการไทยจึงมีโอกาสเข้ามาเจาะตลาดผ่านการผลิตแบบ OEM/ODM ให้แบรนด์อินเดียหรือสากล การส่งออกชิ้นส่วนหลัก เช่น ไส้กรอง HEPA และคาร์บอนดูดซับ หรือการพัฒนาแบรนด์ไทยที่ชูจุดขายด้านความเหมาะสมกับภูมิอากาศร้อนชื้นและระบบประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ การจับมือกับ ผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงตลาดได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตเมืองหลักและเมืองรอง ซึ่งมีอัตราการขยายตัวของผู้บริโภคสูงกว่า 20% ต่อปี หากผู้ประกอบการไทยสามารถปรับผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามมาตรฐานพลังงานและการรับรองของอินเดีย จะมีศักยภาพสูงในการเติบโตและสร้างส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในช่วงขยายตัวนี้

    ที่มา: 1. https://economictimes.indiatimes.com/industry/cons-products/durables/breathless-air-ahead-delhiites-rush-to-add-air-purifying-plants-to-shopping-carts-demand-surges-as-aqi-worsens/articleshow/125225524.cms
    2. https://www.imarcgroup.com/india-air-purifier-market
    3. https://www.renub.com/india-air-purifier-market-p.php?utm_source=chatgpt.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/i077gzc1cxfgsi0i4afzxi0q&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YcWaXfyyfGSsDyBFyeXBJ

  • โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47  – ข่าวในวงการรถยนต์ |

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47 – ข่าวในวงการรถยนต์ |

    โตโยต้า จัดกิจกรรม “การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า” สร้างความมั่นใจและตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริการลูกค้า อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 The 47th Toyota Dealer Customer Service Skills Contest


    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าครบทุกประเภท

    พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นางสาว ฉัตรประอร นิยม  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  และผู้บริหารภาครัฐในสังกัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และส่วนงานพื้นที่ฉะเชิงเทราเข้าร่วมกิจกรรม โดยมี มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และคณะผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าครบทุกประเภท

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) และหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร นั่นคือ การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า ที่โตโยต้าได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะการบริการของบุคลากรผู้แทนจำหน่าย  ให้มีความพร้อมในการให้บริการลูกค้า ภายใต้ความเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านพฤติกรรม ความต้องการของลูกค้า และเทคโนโลยียานยนต์ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความผูกพันของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    จัดกิจกรรมแข่งขันครบทุกประเภท

    ในปี 2568 นี้ เป็นการแข่งขันปีที่ 47 (47th Toyota Dealer Customer Service Skills Contest) โดยมีการจัดกิจกรรมแข่งขันครบทั้ง 8 ประเภทการแข่งขันครอบคลุมการปฏิบัติงานด้านบริการลูกค้า และด้านตัวถังและสีรถยนต์ พร้อมเนื้อหาที่เข้มข้น มุ่งเน้นการประยุกต์จากการปฏิบัติที่หน้างานจริงที่ผู้แทนจำหน่าย โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทุกผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศกว่า 1,100 คน เข้าร่วมสอบทฤษฎีเพื่อคัดกรอง และผ่านเข้าสู่การแข่งขันภาคปฏิบัติในรอบคัดเลือก รวม 730 คน และมีเพียง 90 คนเท่านั้น ที่เป็นสุดยอดฝีมือผ่านการแข่งขันเข้ามาจนถึงรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาบุคลากรว่า “การพัฒนาทรัพยากรบุคคลคือหัวใจสำคัญในการสร้าง Ever Better Dealer และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า”

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    ภายใต้กรอบนโยบาย Toyota Service Promise โตโยต้ามุ่งเน้นการสร้างความสุขของพนักงาน (Employee Happiness) ผ่านการพัฒนาทักษะ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และกิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจ เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข จะส่งต่อบริการที่มีคุณภาพไปยังลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยโตโยต้ามีแนวทางสำคัญในการพัฒนาบุคลากรผู้แทนจำหน่าย

    เริ่มจากการผลิตบุคลากรคุณภาพผ่านวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า ซึ่งได้ผลิตบุคลากรกว่า 3,900 คน พร้อมเปิดหลักสูตรเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโต ควบคู่กับความร่วมมือกับภาครัฐผ่านโครงการ T-TEP และระบบทวิภาคี (DVT) เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกงานจริงและได้รับการรับรองมาตรฐานโตโยต้า รวมถึงการอบรมต่อเนื่องครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ โดยมีบุคลากรกว่า 6,000 คนต่อปีเข้ารับการอบรม

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    เสริมแกร่งบุคลากร สู่บริการมาตรฐาน

    โตโยต้าจะเดินหน้าพัฒนาบุคลากรและยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และรักษาความเป็นผู้นำด้านบริการในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคต่อไป

    สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดย พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างโตโยต้ากับกระทรวงแรงงานว่า “ที่ผ่านมาโตโยต้าได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาความสามารถ ของกำลังแรงงานในภาคบริการ โดยใช้กระบวนการพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่เหมาะสมกับความต้องการของแรงงาน รวมถึงการยกระดับความสามารถของแรงงานเดิมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

    พร้อมทั้งกล่าวถึงการจัดงานการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า “นับเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้บุคลากรมีการพัฒนาศักยภาพทักษะฝีมือและความรู้ในการทำงานของตนให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล และรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้คุณภาพการบริการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกค้ามีความอุ่นใจและมั่นใจในบริการ ทั้งยังเป็นตัวอย่างกลไกที่ดีในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทย สอดคล้องกับแผนพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    ผลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568

    1. ประเภท ผู้บริหารงานตัวถังและสีรถยนต์

    • รางวัลชนะเลิศ คุณพัชราภรณ์ แจ้งสนอง โตโยต้า โฆสิตอ่างทอง
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณดารารัตน์ พินิจเขียน โตโยต้า ฉะเชิงเทรา
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณนลินรัตน์ บุราณรมย์ โตโยต้า ทองรวยสีมา

    2. ประเภท ช่างซ่อมตัวถังรถยนต์

    • รางวัลชนะเลิศ คุณชนน สีขาว โตโยต้า เพิร์ล
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณมานพ นนท์ลา โตโยต้า บัสส์
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณอรรถพล ลือชัย โตโยต้า สระบุรี

    3. ประเภท ช่างซ่อมสีรถยนต์

    • รางวัลชนะเลิศ คุณวัชระ ปรีจินดา โตโยต้า เมืองตรัง
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณวิเชียร โทธุโย โตโยต้า ขอนแก่น
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณมานะ วิเศษสิงห์ โตโยต้า อุตรดิตถ์

    4. ประเภท พนักงาน Call Center

    • รางวัลชนะเลิศ คุณดวงจิตร บุบผา บริษัท พิธานพาณิชย์ (หาดใหญ่)
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณวาสนา ขัมอุปถัมป์ โตโยต้า วิชั่น
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณนันทนา บุญชู โตโยต้า ชัยรัชการ

    5. ประเภท พนักงานลูกค้าสัมพันธ์

    • รางวัลชนะเลิศ คุณกัลยาณี ปันวงค์ โตโยต้า ล้านนา
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณปุณณ์นิษฐ์ฐา นิ่มนวล โตโยต้า สุพรรณบุรี
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณนิรชา เนินคีรี โตโยต้า นครระยอง

    6. ประเภท พนักงานอะไหล่

    • รางวัลชนะเลิศ คุณชัญญานุช พงษ์วัน โตโยต้า พนมรุ้ง
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณวุฒิไกร สุวรรณแจ่ม โตโยต้า เมืองเลย
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณจักรภัทร เทียมสอน โตโยต้า นนทบุรี

    7. ประเภท ผู้บริหารงานบริการ

    • รางวัลชนะเลิศ คุณชนิตา นิ่มพริก โตโยต้า เพิร์ล
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณอรรถพล คันศร โตโยต้า นนทบุรี
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณสิทธิชัย จันทะแจ่ม โตโยต้า เน็กซ์

    8.ประเภท ช่างเทคนิคระดับพื้นฐาน

    • รางวัลชนะเลิศ คุณวิชัย จันชฎา โตโยต้า เค.มอเตอร์ส
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณสิทธา ปัญญากุล โตโยต้า ขอนแก่น
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณปิยะณัฐ โสตะบรรณ์ โตโยต้า กรุงไทย

    9.ประเภท ช่างเทคนิคระดับสูง

    • รางวัลชนะเลิศ คุณธีรพล คุณวงศ์ โตโยต้า เค.มอเตอร์ส
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณสยุมภู คูหาทอง โตโยต้า นครสวรรค์ 1981
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณศิริชัย กมลาไสย โตโยต้า ขอนแก่น

    โตโยต้า จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า ปีที่ 47

    อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

    อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com

    ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.autospinn.com/2025/11/toyota-customer-service-2025-146216&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wBXDQC0xCDFZb9SLvRCRt

  • การให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบ WCT

    การให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบ WCT

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    Advertisement

    Advertisement

    การให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบ WCT

    ดาวน์โหลดเอกสาร

    ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ. 

    ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

    ฿1,790

    https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


    การให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบ WCTการให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูประจำปีงบประมาณพ.ศ.2569ผ่านระบบWCT

    Advertisement

    ≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

    :: เรื่องปักหมุด ::

    Advertisement

    ≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

    ว 26/2568 หลักเกณฑ์และวิธีการนำรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีอื่น ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.

    ว 26/2568 หลักเกณฑ์และวิธีการนำรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกในบัญชีอื่น ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.

    เปิดอ่าน 391 ☕ 17 พ.ย. 2568

    ศธ.เดินหน้าขับเคลื่อนการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ออกประกาศแนวปฏิบัติบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง

    ศธ.เดินหน้าขับเคลื่อนการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ออกประกาศแนวปฏิบัติบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง

    เปิดอ่าน 182 ☕ 17 พ.ย. 2568

    สพฐ.แจ้งเปลี่ยนแปลงกำหนดการในการตรวจสอบข้อมูลนักเรียนของสถานศึกษา การสอบ RT และการสอบ NT ปีการศึกษา 2568

    สพฐ.แจ้งเปลี่ยนแปลงกำหนดการในการตรวจสอบข้อมูลนักเรียนของสถานศึกษา การสอบ RT และการสอบ NT ปีการศึกษา 2568

    เปิดอ่าน 2,318 ☕ 14 พ.ย. 2568

    รับสมัครโรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล รุ่นปี พ.ศ.2569

    รับสมัครโรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล รุ่นปี พ.ศ.2569

    เปิดอ่าน 801 ☕ 14 พ.ย. 2568

    สพฐ.สำรวจข้อมูลการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมเชิงประจักษ์ เพื่อเสนอให้ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นผลงานหรือรางวัลสำหรับการขอมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ทุกตำแหน่ง

    สพฐ.สำรวจข้อมูลการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมเชิงประจักษ์ เพื่อเสนอให้ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นผลงานหรือรางวัลสำหรับการขอมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ทุกตำแหน่ง

    เปิดอ่าน 1,007 ☕ 14 พ.ย. 2568

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • ใบประกอบวิชาชีพครู
  • สอบ NETSAT คืออะไร
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • เรียน TGAT Online
  • สอบ ACT คืออะไร
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  

    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ


    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ


    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม


    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง


    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา


    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.

    Design by : kroobannok.com

    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 096-7158383

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ
     
         

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93069&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15NUu1CEIQcSjE1y_Sksj5

  • “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระ …

    “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระ …

    นับเป็นครั้งแรกที่ภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ (Stereoscopic Glass Plate Photography) อันทรงคุณค่าและหาชมยาก ที่ได้รับการจัดเก็บอย่างหวงแหนในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipr.net/exhibition/3666231&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3j3qwU6fZB5QltldWCISd_

  • “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระ …

    “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระ …

    “ถ้ำมองของกรมพระกำแพง” นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ จากสายพระเนตร ‘เสด็จในกรมพระกำแพงเพ็ชรฯ’ นักบันทึกโลกเมื่อร้อยปีก่อน.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ietgryklwj1ay3dtvg14dsc44dwg26n9&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw256696eCOIZxIEJOH0jeIO

  • วิริยะประกันภัย มอบทุนการศึกษากว่า 200 ทุน

    วิริยะประกันภัย มอบทุนการศึกษากว่า 200 ทุน

    นายเธียรวิทย์ หาญเมธีคุณา ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 (ภาคตะวันออก) ด้านสาขา และนายพงษ์ทิวา กฤษณพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 (ภาคตะวันออก) ด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนมอบทุนการศึกษา จำนวน 228 ทุน เป็นเงิน 228,000 บาท และทุนสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ เป็นเงิน 115,000 บาท รวมทั้งสิ้น 343,000 บาท ภายใต้โครงการ “สุขที่ให้…เพื่อน้องได้เรียน” ปีที่ 6 เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยบริษัทฯ ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา จำนวน 128 ทุน เป็นเงิน 128,000 บาท พร้อมมอบทุนสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ เป็นเงิน 70,000 บาท แก่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชลบุรีทั้งหมด 22 แห่ง โดยมี นายวสุพจน์ นออ่อน ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองรีมงคลสุขสวัสดิ์ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงเรียนหนองรีมงคลสุขสวัสดิ์ ต.หนองรี อ.เมืองฯ จ.ชลบุรี

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้สนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 100 ทุน เป็นเงิน 100,000 บาท พร้อมมอบทุนสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ เป็นเงิน 45,000 บาท ให้แก่โรงเรียนพื้นที่จังหวัดจันทบุรีอีก 23 แห่ง อีกด้วย

    สำหรับ โครงการ “สุขที่ให้…เพื่อน้องได้เรียน” จัดตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ของการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีสู่สังคม ซึ่ง “การศึกษา” ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการจัดโครงการดังกล่าวขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม เพื่อให้เด็กและเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ ได้เกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาศักยภาพตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมต่อไปในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/257830&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ueyK_gBVwUhDcrsIAkyp8

  • PTG รุกนครสวรรค์สานต่อESG ลุยกิจกรรม“ชุมชนตาสว่าง” – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    PTG รุกนครสวรรค์สานต่อESG ลุยกิจกรรม“ชุมชนตาสว่าง” – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ  PTG  ผู้นำการบริการในธุรกิจพลังงานครบวงจรของประเทศ ตอกย้ำในการเป็นผู้นำแห่งการให้ เดินหน้าลุยต่อโครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน” นำพนักงานกว่า 50 คน ร่วมสนับสนุนคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนตำบลหนองกรด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอีกพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการทั้งคลังน้ำมันพีที สถานีบริการน้ำมันพีที และบริษัทฯ ในเครือเพื่อให้ทุกคนในชุมชน “อยู่ดีมีสุข” ภายใต้โครงการ “พีที ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

    นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG  เปิดเผยว่า PTG ดำเนินธุรกิจและเติบโตเคียงคู่กับคนไทยมากว่า 37 ปี ซึ่งบริษัทฯ มีความตระหนักดีในการให้ความช่วยเหลือสังคม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน เพื่อเป้าหมายสู่ความยั่งยืน โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มาอย่างต่อเนื่อง  ภายใต้โครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน”

    กิจกรรมหลักคือโครงการ “พีที ชุมชนตาสว่าง” กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอนามัย พัฒนาด้านความ เป็นอยู่ของคนในชุมชน บริการวัดสายตาประกอบแว่น และให้ความรู้เรื่องดวงตากับผู้สูงอายุ ปัจจุบันเรามอบแว่นตาให้ผู้สูงอายุไปแล้วกว่า 6,600 คน และในชุมชนนี้จะเพิ่มอีกจำนวน 300 คน เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

    นอกจากนี้ยังได้ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนเรียนดีแต่ขาดแคลน ทุนทรัพย์ ที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนนี้ ทั้ง 13 สถานศึกษา จำนวน 40 ทุน ทุนละ 2,000 บาท พร้อมมอบทุนการ ศึกษาบุตรและธิดาของพนักงานเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ อีกจำนวน 10 ทุน ทุนละ 2,000 บาท รวมถึงอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา

    นอกจากนั้นน้ำมัน PT แฟรนไชด์ หจก. ดาวนครสวรรค์ ร่วมสนับสนุนเงิน ให้กับโรงเรียนวัดศรีอุทุมพร เพื่อให้พัฒนาการศึกษาเด็กไทย จำนวน 5,000 บาท

    อีกทั้งยังจัดกิจกรรมปลูกป่าสร้างปอด เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน ณ พื้นที่สาธารณะวัดศรีอุทุมพร ตำบลหนองกรด จำนวน 200 ต้น พร้อมกิจกรรมต้นไม้แลกยิ้ม มอบต้นไม้กินได้กว่า 300 ต้น เพื่อให้ชาวบ้านได้นำต้นไม้ กลับไปปลูก ที่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ในอนาคตอย่างยั่งยืน

    ครั้งนี้ PTG ยังได้สนับสนุนหนังสือเสริมพัฒนาการ และนำอาสาสมัคร Gen Z จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาวิริยาลัยนครสวรรค์ และมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา มาร่วมกิจกรรม PT พี่อาสา สอนน้องเรียน พาน้องเล่น PT Gen Z English Fun เสริมสร้างความรู้สอดแทรกกิจกรรมนันทนาการภาษาอังกฤษให้กับน้องๆ และยังมีวงดนตรีนักศึกษามาสร้างสีสันกับเพลงเพราะๆกับกิจกรรม PT Gen Z Music Concert ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกันและ PTG ยังคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่ของคนในชุมชน ด้วยการจัดอบรมการขับขี่ปลอดภัยให้กับชาวบ้านในชุมชนนี้ นำวิทยากรด้านการจราจรพร้อมแจกหมวกกันน็อคให้กับผู้เข้าร่วมอบรม ได้ขับขี่อย่างถูกกฎจราจรและปลอดภัย พร้อมสนับสนุนหมวกกันน็อคให้ผู้นำชุมชน จำนวน 30 ใบ

    PTG ยังใส่ใจความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนแบบทุกมิติ ได้ไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง พร้อมมอบของอุปโภคบริโภคเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน 10 ราย และเติมเต็มความสุขด้วยกิจกรรมสันทนาการให้กับชาวบ้านและน้องๆ เพื่อส่งต่อความสุขและรอยยิ้ม รวมถึงมอบของอุปโภคบริโภค และอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานตลอดงาน

    ทั้งนี้ นับตั้งแต่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งขึ้น บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตามความจำเป็นในหลากหลายด้าน ตลอดจนส่ง เสริมคุณภาพ ชีวิตให้กับคนในสังคม เพื่อให้คนไทย “อยู่ดีมีสุข”

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/17/595007/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3I0g2JmNBiAatT5J_Hunt_

  • เส้นทาง “บัตรทอง” จากความทุกข์ของผู้ป่วย สู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เส้นทาง “บัตรทอง” จากความทุกข์ของผู้ป่วย สู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เส้นทาง

    เปิดจุดเริ่มต้นของ บัตรทอง พลังภาคประชาชนร่วมขับเคลื่อน สร้างระบบการรักษาแบบเท่าเทียมและมีมาตรฐาน ลดความเหลื่อมล้ำการรักษาของคนไทย

    ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บัตรทอง” ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มีรากฐานมาจากความทุกข์ของผู้ป่วยที่เผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข การริเริ่มระบบนี้เป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของภาคประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อผลักดันให้คนไทยทุกคนได้รับสิทธิในการรักษาอย่างเท่าเทียมและมีมาตรฐานเดียวกัน

    รากฐานจากความทุกข์ของผู้ป่วยสู่แรงขับเคลื่อนหลัก

    สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า การริเริ่มระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “บัตรทอง” ไม่ได้เกิดขึ้นจากนโยบายภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากงานวิจัยที่ลงไปสัมผัสความทุกข์จริงของผู้ป่วยในระบบสาธารณสุขไทย ความเจ็บปวด ความไม่เท่าเทียม และภาระค่าใช้จ่ายที่ประชาชนจำนวนมากไม่อาจแบกรับได้ กลายเป็นแรงผลักสำคัญให้ภาคประชาชนลุกขึ้นมารวมพลังกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

    สารี ได้ยกตัวอย่าง กรณีศึกษาที่สร้างความสั่นสะเทือน และเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้ คือเรื่องราวของผู้สูงอายุที่ต้องถูกนำเลนส์ตาออกจากการผ่าตัดต้อกระจกเพราะไม่มีเงินเพียงพอจ่ายค่าเลนส์ ความทุกข์ที่เป็นรูปธรรมนี้เองที่นำไปสู่การริเริ่มแนวคิดระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

    ทั้งนี้ระบบบัตรทองเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย นำโดยบุคลากรสำคัญอย่าง นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ อาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ และเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 11 เครือข่าย ที่ร่วมกันเก็บข้อมูลวิจัย พร้อมเดินหน้ารวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเสนอร่างกฎหมาย

    เกือบ 8 หมื่นรายชื่อ ผลักดันสิทธิการรักษา

    ย้อนกลับไปในช่วงปี 2545 การเสนอร่างกฎหมายจากประชาชนต้องใช้มากถึง 50,000 รายชื่อ ต่างจากปัจจุบันที่ใช้เพียง 10,000 รายชื่อ การรวบรวมครั้งแรกได้ 57,000 รายชื่อ แต่หลายส่วนถูกตัดสิทธิออกเนื่องจากผู้ลงชื่อไม่ได้ไปเลือกตั้ง ทำให้ต้องหาใหม่และรวบรวมได้จำนวนเกือบ 80,000 รายชื่อ จึงสามารถผ่านตามเกณฑ์กฎหมาย ถือเป็นการแสดงพลังของประชาชนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์และเป็นร่างที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและมีตัวแทนจากภาคประชาชนที่เหมาะสม

    “แม้ว่ารัฐบาลในขณะนั้นจะไม่ได้รอการเสนอกฎหมายจากภาคประชาชน แต่กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสามารถเกิดขึ้นได้ในที่สุด โดยมีรากฐานที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่ม” สารีกล่าว

    ทั้งนี้ ภาคประชาชนยังมีบทบาทสำคัญอย่างต่อเนื่องในการกำกับดูแล โดยมีตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและคณะกรรมการควบคุมคุณภาพบริการสาธารณสุข ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีส่วนร่วมทั้งในการผลักดันให้กฎหมายเกิดขึ้นและในการกำกับดูแลให้ระบบดำเนินไปตามหลักการที่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการตามความจำเป็นของผู้ป่วย โดยในปัจจุบันผ่านมาเป็นเวลา 23 ปีที่มีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

    ย้ำจุดยืน คัดค้านระบบร่วมจ่าย

    นอกจากนี้ สารียังอธิบายถึงประเด็น “ระบบร่วมจ่าย” ที่ภาคประชาชนยืนยันมาตลอดว่า ไม่ควรเกิดขึ้นที่จุดบริการ เพราะจะยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำในระบบรักษาพยาบาล ผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอำนาจต่อรอง และในยามเจ็บป่วย ทุกคนต่างต้องการการรักษาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การถูกแบ่งแยกตามจำนวนเงินที่มีในกระเป๋า

    หากโรงพยาบาลเรียกเก็บเงินร่วมจ่าย แต่ผู้ป่วยไม่มีเงินพอ ผลลัพธ์คืออาจต้องเลื่อนการรักษาหรือผ่าตัดรอจนกว่าจะหาเงินได้ นั่นหมายถึงโอกาสรอดที่ลดลง และเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ยิ่งสำหรับผู้ที่มีภาระค่าใช้จ่ายมากอยู่แล้ว เช่น ค่าเดินทาง ค่าคนดูแล โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่ระบบขนส่งไม่เอื้อต่อการไปโรงพยาบาล การเพิ่มภาระร่วมจ่ายจึงเหมือนซ้ำเติมประชาชนให้หนักขึ้นกว่าเดิม

    สารีชี้ว่า การให้มีการร่วมจ่าย ณ จุดบริการเปรียบเสมือนการสร้าง “ประตูเงินประตูทอง” ในระบบสุขภาพ ผู้ที่มีเงินก็เดินผ่านประตูไปรับการรักษาที่ดีกว่า ได้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพกว่า ขณะที่คนไม่มีเงินถูกจำกัดให้ได้รับมาตรฐานที่ต่ำลง หรือได้รับการรักษาล่าช้า ซึ่งสวนทางกับหัวใจสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่กำหนดชัดเจนว่า เมื่อเจ็บป่วย ทุกคนต้องได้รับการรักษาตามความจำเป็น ด้วยมาตรฐานเดียวกันอย่างแท้จริง

    อย่างไรก็ตาม แนวทางในการจัดการในกรณีที่ผู้ป่วยมีเงินไม่เพียงพอควรมีระบบเก็บเงินผ่านระบบภาษี เพื่อให้ได้มาตรฐานการรักษาแบบเหมือนกัน ยกตัวอย่าง ผู้ป่วยที่ต้องการผ่าตัดเข่าและอยากได้ข้อเข่าแบบพับได้ที่มีคุณภาพดีและต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ตามหลักการทุกคนที่ผ่าตัดข้อเข่าควรได้รับบริการแบบเท่าเทียมและไม่ควรเก็บเพิ่ม โดยรัฐบาลท้องถิ่นหรือรัฐบาลกลางสามารถเก็บจากภาษีสุขภาพมาใช้ได้ เช่น เก็บภาษีจากสิ่งที่สร้างปัญหาให้แก่สุขภาพ เช่น น้ำตาล ความเค็ม บุหรี่ แอลกอฮอล์ เป็นต้น ดังนั้นการใช้แนวทางระบบร่วมจ่ายจากการจ่ายของภาคประชาชนในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติจึงไม่ควรทำอย่างยิ่ง สำหรับนโยบายที่ดีควรดำเนินการแบบทั่วไปและไม่ควรเลือกกลุ่ม เพราะทำให้คนด้อยโอกาสจะยิ่งเข้าถึงได้อย่างยากลำบากมากขึ้น

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/171168-universal-coverage-scheme/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iIbI9WIaUfxeNiSja3Ene

  • เฟดเอ็กซ์ร่วมสร้างโอกาสการเรียนรู้และส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชนขาด โอกาสกว่า 38,000

    เฟดเอ็กซ์ร่วมสร้างโอกาสการเรียนรู้และส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชนขาด โอกาสกว่า 38,000

    เฟดเอ็กซ์ร่วมสร้างโอกาสการเรียนรู้และส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชนขาด โอกาสกว่า 38,000 คนทั่วประเทศไทย

    เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้าด่วนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้จับมือกับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในการส่งมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน จำนวนรวมกว่า 250 กล่อง ให้แก่เยาวชนที่ขาดโอกาสจำนวน 38,000 คน ครอบคลุมกว่า 60 พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบทรัพยากรที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และปลูกฝังให้เยาวชนรักในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

    ความมุ่งมั่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Back to School Bounceback” เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เฟดเอ็กซ์ ในการส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียมสำหรับเยาวชนไทย

    “เยาวชนทุกคนควรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่” นายศศธร ภาสภิญโญ กรรมการผู้จัดการ เฟดเอ็กซ์ ประเทศไทย กล่าว “เฟดเอ็กซ์ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนโครงการนี้ ผ่านการใช้ศักยภาพและทรัพยากรของเรามาเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ให้แก่นักเรียน และช่วยให้พวกเขาสามารถก้าวสู่อนาคตที่สดใสพร้อมไปกับชุมชนได้”

    รายงานจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่าในปี 2567 มีเด็กนักเรียนในระบบการศึกษาที่อยู่ในภาวะยากจนพิเศษราว 1.3 ล้านคน นับเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา และแม้ระบบบการศึกษาของประเทศไทยจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีนักเรียนในพื้นที่ชนบทจำนวนมากที่เผชิญกับข้อจำกัดต่าง ๆ โดยเฉพาะการขาดแคลนทรัพยากรทางการศึกษา ที่อาจส่งผลต่อผลกระทบต่อการเรียนรู้และโอกาสที่พวกเขาจะได้รับในอนาคต

    ในประเทศไทย การให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรทางการศึกษา แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทยในระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนรุ่นใหม่มีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างสังคมที่เท่าเทียมมากยิ่งขึ้น

    เฟดเอ็กซ์ ได้จัดทำแคมเปญ “Back to School Bounceback” ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 โดยให้การสนับสนุนนักเรียนไทยอย่างรวมแล้วกว่าหลายหมื่นคน

    ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสนับสนุนธุรกิจในประเทศไทยของ เฟดเอ็กซ์ ได้ที่เว็บไซต์ FedEx Thailand


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12766285&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OLFNvTaekLEdtPAgPB-CU