Category: วัฒนธรรม

  • ปชน.เปิดตัวคนที่ 3 ‘อนุชาติ พวงสำลี’ แคนดิเดต รมว.ศึกษาธิการส้ม

    ปชน.เปิดตัวคนที่ 3 ‘อนุชาติ พวงสำลี’ แคนดิเดต รมว.ศึกษาธิการส้ม

    Politics

    07 ม.ค. 2026 เวลา 12:54 น.

    ปชน.เปิดตัวคนที่ 3 ‘อนุชาติ พวงสำลี’ แคนดิเดต รมว.ศึกษาธิการส้ม

    ปชน.เปิดตัว ‘ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน’ คนที่ 3 ชู ‘รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี’ นั่งเก้าอี้ รมว.ศึกษาธิการ เปิดสูตร ‘ปฏิรูปการศึกษา’ กระจายอำนาจให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

    • พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัว รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี เป็นแคนดิเดตว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
    • ชูจุดเด่นเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์บริหารงานด้านการศึกษาโดยตรง เพื่อแก้ปัญหาการแต่งตั้งรัฐมนตรีตามโควตาการเมือง
    • มีวิสัยทัศน์ปฏิรูปการศึกษาโดยลดการรวบอำนาจของกระทรวง สร้างระบบนิเวศให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

    เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2568 พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยทีมบริหารรัฐบาลประชาชน The Professionals หาก พรรค ปชน.เป็นรัฐบาล โดยวันนี้เป็นการเปิดตัวคนที่ 3 ในด้านการศึกษา ได้แก่ รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี ประธานกรรมการอำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตคณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็น รมว.ศึกษาธิการของพรรค

    พรรค ปชน.ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการมักถูกจัดหมวดไว้เป็นกระทรวงเกรด B ตามสูตรการแบ่งเค้กการจัดตั้งรัฐบาล หลายต่อหลายครั้งเราจึงเห็นรัฐมนตรีที่ไม่มีประสบการณ์ตรงสายงาน ไม่ใช่มืออาชีพตัวจริง แค่ผ่านสมการโควตาพรรคการเมือง ก็สามารถเข้ามานั่งบริหารได้ เราจะปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นความปกติ ตลอดไปจริงหรือ นั่นคือเหตุผลที่ รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี ถูกวางบทบาทในฐานะทีมบริหารด้านการศึกษาคนสำคัญ หากพรรคประชาชนได้รับฉันทามติให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

    ปชน.เปิดตัวคนที่ 3 ‘อนุชาติ พวงสำลี’ แคนดิเดต รมว.ศึกษาธิการส้ม

    โดย รศ.ดร.อนุชาติ ผ่านงานในสายการศึกษามาหลายตำแหน่ง ตั้งแต่ออกแบบการเรียนรู้ไปจนถึงการเป็นผู้บริหาร ทั้งประธานคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองอธิการบดีฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม และคณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

    พรรค ปชน.ระบุถึงวิสัยทัศน์ของ รศ.ดร.อนุชาติ ว่า การศึกษาคือความทุกข์ของแผ่นดิน ที่ฉายให้เห็นภาพรวมของปัญหาในระบบการศึกษา ที่ทุกคนล้วนมีความทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ฝ่ายนโยบาย แม้กระทั่งกระทรวงเองก็จมอยู่ในกองทุกข์จากหลายเหตุปัจจัยที่สะสมพอกพูนมาหลายสิบปี 

    ปชน.เปิดตัวคนที่ 3 ‘อนุชาติ พวงสำลี’ แคนดิเดต รมว.ศึกษาธิการส้ม

    ในมุมมองของผู้อาสามาปฏิรูปการศึกษา รศ.ดร.อนุชาติ มองว่า การเรียนรู้คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ทุกผู้คนในระบบการศึกษาอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยไม่รวบอำนาจการออกแบบการเรียนรู้ไว้ที่กระทรวง เหมือนที่เขายืนยันว่า วิธีคิดแบบเจ้ากระทรวงมันไม่เวิร์ก

    “เราต้องอย่าลืม ว่าในยุคปัจจุบัน เวลาพูดถึงการศึกษาหรือการเรียนรู้ ไม่เท่ากับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการมีแค่องคาพยพเดียว แต่การเรียนรู้ปัจจุบันมีความกว้างขวาง เราพูดถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้ทุกช่วงวัย เพราะฉะนั้นทุกคนอยู่ในสมการหมด” รศ.ดร.อนุชาติ ระบุ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1215504&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VG1SlQ8V_0m4CUiy7r-FO

  • โรงเรียนไผทอุดมศึกษา ประกาศไปต่อ เปิดอัตราค่าเทอม ปี 2569

    โรงเรียนไผทอุดมศึกษา ประกาศไปต่อ เปิดอัตราค่าเทอม ปี 2569

    แถลงการณ์ล่าสุด ผู้บริหารโรงเรียนไผทอุดมศึกษา ประกาศไปต่อ เปิดการเรียนการสอน เฉพาะปี 2569 นี้เท่านั้น พร้อมเปิดอัตราค่าเทอมล่าสุด

    วันที่ 7 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี “โรงเรียนไผทอุดมศึกษา” โรงเรียนเอกชนชื่อดัง ร่อนจดหมายถึงผู้ปกครอง ประกาศเลิกกิจการ หลังเปิดมา 55 ปี สาเหตุจากโครงสร้างประชากร เด็กเกิดน้อยลง และขาดเสถียรภาพทางการเงิน ประสานโรงเรียนใกล้เคียงรับเด็กเรียนต่อ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ความคืบหน้าล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ “Patai Udom Suksa School” ได้โพสต์ข้อความ เป็นแถลงการณ์จากคณะผู้บริหารของโรงเรียน ระบุว่า โรงเรียนไผทอุดมศึกษาก่อตั้งขึ้นจากความเชื่อเรียบง่าย แต่มั่นคงว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในแบบของตนเองและการศึกษาไม่ควรเป็นการบังคับให้เด็กเหมือนกัน แต่ควรเป็นการค้นหา เข้าใจ และพัฒนา “ความถนัดที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด” เพื่อให้เด็กได้เติบโตอย่างมั่นใจในตัวเอง

    ตลอดเวลากว่า 5 ทศวรรษ ไผทอุดมศึกษา ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เรียน แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัยของการเติบโต เป็นบ้านหลังที่สองของเด็กจำนวนมากเป็นความทรงจำ เป็นรากฐานชีวิต และเป็นโรงเรียนที่เชื่อใน “คุณค่าของความเป็นมนุษย์” ก่อนคะแนนสอบเสมอ

    วันนี้ โรงเรียนกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ จุดที่เต็มไปด้วยคำถาม ความท้าทายและความไม่แน่นอน แต่ในความไม่แน่นอนนั้น ยังมีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนเสมอมา เรายังเชื่อในเด็ก เรายังเชื่อในครู และเรายังเชื่อว่าการศึกษาที่ดี สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง 

    “ไผท ไปต่อ” จึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อรักษาโรงเรียน แต่เกิดขึ้นเพื่อรักษาคุณค่าของการเรียนรู้แบบไทย ที่มองเด็กเป็น “มนุษย์คนหนึ่ง” ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์บนกระดาษคำตอบ ไผทอุดมศึกษา ยังคงยืนหยัดในแนวทาง “หลักสูตรเฉพาะบุคคล” ที่ได้รับการยอมรับและรางวัลในระดับโลก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้แบบไทยเติบโตในแบบตัวเองอย่างแท้จริง และเพื่อให้การดูแลเด็กทุกคน “ลึกขึ้น ใกล้ชิดขึ้นและทั่วถึงขึ้น” 

    ปีการศึกษา 2569 โรงเรียนไผทอุดมศึกษาจะเปิดรับและเปิดการเรียนการสอน เฉพาะปีนี้เท่านั้น ด้วยจำนวนที่เหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพการดูแลรายบุคคลให้ดีที่สุด 

    อัตราค่าเล่าเรียนในปีการศึกษา 2569 อยู่ที่ 182,000 บาทต่อปีการศึกษา/ชำระรายปี/โอน หรือบัตรเครดิต ไม่รวมค่าอาหาร ไม่รวมนม และไม่รวมหนังสือเรียน ไม่รวมค่าเรียนคอมพิวเตอร์ 

    ค่าเล่าเรียนนี้ไม่ใช่เพียงค่า “เรียนหนังสือ” แต่คือค่า “การดูแลแบบเฉพาะบุคคล” ในวัยที่สำคัญที่สุดของชีวิต เด็กวัยที่ต้องการคนเข้าใจ ต้องการพื้นที่ปลอดภัย และต้องการครูที่มองเห็น “ตัวตน” ของเขาจริง ๆ

    เราไม่ได้สัญญาว่าทางข้างหน้าจะง่าย แต่เราสัญญาว่าจะไม่ลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ จะไม่หยุดพัฒนา และจะทำทุกทางให้เด็กทุกคนได้เติบโตอย่างมีความหมายในแบบของเขา

    “ไผท ไปต่อ” ไม่ใช่เพราะเรายังไม่เหนื่อย แต่เพราะเรายัง “ไม่ยอมแพ้” เพื่อเด็ก เพื่อครู เพื่อการศึกษาไทย และเพื่ออนาคตของเด็กไทย

    ที่มาจาก เฟซบุ๊ก Patai Udom Suksa School

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2906322&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZhOpIJwzn8cpFGGKuV7sI

  • อนุชาติ พวงสำลี นักการศึกษา​ ผู้ก่อตั้งรร.สาธิตฯ ธรรมศาสตร์ ว่าที่รมว.ศึกษาธิการ รัฐบาลพรรคประชาชน

    อนุชาติ พวงสำลี นักการศึกษา​ ผู้ก่อตั้งรร.สาธิตฯ ธรรมศาสตร์ ว่าที่รมว.ศึกษาธิการ รัฐบาลพรรคประชาชน

    วันนี้ (7 มกราคม 2569) พรรคประชาชนเปิดตัว รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี อดีตคณบดีและผู้ก่อตั้งคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านการศึกษา เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในรัฐบาลพรรคประชาชน หลังจากเปิดตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว 2 คน ได้แก่ มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศ

    สำหรับประวัติของอนุชาติ ปัจจุบันอายุ 67 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปริญญาโทด้านสิ่งแวดล้อม Monash University, Australia และจบปริญญาเอกด้าน Human Ecology จาก The Australian National University เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รองอธิการบดีฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนย้ายมาเริ่มต้นก่อตั้งคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเริ่มต้นก่อตั้งโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงเรียนที่ตั้งใจดทดลองการศึกษาแนวใหม่ ไม่บังคับสวมเครื่องแบบ ไม่มีการสอบ ไม่มีการเรียนการสอนลูกเสือ

    ขณะเดียวกัน เขายังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มก่อการครู ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงการศึกษา ไม่ให้ครูถูกกดทับด้วยระบบอำนาจ ตั้งใจให้ครูเป็นนักขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างการศึกษาที่ตอบโจทย์ผู้คน ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

    Tags: , , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-anuchart-puangsamlee-people-party/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_5Dv8qj35NJuCNce5T7f3

  • ‘ธรรมศาสตร์’ จับมือ ‘คอสโม กรุ๊ป’ ยกระดับการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ พัฒนาบัณฑิตสู่ตลาดแรงงาน – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ‘ธรรมศาสตร์’ จับมือ ‘คอสโม กรุ๊ป’ ยกระดับการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ พัฒนาบัณฑิตสู่ตลาดแรงงาน – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงนามความร่วมมือกับบริษัท คอสโม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการศึกษา เตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน

         มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท คอสโม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดย คุณเกรซ มหาดำรงค์กุล กรรมการบริษัท เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา งานวิจัย และพัฒนานักศึกษาผ่านระบบสหกิจศึกษา รวมไปถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาสู่การทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรม

          โดยมี รศ. รมิดา พัชราวนิช รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและวิสาหกิจสัมพันธ์ ผศ. ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์จากคณะต่าง ๆ และคุณเกียรติชัย ธาดาวชิรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท คอสโม กรุ๊ป เข้าร่วมเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

         ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เพิ่มพูนประสบการณ์ผ่านโครงการฝึกงานภาคฤดูร้อน (Internship Program) และโครงการสหกิจศึกษาระดับอุดมศึกษา (Cooperative Education Program) รวมไปถึงกิจกรรมความร่วมมืออื่น ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน และการวางแผนเส้นทางอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

          ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของทั้งสององค์กรในการยกระดับการจัดการศึกษา และพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้สอดคล้องกับโลกการทำงานจริง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

         “การร่วมมือกับบริษัท คอสโม กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำนับเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้มีความพร้อมต่อการทำงานในอนาคต เพราะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาในรูปแบบของ Experiential Learning ด้วยการส่งเสริมให้นักศึกษาได้ออกไปฝึกงานกับองค์กรภายนอก เพื่อสร้างประสบการณ์ตรง และเรียนรู้จากการทำงานจริง” ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว

         คุณเกรซ มหาดำรงค์กุล กล่าวว่า แม้การเรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัยจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญ แต่การเรียนรู้ในรูปแบบของ On the Job Training ก็มีความจำเป็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้มีความพร้อม สามารถปรับตัวและก้าวเข้าสู่โลกการทำงานได้อย่างมีคุณภาพ

         นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนวิชาการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากร การดำเนินการวิจัยร่วม เพื่อพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ บริการ และองค์ความรู้ใหม่ ตลอดจนความร่วมมือด้านบริการวิชาการแก่สังคม การจัดประชุมและสัมมนาทางวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

         ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริษัท คอสโม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทักษะจริง พัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้าน และเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tu.ac.th/tu01070169/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fjQ_VcRL5d1JilQwqb2Yv

  • สจด. ร่วมทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้การลงทุน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้การลงทุน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้การลงทุน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร อาจารย์กิตยาการ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้สอนวิชาชีวิตกับการคิดคำนวณ สำนักวิชาศึกษาทั่วไป จัดกิจกรรมทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาความรู้ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการวางแผนการเงินและการลงทุนแห่งแรกของประเทศไทย ที่สร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นวางแผนการเงินและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Inspire to Invest for Sustainability) ให้แก่นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน จำนวน 36 คน โดยมีอาจารย์ธเนศ แม้นอินทร์ และนางสุพิศตรา แย้มอุบล ร่วมกิจกรรมและดูแลนักศึกษา รวมทั้งสร้างความเข้าใจกลไกการทำงานของตลาดทุนไทย และพัฒนาการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คลังความรู้เกี่ยวกับการวางแผนการเงินและการลงทุนเบื้องต้น รวมถึงศึกษาประวัติศาสตร์และพัฒนาการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเรื่องเล่าที่น่าสนใจของ INVESTORY นำเสนอความรู้โดยใช้การเล่าเรื่อง (Storyline) ผ่านตัวละคร Money Monsters ศัตรูร้ายทางการเงิน และ SET Heroes ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน ได้แก่ หุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวม และอนุพันธ์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าชมได้รู้จักและตระหนักถึงปัญหาทางการเงินที่มีอยู่รอบ ๆ ตัว จนเกิดความต้องการที่จะหาทางแก้ไขปัญหาโดยการวางแผนทางการเงินและการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ จนสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในที่สุด
    ชาติภักดิ์ /ข่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/119136/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mACyHOaeCh3so9y7VRs_Z

  • ขยายเวลารับสมัครอาจารย์ สังกัดคณะรัฐประศาสนศาสตร์ (สาขารัฐประศาสนศาสตร์) – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    ขยายเวลารับสมัครอาจารย์ สังกัดคณะรัฐประศาสนศาสตร์ (สาขารัฐประศาสนศาสตร์) – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    ขยายเวลารับสมัครอาจารย์ สังกัดคณะรัฐประศาสนศาสตร์ (สาขารัฐประศาสนศาสตร์)

    ขยายเวลารับสมัครอาจารย์ สังกัดคณะรัฐประศาสนศาสตร์ (สาขารัฐประศาสนศาสตร์)

    กองบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

    รับสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานสถาบันสายวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดคณะรัฐประศาสนศาสตร์

    คุณวุฒิปริญญาเอก จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    1. มีคุณสมบัติตามความในข้อ 18 ของข้อบังคับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพนักงานสถาบัน พ.ศ. 2563 (แนบท้ายประกาศ)
    2. คุณสมบัติพื้นฐาน
      • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขารัฐประศาสนศาสตร์, รัฐศาสตร์, นิติศาสตร์ (กระบวนการยุติธรรมทางอาญา) หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ ก.พ.รับรอง
      • ต้องสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศในระดับปริญญาโท หรือ ปริญญาเอกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง
      • มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษดีมาก เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรม และการบรรยายเป็นภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี
      • มีผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในสาขาที่สมัคร ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับชาติ หรือนานาชาติ ทั้งนี้ผลงานวิจัยดังกล่าวต้องมิใช่ส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ที่สำเร็จการศึกษา
      • หากมีประสบการณ์ในการสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
      • หากมีตำแหน่งทางวิชาการจะพิจารณาเป็นพิเศษ

    คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

    1. มีจริยธรรม คุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม
    2. มีภาวะผู้นำ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง อุทิศตนและมีจิตสาธารณะ
    3. มีทักษะความสามารถด้านวิชาการ การสื่อสาร และสามารถทำงานกับผู้อื่นได้ดี
    4. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ให้เกียรติ เคารพสิทธิของผู้อื่น มีมนุษยสัมพันธ์ดี
    5. มีความสามารถในการสอนหลักสูตรนานาชาติ
    6. มีความสามารถด้านการวิจัย เพื่อตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ

    การคัดเลือก

                   คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัคร ประวัติการศึกษา ประวัติและประสบการณ์การทำงาน และผลงานทางวิชาการจากใบสมัครและเอกสารที่คณะฯ อาจจะพิจารณาขอเพิ่มเติมในภายหลัง หากผู้สมัครรายใดมีคุณสมบัติเบื้องต้นตรงตามความต้องการ สถาบันจะแจ้งให้ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก สำหรับวิธีการคัดเลือกอาจให้ผู้สมัครนำเสนอผลงานทางวิชาการและ/หรือใช้วิธีการสัมภาษณ์ หรือวิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาเห็นสมควร

    เอกสารการรับสมัคร

    >>>> ประกาศสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เรื่อง ขยายเวลารับสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานสถาบันสายวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ <<<<

    ระเบียบการรับสมัคร

    ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกสามารถสมัครออนไลน์ได้ที่ http://job.nida.ac.th
    รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 

    ติดต่อสอบถามได้ที่

    คุณสุรีภรณ์ นามอุตวงษ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2727 3580 
    email : sureeporn.nam@nida.ac.th หรือ
    สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติการรับสมัครติดต่อ
    คุณเบญจวรรณ วรนาถสกุล หัวหน้าส่วนบริหารงานทั่วไป คณะรัฐประศาสนศาสตร์
    หมายเลขโทรศัพท์ 0 2727 3874 email : gspa.admin@nida.ac.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/job1830-2568/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wDn–RVbKtPn1UiV3EbmO

  • เลือกตั้ง’69: ปชน. เปิดตัว “อนุชาติ พวงสำลี” นั่งว่าที่รมว.ศึกษาฯ อาสาปฏิรูปการศึกษา : อินโฟเควสท์

    เลือกตั้ง’69: ปชน. เปิดตัว “อนุชาติ พวงสำลี” นั่งว่าที่รมว.ศึกษาฯ อาสาปฏิรูปการศึกษา : อินโฟเควสท์

    พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กเป็นคลิปสัมภาษณ์ นายอนุชาติ พวงสำลี ปัจจุบันเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหนึ่งในทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการศึกษา

    สำหรับประวัติการศึกษา นายอนุชาติ เคยศึกษาปริญญาเอก Human Ecology, Australian National University ออสเตรเลีย, ปริญญาโท Environmental Sciences, Monash University ออสเตรเลีย และปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ส่วนประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา นายอนุชาติ ผ่านงานในสายการศึกษามาหลายตำแหน่ง ตั้งแต่ออกแบบการเรียนรู้ไปจนถึงการเป็นผู้บริหาร ทั้งประธานคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รองอธิการบดีฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม และคณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

    พรรคปชน. ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการมักถูกจัดหมวดไว้เป็นกระทรวงเกรด B ตามสูตรการแบ่งเค้กการจัดตั้งรัฐบาล หลายต่อหลายครั้งเราจึงเห็นรัฐมนตรีที่ไม่มีประสบการณ์ตรงสายงาน ไม่ใช่มืออาชีพตัวจริง แค่ผ่านสมการโควตาพรรคการเมือง ก็สามารถเข้ามานั่งบริหารได้ เราจะปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นความปกติตลอดไปจริงหรือ

    ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ นายอนุชาติ ถูกวางบทบาทในฐานะทีมบริหารด้านการศึกษาคนสำคัญ หากพรรคประชาชนได้รับฉันทามติให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

    “การศึกษาคือความทุกข์ของแผ่นดิน” คือคำตอบของนายอนุชาติ ที่ฉายให้เห็นภาพรวมของปัญหาในระบบการศึกษา ที่ทุกคนล้วนมีความทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ฝ่ายนโยบาย แม้กระทั่งกระทรวงเองก็จมอยู่ในกองทุกข์จากหลายเหตุปัจจัยที่สะสมพอกพูนมาหลายสิบปี

    ในมุมมองของผู้อาสามาปฏิรูปการศึกษา นายอนุชาติ มองว่า การเรียนรู้คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ทุกผู้คนในระบบการศึกษาอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยไม่รวบอำนาจการออกแบบการเรียนรู้ไว้ที่กระทรวง เหมือนที่เขายืนยันว่า วิธีคิดแบบเจ้ากระทรวงมันไม่เวิร์ก

    “เราต้องอย่าลืม ว่าในยุคปัจจุบัน เวลาพูดถึงการศึกษาหรือการเรียนรู้ ไม่เท่ากับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการมีแค่องคาพยพเดียว แต่การเรียนรู้ปัจจุบันมีความกว้างขวาง เราพูดถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้ทุกช่วงวัย เพราะฉะนั้นทุกคนอยู่ในสมการหมด” นายอนุชาติ กล่าว

    ระบบการศึกษาไทยขาดความต่อเนื่อง

    โจทย์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยคือ ความไม่ต่อเนื่องบวกกับความแข็งแรงของภาครัฐที่เราบริหารทุกองคาพยพด้วยระบบราชการ มันแข็งตัว รวมศูนย์ พอรวมศูนย์ก็ขาดประสิทธิภาพ โรงเรียนใหญ่ ๆ โรงเรียนที่ดี อยู่ตรงส่วนกลางหมด แปลว่าเด็กจะต้องไหลมาจากต่างจังหวัดเข้าสู่ส่วนกลาง เพื่อให้ได้การศึกษาที่ดี ตนว่านี่คือสิ่งที่เราจะต้องตั้งคำถามแล้วพลิกกลับทั้งหมด

    อย่างไรก็ตาม ทุกคนมีความคาดหวังต่อระบบการศึกษาสูงมาก แต่ทำไมไม่สามารถมีนโยบายการศึกษาที่จะตอบโจทย์การพัฒนาบุคลากรของสังคมได้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ของเรายังใช้หลักสูตรแกนกลางเหมือนเดิม ตั้งแต่ปี 51 มีปรับนิดหน่อย แต่โลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแล้ว บวกกับโชคร้ายของประเทศไทย ที่เราไม่อนุญาตให้ระบบการศึกษามีพัฒนาการต่อเนื่อง ช่วงที่ผ่านมา หลังเลือกตั้ง หลังปฏิวัติ เปลี่ยนรัฐมนตรีศึกษามาแล้วกี่คน แต่เข้ามาในช่วงสั้น ๆ ทำอะไรไม่ได้ในทางนโยบาย เราต้องการความมั่นคงและต่อเนื่องในการออกแบบระบบการศึกษา เพราะระบบการศึกษาเหมือนกับการปลูกต้นไม้ เราจะบ่มเพาะผู้คนแต่ละคนขึ้นมา ต้องอาศัยเวลา อาศัยการทะนุถนอมอย่างมาก อาศัยความละเอียดอ่อนอย่างมากในการออกแบบ

    หนุนแก้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ

    นายอนุชาติ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงที่ทุกคนกำลังจะแก้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งหัวใจสำคัญจะต้องเปลี่ยนให้ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น มี 2-3 เรื่องที่ต้องให้ความมั่นใจว่าอยู่ใน พ.ร.บ.การศึกษาฯ ก็คือ

    1. พ.ร.บ. ต้องเคารพในการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน ต้องอนุญาตให้ระบบการศึกษามีความหลากหลาย เพราะเราเชื่อมั่นว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ระบบที่จะสร้างเขาขึ้นมาก็ต้องหลากหลาย แปลว่าตัว พ.ร.บ. ต้องอนุญาตหรือส่งเสริมให้กับผู้เล่นทางการศึกษาอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

    2. ทำอย่างไรให้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ เชื่อมรอยต่อระหว่างระบบทั้งหมดเข้าหากัน เพราะถ้าเราเชื่อมั่นว่าเด็กคนหนึ่งสามารถที่จะเรียนที่ไหนก็ได้ เรียนต่างประเทศ เรียนออนไลน์ เรียนในโรงเรียน นอกโรงเรียน ทุกที่ทุกทางเป็นการเรียนรู้ได้ทั้งหมด เราต้องสร้างการให้วุฒิการศึกษาอย่างเป็นระบบ และไม่จำเป็นต้องเป็นหลักสูตรเดียวกันทั้งหมด เด็กคนหนึ่งอาจจะเติบโตในสูตรผสมหลาย ๆ แบบก็ได้

    ปรับบทบาทกระทรวงศึกษาธิการ

    สิ่งที่เราอยากเห็นกระทรวงปรับตัวคือ ต้องถอยออกมาทำหน้าที่เป็นผู้คุมกติกามากกว่าเป็นผู้เล่น หมายความว่าตัวกระทรวงต้องทำหน้าที่เชิงวิชาการและเป็นมันสมองของระบบการศึกษาให้มากขึ้น กำกับกติกา ดูมาตรฐาน วิเคราะห์อัตรากำลังแรงงาน วิเคราะห์ทิศทางขององค์ความรู้ว่าควรจะไปในทิศทางไหน แล้วให้ผู้เล่น ก็คือโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนของ สพฐ. เอง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้เล่นที่อยู่นอกระบบทั้งหลาย เข้ามามีบทบาท อย่าไปผูกขาดการเป็นคนจัดการศึกษาเองคนเดียว มันจึงไม่มีประสิทธิภาพเหมือนที่ผ่านมา

    ดังนั้น สิ่งที่เราจะต้องทำให้เกิดขึ้นคือ การเชื่อมร้อยทั้งกระทรวงศึกษา กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และอื่น ๆ ที่จะเข้ามาทำงานด้วยกัน และมองภาพว่าเราจะสร้างระบบการเรียนรู้ของประเทศเราได้อย่างไร

    ปักหมุด 4 ปี ชูระบบนิเวศการเรียนรู้

    นายอนุชาติ กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องปักหมุดให้ได้ก็คือ เราจะต้องเปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนที่มีความสุข เต็มไปด้วยการเรียนรู้ของเด็กและครูซึ่งกันและกัน คำว่าห้องเรียนนี้ไม่ได้ถูกจำกัดไว้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยม อาจจะกินความไปถึงพื้นที่ข้างนอก วิธีการใหม่ ๆ อีกมากมาย

    ส่วนระดับโรงเรียนคือ การปรับนิยามของคำว่าโรงเรียนให้กลายเป็นระบบนิเวศการเรียนรู้ เราจะกลายมาเป็นองคาพยพซึ่งกันและกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทั้งโรงเรียน คุณครู ผู้ปกครอง ต้องจับมือกันไปในทิศทางเดียวกัน ระบบข้อมูล ระบบงบประมาณ ต้องไปในทิศทางเดียวกันให้มากที่สุด

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/559129&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TXmGe3VEOoypotoPi0H5f

  • “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่หาเสียงนครศรีธรรมราช ชู “เกิดปุ๊บรับ 65,000”

    “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่หาเสียงนครศรีธรรมราช ชู “เกิดปุ๊บรับ 65,000”

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/139373&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_uR3XkWJYuUN3nQYMeu0I

  • ขอ(โอกาส)‘ทดลองงาน’?

    ขอ(โอกาส)‘ทดลองงาน’?

    โดนกระทำในแบบที่ลดทอนศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ในค่ายทหาร แล้วเราออกมายืนเคียงข้างคนที่ถูกกระทำหรือครอบครัวผู้เสียชีวิต..”

    และวานซืน..พรรคประชาชน โพสต์คลิปและข้อความ.. “93 ปีที่ประเทศไทยมีการเลือกตั้ง มีนายกฯ มาแล้ว 32 คน รัฐมนตรีนับไม่ถ้วน พวกเขาพาประเทศไทยมาได้ไกลเท่านี้

    2569 เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใต้การบริหารงานแบบใหม่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พร้อมทีมบริหารรัฐบาลประชาชน จะพาประชาชนไทย ไปสู่อนาคตใหม่ ที่ก้าวไกลกว่าเดิม..”

    อุ๊บะ..นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นี่นะ จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่วิเศษวิโส บริหารประเทศชาติแบบใหม่ พาประชาชนไทยไปสู่อนาคตใหม่ที่ก้าวไกลกว่าเดิม

    ถามก่อน..นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นใคร? ไม่ต้องตอบผมเปิดวิกิพีเดียพบแล้ว.. “เกิด 18 พฤษภาคม พ.ศ.2530 ชื่อเล่น ‘เท้ง’

    เป็นบุตรชายคนที่ 4 ของสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด

    ประกอบธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และประธานกรรมการ บริษัท เรืองปัญญา เคหะการ จำกัด สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนทวีธาภิเศก 

    และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์) จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ก่อนทำงานการเมือง เคยเป็นผู้บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด

    อดีตรองเลขาธิการฝ่ายพัฒนาระบบข้อมูลและดิจิทัลของพรรคก้าวไกล และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร

    อ๋อ..ก็ไม่ได้มีความพิเศษ-เกินมนุษย์มนาซะที่ไหน และหากเทียบกับ “อดีตนายกรัฐมนตรี” ที่ผ่านมา 32 ท่าน..

    ไม่ต้องยกเทียบระดับ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์!

    เอาแค่ระนาบคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือคุณแพทองธาร ชินวัตร ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าคุณณัฐพงษ์จะฉลาดกว่า-เก่งกว่าหรือไม่?

    แต่..เท่าที่คนโน้น-คนนี้วิจารณ์ ดูเหมือนความฉลาดของคุณเท้งจะเปราะบางอยู่มาก นี่ไม่อยากจะซ้ำเติมด้วยข้อความของคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หรอกนะ..

    อ่านทีไรก็เจ็บจี๊ดทุกครั้งไป!

    เออ..แต่คุณเท้งก็ยอมรับเองนี่น่า.. “ผมยอมโง่ต่อไป เพื่อทำให้มันดีขึ้น” อย่างงี้ประชาชนที่ไหนจะกล้าให้คุณเท้งบริหารงานแบบใหม่..

    พาประชาชนไทย ไปสู่อนาคตใหม่ ที่ก้าวไกลกว่าเดิมได้ล่ะ..หือ?

    เห็นจะมีก็แต่ประชาชนที่เสียสติ บ้าๆ บอๆ กระมัง ที่เลือกคนโง่ (อวดฉลาด) ให้มาบริหารประเทศชาติ!

    และคงด้วย..ประชาชน (ส่วนใหญ่) ไม่ได้เสียสติ เจ้าของพรรค เอ๊ยผู้นำจิตวิญญาณพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เลยจำต้องโผล่หน้าออกมาออดอ้อน..

    “เลือกตั้งรอบนี้ ขอโอกาสเราเป็นพรรคหลักในการเมืองพรรคเดียว ถ้าเราทำไม่ได้ 4 ปี ข้างหน้าท่านไม่ต้องเลือกเราอีกเลย”

    เนี่ย..นายธนาธรคงคิดว่าประเทศไทยเป็นบริษัทจำกัดรึไง ถึงได้มาขอ “ทดลองงาน” ว่าแต่ไม่ได้อ่านที่คุณชูวิทย์โพสต์ดอกรึ..

    “ผมว่าคนไทยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอควร ก็เริ่มรู้แล้วล่ะครับว่า หาก “ให้โอกาสพรรคส้มได้เป็นรัฐบาลพรรคเดี่ยวแล้วจะทำให้ดู” มันเสี่ยงแค่ไหน…

    มันน่ากลัวนะครับ ที่คนไทยจะให้โอกาสเอาประเทศไปลองเสี่ยงทำให้ดู แบบที่ธนาธรหาเสียงหรือเดินสายสัมภาษณ์สื่อ

    พวกเราแค่กลัวว่า “จะไม่เหลืออะไรในโอกาสหน้าอีก”

    หมดกัน!.

    สันต์ สะตอแมน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/927039/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Rg78ooTqJqRMxSJR76ucx

  • อบจ.กำแพงเพชร เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ มุ่งลดความเดือดร้อน สร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน | TOPNEWS

    อบจ.กำแพงเพชร เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ มุ่งลดความเดือดร้อน สร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน | TOPNEWS

    จังหวัดกำแพงเพชร โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้การนำของ นายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝนของทุกปี

    นายสุนทร รัตนากร เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยเฉพาะในอำเภอ พรานกระต่าย อำเภอคลองลาน และอำเภอคลองขลุง ซึ่งตั้งอยู่ในโซนเทือกเขาตะวันตก เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศลาดชัน เมื่อเกิดฝนตกหนักหรือฝนตกต่อเนื่อง จะเกิดน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่ต้นน้ำลงสู่พื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตรอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง

    ที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชรได้เร่งนำ เครื่องจักรกลหนักและบุคลากรด้านช่าง ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาเชิงระบบ ตั้งแต่ พื้นที่ต้นน้ำในแนวเทือกเขาตะวันตก เส้นทางการไหลของน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำคือแม่น้ำปิง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และยั่งยืน

    การดำเนินงานดังกล่าว ไม่ได้มุ่งแก้ไขเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการวางแผนระยะยาว ทั้งการปรับปรุงลำน้ำ การเปิดทางน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รวมถึงการ บริหารจัดการและการเก็บกักน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อชะลอปริมาณน้ำในช่วงฝนตกหนัก และลดความรุนแรงของน้ำหลากในพื้นที่ชุมชนตอนล่าง

    จากการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา ระยะเวลาการเกิดน้ำท่วมลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา ความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรและการดำรงชีวิตของประชาชนลดลงอย่างเป็นรูปธรรม และในปีงบประมาณ 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชรได้กำหนดนโยบายเดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพ ทำมาหากินได้อย่างมั่นคง และลดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติให้น้อยที่สุด

    นอกจากนี้ นายสุนทร รัตนากร ยังให้ความสำคัญกับ การยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านสาธารณสุขในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจมาอยู่ในสังกัดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่ง อบจ. ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างชัดเจนใน 3 ด้านหลัก

    ด้านที่หนึ่ง คือ การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้มีความก้าวหน้าในสายงาน มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ

    ด้านที่สอง คือ การพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับภารกิจการดูแลรักษาผู้ป่วย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

    และด้านที่สาม คือ การยกระดับการบริการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาพยาบาลที่รวดเร็ว มีมาตรฐาน และใกล้บ้านมากที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1446389&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wWxntZgI-ocu9SAsel6nQ