Category: วัฒนธรรม

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D573490&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2quE9fS1Rs-I4AJJRTCANw

  • 1 เดือนแลก 1 ปี

    1 เดือนแลก 1 ปี

    จะให้คนระโนดมองเป็นแค่คำพูดตัวตลกหนังตะลุงก็ไม่ใช่ เพราะนี่มันคือการปลุกปั่นให้เกิดการแบ่งแยกคนจากผู้ที่มีการศึกษาสูง และมีกำพืดอยู่ในเมืองใหญ่ที่เจริญกว่า!

    และที่แถว่า.. “หาดใหญ่วันนี้วิกฤต ต้องมี สส.ที่เข้าใจพื้นที่ ผมตั้งใจสื่อสารกับผู้คนว่า ‘ผมคนหาดใหญ่’ รู้จักหาดใหญ่ในเกือบทุกประเด็น

    ทั้งปัญหา จุดแข็ง จุดอ่อน ไม่ว่า เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต การศึกษา สุขภาพ การคมนาคม น้ำท่วม ยาเสพติด หรือเรื่องเทาๆ ในหาดใหญ่”

    ประทานโทษ..นพ.สุภัทรเป็นใคร? ก็เป็นแค่หมอรักษาคนไข้ จะไม่เป็นการ “อวดวิเศษวิโส” ไปหน่อยหรือ ถึงได้รู้สารพัดปัญหาของหาดใหญ่ดังที่คุย?

    “การเป็น สส.ในยามที่หาดใหญ่ประสบวิกฤตใหญ่สุดตั้งแต่ตั้งอำเภอหาดใหญ่มาร้อยปี เราต้องมี สส.ที่มีความสามารถจริง รู้จริง มีเครือข่ายทำงานจริง กล้าหาญในการตัดสินใจ

    นี่คือคุณสมบัติ สส.ในยามวิกฤตของหาดใหญ่ ในยามที่เมืองฟื้นมาไม่ถึง 1 ใน 3 ของทั้งหมด”

    ประทานโทษ (อีกที) ..ที่โอ้อวดมานี้ นพ.สุภัทรมีผลงานอะไรโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ในความสามารถบ้างล่ะ?

    กับอาชีพที่เป็นมาก็ยังเป็นที่ครหาในความโปร่งใส จนถึงขั้นต้องถูกปลดออกจากราชการมิใช่รึ?

    ยอมรับเถอะว่าพลั้งปาก และขอโทษจะดูน่าชื่นชม ดีกว่ากะล่อน-ลื่นไหล.. “ผมไม่ได้เจตนาสื่อสารในเชิงลบกับพี่น้องคนระโนด

    ตัวตนผมก็ยืนยันเสมอมาว่า ทุกคนมีคุณค่า ทุกอำเภอมีความหมาย” ด้วยฟังแล้ว-อ่านแล้วก็ อืออ..มันแถ-แก้ตัวเก่งกันทั้งพรรค (ส้ม) เลยเนาะ!

    ต้องอย่างคนนี้ ไม่แถ-ไม่แก้ตัว ผิดก็ยอมรับโดยดุษฎี ผมหมายถึงคุณตั้ม-พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ที่ภายหลังถูกศาลลงโทษก็ได้โพสต์..

    “1 เดือน แลก 1 ปี ผมกับนัสเซอร์ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 1 เดือนไม่รอลงอาญา ในความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุม

    ต้นเหตุการชุมนุมในปี 2567 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลขณะนั้น รวมทั้งสังคมได้เห็นว่า ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ถูกจำคุกจริง มีขบวนการร่วมกัน ‘ทุจริตกระบวนการยุติธรรม’

    คปท.เคลื่อนไหวเป็นเหมือนแสงไฟจากก้านไม้ขีดเล็กๆ อันหนึ่ง

    สุดท้าย คปท.ก็สามารถ #saveกระบวนการยุติธรรม เป็นส่วนหนึ่งที่นำ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ กลับมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้หลังสู้บนถนนมา 2 ปี

    และคงไม่เพียง ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องรับโทษตามคำสั่งศาล ยังมีข้าราชการหลายคนน่าจะไปด้วยกัน ความยุติธรรมจึงแลกด้วยกระบวนการยุติธรรม

    วันนี้เรา 2 คนโดนคำพิพากษาสั่งจำคุก 1 เดือนไม่รอลงอาญา เป็นรางวัลของคนออกมาปกป้องกระบวนการยุติธรรม 1 เดือนแลก 1 ปี

    ประกันตัวแล้วและอุทธรณ์กันต่อครับ เราเคารพคำพิพากษา และยังจะใส่รองเท้าผ้าใบเดินกันต่อไป ขอบคุณพี่น้องที่ห่วงใยทุกท่านครับ”

    ครับ..ขอบคุณ คปท.ด้วยเช่นกัน!.

    สันต์ สะตอแมน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/942890/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LWHDSz1h8GRBUmkowrKTE

  • เทอม4 ประกาศแคสต์นักแสดงแรก พร้อมเปิดภาคการศึกษาหลอน 28 พ.ค. นี้

    เทอม4 ประกาศแคสต์นักแสดงแรก พร้อมเปิดภาคการศึกษาหลอน 28 พ.ค. นี้

    สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล พาภาพยนตร์สยองขวัญในตำนานกลับมาอีกครั้งกับ เทอม4 พร้อมเปิดแคสต์นักแสดงแรก นำโดย 2 ดาวรุ่งแห่งวงการ T-Pop โจริญ คัมภีรพันธุ์ จากวง 4EVE และ แทด ฐาปนา จากวง ATLAS ร่วมกับทัพนักแสดงอีกมากมาย พร้อมประชันความหลอนในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้

    โดยภาพยนตร์ เทอม4 เป็นการกลับมาสร้างตำนานความหลอน จากเรื่องเล่าสยองขวัญในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งครั้งนี้กลับมาด้วย 4 เรื่องสยอง จาก 4 สถาบัน ใน 4 ภูมิภาค พร้อมแคสต์นักแสดงชุดแรกที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ

    เพราะนอกจากตัวแทนจาก T-Pop อย่าง โจริญ จาก 4EVE และ แทด จาก ATLAS แล้ว ยังขนทัพนักแสดงที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมาแบบจัดเต็ม นำโดย วี วิโอเลต, เจน กุลจิราณัฐ, เอิงเอย ประภามณฑล, พั้น พันธิตา, เก้า จิรายุ และตังโก้ ฐิตินันต์ ที่จะมารับบทนักศึกษาผู้พบเจอกับเรื่องราวสยองขวัญในภาคการศึกษาใหม่ครั้งนี้

    สำหรับ เทอม4 เป็นภาพยนตร์แฟรนไชส์จาก มหา’ลัยสยองขวัญ ที่เข้าฉายในปี 2009 ก่อนจะสานต่อความหลอนด้วย เทอมสอง สยองขวัญ ในปี 2022 และ เทอม3 ในปี 2024 และเข้าสู่ความหลอนครั้งใหม่ใน เทอม4 ที่จะเข้าฉายในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

    ภาพ: Sahamongkolfilm

    อ้างอิง: https://x.com/Sahamongkolfilm/status/2018912148181983668?s=20

    TAGS:  


    ABOUT THE AUTHOR

    ขัติยา ฤทธิรุตม์

    Content Creator (Thai Culture) – THE STANDARD POP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/term4-cast-announcement/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fSpKt2jvQDRUt2zBS-AxS

  • มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์  มอบทุนการศึกษา879ทุน ให้บุตรทหารตำรวจ19จว.

    มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ มอบทุนการศึกษา879ทุน ให้บุตรทหารตำรวจ19จว.

    วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จ.นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ผอ.กอ.รมน.ภาค 2 ในฐานะประธานมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ ประจำปี 2569 โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ครอบครัวผู้ปกครองร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาฯเป็นจำนวนมาก   

    ทั้งนี้ การมอบทุนการศึกษาในปี 2569 คณะกรรมการมูลนิธิฯ มีมติให้มอบทุนฯ จำนวน 879 ทุน เป็นเงิน 2,920,100 (สองล้านเก้าแสนสองหมื่นหนึ่งร้อยบาทถ้วน) มอบให้กับ นักเรียน นักศึกษา บุตรข้าราชการทหาร ตำรวจ และมอบให้กับผู้แทนจังหวัด ทั้ง 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้นำไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาของแต่ละจังหวัด เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาที่เรียนดีมีความประพฤติเรียบร้อย แต่ขาดทุนทรัพย์ สนับสนุนการกีฬา ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนา การเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษา ส่งเสริมสนับสนุนศิลปวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมา จัดตั้งขึ้นตามแนวความคิดของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เริ่มจดทะเบียนเป็นมูลนิธิฯ ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2528 เริ่มแรกมูลนิธิฯ มีเงินกองทุนเพียงสามล้านบาท สืบเนื่องมาจากความศรัทธาและความเคารพนับถือต่อท่าน พลเอกเปรมฯ จึงมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิฯ เป็นประจำทุกๆ ปี จนทำให้ ณ ปัจจุบัน มูลนิธิฯ มีเงินทั้งสิ้น 87,492,872.01 บาท เป็นเงินกองทุนจำนวน 83,000,000 บาท เงินบริจาคคงเหลือจากปีที่ผ่านมา 2,514,673.52 บาท และดอกเบี้ยปีนี้ 1,978,198.49 บาท จนถึงปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษารวมทั้งสิ้น 61,277 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 161,729,400 บาท และจากสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย – กัมพูชา ทำให้มีกำลังพลบาดเจ็บและเสียชีวิต มูลนิธิฯ จึงมีมติให้สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับบุตรทหาร ตำรวจ ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม โดยกำหนดกรอบการใช้งบประมาณเพิ่มอีก 1,000,000 บาท ซึ่งจะมอบให้กับผู้บังคับหน่วยนำไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับทุนการศึกษา ต่อไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/945354&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rcshAWFOwstNUDziOaz5A

  • “ศุภมาส” ยกระดับการสื่อสาร งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” กำชับต้อง “ถูกต้อง ครบถ้วน และสมพระเกียรติสูงสุด”

    “ศุภมาส” ยกระดับการสื่อสาร งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” กำชับต้อง “ถูกต้อง ครบถ้วน และสมพระเกียรติสูงสุด”

    “ศุภมาส” ยกระดับการสื่อสาร งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” กำชับต้อง “ถูกต้อง ครบถ้วน และสมพระเกียรติสูงสุด”


    5/02/2569 | 172 |

    “ศุภมาส” ยกระดับการสื่อสาร งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” กำชับต้อง “ถูกต้อง ครบถ้วน และสมพระเกียรติสูงสุด” เพื่อถ่ายทอดความงดงามของโบราณราชประเพณีไทยสู่สายตาชาวโลก

    วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางชื่นชีวัน ลิมป์ธีระกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบออนไลน์ ที่ประชุมได้ร่วมกันวาง Roadmap การดำเนินงานเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

    ◾️ศูนย์กลางข้อมูลดิจิทัล: เตรียมเปิดตัวเว็บไซต์ queensirikit.go.th เพื่อเป็นคลังข้อมูลพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และข้อมูลงานพระราชพิธีฯ ที่ถูกต้องแม่นยำสำหรับประชาชนและสื่อมวลชนทั่วโลก ทั้งนี้ ในช่วงที่ยังไม่ได้เปิดตัวเว็บไซต์สามารถสืบค้นข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของกรมประชาสัมพันธ์ queensirikit.prd.go.th และเพจพระลานได้

    ◾️เกาะติดทุกขั้นตอน: วางแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุกแบบ “คู่ขนาน” ตั้งแต่การจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ ไปจนถึงการซักซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ยิ่งใหญ่

    ◾️ยกระดับงานสื่อมวลชน: เตรียมจัดตั้งศูนย์สื่อมวลชนและศูนย์ถ่ายทอดสด (International Broadcasting Center – IBC) พร้อมจัดทำคู่มือสื่อมวลชน (Media Manual) สองภาษา (ไทย-อังกฤษ) เพื่อรองรับการทำข่าวจากสำนักข่าวทั่วโลก

    นางสาวศุภมาส เน้นย้ำว่า งานพระราชพิธีฯ ในครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งต่อจิตใจของพสกนิกรชาวไทย

    “การประชาสัมพันธ์ไม่ได้เป็นเพียงการให้ข้อมูล แต่คือการถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ข้อมูลที่จะสื่อสารต้องผ่านการกลั่นกรองให้ถูกต้อง ครบถ้วน และสมพระเกียรติสูงสุด”

    การดำเนินงานหลังจากนี้ คณะกรรมการฯ จะบูรณาการร่วมกับทุกคณะฯ และทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนทั้งในและต่างประเทศได้รับทราบข้อมูลอย่างเข้าถึงและทั่วถึง น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ “แม่แห่งแผ่นดิน” อย่างสูงสุด


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/473216&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2H4IsKDU8zj_p_WQ9c4mt7

  • ศูนย์จีโนมฯ เตือน 2 ไวรัสภัยเงียบที่กำลังเคาะประตูบ้านเรา!

    ศูนย์จีโนมฯ เตือน 2 ไวรัสภัยเงียบที่กำลังเคาะประตูบ้านเรา!

    05 ก.พ.2569 – เพจศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “สัญญาณเตือนจากอนาคต: Influenza D และ Canine Coronavirus (มีรายงานการตรวจพบใน กทม.) — สองไวรัสภัยเงียบที่กำลังเคาะประตูบ้านเรา” ระบุว่า เบื้องหลังความสงบหลังพายุโควิด นักวิทยาศาสตร์เริ่มจับสัญญาณ “ผู้เล่นหน้าใหม่” สองรายที่หลบจอเรดาร์—Influenza D และ Canine Coronavirus—ซึ่งอาจกลายเป็นบททดสอบถัดไปของมนุษยชาติ

    ในโลกของโรคระบาด เรามักเปรียบเทียบสถานการณ์เหมือนกับการเล่นเกม “ซ่อนหา” ที่มีเดิมพันเป็นชีวิต แต่น่าเสียดายที่ในเกมรอบล่าสุดอย่าง COVID-19 มนุษยชาติต้องเป็นฝ่ายแพ้อย่างราบคาบ และในขณะที่เรากำลังเก็บกวาดซากปรักหักพังและรักษาบาดแผลจากสงครามไวรัสครั้งก่อน คำถามที่ดังก้องอยู่ในห้องปฏิบัติการวิจัยทั่วโลกไม่ใช่ “มันจบหรือยัง” แต่คือ “ใครจะเป็นรายต่อไป?”

    หากเปรียบเทียบระบบสาธารณสุขเป็นเรดาร์ตรวจจับขีปนาวุธ ปัจจุบันเรากำลังจับจ้องไปยังน่านฟ้าเดิมๆ มองหาศัตรูหน้าเดิมอย่างไข้หวัดนก (H5N1) หรือญาติของโควิด แต่รายงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Emerging Infectious Diseases ฉบับมกราคม 2026 ได้เปิดเผยความจริงที่น่ากังวล: มีขีปนาวุธลูกใหม่ 2 ลูก ที่กำลังบินต่ำหลบเรดาร์ของเราอยู่

    ไวรัสสองชนิดนี้มีชื่อว่า Influenza D (IDV) และ Canine Coronavirus (CCoV-HuPn-2018) พวกมันไม่ได้มาจากห้องทดลองลึกลับ แต่มาจากเพื่อนร่วมโลกที่เราคุ้นเคยอย่าง วัว สุกร และสุนัข และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความรุนแรงของมันในขณะนี้ แต่คือ “ความเงียบ” และ “ความสามารถในการปลอมตัว” ที่ทำให้เราประมาท

    Influenza D: นักเดินทางผู้เปลี่ยนหน้ากาก

    ลองจินตนาการถึงไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นครอบครัวใหญ่ มีพี่น้องอย่าง Type A, B และ C ที่แวะเวียนมาทำให้เราป่วยอยู่ทุกปี แต่เมื่อปี 2011 นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ “น้องเล็กคนใหม่” ในคอกสุกรที่มีอาการป่วยทางเดินหายใจ และตั้งชื่อให้ว่า Influenza D (IDV)

    ในตอนแรก เราคิดว่าน้องเล็กคนนี้คงชอบเล่นอยู่แค่ในฟาร์มหมูหรือฟาร์มวัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป IDV กลับแสดงพฤติกรรมของ “นักเดินทางผู้เชี่ยวชาญ” มันไม่ได้หยุดอยู่แค่ปศุสัตว์ แต่เริ่มกระโดดข้ามรั้วกั้นสายพันธุ์ (Species Barrier) ไปยังสัตว์ป่าและสัตว์อื่นๆ อย่างน่าประหลาดใจ รายชื่อโฮสต์ของมันยาวเหยียดราวกับสมุดเช็คชื่อ: อูฐ, กวาง, ยีราฟ, จิงโจ้, ลามะ, วัลลาบี, วิลเดอบีสต์ และล่าสุด… มันเริ่มปรากฏตัวในสัตว์ปีก

    ทำไม “วัว” ถึงสำคัญ?

    วัวไม่ได้เป็นแค่สัตว์เศรษฐกิจ แต่เป็นเหมือน “โรงแรมระดับ 5 ดาว” สำหรับไวรัส IDV ข้อมูลระบุว่าไวรัสนี้เป็นสาเหตุสำคัญของกลุ่มโรคทางเดินหายใจในวัว (Bovine Respiratory Disease Complex) ซึ่งสร้างความเสียหายแก่อุตสาหกรรมปศุสัตว์สหรัฐฯ ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี การที่ไวรัสระบาดหนักในวัว หมายความว่าโอกาสที่มนุษย์ (โดยเฉพาะคนงานในฟาร์ม) จะสัมผัสเชื้อนั้นมีสูงมหาศาล

    แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ “แล้วคนล่ะ?”

    แม้ปัจจุบันเราจะยังไม่พบตัวไวรัส IDV แบบเป็นๆ ดิ้นได้ในร่างกายมนุษย์ แต่เราพบ “รอยเท้า” ของมันเต็มไปหมด หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญมาจากการศึกษาคนงานฟาร์มวัวในรัฐฟลอริดา ที่พบว่า 97% มีแอนติบอดีต่อเชื้อนี้ เปรียบเสมือนระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาเคย “จดจำใบหน้า” ของผู้บุกรุกรายนี้ได้ และมีการต่อสู้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว

    ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษาในจีนยังพบว่า IDV สายพันธุ์ใหม่สามารถแพร่เชื้อผ่านอากาศ (Airborne) ในตัวเฟอร์เร็ต (Ferret) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การค้นพบนี้ทำให้นักไวรัสวิทยาถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะเฟอร์เร็ตคือสัตว์ทดลองที่เป็นตัวแทนที่ดีที่สุดของระบบทางเดินหายใจมนุษย์ หากมันแพร่ในเฟอร์เร็ตได้ง่าย การแพร่ในคนก็อาจเป็นแค่เรื่องของเวลา

    “หากเปรียบเทียบ IDV เป็นนักวิ่ง มันกำลังวอร์มอัพอยู่ที่เส้นสตาร์ท และดูเหมือนว่ามันจะพร้อมสำหรับการวิ่งมาราธอนข้ามสายพันธุ์แล้ว”

    Canine Coronavirus: ปริศนาจิ๊กซอว์ข้ามทวีป

    ในขณะที่ Influenza D คือภัยเงียบจากฟาร์ม ไวรัสอีกตัวหนึ่งกลับมาพร้อมกับความซับซ้อนระดับพันธุกรรม ชื่อของมันคือ Canine Coronavirus HuPn-2018 หรือขอเรียกสั้นๆ ว่า CCoV-HuPn-2018

    อย่าเพิ่งสับสนกับโควิด-19 (ซึ่งเป็น Betacoronavirus) เพราะเจ้า CCoV ตัวนี้เป็น Alphacoronavirus ปกติแล้วมันคือก่อโรคในสุนัข แต่เวอร์ชัน “HuPn-2018” นี้ไม่ใช่ไวรัสธรรมดา มันคือ “คิเมร่า” (Chimera) หรือสัตว์ประหลาดลูกผสมทางพันธุกรรม

    หากเราส่องผ่านเครื่อง NGS ดูรหัสพันธุกรรมของมัน เราจะพบว่าโครงสร้างหลักของมันคือไวรัสสุนัข แต่ส่วนที่เป็น “กุญแจ” สำหรับไขเข้าสู่เซลล์ (โปรตีนหนาม หรือ Spike Protein) กลับมีชิ้นส่วนของไวรัสแมวและไวรัสสุกรผสมอยู่ด้วย เหมือนกับการที่โจรคนหนึ่งไปขโมยเครื่องมือสะเดาะกุญแจมาจากโจรกลุ่มอื่น แล้วนำมาประกอบกันเป็นกุญแจผีดอกใหม่ที่ไขประตูได้หลากหลายขึ้น

    Patient Zero: จุดเริ่มต้นที่มาเลเซีย

    Patient Zero: จุดเริ่มต้นที่มาเลเซีย… สู่ไทย

    ไวรัสลูกผสมตัวนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2018 จากเด็กที่ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบในโรงพยาบาลรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะหลังจากนั้น นักวิจัยพบเชื้อที่มีรหัสพันธุกรรมเหมือนกันแทบจะ 100% ในอีกซีกโลกหนึ่ง… ในปัสสาวะของนักท่องเที่ยวที่กลับมาจากเฮติ

    และที่น่ากังวลสำหรับบ้านเราคือ มีรายงานยืนยันการตรวจพบไวรัสกลุ่ม Alphacoronavirus ที่คล้ายคลึงกันนี้ในผู้ป่วยที่มีอาการป่วยทางเดินหายใจใน “กรุงเทพมหานคร” แล้ว รวมถึงการระบาดล่าสุดในเวียดนามและรัฐอาร์คันซอ สหรัฐอเมริกา ซึ่งยืนยันได้ว่าไวรัสได้แพร่กระจายเข้ามาในภูมิภาคนี้แล้ว

    การพบเชื้อข้ามทวีปเช่นนี้บ่งบอกความจริงที่น่าขนลุก: ไวรัสนี้ได้เดินทางรอบโลกไปพร้อมกับมนุษย์แล้ว และอาจกำลังแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่แพทย์หาสาเหตุไม่เจอ

    ทำไมเราถึง “มองไม่เห็น” ภัยคุกคามนี้?

    คุณอาจสงสัยว่า ในยุคที่วิทยาศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้าขนาดนี้ ทำไมเราถึงปล่อยให้ไวรัสสองตัวนี้ลอยนวลอยู่ได้? คำตอบนั้นเรียบง่ายและเจ็บปวด: “เราหาแต่สิ่งที่เรากำลังมองหา” (We only find what we look for)

    ปัจจุบัน โรงพยาบาลและห้องแล็บทั่วโลกมีชุดตรวจสำหรับไข้หวัดใหญ่ A, B และโควิด-19 แต่ไม่มีชุดตรวจมาตรฐานสำหรับ Influenza D หรือ Canine Coronavirus สายพันธุ์ใหม่นี้เลย เมื่อผู้ป่วยเดินเข้ามาด้วยอาการปอดอักเสบ แพทย์จะตรวจหาเชื้อที่รู้จัก หากผลเป็นลบ ก็มักจะสรุปว่าเป็น “ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ” (Unknown etiology)

    ช่องว่างทางการวินิจฉัยนี้คือ “หลุมดำ” ที่ไวรัสอุบัติใหม่ใช้เป็นที่กบดานและฝึกฝนวิชา รอวันที่มันจะกลายพันธุ์จนแข็งแกร่งพอที่จะระบาดจากคนสู่คนได้อย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง

    สถานการณ์จำลอง: เมื่อ “ฝันร้าย” กลายเป็นความจริง

    จากข้อมูลวิจัยล่าสุด นี่คือฉากทัศน์ (Scenario) ที่นักวิทยาศาสตร์กังวลว่าอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากเรายังคงประมาท…

    CASE 01 Influenza D: งานวัดมรณะ

    จุดเริ่มต้น: คนงานฟาร์มวัวคนหนึ่งมีอาการไอเล็กน้อย แต่คิดว่าเป็นภูมิแพ้จึงไปเที่ยวงานประจำปีของจังหวัด
    วิกฤต: ไวรัส IDV สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาความสามารถในการ “แพร่ทางอากาศ” (เหมือนในการทดลองกับเฟอร์เร็ต) ลอยฟุ้งกระจายในเต็นท์ที่แออัด ผู้คนสูดดมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

    ผลลัพธ์: 2 สัปดาห์ต่อมา โรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่ผลตรวจ Flu A/B เป็นลบทั้งหมด แพทย์งุนงง หาสาเหตุไม่ได้ จนกระทั่งการระบาดขยายวงกว้างเกินควบคุม

    CASE 02 CCoV: ปริศนาวอร์ดผู้ป่วยหนัก

    จุดเริ่มต้น: นักท่องเที่ยววัยรุ่นกลับจากแบกเป้เที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีไข้สูงและปอดอักเสบ ถูกส่งตัวเข้า ICU

    วิกฤต: ชุดตรวจ PCR มาตรฐานตรวจไม่พบเชื้อโควิดหรือไข้หวัดใหญ่ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น “ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ” และไม่ได้แยกโรคอย่างเข้มงวด ไวรัสลูกผสม (Chimera) แพร่กระจายสู่พยาบาลและผู้ป่วยเตียงข้างเคียงเงียบๆ

    ผลลัพธ์: เกิดการระบาดแบบกลุ่มก้อน (Cluster) ภายในโรงพยาบาล กว่าจะรู้ว่าเป็นเชื้อ CCoV-HuPn-2018 ไวรัสก็ได้ติด “ปีก” บินข้ามทวีปไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นแล้ว

    บทเรียนราคาแพง: อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

    สตีเฟน คิง นักเขียนนิยายชื่อดัง เคยดัดแปลงสำนวนเก่าแก่ไว้อย่างน่าสนใจว่า: “หลอกฉันครั้งแรก คุณน่าละอาย… หลอกฉันครั้งที่สอง ฉันน่าละอาย… แต่ถ้าหลอกฉันครั้งที่สาม น่าละอายทั้งคู่”

    เราถูกไวรัสโคโรนาหลอกมาแล้วทั้ง SARS, MERS และ COVID-19 เราถูกไข้หวัดใหญ่หลอกมานับครั้งไม่ถ้วน หากเราปล่อยให้ Influenza D หรือ CCoV-HuPn-2018 กลายเป็นโรคระบาดครั้งต่อไปโดยไม่มีการเตรียมพร้อม นั่นไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นความล้มเหลวของการเรียนรู้

    ทางออกคืออะไร?

    1. พัฒนาเครื่องมือล่าโจร: เราต้องเร่งพัฒนาชุดตรวจ PCR ที่จำเพาะเจาะจงต่อไวรัสสองตัวนี้ เพื่อให้แพทย์รู้ทันทีว่ากำลังสู้อยู่กับอะไร

    2. การเฝ้าระวังแบบเหวี่ยงแห (Active Surveillance): แทนที่จะรอคนป่วยเดินมาหาหมอ เราต้องออกไปตรวจเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง เช่น คนงานฟาร์ม หรือใช้เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมรุ่นใหม่ (Next-generation sequencing) เพื่อสแกนหาไวรัสแปลกปลอมในเคสปอดอักเสบปริศนา

    3. วิจัยยาและวัคซีนล่วงหน้า: การเตรียมกระสุน (ยาต้านไวรัส) และเกราะ (วัคซีน) ไว้ก่อนที่สงครามจะเริ่ม คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุด

    ไวรัส Influenza D และ Canine Coronavirus HuPn-2018 อาจจะยังไม่ใช่ “ฆาตกรต่อเนื่อง” ในวันนี้ แต่พวกมันคือ “ผู้ต้องสงสัย” ที่เราละสายตาไม่ได้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้ส่งเสียงเตือนแล้ว อยู่ที่ว่าเรา… จะเลือกที่จะฟัง หรือจะรอให้เสียงไซเรนรถพยาบาลดังขึ้นอีกครั้ง

    Emerging Respiratory Virus Threats from Influenza D and Canine Coronavirus HuPn-2018
    https://wwwnc.cdc.gov/eid/article/32/1/25-1764_article
    Human Coronavirus Infection among Children with Acute Lower Respiratory Tract Infection in Thailand
    https://karger.com/…/Human-Coronavirus-Infection-among…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/942427/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-3bpMxdFSthdaeVyICJEu

  • หนุ่มวัย 19 ช้ำ เมียท้องทิพย์ เอาลูกคนอื่นมาอ้าง ขอเงินเกือบล้าน – Tnews

    หนุ่มวัย 19 ช้ำ เมียท้องทิพย์ เอาลูกคนอื่นมาอ้าง ขอเงินเกือบล้าน – Tnews

    ช่วงหนึ่งของรายการ ฟิล์มได้เล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่เด็กต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยภรรยาอ้างว่าเด็กต้องถ่ายเลือดและแอดมิท ทำให้ตนเชื่อสนิทใจ ขณะเดียวกัน “หงส์” ซึ่งเป็นแม่ของเด็กตัวจริง …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/social/social-news/643809&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38UI0YWSdbkgfzxYk0GzTr

  • กระแสย้อนยุคมาแรง Gen Z ฮิต ไอโฟนรุ่นเก่า-มือถือพับได้ – Spring News

    กระแสย้อนยุคมาแรง Gen Z ฮิต ไอโฟนรุ่นเก่า-มือถือพับได้ – Spring News

    วัยรุ่น Gen Z หันมานิยมไอโฟนรุ่นเก่า เช่น iPhone SE, 5s และ 6s เพราะให้ภาพถ่ายสไตล์วินเทจคล้ายกล้องฟิล์มและมีดีไซน์คลาสสิก; กระแสมือถือฝาพับ หรือ “Dumb Phone” กลับมาเป็นที่นิยม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/lifestyle/spring-life/861868&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-ttDZWSkld9musxi8Lb8_

  • ใบเตย อาร์สยาม เครียดไอเป็นเลือด น้ำหนักลด เจ็บแน่นหน้าอก แต่ไม่มีเวลาพักเลย – ไทยรัฐออนไลน์

    ใบเตย อาร์สยาม เครียดไอเป็นเลือด น้ำหนักลด เจ็บแน่นหน้าอก แต่ไม่มีเวลาพักเลย – ไทยรัฐออนไลน์

    จบด้วยดี!! ดีเจแมน-ฟิล์ม รัฐภูมิ ไกล่เกลี่ยคดีหมิ่นประมาท พูดคุยปรับความเข้าใจทุกเรื่อง. แท็กที่เกี่ยวข้อง. ใบเตย อาร์สยามใบเตย สุธีวันใบเตย สุธีวัน …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2912353&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cBcKaAnZfa3X1gN_Xy91P

  • ทลายเหมืองทรายเถื่อน ลอบเปิดนาน 19 ปี โยงผู้มีอิทธิพลระดับนักการเมือง | เดลินิวส์

    ทลายเหมืองทรายเถื่อน ลอบเปิดนาน 19 ปี โยงผู้มีอิทธิพลระดับนักการเมือง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 5 ก.พ. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส. นำกำลังร่วมตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 เชียงใหม่ ตำรวจภูธร ภาค 5 และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ชม.13 (สันป่าตอง) เข้าตรวจสอบเหมืองทรายเถื่อนในพื้นที่หมู่ 7 ต.น้ำบ่อหลวง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ก่อนจับกุมร้อยเอก อนันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 80 ปี เจ้าของที่ดิน และเป็นผู้ว่าจ้าง รวมถึงกลุ่มคนงาน อีก 6 ราย พร้อมของกลาง รถแบ๊กโฮ 2 คัน รถบรรทุก 3 คัน และใบจดรายการเที่ยวรถวิ่งทราย 1 ฉบับ

    สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีผู้ลักลอบขุด ตัก และลอกทราย ในลำน้ำแม่ขาน ท้องที่ อ.สันป่าตอง รวมถึงยังมีการขุดลอกใต้แนวฝาย ส่งผลให้โครงสร้างฝาย เกิดความเสียหาย ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งอย่างรุนแรง บ้านเรือนและที่ดินของประชาชนซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ

    หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส จนเชื่อว่าน่าจะมีการกระทำผิดตามที่ร้องเรียนจริง จึงประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ ร้อยเอก อนันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 80 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของที่ดิน พร้อมกลุ่มคนงานอีก 6 คน กำลังขับรถแบ๊กโฮขุดตักทราย ใส่รถบรรทุก และคอยจดบันทึกรายการเที่ยวรถวิ่งทราย

    เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบเอกสารการขออนุญาตประกอบกิจการ พบใบอนุญาตหมดอายุ ประกอบกับขณะขนลำเลียงทรายออกจากพื้นที่ด้วยรถบรรทุกหกล้อไม่มีการคลุมผ้าใบหรือวัสดุป้องกัน ทำให้น้ำเสียและเศษทรายตกหล่นบนถนนสาธารณะตลอดเส้นทาง ส่งผลให้ถนนในชุมชนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ก่อให้เกิดมลพิษฝุ่นละอองและเสียงดังรบกวนต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด รวม 7 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ซึ่งเป็นเครื่องจักรกลหนักและรถบรรทุกที่ใช้ในการกระทำความผิด รวมมูลค่าหลายล้านบาท

    จากการสอบสวน ร้อยเอก อนันต์ ให้การยอมรับว่า ได้ว่าจ้างให้มีการขุดตักและลอกทรายในพื้นที่จริง โดยอ้างว่าเป็นการขุดทรายที่ไหลมาทับถมจากเหตุอุทกภัย เพื่อนำไปจำหน่ายและนำเงินรายได้ไปใช้ในการก่อสร้างเขื่อนหรือแนวป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ร่วมกันประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากแนวทางสืบสวนทราบว่า เหมืองทรายแห่งนี้เป็นที่รับรู้ของชาวบ้านกันมาโดยตลอดว่า มีเจ้าของเป็นอดีตทหารนอกราชการ และมีเครือข่ายความสัมพันธ์กับบุคคลระดับสูงในแวดวงการเมืองและข้าราชการ ซึ่งประชาชนในพื้นที่มองว่าเป็น “คนมีสี” และเป็นผู้มีอิทธิพล ส่งผลให้กิจการเหมืองทรายดังกล่าวสามารถดำเนินการมาได้อย่างยาวนาน 19 ปี ตั้งแต่ปี 2550 โดยไม่เคยปรากฏว่าถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

    ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่พบว่าเหมืองทรายแห่งนี้ดำเนินกิจการอย่างเปิดเผย มีการใช้เครื่องจักรกลหนักขุด ตัก และลอกทรายเป็นประจำ แม้จะมีเสียงร้องเรียนและความเดือดร้อนเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกครั้งเรื่องกลับเงียบหายไป โดยไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการอย่างจริงจัง จนทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจว่า กิจการดังกล่าวอาจได้รับการ “คุ้มครอง” จากผู้มีอำนาจนัการเมืองบ้านใหญ่ หรือเครือข่ายอิทธิพลคนมีสี

    ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ยังรับรู้กันว่า เจ้าของเหมืองทรายมีความสนิทสนมกับนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และบุคคลสำคัญในกลุ่มการเมืองมากมาย ทำให้ไม่กล้าเข้าแจ้งความหรือร้องเรียนต่อหน่วยงานในพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบกลั่นแกล้ง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5571510/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dQpsAM74aluRKo8y9Kgqg