Category: วัฒนธรรม

  • ตลท. เล็งคืนเวลาเดิม เปิดซื้อขายภาคบ่าย 14:30 น.

    ตลท. เล็งคืนเวลาเดิม เปิดซื้อขายภาคบ่าย 14:30 น.

    ตลาดหลักทรัพย์ฯ ศึกษาปรับเวลาซื้อขายภาคบ่าย อาจกลับมาเปิด 14:30 น. หลังปัจจุบันเปิดเวลา 14:00 น. หลังโบรกฯ ชี้ต้นทุนพุ่ง

    6 ก.พ. 2569

    นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.อยู่ระหว่างการศึกษา การปรับเวลาซื้อขายหุ้น ในช่วงภาคบ่าย จากปัจจุบันที่เปิดเวลา 14:00 น. อาจอาจกลับไปใช้เวลา 14:30 น. หลังจากมีข้อร้องเรียนจากบริษัทหลักทรัพย์ ว่าการปรับเวลาซื้อขายใหม่ที่ใช้มาเกือบ 2 ปี ทำให้ธุรกิจหลักทรัพย์มีต้นทุนเพิ่มขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/811580&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3V1krA5LGnbsP5h9PUORwV

  • จัดหนักโค้งสุดท้าย ไทยก้าวใหม่ ปูพรม LCD 39 จุดทั่วกรุง

    จัดหนักโค้งสุดท้าย ไทยก้าวใหม่ ปูพรม LCD 39 จุดทั่วกรุง

    วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.09 น.

    7 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหาเสียงของ พรรคไทยก้าวใหม่ ในช่วงโค้งสุดท้ายเป็นไปอย่างเข้มข้น  โดยพรรคได้เดินหน้าใช้กลยุทธ์การสื่อสารครบทุกมิติ ทั้งการลงพื้นที่พบประชาชน การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียของพรรค และการโฆษณาผ่านจอ LCD และจอดิจิทัลบิลบอร์ดในพื้นที่สำคัญทั่วกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดทั่วประเทศ

    โดยพรรคได้ขึ้นจอ LCD และบิลบอร์ดดิจิทัล รวม 39 จุดทั่วกรุงเทพฯ ตอกย้ำหมายเลขพรรค บัตรสีชมพู เบอร์ 49 พร้อมสโลแกน “เลือกเบอร์ 49 พรรคไทยก้าวใหม่ ก้าวใหม่ให้ไทยสตรอง” และชูนโยบายหลัก “เปลี่ยนการศึกษาไทย” เป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสารกับประชาชนช่วงก่อนวันเลือกตั้ง

    ไทยก้าวใหม่

    การสื่อสารผ่านจอ LCD ครั้งนี้ เน้นพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านธุรกิจ แยกสำคัญ และเส้นทางคมนาคมหลัก เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง สะท้อนความพยายามของพรรคในการเร่งสร้างการจดจำหมายเลขพรรคและแนวนโยบายหลักในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการตัดสินใจทางการเมือง

    สำหรับ จอ LCD และดิจิทัลบิลบอร์ดของพรรคไทยก้าวใหม่ทั้ง 39 จุดในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย

    1. ทางด่วนเฉลิมมหานคร ท่าเรือ–บางนา

    2. ทางด่วนเฉลิมมหานคร เลียบทางด่วนพระราม 4–บ่อนไก่

    3. สามเหลี่ยมดินแดง

    4. อโศก–สุขุมวิท

    5. รัชดาภิเษก (ห้วยขวาง)

    6. สาทร

    7. QNSCC–พระราม 4 คลองเตย

    8. สุขุมวิท–King & I

    ไทยก้าวใหม่

    9. อโศก–เพชรบุรี

    10. ทองหล่อ

    11. อโศก–สุขุมวิท 2

    12. แยกรัชดาภิเษก–อโศก (FORTUNE)

    13. RCA มุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ

    14. BALCONY

    15. แยกมิตรสัมพันธ์

    ไทยก้าวใหม่

    16. ดินแดง–อนุเสาวรีย์

    17. สามแยกคลองเตย

    18. เชิงสะพานอโศก มุ่งหน้ารัชดาภิเษก

    19. ยมราช

    20. สะพานไทย–เบลเยี่ยม

    21. ทางลงทางด่วนอนุเสาวรีย์ฯ

    22. ถนนเยาวราช

    23. ทางลงทางด่วนสีลม

    ไทยก้าวใหม่

    24. อาคารเสริมมิตร อโศก

    25. พระราม 4 สะพานไทย–ญี่ปุ่น

    26. รับรถจากพระราม 4 มุ่งหน้าคลองเตย (A)

    27. อาคารย่านประตูน้ำ ด้าน A (ขาออก)

    28. ตึก MD Clinic เลียบทางด่วนรามอินทรา

    29. เกษตรนวมินทร์ มุ่งหน้าแยกเกษตร (Big Apple)

    30. สี่แยกไฟแดงไปมีนบุรี

    31. ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า)

    ไทยก้าวใหม่

    32. ถนนอโศก เยื้องอาคาร GMM Grammy (มศว.)

    33. อาคารมีสุข เรสิเดนซ์ (แยกพงษ์เพชร)

    34. ถนนพระราม 4 ทางด่วนเชื้อเพลิง แยกไทย–เบลเยี่ยม คลองเตย

    35. สี่แยก อสมท. หน้า C ดินแดง มุ่งหน้ารามคำแหง

    36. ถนนพัฒนาการ ซอย 22

    37. อาคารจัสมินซิตี้ ถนนสุขุมวิท 23

    38. สี่แยกสะพานเหลือง ถนนพระราม 4

    39. สี่แยกเจริญผล ถนนพระราม 1 (บรรทัดทอง)

    ไทยก้าวใหม่

    ทั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ย้ำว่า การสื่อสารเชิงรุกในช่วงโค้งสุดท้าย มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนถึงจุดยืนและแนวนโยบายของพรรค โดยเฉพาะการปฏิรูปและยกระดับ การศึกษาไทย ซึ่งพรรคมองว่าเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันประเทศให้ “ก้าวใหม่” อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

    ไทยก้าวใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/945671&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Gau5PvmYbN25Rf2N_eC82

  • เลือกตั้ง 2569 : พรรคไทยก้าวใหม่ปล่อยคาราวานเบอร์ 49 จัดเต็มขึ้นจอ LED-บิลบอร์ด ปูพรมทั่วกรุงฯ ชูสโลแกนเปลี่ยนทางตันสู่ เส้นทางอนาคต

    เลือกตั้ง 2569 : พรรคไทยก้าวใหม่ปล่อยคาราวานเบอร์ 49 จัดเต็มขึ้นจอ LED-บิลบอร์ด ปูพรมทั่วกรุงฯ ชูสโลแกนเปลี่ยนทางตันสู่ เส้นทางอนาคต

    วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) พรรคไทยก้าวใหม่ ถือฤกษ์เวลา 06.49 น. เคลื่อนทัพหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด ‘ถึงเวลาเปลี่ยนทางตัน ให้กลายเป็นเส้นทางอนาคต’ นำโดย ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรค และก้องเกียรติ กรสูตร เลขาธิการพรรค ปล่อยขบวนรถแห่ 12 คัน 12 ขบวน เพื่อกระจายตัวขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพมหานคร

    สำหรับการเดินสายครั้งนี้แบ่งเป็น 3 เส้นทางหลัก โดย ดร.สุชัชวีร์ นำขบวนเจาะพื้นที่ใจกลางเมืองและย่านธุรกิจ ตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยฯ อโศก พระราม 9 ไปจนถึงหลักสี่ ขณะที่ ดร.คุณหญิงกัลยา รับผิดชอบเส้นทางเศรษฐกิจและย่านเมืองเก่า อาทิ จตุจักร สีลม สาทร และเยาวราช ส่วนก้องเกียรติ ลุยพื้นที่ฝั่งธนบุรี ทั้งจรัญสนิทวงศ์และราชพฤกษ์ โดยทั้ง 3 ขบวนมีจุดหมายปลายทางร่วมกันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (เกษตรแฟร์) เพื่อแสดงพลังความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านการศึกษา



    ดร.สุชัชวีร์ กล่าวปราศรัยย้ำจุดยืนว่า ถึงเวลาที่คนไทยต้องเลิกอยู่กับความคุ้นชินเดิมๆ หยุดความคิดเดิมๆ และเลิกเลือกแบบเดิมๆ เพื่อพาประเทศออกจากทางตัน โดยพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 มั่นใจว่าจะใช้การศึกษาและการเมืองที่สร้างสรรค์ พลิกฟื้นให้ไทยกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน ด้าน ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวเสริมว่า ขอให้ประชาชนอย่าลังเลใจที่จะเลือกอนาคตของลูกหลานผ่านนโยบายการสร้างทุนมนุษย์ ให้เด็กไทยเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างมีความสุขและสนุกกับการเรียน

    นอกจากการลงพื้นที่เชิงรุกแล้ว พรรคยังปรับกลยุทธ์สื่อสารผ่านทุกช่องทาง ทั้งโซเชียลมีเดียและการปูพรมขึ้นป้ายโฆษณาดิจิทัล (LED) จำนวน 39 จุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ ทั้งบนทางด่วนและแยกหลัก เน้นย้ำบัตรสีชมพู เบอร์ 49 ควบคู่กับสโลแกนเปลี่ยนการศึกษาไทย ก้าวใหม่ให้ไทยสตรอง เพื่อตอกย้ำการรับรู้ในวงกว้างก่อนวันเลือกตั้ง

    ภาพขบวนคาราวานหาเสียงของพรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และแกนนำพรรค พร้อมป้ายหาเสียงเบอร์ 49 บนจอ LED และบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ 1ภาพขบวนคาราวานหาเสียงของพรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และแกนนำพรรค พร้อมป้ายหาเสียงเบอร์ 49 บนจอ LED และบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ 2ภาพขบวนคาราวานหาเสียงของพรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และแกนนำพรรค พร้อมป้ายหาเสียงเบอร์ 49 บนจอ LED และบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ 3ภาพขบวนคาราวานหาเสียงของพรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และแกนนำพรรค พร้อมป้ายหาเสียงเบอร์ 49 บนจอ LED และบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ 4ภาพขบวนคาราวานหาเสียงของพรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และแกนนำพรรค พร้อมป้ายหาเสียงเบอร์ 49 บนจอ LED และบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ 5


    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-kaow-mai-party-caravan/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2y5-urswC9VuT-lBlxNkOy

  • ม.ย่างกุ้ง มอบดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ “มิน อ่อง หล่าย” ท่ามกลางเสียงประณามจากประชาชนและนักวิชาการ

    ม.ย่างกุ้ง มอบดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ “มิน อ่อง หล่าย” ท่ามกลางเสียงประณามจากประชาชนและนักวิชาการ

    “มิน อ่อง หล่าย”เข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านรัฐประศาสนศาสตร์จากม.ย่างกุ้ง ท่ามกลางเสียงค้านจากปชช. นักวิชาการ-ศิษย์เก่าที่มองว่าทำลายเกียรติภูมิสถาบันการศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติ

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ของเมียนมา ได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ให้แก่ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งครองอำนาจหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2564

    การมอบปริญญาครั้งนี้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงในสังคมเมียนมา ตั้งแต่ความไม่เชื่อ ไปจนถึงความไม่พอใจต่อสถาบันการศึกษาแห่งนี้อย่างเปิดเผย โดยประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามว่า มหาวิทยาลัยอาจสับสนระหว่าง “การบริหารรัฐกิจ” กับ “การทำลายล้างประเทศ”

    ด้าน นพ.จ่อ จ่อ เซ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของรัฐบาลทหาร ออกโรงปกป้องการตัดสินใจนี้โดยยืนยันว่าเป็นการยกย่องภาวะผู้นำ ของมิน อ่อง หล่าย ในการนำประเทศผ่านความปั่นป่วนทางการเมือง พร้อมกล่าวสดุดีผลงานของผู้นำรัฐบาลทหาร ตั้งแต่การรับมือมาตรการคว่ำบาตร การจัดการเลือกตั้ง ไปจนถึงการสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่ในกรุงเนปิดอว์ รวมถึงยกย่อง การเสียสละส่วนตัว และ ความสำเร็จอันโดดเด่น 

    แถลงการณ์ร่วมของสภามหาวิทยาลัยชั่วคราว สมาคมคณาจารย์ และสหพันธ์นักศึกษาทั่วเมียนมาระบุว่า การกระทำนี้ไม่ต่างจากการสวมครุยวิชาการให้กับเครื่องมือของความรุนแรง และเป็นสัญลักษณ์ของการทหารเข้าครอบงำระบบการศึกษาอย่างเปิดเผย ขณะเดียวกันชี้ว่าการมอบปริญญาให้ผู้นำรัฐประหารเป็น ตราบาปต่อมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2463 และเคยเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชและการต่อสู้ต่อต้านเผด็จการของประเทศ

    อย่างไรก็ตาม รายงานขององค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่า นับตั้งแต่การรัฐประหาร มีชาวเมียนมากว่า 3.6 ล้านคนต้องพลัดถิ่นภายในประเทศ และมากกว่า 15 ล้านคนกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง ซึ่งประเด็นเหล่านี้ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในการสดุดี.

    ที่มา Irrawaddy

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2912657&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1U7fadanSWQ9LRmYJLXoeK

  • ปังไม่หยุด! นักศึกษา มทร.กรุงเทพ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การประกวดคลิป

    ปังไม่หยุด! นักศึกษา มทร.กรุงเทพ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การประกวดคลิป

    ปังไม่หยุด! นักศึกษา มทร.กรุงเทพ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การประกวดคลิป TikTok

    รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)กรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้นักศึกษาสาขาวิชาการเงินและนวัตกรรมทางการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ได้เข้าร่วมประกวดจัดทำคลิป TikTok Contest “Campaign On Campus Season 2” ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผลปรากฏว่านักศึกษาสาขาวิชาการเงินและนวัตกรรมทางการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มทร.กรุงเทพ สามารถคว้ามาได้หลายรางวัล โดยนายชโนทัย ศรีคร้าม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ได้รองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษา 5,000 บาท ด้วยผลงาน https://vt.tiktok.com/ZS5cRB1oM/ ส่วนรางวัลชมเชย 1 รางวัล ทุนการศึกษา 1,000 บาท โดยนาย อัครวิทย์ เนินยอด ด้วยผลงาน https://vt.tiktok.com/ZS5Gt2eSq/

    รศ.ดร.พิชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับคลิปวิดีโอเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ให้นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการแคมเปญแคมปัส สร้าง DNA ทุกเรื่องการเงิน จัดโดยสำนักงาน ก.ล.ต. โดยนำเนื้อหาที่ได้จากการเรียนรู้ในด้านการเงินการลงทุน มาออกแบบผลิตเป็นคลิปสั้น ส่งต่อความรู้ในสไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ตนเชื่อในศักยภาพของนักศึกษาทุกคน เพียงแต่เขาจะได้มีโอกาสได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงหรือไม่ และจากผลงานในครั้งนี้แสดงว่า เด็ก มทร.กรุงเทพเก่งไม่แพ้ใคร


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12787527&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-oi9msX8iY5XychBnDJJ2

  • ‘ไทยหายจน’ ด้วยผู้สมัคร สส.กทม. ประชาธิปัตย์ ทำเป็น

    ‘ไทยหายจน’ ด้วยผู้สมัคร สส.กทม. ประชาธิปัตย์ ทำเป็น

    ไทยหายจน ด้วยผู้สมัครสส.กทม.ประชาธิปัตย์ ทำเป็น

    เขต 1 : พีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี (ฟลุ๊ค) – เบอร์ 9

    นักวิจัยนโยบายสาธารณะ

    จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

    อดีตทีมตรวจสอบงบประมาณภาครัฐ

    นโยบายที่ผลักดัน

    ปราบสแกมเมอร์ 360 องศา

    ราชการในมือถือ Digital Government

    บทเรียนจากหาดใหญ่

    ยกระดับหน่วยงาน

    บริหารภัยพิบัติ

    Open Data ข้อมูลภาครัฐ

    ประหารคอร์รัปชันด้วยข้อมูล

    เขต 2 : ดร.เจษฎา เลิศธนสาร (จั๊ม) – เบอร์ 11

    ดร. นักวิจัยการพิมพ์โลหะ 3 มิติ

    และผู้บริหารทีมฟุตบอลไทยลีก 1

    นโยบายที่ผลักดัน

    บุฟเฟต์การศึกษา อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน

    เรียนฟรีต้องฟรีจริง

    แก้ปัญหา PM 2.5 เร่งกฎหมาย 3 ฉบับ

    ราชการในมือถือ Digital Government

    ยกระดับกิจการอวกาศของไทย

    ASEAN Space Agency

    เขต 3 : อภิมุข ฉันทวานิช (ออม) – เบอร์ 3

    อดีตสมาชิกสภา

    ผู้บริหารงานพัฒนาชุมชน

    และนายกสโมสรกีฬาในพื้นที่

    นโยบายที่ผลักดัน

    สลากออมทรัพย์รายจังหวัด

    เบี้ยคนชุราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน

    ทำฟันสูงวัย Fast Track

    เขต 4 : พงศกร ขวัญเมือง (เอิร์ธ) – เบอร์1

    Oxford MPP โฆษกพรรค อดีตนายตำรวจ

    และผู้เชี่ยวชาญความมั่นคง

    นโยบายที่ผลักดัน

    ปราบสแกมเมอร์ 360 องศา

    บทเรียนจากหาดใหญ่

    ยกระดับหน่วยงาน

    บริหารภัยพิบัติ

    บำบัด ปราบ ป้องกันยาเสพติด

    ทหารอาสา 4 ปี เรียนฟรีอนุปริญญาขึ้นไป ปลดประจำการ มีงานให้

    เขต 5 : นนธนัตถ์ บุนนาค (นัท) – เบอร์ 12

    ผู้บริหารนโยบาย

    จากสำนักนายกรัฐมนตรี

    และผู้กำกับโครงการระดับชาติ

    นโยบายที่ผลักดัน

    พันธบัตรป่าไม้ ปลูกป่าได้เงินเดือน

    สลากออมทรัพย์รายจังหวัด

    บทเรียนจากหาดใหญ่ ยกระดับหน่วยงาน บริหารภัยพิบัติ

    เบี้ยคนชราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน

    เขต 6 : ศิริภา อินทวิเชียร (แนน) – เบอร์ 5

    นักสิทธิมนุษยชน ปริญญาโทจุฬาฯ – Regent’s London

    นักศึกษาปริญญาเอกอาชญาวิทยา

    นโยบายที่ผลักดัน

    ค่าไฟ 3.50 บาท ไม่ใช้เงินภาษี

    ตัดตอนกฎหมายล้าสมัย

    บำบัด ปราบ ป้องกัน ยาเสพติด

    เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

    เขต 7 : พงศ์พล เตมีย์ (เกม) – เบอร์ 1

    ผู้ประกอบการรีสอร์ตและ

    โครงการพัฒน อสังหาริมทรัพย์

    นโยบายที่ผลักดัน

    ให้โอกาส STARTUP – SME ไทย Made-in-Thailand First

    เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

    ดูแลสัตว์เลี้ยง และสัตว์ไร้บ้าน

    เขต 8 : ระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา (เนย) -เบอร์ 14

    เนติบัณฑิตไทย ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายพลังงานสะอาด และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล

     นโยบายที่ผลักดัน

         ค่าไฟ 3.50 บาท ไม่ใช้เงินภาษี

        แก้ปัญหา PM 2.5 เร่งกฎหมาย 3 ฉบับ

        ตัดตอนกฎหมายล้าสมัย

        *ปกป้องสิทธิผู้บริโภคยุคใหม่

    เขต 9 : วิเวียน จุลมนต์ (อีฟ) – เบอร์ 1

     นักวิจัยวิศวกรรมเคมี-พลังงานสะอาด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มคาร์บอนเครดิต

     นโยบายที่ผลักดัน

        ค่าไฟ 3.50 บาท ไม่ใช้เงินภาษี

         แก้ปัญหา PM 2.5 เร่งกฎหมาย 3 ฉบับ

        เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

    เขต 10 : ดร.ชัยพร แก้ววาดะ (แบงค์เกอร์) – เบอร์ 2

     ดร. พลังงานทดแทน ผู้เชี่ยวชาญระบบบริหารจัดการพลังงาน

     นโยบายที่ผลักดัน

        รถไฟฟ้า + รถเมล์ สูงสุด 30 บาท

        ค่าไฟ 3.50 บาท ไม่ใช้เงินภาษี

        ไม่เสียภาษีคนมีเงินได้ไม่เกิน 40,000 บาท/เดือน

        บุฟเฟต์การศึกษา อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน

        ทหารอาสา 4 ปี เรียนฟรี อนุปริญญาขึ้นไป ปลดประจำการ มีงานให้

    เขต 11 : รมิดา อินทะแพทย์ (เก๋) – เบอร์ 14

     กรรมการผู้จัดการบริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

    นโยบายที่ผลักดัน

        ประกันรายได้แรงงาน

        มอเตอร์เวย์สี่ทิศ รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมไทย เชื่อมโลก

        เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

       เบี้ยคนชราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน

    เขต 12 : พิมชนก เก่าเจริญ (พิม) – เบอร์ 6

     ผู้เชี่ยวชาญการเงินการลงทุน บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ และผู้ประกอบการเกษตรส่งออก

    นโยบายที่ผลักดัน

         ประกันรายได้ข้าวทันที สำหรับเกษตรกรชาว 10,000 บาท/คืน

        ไม่เสียภาษีคนมีเงินได้ไม่เกิน 40,000 บาท/เดือน

        มอเตอร์เวย์สี่ทิศ รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมไทย เชื่อมโลก

        เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

        รถไฟฟ้า + รถเมล์ สูงสุด 30 บาท

    เขต 13 : ภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ (ก๊อด) – เบอร์ 8

     ทนายความ และคณะกรรมการกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์

    นโยบายที่ผลักดัน

        ให้โอกาส STARTUP – SME ไทย Made-in-Thailand First

        ตัดตอนกฎหมายล้าสมัย

        เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

        ปกป้องสิทธิผู้บริโภคยุคใหม่

    เขต 14 : รอ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ (อุ้ย) – เบอร์ 1

     ศัลยแพทย์ตกแต่ง อาจารย์แพทย์ และกรรมการสมาคมวิชาชีพระดับเอเชีย

    นโยบายที่ผลักดัน

         เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

         เบี้ยคนชราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน

         เบี้ยคนพิการ x 2 เพิ่มเป็น 1,600 บาท

        ทำฟันสูงวัย Fast Track

    เขต 15 : ฐิติยากร พรโรจนางกูร (ดาว) – เบอร์ 9

     ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ และนักวิชาการยุทธศาสตร์การบริหาร

    นโยบายที่ผลักดัน

        เบี้ยคนชราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน

        เรียนฟรี ต้องฟรีจริง

        รถไฟฟ้า + รถเมล์ สูงสุด 30 บาท

        ไม่เสียภาษีคนมีเงินได้ไม่เกิน 40,000 บาท/เดือน

    เขต 16 : สุนันท์ มีนมณี (นันท์) – เบอร์ 8

     นักบริหารการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาระบบการเรียนรู้

    นโยบายที่ผลักดัน

        บุฟเฟต์การศึกษา อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน

        เรียนฟรี ต้องฟรีจริง

    เขต 17 : ฐิติวัชร์ ดีประเสริฐวงศ์ (ตี๊) – เบอร์ 1

     นักการเมืองมากประสบการณ์ ทำงานด้านนิติบัญญัติกว่า 20 ปี

     นโยบายที่ผลักดัน

        ประกันรายได้จ่ายทันที สำหรับเกษตรกรชาว 10,000 บาท/คืน

        เบี้ยคนชราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน

        ราชการในมือถือ Digital Government

        สตาร์ทอัพออมทรัพย์รายจังหวัด

    เขต 18 : เชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ (พันธุ์) – เบอร์ 7

     ผู้นำชุมชนเขตหนองจอก-ลาดกระบัง ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจชุมชน

    นโยบายที่ผลักดัน

        ประกันรายได้จ่ายทันที สำหรับเกษตรกรชาว 10,000 บาท/คืน

        ประกันรายได้แรงงาน

        ให้โอกาส STARTUP – SME ไทย Made-in-Thailand First

        ช่วยหางานให้หนี้ กยศ.

    เขต 19 : กานต์ วนาดรวรวิศาล (กานต์) – เบอร์ 11

     นักออกแบบองค์กรชั้นนำ เชี่ยวชาญการออกแบบภายใน

    และนักศึกษาปริญญาโท ผู้นำเศรษฐกิจการเมือง

    นโยบายที่ผลักดัน

        เบี้ยคนชราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน

        แปลงบ้านสูงวัยเป็นเงินใช้เลี้ยงชีพ อยู่ฟรีตลอดชีวิต

        เบี้ยคนพิการ x 2 เพิ่มเป็น 1,600 บาท

    เขต 20 : รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง (ศักดิ์) – เบอร์ 13

     ผู้บริหารองค์กรเอกชน ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต

    และอาสาสมัครช่วยเหลือชุมชน

    นโยบายที่ผลักดัน

         ให้โอกาส STARTUP – SME ไทย Made-in-Thailand First

         ประกันรายได้แรงงาน

        Talent Economy

    เขต 21 : ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล (กิม) – เบอร์ 14

     อดีตประธานสภากรุงเทพฯ อดีต ส.ก.เขตประเวศ 4 สมัย

     ผู้เชี่ยวชาญงานนิติบัญญัติและการตรวจสอบภาครัฐ

    นโยบายที่ผลักดัน

        ปราบสแกมเมอร์ 360 องศา

        Open Data ข้อมูลภาครัฐ ปราบคอร์รัปชันด้วยข้อมูล

        เน็ต 100 บาท

    เขต 22 : ปรินต์ ทองปุสสะ (ปรินต์) เบอร์ 5

     นักธุรกิจ Modern Trade เชี่ยวชาญ Key Account และ Supply Chain FMCG

    นโยบายที่ผลักดัน

        ให้โอกาส STARTUP – SME ไทย Made-in-Thailand First

        เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

        เน็ต 100 บาท

        ปกป้องสิทธิผู้บริโภคยุคใหม่

    เขต 23 :  วีร์ ศรีวราธนบูลย์ (วี)  – เบอร์ 17

     ศิลปิน อาจารย์ พิธีกร

    นโยบายที่ผลักดัน

        ประกันรายได้แรงงาน / ช่วยหางาน ใช้หนี้ กยศ.

         English For All / Learn to Earn

        Talent Economy

        แปลงบ้านสูงวัยเป็นเงิน ไว้เลี้ยงชีพ อยู่ฟรีตลอดชีวิต

    เขต 24 : มารีญา ฤกษ์ดี (ดาหวัน) – เบอร์ 7

     อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรี และนักพัฒนานโยบายคุณภาพชีวิต

    นโยบายที่ผลักดัน

        ประกันรายได้แรงงาน

        โอบอุ้มคุณแม่ ดูแลลูกน้อย

        เบี้ยคนชราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน

        เบี้ยคนพิการ x 2 เพิ่มเป็น 1,600 บาท

    เขต 25 :ชยิน พึ่งสาย (โอ๋) – เบอร์ 2

     อดีตสมาชิกสภาเขตทุ่งครุ และผู้นำงานพัฒนาชุมชน

     นโยบายที่ผลักดัน

        เบี้ยคนชราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน

        เบี้ยคนพิการ x 2 เพิ่มเป็น 1,600 บาท

        แปลงบ้านสูงวัยเป็นเงิน ไว้เลี้ยงชีพ อยู่ฟรีตลอดชีวิต

    เขต 26 :สาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล (โต้ง) – เบอร์ 6

     นักพัฒนาเครื่องจักรสกลการเกษตร

     เจ้าของนวัตกรรมการเผา 100%

    นโยบายที่ผลักดัน

         ประกันรายได้ทันที สำหรับเกษตรกรข้าว 10,000 บาท/ตัน

        พันธบัตรป่าไม้ ปลูกป่าได้เงินเดือน

        รถไฟฟ้า + รถเมล์ สูงสุด 30 บาท

        ให้โอกาส STARTUP – SME ไทย Made-in-Thailand First

    เขต 27 : มลฑาทิพย์ ทิพยธนาพัฒน์ (เบนซ์) – เบอร์ 2

     MBA นักพัฒนาสวัสดิการสังคม และอดีตผู้ช่วย ส.ส. 2 สมัย

    นโยบายที่ผลักดัน

        โอบอุ้มคุณแม่ ดูแลลูกน้อย

        ปราบแก๊งเมมเมอร์ 360 องศา

        ดูแลสัตว์เลี้ยง และสัตว์ไร้บ้าน

    เขต 28 :พร้อมพล ธรรมจินดา (แก๊งค์) – เบอร์ 10

     นักลงทุนธุรกิจนานาชาติ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีสาธารณสุข-มหาดไทย

    นโยบายที่ผลักดัน

        พันธบัตรป่าไม้ ปลูกป่าได้เงินเดือน / เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

        โอบอุ้มคุณแม่ ดูแลลูกน้อย / ทำดีสูงวัย Fast Track

        เบี้ยคนชราถ้วนหน้า เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน / เบี้ยคนพิการ x 2 เพิ่มเป็น 1,600 บาท

    เขต 29 : ศิริขวัญ นิลกรรณ์ (เปิ้ล) – เบอร์ 8

     นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ อดีตนิติกรกระทรวงการคลัง

    และผู้จดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี

    นโยบายที่ผลักดัน

        ตัดตอนกฎหมายล้าสมัย

        โอบอุ้มคุณแม่ ดูแลลูกน้อย

        ปกป้องสิทธิผู้บริโภคยุคใหม่

    เขต 30 : คณพล พงศ์พิทยา (โทนี่)  – เบอร์ 12

     นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กว่า 30 ปี และผู้ผลักดันแก้ปัญหาถนนเอกชน-ผังเมือง

    นโยบายที่ผลักดัน

        ปราบสแกมเมอร์ 360 องศา

        แปลงบ้านสูงวัย เป็นเงิน ใช้เลี้ยงชีพอยู่ฟรีตลอดชีวิต

        ปกป้องสิทธิผู้บริโภคยุคใหม่

        บทเรียนจากหาดใหญ่ ยกระดับหน่วยงานบริหารภัยพิบัติ

    เขต 31: พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ (หนุ่ย)  -เบอร์ 13

     อดีตข้าราชการตำรวจ 20 ปี และทนายความด้านกฎหมายมหาชน

    นโยบายที่ผลักดัน

        ปราบสแกมเมอร์ 360 องศา

        บำบัด ปราบ ป้องกัน ยาเสพติด

        พัฒนา แอปพลิเคชัน My Police

    เขต 32 : ดร.วิสวัส ทองธีรภาพ (ปาล์ม) – เบอร์ 14

     อดีตอาจารย์ศิลปากร นักวิชาการเมือง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    นโยบายที่ผลักดัน

        เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ GDP ไทย โตได้ 5%

        บุฟเฟต์การศึกษา อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน

        English For All / Learn to Earn

    เขต 33 : เจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร (โจ) -เบอร์ 8

     อดีตคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขในช่วงโควิด

    ผู้บริหารระยอง เอฟซี จบ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และ MBA

    นโยบายที่ผลักดัน

        บุฟเฟต์การศึกษา อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน

        เรียนฟรี ต้องฟรีจริง

        บทเรียนจากหาดใหญ่ ยกระดับหน่วยงานบริหารภัยพิบัติ

        บำบัด ปราบ ป้องกัน ยาเสพติด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/943606/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1veKkFIhVjT_Lmp9akMV0D

  • ครบ 1 ปีคดีพิรงรอง บทเรียนการทำหน้าที่เพื่อผู้บริโภคในสังคมไทย – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ครบ 1 ปีคดีพิรงรอง บทเรียนการทำหน้าที่เพื่อผู้บริโภคในสังคมไทย – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ครบ 1 ปีคำพิพากษาศาลชั้นต้นกรณีพิรงรองบทเรียนของการทำหน้าที่เพื่อผู้บริโภคในสังคมไทย 

    เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาจำคุก 2 ปี ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากเหตุเริ่มต้นที่มีผู้บริโภคร้องเรียนมายังสำนักงาน กสทช. ว่ามีโฆษณาแทรกระหว่างรับชมช่องทีวีดิจิตอลบนกล่องโทรทัศน์อินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชั่นทรูไอดี  และมีการออกหนังสือเตือนจากสำนักงานกสทช. ไปยังผู้รับใบอนุญาตช่องรายการโทรทัศน์ดิจิตอลให้ตรวจสอบเนื่องจากทรูไอดีไม่ใช่ผู้รับใบอนุญาตจากกสทช. จึงไม่มีสิทธินำเนื้อหาไปออกอากาศตามกฎ must carry ซึ่งการพิจารณามาจากคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ที่ กสทช.พิรงรอง ทำหน้าที่เป็นประธาน ต่อมาบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและกล่องโทรทัศน์อินเทอร์เน็ต “ทรูไอดี” ฟ้องว่ากสทช. พิรงรอง จงใจกลั่นแกล้งและทำให้เกิดความเสียหาย 

    หลังมีคำพิพากษา พิรงรองได้รับอนุญาตให้ประกันตัวและทำหน้าที่ กสทช. ต่อไป แต่ถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ จำเป็นต้องขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากศาลก่อนเดินทางทุกครั้ง

    ในช่วงทั้งก่อนและหลังคำพิพากษา มีงานเสวนาและการวิเคราะห์ในกรณีดังกล่าวมากมายหลายครั้ง hashtags #saveพิรงรอง และ #freeกสทช ขึ้นเทรนด์ในสื่อสังคมออนไลน์ หลายสถาบันการศึกษาและองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคออกแถลงการณ์ในประเด็นนี้ โดยมองว่า กสทช.พิรงรอง เป็นตัวแทนของผู้ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนโดยเฉพาะในด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม 

    ในขณะเดียวกันก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นฟ้อง กสทช.พิรงรอง เป็นไปเพื่อตอบโต้การกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมที่ กสทช.พิรงรอง ยืนยันทำหน้าที่อย่างเข้มข้นใช่หรือไม่ (พิรงรองเป็นหนึ่งในสองเสียงที่ไม่อนุญาตการควบรวมกิจการทรู-ดีแทค) 

    เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับ Watchdog Channel ตั้งข้อสังเกตถึงการฟ้องคดีนั้นเป็นการฟ้อง กสทช.พิรงรอง ซึ่งเป็นบุคคล แทนที่จะเป็นองค์กร และทั้งๆ ที่การออกหนังสือไปยังผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่โจทก์กล่าวหาว่าสร้างความเสียหายนั้นเป็นอำนาจและการกระทำของเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ไม่ใช่อำนาจและการกระทำของพิรงรอง 

    หรือในวงวิชาการที่นักกฏหมายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย ผศ.ดร. รณกรณ์ บุญมี อาจารย์ประจำศูนย์กฏหมายอาญา ศ.ดร. ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ แกะรอยจากเนื้อหาคำพิพากษา เทียบเคียงคำให้การพยานชั้นไต่สวน และกฏหมายอื่น ๆ พบการเลือกบันทึกคำให้การพยานปากเอกของโจทก์ที่ให้การปรักปรำ กสทช. พิรงรอง “คือผู้สั่งการ” และละเว้นการบันทึกคำให้การพยานฝ่ายจำเลยที่โดนอ้างถึงและให้การตรงกันข้าม 

    นอกจากนี้ จากประเด็นหลักคือการฝ่าฝืนกฎ must carry ด้วยการแทรกโฆษณาลงในเนื้อหาจากฟรีทีวี การประชุมและออกหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการโทรทัศน์ให้ปฏิบัติตามแนวทางของ กสทช. ที่มีอยู่ ณ ขณะนั้น ก็เป็นความพยายามในการกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่เท่าที่มีอยู่ ส่วนในเรื่องรายงานการประชุมที่มีการกล่าวหาว่าเป็นการทำรายงานเท็จนั้น ศาลควรพิจารณาให้รอบคอบว่า การแก้ไขรายงานการประชุมที่บันทึกไม่ครบถ้วนตามที่เกิดขึ้นจริงนั้น ไม่ใช่การปลอมแปลงเอกสาร แต่เป็นการทำให้ข้อมูลสมบูรณ์ขึ้น

    ไม่เพียงเท่านั้น นักกฎหมายยังตั้งข้อสังเกตว่า ในการบันทึกคำพิพากษาที่ยาว 25 หน้า ส่วนใหญ่มีแต่การบันทึกเฉพาะข้อกล่าวหาตามคำฟ้องของโจทก์ และความเห็นของศาล โดยมีการกล่าวถึงข้อแก้ต่างของจำเลยในหน้าสุดท้ายเพียงสั้น ๆ ว่า เป็นข้อแก้ต่างที่ลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักในการโต้แย้งข้อกล่าวหา

    ปัจจุบันคดียังไม่สิ้นสุดและอยู่ในชั้นอุทธรณ์ โดยหลังจากที่ทางโจทก์คือบริษัททรู ดิจิทัลได้รับอนุญาตให้ขยายเวลาแก้อุทธรณ์ออกไปทั้งสิ้น 5 ครั้ง ทางศาลชั้นต้นจึงได้รวบรวมคำอุทธรณ์ของจำเลยและคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์ส่งศาลอุทธรณ์ในช่วงสิ้นปี 2568

    แต่ในระหว่าง 1 ปีที่ผ่านมา เกิดผลกระทบอะไรบ้าง

    Chilling Effect 

    กรรมการ กสทช. ที่มีหน้าที่กำกับดูแล​ส่งเสริมการแข่งขัน ป้องกันการผูกขาดหรือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาด บางคนมีท่าทีในการทำหน้าที่ที่ดูเหมือนจะหวั่นเกรงการถูกเอกชนรายใหญ่ฟ้องร้อง และละเลยการปกป้องผู้บริโภคและประโยชน์สาธารณะ 

    ยกตัวอย่าง เมื่อครั้งการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 850 MHz, 1500 MHz, 2100 MHz และ 2300 MHz ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อ 29 มิถุนายน 2568 บอร์ดกสทช. 4 ใน 7 คน

    ลงมติงดออกเสียงการเพิ่มเงื่อนไขในใบอนุญาตค่ายมือถือที่จะกำหนด “ค่าปรับรายวัน” 0.05% ของราคาประมูลสูงสุด หากผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมประชากรตามเกณฑ์ได้ภายใน 5 ปีตามเงื่อนไขที่มีอยู่แล้ว นั่นคือมีการกำหนดเงื่อนไขแต่ไม่ได้กำหนดบทลงโทษหากทำไม่ได้ เมื่อเสียงอนุมัติมีเพียง 3 เสียง (พิรงรอง รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ พล.อ.ท. ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ เป็นสามเสียงนั้น) ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งน่าจะเป็นหลักประกันให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโครงข่ายมือถือได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมทั่วประเทศจึงต้องตกไปอย่างน่าเสียดาย

    Regulatory Capture

    ปัญหาที่ยังคาอยู่อย่างต่อเนื่องก็คือการที่คนทำงานในองค์กรกำกับดูแลอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ประกอบการรายใหญ่ ล่าสุดในสำนักงาน กสทช. มีการสั่งการให้หาตัวคนผิดในการทำรายงานการประชุมที่ถูกกล่าวหาและศาลว่าเป็นเท็จทั้งๆ ที่คดีและคำพิพากษาของศาลยังไม่ถึงที่สุด รวมไปจนถึงการตีความกฎหมายให้สนับสนุนโจทก์ในทุกครั้งที่มีการโต้แย้งการปฏิบัติหน้าที่ของพิรงรองในการประชุมกสทช.เ มื่อมีวาระเกี่ยวกับกลุ่มทรู และความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญของวาระการพิจารณาการกำกับดูแล OTT หรือแพลตฟอร์มดิจิตอลที่ให้บริการแพร่ภาพและเสียงที่ทรูไอดี ยืนยันว่าตนเองเป็น 

    ขณะเดียวกัน การแทรกโฆษณาในเนื้อหาของทีวีดิจิตอลบนแพลตฟอร์มทรูไอดีก็ยังดำเนินต่อไป โดยกฎขององค์กรกำกับดูแลอย่าง กสทช. ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ 

    หรือนี่คือ “new normal” ของการทำหน้าที่ regulator ในสังคมไทย?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/pirongrong-defends-consumer-rights/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FCUoSKlutYhS1uwB4dU0h

  • รวมตัวตึง พรรคประชาชน บนเวทีปราศรัยครึ่งแรก ชูปฏิรูปทุกมิติ

    รวมตัวตึง พรรคประชาชน บนเวทีปราศรัยครึ่งแรก ชูปฏิรูปทุกมิติ

    วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย – ญี่ปุ่นดินแดง ในเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคประชาชน ช่วงที่ 1 แกนนำพรรคและผู้สมัคร สส. สับเปลี่ยนขึ้นปราศรัยบนเวที นำโดย เดชรัต สุขกำเนิด ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน

    พริษฐ์เปิด 5 ไอเทมสะท้อนความเจ็บปวดการศึกษาไทย



    พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้นำสิ่งของ 5 อย่างขึ้นมาโชว์บนเวทีเพื่อสะท้อนภาระที่นักเรียนไทยต้องแบกรับ โดยชี้ให้เห็นถึงความล้าหลังของ “หนังสือเรียน” ที่ไม่เคยเปลี่ยน ความเหลื่อมล้ำที่ซ่อนอยู่ใน “ผ้าป่าและพัดลม” ซึ่งสะท้อนว่าการเรียนฟรีไม่ใช่ของจริง ความหิวโหยผ่าน “กล่องอาหาร” ของเด็กยากจน และภาระงานเอกสารที่ครูต้องแบกรับผ่าน “ไดอารี่ครู”

    พริษฐ์กล่าวว่า ความเจ็บปวดของการศึกษาไทยไม่สามารถอธิบายได้ด้วยตำราเศรษฐศาสตร์ แต่คือเรื่องจริงของตายายที่ต้องขอให้หลานคนโตออกจากโรงเรียนเพื่อส่งน้องเรียน หรือเด็กที่ต้องอดมื้อกินมื้อ พร้อมประกาศว่าหากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล จะคืนครูให้ห้องเรียนและสร้างสวัสดิการการศึกษาที่ฟรีจริง 100%

    วิโรจน์ชูปฏิรูปกองทัพ-ตำรวจ คืนความยุติธรรมให้ ‘พล.ต.ต.ปวีณ’

    ด้าน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปราศรัยถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกองทัพ โดยชูนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและลดการสูญเสียกำลังพล พร้อมประกาศนำคดีทหารขึ้นศาลพลเรือน ยกเลิกสิทธิพิเศษดาวบนบ่าที่ใช้ทำร้ายประชาชน

    ในส่วนของตำรวจ วิโรจน์ย้ำจุดยืน “เลิกตั๋ว-เลิกส่วย” คืนความก้าวหน้าให้ตำรวจน้ำดีตามหลักอาวุโส และประกาศลั่นว่าจะพานายตำรวจตงฉินอย่าง พล.ต.ต. ปวีณ พงศ์สิรินทร์ กลับประเทศไทยเพื่อคืนความยุติธรรม รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อัปยศซ้ำรอยคดี “บอส อยู่วิทยา” หรือการแทรกแซงผู้พิพากษา

    โรมประกาศสงครามสแกมเมอร์ จี้รัฐบาลต้องรู้ทัน ไม่ใช่เพิ่งรู้

    รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้หยิบยกปัญหาสแกมเมอร์ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เพิ่งทราบว่า ปปง. อยู่ใต้อำนาจของตนเอง พร้อมพาดพิงถึงนโยบายปราบปรามของพรรคการเมืองอื่นที่ดูเหมือนจะลอกการบ้านพรรคส้ม แต่ขาดเจตจำนงที่แท้จริง

    เขายืนยันว่าหากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล จะไม่มีการเจรจาลับหลัง แต่จะ “ลุยแหลก ชนแหลก” เพื่อปราบปรามขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก เพื่อเรียกคืนทรัพย์สินคืนสู่ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ

    รักชนกสาบานกลางเวที ขอปกป้องความหวังประชาชน

    ปิดท้ายด้วย รักชนก ศรีนอก ที่ขึ้นปราศรัยถึงวงจรชีวิตคนไทยที่ต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำตั้งแต่เกิดจนตาย พร้อมตั้งคำถามว่าความผิดของพรรคประชาชนคืออะไร ทำไมถึงต้องถูกยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพราะต้องการเห็นประเทศเปลี่ยนแปลง

    รักชนกได้กล่าวคำสาบานว่า “หากยังมีลมหายใจ จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความฝันและความหวังของประชาชน” พร้อมขอคะแนนเสียงส่ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างรัฐบาลที่ไม่โกงกินและอุทิศตนเพื่อความเจริญของแผ่นดินอย่างแท้จริง

    ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 1ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 2ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 3ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 4ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 5ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 6ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 7ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 8ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 9ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 10ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 11ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 12ภาพรวมแกนนำพรรคประชาชนปราศรัยบนเวที ชูการปฏิรูปในหลายมิติ 13
     


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/people-party-leaders-rally-reform/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FBQGdlGYuvPt2zhPFzdDs

  • “ชนิสราฟาร์ม” ตัวอย่าง “เกษตรกรคู่ชีวิตทางอาชีพ” สร้างความมั่นคงด้วยสองมือ

    “ชนิสราฟาร์ม” ตัวอย่าง “เกษตรกรคู่ชีวิตทางอาชีพ” สร้างความมั่นคงด้วยสองมือ

    “ชนิสราฟาร์ม” ตัวอย่าง “เกษตรกรคู่ชีวิตทางอาชีพ” สร้างความมั่นคงด้วยสองมือ

    จากอาชีพขายข้าวสารและรับจ้างทั่วไป สู่เจ้าของฟาร์มหมูขุน 11 โรงเรือน ในอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ “ชนิสรา ละลา” เลือกเปลี่ยนชีวิตด้วยอาชีพเลี้ยงหมูขุนร่วมกับซีพีเอฟ แม้ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ด้วยการศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ และมีทีมผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

    เริ่มต้นจากโรงเรือนเดียว ปัจจุบันชนิสราฟาร์มขยายเป็นฟาร์มหมูขุน 11 โรงเรือน ความจุกว่า 9,000 ตัว ใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ มุ่งสู่ Smart Farm สร้างรายได้ที่แน่นอนต่อเนื่อง พร้อมดูแลชุมชนรอบข้างไปพร้อมกัน

    เรื่องราวของชนิสราฟาร์ม สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นของเกษตรกรและซีพีเอฟ ที่ผลักดันให้ “เกษตรกรคู่ชีวิตทางอาชีพ” กลายเป็นเส้นทางที่สร้างความมั่นคงได้จริง เมื่อเกษตรกรตั้งใจทำหน้าที่ของตนเอง และมีพาร์ตเนอร์ที่พร้อมเดินเคียงข้างกันอย่างยั่งยืน

    คลิกชมคลิป >> https://youtube.com/shorts/XLbWHj_42ag?si=SlPhpamslDorm7ze

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/995085&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rI18IHytyMleKu7QeGQ30

  • ‘ไทยก้าวใหม่’ ปราศรัยใหญ่ชูยกระดับการศึกษายาแก้จน – พาไทยยืนหนึ่งอาเซียน

    ‘ไทยก้าวใหม่’ ปราศรัยใหญ่ชูยกระดับการศึกษายาแก้จน – พาไทยยืนหนึ่งอาเซียน

    ‘ไทยก้าวใหม่’ ปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้าย ชี้นโยบายการศึกษาคือยาแก้จน ยกระดับปากท้อง – เศรษฐกิจ อาสาดูแลการศึกษาไทย พาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน

    พรรคไทยก้าวใหม่ จัดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ณ ลานเต้นแอโรบิค สวนจตุจักร โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศและสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมรับฟังอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง

    นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ นำทัพผู้สมัคร พรรคไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พร้อมชูการศึกษาแก้จน-แก้น้ำท่วมซ้ำซาก-คนไทยต้องไม่ตายฟรี  วอนเลือกคนทำงานจริงเปลี่ยนอนาคตไทย ยืนยันพรรคไทยก้าวใหม่ทำการเมืองสร้างสรรค์ 

    โดยก่อนหน้านี้ ประเทศไทยกำลังจะเป็นเสือตัวที่ห้าของเอเชีย แต่เวลาผ่านไปหลายสิบปี วันนี้เราอาจเป็นได้แค่หัวหน้าเต่าของประเทศที่อยู่ข้างๆ กันในอาเซียน นักการเมืองยังคงสาดโคลนใส่กันไปมา ต่างประเทศมองประเทศไทยว่ากลายเป็นคนป่วยของเอเชียด้วยภาระหนี้สิน สัดส่วนผู้สูงอายุที่มีมากกว่าอัตราการเกิดของเด็กยุคใหม่ สื่อระดับโลกมองว่าเป็นเพราะบ้านเราไม่เคยเปลี่ยนโครงสร้างทั้งการพัฒนาคนและการศึกษา นั่นคือเหตุผลที่ประเทศไทยต้องมี พรรคไทยก้าวใหม่
     

    นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า เราตั้งใจจะเป็นพรรคที่ยึดถืออุดมการณ์ความรู้และความกล้าหาญ เราจะทำการเมืองสร้างสรรค์ จะไม่ชี้นิ้วไปว่าใคร จะไม่ดูถูกใคร และจะไม่ทำการเมืองแบบใส่ร้ายป้ายสี จะไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งตนเข้าใจดีว่าคนไทยเบื่อการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ พลังอำนาจอยู่ในมือของประชาชน ในวันที่ 8 กพ. 69 อยากเชิญชวนทุกคนไปใช้เสียงของตนเองให้เต็มที่ ประเทศไทยจะ ”ก้าวใหม่“ ไปได้ ด้วยคนที่มีความเป็นมืออาชีพเท่านั้น

    “พรรคไทยก้าวใหม่จะไม่ทำการเมืองแบบใส่ร้ายป้ายสี ทำการเมืองบริสุทธิ์ไม่มีการซื้อเสียง ผมว่าคนไทยทุกคนต้องการการเมืองสร้างสรรค์ ท่านเบื่อไหมครับที่นักการเมืองซาดโคลนกันไปมา เราทำการเมืองบริสุทธิ์ เราเกลียดการทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมถามย้ำว่าเบื่อหรือไม่ที่จัดสรรโคว้ต้าที่มีแต่บ้านใหญ่ นายทุนพรรค กลัดกระดุมเม็ดแรกก็ผิดแรก ดังนั้นต้องได้คนมีความรู้ คนมืออาชีพเข้ามาทำงาน มาดูแลลูกหลานของท่าน” พร้อมย้ำว่าการศึกษาคือยาแก้จน ยกระดับปากท้อง–เศรษฐกิจ อาสาดูแลการศึกษาไทย พาประเทศกลับมายืนหนึ่งอาเซียน“ ดร.เอ้ สุชัชวีร์กล่าว 
     

    คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เล่าย้อนให้ฟังว่าที่เติบโตมาจากครอบครัวในต่างจังหวัดภาคอีสาน แต่สามารถเข้าถึงการศึกษาจนมีโอกาสทำงานในระดับประเทศ และอาจมีเด็กไทยอีกจำนวนมากที่สามารถเติบโตขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีได้หากได้รับโอกาสที่เท่าเทียม เพราะมนุษย์ไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่สามารถเลือกที่จะเป็นได้ผ่านการศึกษา ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนชีวิต และศึกษาเป็นพื้นฐานของปากท้อง หากไม่ได้รับการศึกษาก็จะไม่มีงานที่ดี ไม่มีรายได้ที่มั่นคง 

    ”พร้อมย้ำว่านโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่ จะสนับสนุนการด้านการศึกษาให้กับคนทุกชนชั้น ขอให้พรรคไทยก้าวใหม่ได้เข้าไปเปลี่ยนประเทศเรื่องการศึกษาให้เป็นที่ 1 ของอาเซียน และเพิ่มศักยภาพในการสร้างทุนมนุษย์ เพื่อให้รากฐานที่มั่นคงกับประเทศชาติ“ ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

    พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
    เลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 เพื่อร่วมกันหยุดระบบการศึกษาที่สร้างหนี้ และเริ่มสร้างอนาคตประเทศบนรากฐานของคนคุณภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1220129&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fzveCB8-ae87EqSagAN1I