Category: วัฒนธรรม

  • สอยคาบ้าน! รวบอดีตนายก อบต. ซุกโพย-เงิน 1แสน โยงผู้สมัครเบอร์ 6 | เดลินิวส์

    สอยคาบ้าน! รวบอดีตนายก อบต. ซุกโพย-เงิน 1แสน โยงผู้สมัครเบอร์ 6 | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ก.พ. ชุดเคลื่อนที่เร็ว กกต.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เข้าที่บ้าน อดีตนายก อบต. แห่งหนึ่ง ใน อ.กาญจนดิษฐ์ เขตเลือกตั้งที่ 7 หลังได้รับแจ้งเบาะแส การทำผิดการเลือกตั้งและติดตามมาก่อนหน้านี้ 2-3 วัน พบชายจำนวน 5 ราย เป็นอดีตนายก อบต. และเป็นผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อยู่ด้วย และพบหญิง จำนวน 1 ราย เป็นสมาชิก อสม. รวมทั้งหมด 6 ราย พร้อมโพยรายชื่อ และเงินสด จำนวน 100,000 บาท ในเบื้องต้นให้การปฏิเสธ จึงได้เชิญตัวไปที่ สภ.ขุนทะเล

    ต่อมา นายพลัฏฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกันซักถามปากคำ ซึ่งขณะนี้ มีหลักฐานเชื่อมโยงไปที่ผู้สมัครรายหนึ่ง อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5578611/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34MzJFnn7uJMmD0WITc7rJ

  • พว.จับมือ12 โรงเรียนคาทอลิก ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย

    พว.จับมือ12 โรงเรียนคาทอลิก ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย

    วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.31 น.

    เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)  คณะซิสเตอร์จาก 12 โรงเรียนสังกัดคณะรักกางเขนแห่งจันทบุรี และโรงเรียนภาคีเครือข่าย ได้แก่ โรงเรียนเซนต์นิโกลาส (พิษณุโลก),โรงเรียนดรุโณทัย (ตรัง), โรงเรียนเทวรักษ์ (ปราจีนบุรี), โรงเรียนปัญจทรัพย์ (ดินแดง), โรงเรียนมารดานุสรณ์ (ตราด), โรงเรียนมารีวิทยากบินทร์บุรี, โรงเรียนมารีวิทยาปราจีนบุรี, โรงเรียนมารีวิทยาศรีมโหสถ, โรงเรียนยอแซฟพิจิตร, โรงเรียนยอแซฟวิทยา (จันทบุรี), โรงเรียนลัมแบรต์พิชญาลัย และโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ร่วมวางแนวทางภายใต้แนวคิด “การพลิกโฉมคุณภาพการศึกษาไทยด้วยการพัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมผู้เรียน” มุ่งยกระดับห้องเรียนสู่มาตรฐานสากล และร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ MOU ยกระดับห้องเรียนคุณภาพด้วย GPAS 5 Steps

    โดย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวถึงแนวทางนโยบายและทิศทางการศึกษา ว่า หัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา คือ การปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ระดับห้องเรียน การนำกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มาใช้ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการสร้างความรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาสมรรถนะ จนสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยตนเอง (Active Learning) ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

    “ในโลกปัจจุบันภาคธุรกิจและประเทศเราต้องการคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีศักยภาพรอบด้าน ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการเรียนแบบบูรณาการด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง เพราะฉะนั้นเด็กต้องทำความเข้าใจในศาสตร์ทุกศาสตร์ผ่านกระบวนการคิด เพื่อให้ตกผลึกที่สมองแบบฝังลึก เมื่อไปทำกิจกรรมอะไรหลังจากนั้นการบูรณาการจะเกิดขึ้นได้เองจากความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในสมองโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดเป็นชิ้นงานที่เหนือกว่าคนอื่น”ดร.ศักดิ์สินกล่าว

    ด้าน ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า ในการจัดการศึกษาเราอยากให้เด็กได้เรียนรู้ ได้ลงมือทำ และ ต้องอยู่กับคนอื่นได้  ที่สำคัญต้องเลือกอนาคตของตนเองได้ ซึ่งการจัดเกิดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ครูจะต้องจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นแนวทางการปฏิรูปการศึกษารูปแบบหนึ่ง เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสคิด ได้ทำ ได้นำเสนอ ประเมิน และได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องโดยมีครูเป็นโค้ช  ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้มาตามลำดับ เพราะ สพฐ.เห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ และการพัฒนาต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดอยู่กับที่ การที่กลุ่มโรงเรียนคาทอลิกเห็นความสำคัญของการพัฒนานี้ก็คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นความท้าทายที่จะสร้างความก้าวหน้าและความเข้มแข็งให้กับเด็กและโรงเรียน  ซึ่งตนมองว่าเป็นการเดินมาถูกทางแล้ว เพราะเป็นการเตรียมครูเพื่อนำไปสู่การเตรียมนักเรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงให้โอกาสเด็กมีส่วนร่วมในการทำงาน พัฒนานวัตกรรมที่จะต่อยอดไปในอนาคตได้ และสุดท้ายผลที่เกิดกับเด็ก คือ เด็กคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น

    ซิสเตอร์ ดร.อัจฉรา สุขพิบูลย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทยา ปราจีนบุรี กล่าวว่า การที่กลุ่มโรงเรียนสังกัดคณะรักกางเขน แห่งจันทบุรี ลงนาม MOU ร่วมกับ พว.วันนี้ ไม่ถือเป็นเรื่องใหม่ เพราะเมื่อ  15 ปี ที่ผ่านมา ได้เคยเซ็น MOU กับ พว.มาแล้ว ซึ่งขณะนั้น ดร.ศักดิ์สิน ก็พยายามพูดถึง GPAS  5 Steps มาตลอด และตลอดระยะเวลาที่พอช่วยเหลือกลุ่มโรงเรียนมา ทำให้วันนี้ทางกลุ่มโรงเรียนมีพื้นฐานเกี่ยวกับ Active Learning พอสมควรแล้ว ดังนั้นการ MOU ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนโรงเรียนเอกชนสู่มาตรฐานสากล โดยเน้นการพัฒนาที่ตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับระบบการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน เชื่อว่าจะทำให้การดำเนินการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนมีพัฒนาการมากขึ้น และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น เพราะเด็กได้ลงมือทำ ได้เล่าเรื่อง ได้ค้นคว้า และวิจัย

    “เท่าที่ทำมาก็เข้าใจดีว่า การสร้างคนต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นถ้าเราเริ่มต้นตั้งแต่ระดับปฐมวัย จนถึงชั้นสูงสุดของโรงเรียนและเด็กสามารถนำกระบวนการที่ได้ไปศึกษาต่อ หรือไปประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นกระบวนการต่อเนื่องจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ถือเป็นความท้าทายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าตัวผู้ปกครองที่ต้องยอมรับว่า เด็กจะต้องเล่นปนเรียน เรียนไปทำไป ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่ไม่ใช่แค่เชิงวิชาการอย่างเดียว ขณะที่ครูก็ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน และตัวนักเรียนก็ต้องพัฒนาตัวเองจะปล่อยไปวัน ๆ ไม่ได้แล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้นักเรียนมีความสุขมากขึ้นเป็นความสุขที่ช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนามากขึ้น”ซิสเตอร์ ดร.อัจฉรากล่าว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/945761&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2r0fODYf4E5qBpBgBjz1BP

  • ดร.เอ้ – ดร.คุณหญิงกัลยา – ดร.ก้องเกียรติ จัดคาราวานแห่ขบวนหาเสียงโค้งสุดท้าย ชูการศึกษาเปลี่ยนแปลงประเทศ วอนหยุดความเคยชิน ความเชื่อเดิม ๆ

    ดร.เอ้ – ดร.คุณหญิงกัลยา – ดร.ก้องเกียรติ จัดคาราวานแห่ขบวนหาเสียงโค้งสุดท้าย ชูการศึกษาเปลี่ยนแปลงประเทศ วอนหยุดความเคยชิน ความเชื่อเดิม ๆ

    ดร.เอ้ – ดร.คุณหญิงกัลยา – ดร.ก้องเกียรติ จัดคาราวานแห่ขบวนหาเสียงโค้งสุดท้าย ชูการศึกษาเปลี่ยนแปลงประเทศ วอนหยุดความเคยชิน ความเชื่อเดิมๆ มั่นใจว่าการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เพื่อให้ไทยกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน เลือกพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 7 ก.พ.2569 “พรรคไทยก้าวใหม่” เบอร์ 49 ถือฤกษ์ดี 06:49 น. จัดคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้าย ภายใต้แนวความคิด “ ถึงเวลาเปลี่ยน “ทางตัน” ให้กลายเป็น “เส้นทางอนาคต” พร้อมจัดขบวนรถ 12 คัน 12 ขบวนแห่ทั่วกรุงเทพมหานครนำโดย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคไทยก้าวใหม่ นายก้องเกียรติ กรสูตร เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมคณะผู้บริหารพรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้ายทั่วกรุงเทพมหานคร

    โดย แม่ทัพขบวนหลัก 3 ขบวน คือ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ คุณหญิงกัลยา และ ก้องเกียรติ เลขาธิการพรรค เคลื่อนขบวนคาราวาน เพื่อขอให้ประชาชนเลือกเบอร์ 49 โดยขบวนจะแห่ไปตาม เส้นทางดังนี้

    ขบวนที่ 1 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เริ่มต้นปล่อยขบวนแห่ออกจากที่ทำการพรรคไทยก้าวใหม่ ถนนวิภาวดี ไปอนุสาวรีย์ชัย ฯ – ถนนราชเทวี – แพลทินัม – อโศก – G Tower พระราม 9 – ดินแดง – หลักสี่ – ศูนย์ราชการ ฯ – คลองประปา – มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณทิตย์ – แยกพงษ์เพชร – เกษตรแฟร์

    ขบวนที่ 2 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ เริ่มต้นปล่อยขบวนแห่ออกจากที่ทำการพรรคไทยก้าวใหม่ ถนนวิภาวดี เข้าสู่จตุจักร – อ.ต.ก. – รพ.วิชัยยุทธ – รพ.รามา – หัวลำโพง – เข้าสู่ถนนสี่พระยา – สีลม – สาทร – สวนลุมฯ – ถนนวิทยุ – อนุสาวรีย์ชัย – สนามเป้า – เกษตรแฟร์

    ขบวนที่ 3 ดร.ก้องเกียรติ กรสูตร เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ เริ่มต้นปล่อยขบวนออกจากที่ทำการพรรคไทยก้าวใหม่ ถนนวิภาวดี – แยกวงศ์สว่าง – สะพานพระราม 7 – ถนนจรัญสนิทวงศ์​ – แยกบางพลัด – โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน – ถนนราชพฤกษ์ — The Circle – ถนนเพชรเกษม – วงเวียนใหญ่ – วงเวียนพระราม 5 – แยกแคราย – เกษตรแฟร์

    ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวว่าคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้าย ภายใต้แนวคิด “ถึงเวลาเปลี่ยนทางตัน ให้กลายเป็น ”เส้นทางอนาคต“ คือความหวังของคนไทยที่จะเปลี่ยนแปลงให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะเลิกอยู่กับความคุ้นชินเดิม ๆ หยุดกับคิดเดิม ๆ เลือกแบบเดิม ๆ ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเรา เชื่อมั่นในพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 มั่นใจว่าการศึกษาจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น พรรคไทยก้าวใหม่จะยกระดับทางการศึกษา พาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน ด้วยการเมืองที่สร้างสรรค์

    ขณะที่ ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่านาทีสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงประเทศทุกท่านไม่ต้องลังเลใจที่จะเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เชื่อมั่นว่านโยบายการศึกษาการสร้างทุนมนุษย์ นำพาการศึกษาให้ประเทศไทยลูกหลานไทยเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างมีความสุข และเรียนให้สนุก พร้อมย้ำว่าพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 จะสนับสนุนนโยบายการศึกษาเพื่อให้การศึกษาไทยกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน

    นายก้องเกียรติ กรสูตร เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวย้ำมาถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ขอทุกคะแนนเสียงให้โอกาสพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 วอนหยุดคิดแบบเดิม ๆ หยุดความคุ้นชินเดิม ๆ ที่เคยเลือกเคยทำ เชื่อมั่นการศึกษาคือพื้นฐานนำพาประเทศไปสู่ก้าวใหม่ที่ก้าวหน้า

    ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ดร.เอ้ ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 เพื่อผลักดันวาระการศึกษาและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัวในระยะยาว “ถึงเวลาเปลี่ยน “ทางตัน” ให้กลายเป็น “เส้นทางอนาคต”8 ก.พ.69 ขอโอกาสในช่วงโค้งสุดท้ายเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เพื่อมอบอนาคตที่ดีกว่าให้ลูกหลาน และประเทศไทย ด้วยนโยบายด้านการศึกษาที่ทำได้จริง และทำได้ทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/276157&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bNs-XDnF2o32hVyieXran

  • หมอเล่าเคส หญิงติด HIV จากการทำ PRP ย้ำสิ่งที่ต้องดูดี ๆ ก่อนได้โรคแทนได้สวย

    หมอเล่าเคส หญิงติด HIV จากการทำ PRP ย้ำสิ่งที่ต้องดูดี ๆ ก่อนได้โรคแทนได้สวย

     
               หมอผิวหนังเล่าเคส พบคนติด HIV จากการทำ PRP พบคลินิกมีความเสี่ยงหลายอย่าง เตือนสิ่งที่คิดให้ดีก่อนคิดจะทำ ก่อนได้โรคแทนได้สวย  

    ติด HIV จากการทำ PRP

               วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ รองประธานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและวิจัย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Chontavat Suvanpiyasiri  เล่าเคสช็อกเกี่ยวกับการติดเชื้อ HIV จากการทำ  PRP 

    PRP คืออะไร 

               PRP (platelet-rich plasma) คือนวัตกรรมการดูแลผิวพรรณ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นคือการทำ vampire facial ซึ่งจะเจาะดูดเลือดของตัวเองมาปั่นแยกเอา PRP แล้วฉีดกลับเข้าไปที่หน้าเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน และช่วยหน้าใส 

    ผู้ป่วยรับเชื้อก HIV จากการทำ PRP

               เมื่อ 2 ปีก่อนศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ มีรายงานเคสผู้หญิงอย่างน้อย 3 ราย ติดเชื้อ HIV จากการรับบริการ PRP ที่คลินิกแห่งหนึ่งในรัฐนิวเม็กซิโก

               ย้อนกลับไปในปี 2561 มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อ HIV รายหนึ่งที่ไม่มีประวัติความเสี่ยงด้านพฤติกรรมทางเพศหรือการใช้สารเสพติด แต่เธอระบุว่าเคยไปรับบริการที่ VIP med spa แห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงไปสืบสวนที่นั่น พบว่าคลินิกแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง และมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคหลายอย่าง เช่น

               – ใช้เข็มฉีดยาซ้ำซ้อน

               – วางหลอดเก็บเลือดที่ไม่มีฉลากชื่อไว้ในตู้เย็นเดียวกับอาหาร

               – เครื่องปั่นแยกพลาสมา (centrifuge) ไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี

    ติด HIV จากการทำ PRP

               ขั้นตอนการทำ PRP คือเจาะเลือดของผู้รับบริการออกมาปริมาณหนึ่ง แล้วนำไปเข้าเครื่องปั่นเพื่อแยกเอาเฉพาะเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) ซึ่งมี growth factor หลายชนิด จากนั้นใช้เข็มขนาดเล็กฉีด PRP กลับเข้าไปที่ผิวหน้า หรือใช้ร่วมกับเครื่องมือที่ทำให้เกิดแผลขนาดเล็ก (microneedling) เพื่อให้พลาสมาซึมเข้าสู่ผิว

               ความเสี่ยงติดเชื้ออยู่ที่ความสะอาดของขั้นตอน เมื่อเลือดซึ่งปนเปื้อนด้วยเชื้อโรค เช่น HIV, ไวรัสตับอักเสบบี และซี ถูกจัดการในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดเชื้อ หรือมี cross-contamination ระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้กับลูกค้าคนละคนกัน จึงเสี่ยงติดเชื้อสูง

               ดังนั้นก่อนตัดสินใจรับการรักษาด้วย PRP ควรพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

               1. คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ แพทย์ผู้ทำหัตถการต้องมีใบประกอบวิชาชีพที่ตรวจสอบได้

                2. มีมาตรฐานความสะอาดที่ชัดเจน ห้องปฏิบัติการควรแยกเป็นสัดส่วน อุปกรณ์ที่ใช้ต้องเป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use) 

                3. ถ้าราคาถูกผิดปกติต้องคิดดี ๆ เพราะการทำ PRP มีต้นทุนค่อนข้างสูงถ้าใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน หากราคาถูกเกินไปให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีการลดต้นทุนในส่วนของ safety protocol

                4. มีความโปร่งใส คลินิกต้องยินดีตอบคำถามเรื่องขั้นตอนการฆ่าเชื้อและการจัดการอุปกรณ์

               ดังนั้นต้องดูดี ๆ ไม่งั้นได้โรคแทนได้สวย  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://health.kapook.com/view298607.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13tk1X_0jiFgxUIYRnZ5rE

  • ราตรีการกุศลต่อยอดโอกาส สโมสรโรทาแรคท์ มอบกว่าแสนบาทช่วยโรงเรียน | TOPNEWS

    ราตรีการกุศลต่อยอดโอกาส สโมสรโรทาแรคท์ มอบกว่าแสนบาทช่วยโรงเรียน | TOPNEWS

    ราตรีการกุศลต่อยอดโอกาส สโมสรโรทาแรคท์ มอบกว่าแสนบาทช่วยโรงเรียน

    • เผยแพร่ : 07/02/2026 15:02

    เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 สโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นำรายได้จากการจัดงาน “ราตรีนานาชาติการกุศล ประจำปี 2569 (International Charity Night 2026)” ร่วมกับหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ดำเนินโครงการจิตอาสา “ส่งโอกาสให้น้อง (Passing on Opportunities to Underprivileged Children)” ณ โรงเรียนบ้านหนองกระทิง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  โดยมีพิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

    ภายในพิธีเปิด นายศิริชัย บุญเพ็ง รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองกระทิง กล่าวต้อนรับคณะผู้จัดงาน ขณะที่นางสาวพิชยา สุวรรณโชติ นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมด้วยนายไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน และ ดร.เรวิตา สายสุด หัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA กล่าวแสดงความขอบคุณ ก่อนที่ ดร.ยุนหลิน หยาง ผู้อำนวยการบริหาร มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน–ชะอำ จะให้เกียรติกล่าวเปิดกิจกรรมและแสดงความชื่นชมต่อโครงการดังกล่าว

    ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันมอบและสนับสนุนสิ่งของให้แก่โรงเรียนบ้านหนองกระทิง อาทิ เครื่องเล่นสนามเด็กเล่น พัดลมเพดาน ตู้กดน้ำร้อน–น้ำเย็น อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋านักเรียน ของใช้จำเป็น ขนมและอาหาร รวมถึงการสนับสนุนการก่อสร้างและปรับปรุงหลังคาสแลน หลังคาบ่อปลา และพื้นที่กิจกรรมภายในโรงเรียน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 123,517 บาท พร้อมจัดกิจกรรมเสริมทักษะภาษาอังกฤษ เกมสร้างสรรค์ และกิจกรรมสันทนาการ โดยนักศึกษาโรทาแรคท์ นักศึกษา MBA และนักศึกษานานาชาติ เพื่อสร้างความสุข แรงบันดาลใจ และโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน สะท้อนพลังความร่วมมือของภาคการศึกษาและองค์กรจิตอาสาในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน

    นิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์

    15

    13

    ราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดเวทีประกวดมารยาทไทย ครั้งที่ 9 ชิงถ้วยพระราชทาน สืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย

    ศรชล.ภาค 3 เร่งช่วยเรือ SEALLOYD ARC ใกล้อับปางใต้แหลมพรหมเทพ

    เหนือพรมแดนคือสายใย สานสัมพันธ์หมู่บ้านคู่ขนานไทย–มาเลเซีย

    ไม่เคยรู้สึกเสียใจ “เกลือ กิตติ” เล่าทุกความรู้สึก โดนสารพัดแรงเสียดทาน “สถาบันฯปกป้องเรามานานแล้ว ผมรู้สึกว่าถึงเวลาควรออกมาแสดงตัวปกป้องท่านบ้าง”

    ทหารพราน 32 ลุยดอยชัน 40 องศา บุกทำลายไร่ฝิ่นพร้อมกรีด

    ระทึก! ดินถล่มทับคนงานจมมิดหลุมลึก 3 เมตร กลางเมืองนครสวรรค์ ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1480651&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WYwFvvCo9m1Xk5Dp9HO29

  • เช็กดวงประจำวันที่ 7 ก.พ. 69 ราศีที่ดาวศรีสถิต “มังกร” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “กุมภ์” | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 7 ก.พ. 69 ราศีที่ดาวศรีสถิต “มังกร” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “กุมภ์” | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ค.ศ. 2026จันทรคติกาล ตรงกับวันเสาร์ แรม 5 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.44 น. เที่ยงจริง เวลา 12.33 น. อาทิตย์ตก เวลา 18.20 น. จันทร์ขึ้น เวลา 22.52 น.

    วันนี้ เวลา 00.00-01.54 น. ดาวจันทร์เสวยหัตถนักษัตรฤกษ์ที่ 13 ประกอบด้วยภูมิปาโลแห่งฤกษ์ ภูมิปาโล แปลว่า ผู้รักษาแผ่นดิน เวลา 01.55-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยจิตรานักษัตรฤกษ์ที่ 14 ประกอบด้วยเทศาตรีแห่งฤกษ์หรือเวสิโยแห่งฤกษ์ เทศาตรี แปลว่า ข้ามถิ่น หมายถึงฤกษ์พ่อค้าข้ามถิ่น เวลา 00.00-24.00 น.-ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล-อุดร (เหนือ) ทิศอัปมงคล-ทักษิณ สีประจำวัน-ดำ สีสิริมงคล-ฟ้า น้ำเงิน สีอัปมงคล-เขียวสด ราศีที่ดาวศรีสถิต-มังกร ราศีที่ดาวกาลีสถิต-กุมภ์

    เกิดวันนี้ เด็กชาย มีรูปร่างหน้าตาดี มีความเฉลียวฉลาด มีสติปัญญาความคิดอ่านว่องไว ตรงไปตรงมา ไม่ก้มหัวให้ใคร พูดจากินใจคน มีลางสังหรณ์ ความจำดี คาดการณ์ได้แม่นยำ รอบคอบ มีความรู้ดี ชอบต่อสู้ กล้าหาญ เมื่อเด็กเลี้ยงยาก มักจากถิ่นที่อยู่เติบโตจะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน ฐานะการเงินดี เด็กหญิง มีรูปร่างหน้าตาดี ต้องพึ่งตนเอง มีจิตใจเข้มแข็ง กล้าคิด กล้าทำ ชอบการศึกษาเล่าเรียน เรียนดี มีจิตใจหนักแน่น มีคุณธรรม จริงใจ มีเหตุผล ละเอียดลออ มัธยัสถ์ มีความรับผิดชอบสูง มีการศึกษาดี จะมีชื่อเสียง เป็นครูบาอาจารย์ ชอบอยู่เบื้องหลังและเก็บเนื้อเก็บตัว

    เกิดวันอาทิตย์ ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี ควรรอบคอบหากประมาทจะเกิดอันตราย ควรดูแลรักษาทรัพย์สินเงินทองให้ดี เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย การค้ำประกันบุคคลหรือทรัพย์สินควรหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธเสียเลยจะดีกว่า ไม่ควรคิดมากจนเกินไป จะทำให้เกิดอาการเครียด จะได้เงินตอบแทนจากงานเป็นที่พอใจ เพศตรงข้ามจะนำโชคดีมาให้ เป็นโอกาสดีสำหรับการสร้างเนื้อสร้างตัว

    เกิดวันจันทร์ ควรดูแลรักษาสุขภาพอนามัยให้ดี ระวังเรื่องทรัพย์สินเงินทอง มีความวิตกกังวลคิดมาก ควรขอคุณพระคุ้มครอง การสะสางงานเก่าที่คั่งค้างอยู่ให้สำเร็จลงได้ด้วยดี มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถ มีเรื่องต้องใช้เงินอยู่เสมอ ทั้งรายจ่ายที่จำเป็นและจำใจ บริวารทำให้มีรายจ่ายมากขึ้น จะได้รับความนิยมชมชอบจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี

    เกิดวันอังคาร ควรควบคุมอารมณ์ของตนให้ได้ ระวังความรุนแรงจะเกิดขึ้น จะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาให้แก้ไข จะได้ร่วมงานในองค์กรการกุศล ทรัพย์สินที่คิดว่าสูญเสียไปแล้วก็จะได้คืน เงินทองบางส่วนจะใช้จ่ายไปเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาและการพักผ่อน ระวังรักษาสุขภาพให้ดีเนื่องจากการแปรปรวนของอากาศ จะทำให้เจ็บป่วย ควรระวังการดื่มและอาหารการกินไว้ด้วย

    เกิดวันพุธ ต่อสู้แข่งขันแล้วจะประสบชัยชนะ จะมีโชคลาภเพิ่มพูนขึ้น ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างค่อย ๆ ลงตัว จะมีผู้ใหญ่คอยให้การสนับสนุน เมื่ออุปสรรคผ่านพ้นไปการงานก็จะดีขึ้น จะได้ศึกษาวิชาการแปลก ๆ จะมีรายได้จากผลงานเก่า ๆ สิ่งของเก่า ๆ ทรัพย์สินที่คิดว่าสูญเสียไปแล้วก็จะได้คืน การใช้จ่ายควรระมัดระวัง ไม่ควรให้ใครยืมของรักเพราะจะนำความเดือดร้อนมาสู่ท่านภายหลัง

    เกิดวันพฤหัสบดี จะมีลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง ทรัพย์สินที่สูญหายจะได้คืน เงินทองหมุนเวียนดีขึ้น จะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน มีเงินเหลือก็ควรเก็บออมไว้ใช้ในยามจำเป็นบ้าง การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ ผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานจะให้การสนับสนุน ควรรู้จักวางเฉยเสียบ้างในสิ่งที่ควรวางเฉยก็จะไม่เกิดปัญหาอะไร

    เกิดวันศุกร์ ควรเอาใจใส่ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี โรคภัยไข้เจ็บเก่า ๆ จะปรากฏขึ้นมาอีก การเงินและความรักมีปัญหาให้แก้ไข คนรักมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ควรรับฟังคำแนะนำของคนรอบข้างไว้บ้าง ควรยืนอยู่บนหลักการและเหตุผลที่ถูกต้อง รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว จะได้รับมอบหมายให้วิ่งเต้นติดต่อเจรจาประสานงานสำคัญและมีความรับผิดชอบสูง

    เกิดวันเสาร์ สิ่งที่ทำไว้แต่ก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นมาอีก สุขภาพจะดีขึ้นหลังจากที่ได้ปรับปรุงสถานที่ใหม่ ๆ ควรเอาใจใส่ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี ควรระวังเรื่องความเคร่งเครียดในการทำงานและพักผ่อนให้เพียงพอ ควรระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย ดูแลรักษาทรัพย์สินตนเองไว้ให้ดี การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ เรื่องทรัพย์สินเงินทองควรรอบคอบ.

    อ่านดวงย้อนหลังทั้งหมดได้ที่ >>คลิก<<

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5572917/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FKST2WSmPeuylzexTNMFy

  • คมคุย คมคิด : การศึกษาไทย โจทย์ใหญ่ในรัฐบาล69 เสาร์ที่ 07-02-69 เวลา 19:30 – 20:30 น.

    คมคุย คมคิด : การศึกษาไทย โจทย์ใหญ่ในรัฐบาล69 เสาร์ที่ 07-02-69 เวลา 19:30 – 20:30 น.

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/Hj37mCSFgPc&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VSPetGvs0TSsrZyYHYPtm

  • สจด. ร่วมกิจกรรมวันแนะแนวการศึกษาและอาชีพ “ธัญรัตน์นิทรรศ 2568” โรงเรียนธัญรัตน์ ปทุมธานี ปีการศึกษา 2568 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมกิจกรรมวันแนะแนวการศึกษาและอาชีพ “ธัญรัตน์นิทรรศ 2568” โรงเรียนธัญรัตน์ ปทุมธานี ปีการศึกษา 2568 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/120477/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xAensXQZ7yYmn9TK9XRmc

  • SDG Policy Focus: เลือกตั้ง 69 นโยบายพรรคไหนตอบโจทย์ SDGs ที่สุด | SDG Move

    SDG Policy Focus: เลือกตั้ง 69 นโยบายพรรคไหนตอบโจทย์ SDGs ที่สุด | SDG Move


    ‘SDG16’ โดดเด่น ทุกพรรคการเมืองเสนอปราบโกง-เพิ่มธรรมาภิบาล
    ด้าน ‘ทรัพยากรทางทะเล’ น่าห่วง พบนโยบายที่เกี่ยวข้องเเค่ 7 จุด


    เมื่อ ‘นโยบาย’ ไม่ใช่เเค่โฆษณาขายฝัน เเต่คือคำมั่นสัญญา (commitment) ของการพัฒนาที่พรรคการเมืองใช้เป็นหลักประกันยืนยันให้ประชาชนวางใจว่าหากเลือกคนหรือพรรคตนเเล้ว จะได้ ‘สังคมที่ดี’ ‘เศรษฐกิจที่เติบโต’ เเละ ‘สิ่งเเวดล้อมที่สมบูรณ์’ อย่างไร ดังนั้น ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนทุกท่านจะเข้าคูหากาคนที่ชอบเเละพรรคที่ใช่ SDG Move จึงอยากชวนทบทวนและร่วมสำรวจนโยบายของ 5 พรรคการเมืองยอดนิยมว่าคำมั่นสัญญาเหล่านั้นตอบโจทย์คิดประเด็นการพัฒนาที่ท่านต้องการมากน้อยเพียงใ

    ภายใต้คอลัมน์ ‘SDG Policy Focus’ ผู้อ่านจะได้เห็นภาพรวมของนโยบายทั้งหมดที่เชื่อมโยงเเละหนุนเสริมการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals:​ SDGs) พร้อมทั้งจะได้ส่องขยายว่าแต่ละพรรคการเมืองนำเสนอแนวทางการพัฒนาที่คำนึงถึงสมดุลเเละความยั่งยืนเเค่ไหน หรือให้น้ำหนักของความสนใจที่ประเด็นใดเป็นพิเศษ 


    Disclaimer

    • “นโยบายที่ตอบโจทย์ SDGs” ในบทความฉบับนี้ หมายถึงการพิจารณาความครอบคลุมของนโยบายที่พรรคการเมืองนำเสนอว่ามีการกล่าวถึงหรือเชื่อมโยงกับประเด็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นความท้าทายของสังคมไทยในระดับใด
    • ประเด็นความยั่งยืนที่นำมาใช้พิจารณา อ้างอิงตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งประกอบด้วย 17 เป้าหมาย (goals) และ 169 เป้าหมายย่อย (targets) โดยหนึ่งนโยบายสามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายย่อย ได้มากกว่าหนึ่งเป้าหมาย 
    • พรรคการเมืองที่นำมาวิเคราะห์นโยบาย คัดเลือกจากพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนความนิยมสูงสุดจากผลการสำรวจโดย “สวนดุสิตโพล” และ นิด้าโพล (อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 11 มกราคม 2569) ซึ่งเป็นโพลที่เผยแพร่ในช่วงเวลาที่เริ่มดำเนินการวิเคราะห์นโยบาย รวมทั้งสิ้น 5 พรรค ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเศรษฐกิจ
    • เกณฑ์การนับจุด ใช้กระบวนการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของนโยบายกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยนโยบายที่มีวิธีการหรือผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับ SDGs ในข้อใดข้อหนึ่งโดยตรงจะถูกนับเป็น 1 จุด หากนโยบายมีความคาบเกี่ยวหรือเชื่อมโยงกับ SDGs โดยอ้อม จะถูกนับเป็น 0.5 จุด 
    • ข้อพึงทราบ การนับจุดนโยบายที่เชื่อมโยงกับ SDGs ใช้กระบวนการพิจารณาจากหัวข้อเเละเนื้อหาของนโยบายประกอบดุลยพินิจของผู้จัดทำข้อมูล แม้มีการตรวจสอบโดยคณะทำงานในระดับหนึ่ง แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้ ขอเเนะนำให้ผู้อ่านตรวจสอบนโยบายจากเเหล่งข้อมูลต้นทางควบคู่กันไป เพื่อความเเม่นยำเเละความถูกต้องมากที่สุด  
    • การเข้าถึงข้อมูลนโยบายของพรรคการเมือง พิจารณาจากนโยบายที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของแต่ละพรรคระหว่างวันที่ 15 – 27 มกราคม 2569

    01 – ภาพรวมนโยบายของแต่ละพรรคกับ SDGs แต่ละเป้าหมาย

    จากการสังเคราะห์พบว่านโยบายของพรรคการเมืองยอดนิยมทั้ง 5 พรรคที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) มีจำนวนทั้งสิ้น 714 จุด โดยพรรคที่เสนอนโยบายเชื่อมโยงกับ SDGs มากที่สุดคือ พรรคประชาชน คิดเป็นร้อยละ 55.6 หรือจำนวน 397 จุด รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์  คิดเป็นร้อยละ 23.4 หรือ 167 จุด อันดับที่ 3 คือ พรรคเพื่อไทย คิดเป็นร้อยละ 13.9 หรือ 99.5 จุด อันดับที่ 4 พรรคภูมิใจไทย คิดเป็นร้อยละ 5.3 หรือ 38 จุด และอันดับสุดท้ายคือ พรรคเศรษฐกิจ คิดเป็นร้อยละ 1.8 หรือ 12.5 จุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นระดับความเข้มข้นและลำดับความสำคัญในการบูรณาการนโยบายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของแต่ละพรรคแตกต่างกันอย่างชัดเจน


    ‘รัฐโปร่งใส – เศรษฐกิจเติบโต – โครงสร้างพื้นฐานดี’ ลูกรักนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 69


    เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบจำนวนจุดของนโยบายที่เชื่อมโยงกับ SDGs รายเป้าหมาย พบว่านโยบายที่พรรคการเมืองเสนอในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับ SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม เเละสถาบันเข้มเเข็ง มากที่สุด กว่า 151 จุด โดยพบในนโยบายของพรรคประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง กว่า 97.5 จุด ขณะที่พบน้อยสุดในนโยบายของพรรคเศรษฐกิจ เพียง 4 จุด 

    ตามมาด้วย SDG8 งานที่มีคุณค่าเเละการเติบโตทางเศรษฐกิจ พบว่ามีมากถึง 80.5 จุด โดยปรากฏในนโยบายของพรรคประชาชนมากที่สุด จำนวน 38.5 จุด เเละพบน้อยสุดในนโยบายของพรรคเศรษฐกิจ เพียง 2 จุดเท่านั้น

    อีกหนึ่งเป้าหมายที่พรรคการเมืองให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม เเละอุตสาหกรรม ซึ่งพบจุดที่เชื่อมโยงกับนโยบายมากถึง 64.5 จุด โดยปรากฏในนโยบายของพรรคประชาชนมากที่สุด จำนวน 38.5 จุด เเละพบน้อยสุดในนโยบายของพรรคภูมิใจไืทย เพียง 1 จุดเท่านั้น


    ‘ระบบนิเวศบก-ทรัพยากรทะเล-ความเท่าเทียมทางเพศ’ ประเด็นที่พบน้อยจนน่าห่วง


    เเม้นโยบายของพรรคการเมืองที่สอดคล้องกับ SDGs จะมีมากถึง 714 จุด เเต่รู้หรือไม่ว่า นโยบายที่เชื่อมโยงกับ SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ มีเพียงเเค่ 9 จุดเท่านั้น โดยพบในนโยบายของพรรคประชาชนเเละพรรคประชาธิปัตย์พรรคละ 4.5 จุด ขณะที่พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย เเละพรรคเศรษฐกิจไม่มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายนี้เลย

    เช่นเดียวกับ SDG14 ทรัพยากรทางทะเล ที่พบเพียง 7 จุด ซึ่งน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับเป้าหมายอื่น ๆ โดยเเบ่งเป็นการพบในนโยบายของพรรคประชาชนจำนวน 5 จุด เเละนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เเละพรรคเศรษฐกิจอีกพรรคละ 1 จุด

    นอกจากนี้ ยังมี SDG15 ระบบนิเวศบนบก อีกเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับนโยบายไม่ถึงหลักสิบจุด โดยพบเพียง 9.5 จุด เเบ่งเป็นการพบในนโยบายของพรรคประชาชน 7 จุด เเละพรรคประชาธิปัตย์ 2.5 จุด 

    กล่าวโดยสรุปเบื้องต้นได้ว่านโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองยอดนิยมในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบเเละโครงสร้างรัฐเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ ‘การทำให้สถาบันรัฐมีความโปร่งใส ปราศจากการทุจริต’ หรือ ‘ไม่เทา’ เป็นนโยบายตลาดที่ทุกพรรคต้องมี ขณะที่เรื่อง ‘ปากท้อง’ เเละ ‘คุณภาพชีวิต’ เป็นอีก 2 คำมั่นสัญญาที่ทุกพรรคเสนอทางออกเพื่อทำให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานที่มีคุณค่าเเละเปิดโอกาสธุรกิจรายย่อยให้เข้าถึงการช่วยเหลือเเละทรัพยากรจากรัฐมากขึ้น อย่างไรก็ดี น่าเป็นห่วงว่า ‘สิ่งเเวดล้อม’ เป็นมิติที่มีนโยบายน้อยมากเมื่อเทียบกับมิติอื่น ๆ เเม้ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาสิ่งเเวดล้อมโดยเฉพาะภัยพิบัติเเละผลกระทบจากการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ เเต่นโยบายที่การเสริมขีดความสามารถในการปรับตัวจากภัยพิบัติเเละผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นมีเพียง 13.5 จุด ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นนโยบายที่เสนอโดยพรรคประชาชน 7 จุด พรรคเพื่อไทย 2 จุด พรรคภูมิใจไทย 1 จุด เเละพรรคประชาธิปัตย์ 3.5 จุด

    ทั้งนี้ หากพิจารณารายพรรค กล่าวได้ว่าพรรคประชาชนเเละพรรคประชาธิปัตย์เป็นสองพรรคการเมืองที่เสนอนโยบายครอบคลุมครบทุกเป้าหมายของ SDGs ขณะที่นโยบายของพรรคเพื่อไทยขาดความครอบคลุม SDG5 SDG14 เเละ SDG15 พรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายที่ครอบคลุม SDG5 SDG6 SDG14 เเละ SDG15 ส่วนพรรคเศรษฐกิจขาดความครอบคลุม SDG1 SDG3 SDG4 SDG5 SDG5 SDG6 SDG7 SDG11 SDG12 SDG13 เเละ SDG15



    ดังนั้น เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ จึงจัดกลุ่มเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ (SDGs) ออกเป็น 5 มิติหลัก หรือกรอบ 5P เพื่อใช้ในการสำรวจและวิเคราะห์นโยบายของพรรคการเมืองทั้ง 5 พรรค โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    02 – สำรวจนโยบายของพรรคประชาชน

    | นโยบายของ ‘พรรคประชาชน’ สอดคล้องกับ SDGs จำนวน 397 จุด

    เมื่อพิจารณาความเชื่อมโยงนโยบายกับ SDGs จำแนกตามรายเป้าหมาย พบว่าพรรคประชาชน มีนโยบายกระจุกตัวที่มิติด้านสันติภาพและความสงบสุขมากที่สุด รองลงมาคือ มิติด้านคนและสังคม มิติด้านเศรษฐกิจ มิติด้านสิ่งแวดล้อม และมิติด้านความร่วมมือ ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้


    | เป้าหมายย่อยที่ ‘พรรคประชาชน’ โฟกัสมากที่สุด 

    เมื่อพิจารณาเชิงลึกของนโยบายที่เชื่อมโยงกับ SDGs ข้างต้น ในระดับเป้าหมายย่อยพบว่า 7 เป้าหมายย่อยที่เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรรคประชาชนสูงสุด ได้แก่

    1. เป้าหมายย่อยที่16.6 การสร้างสถาบันของรัฐที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พบนโยบายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 25.5 จุด  และ 
    2. เป้าหมายย่อยที่ 16.7 การตัดสินใจที่รับผิดชอบ ครอบคลุม และประชาชนมีส่วนร่วม พบนโยบายที่เกี่ยวข้อง พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 23 จุด
    3. เป้าหมายย่อยที่ 16.10 การเข้าถึงข้อมูลของรัฐ (Open Data) และการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 13 จุด
    4. เป้าหมายย่อยที่ 16.3 การมีหลักนิติธรรมและส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 12.5 จุด
    5. เป้าหมายย่อยที่ 8.3 การส่งเสริมงานที่มีคุณค่าและสนับสนุนธุรกิจรายย่อย (SMEs) พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 จุด
    6. เป้าหมายย่อยที่ 9.1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและยืดหยุ่น พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 จุด
    7. เป้าหมายย่อยที่ 10.2 การส่งเสริมความครอบคลุมทางสังคม พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน  11 จุด

    การให้ความสำคัญกับประเด็นย่อยข้างต้น สะท้อนว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างรัฐควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีประเด็นเด่นสำคัญ ได้แก่

    • การปฏิรูปสถาบันและระบบการเมือง โดยมีนโยบายที่ชัดเจนในการเสริมสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เช่น นโยบายการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด
    • เศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ นโยบายมุ่งยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจไทยผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Digital & AI) ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิแรงงานแพลตฟอร์ม และการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะผ่านนโยบายตั๋วร่วม
    • การจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงโครงสร้าง ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM2.5 ผ่านการออกกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ รวมถึงการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net-zero) ภายในปี 2050
    • สวัสดิการสังคมและการลดความเหลื่อมล้ำ มีนโยบายสวัสดิการที่ครอบคลุมหลายช่วงวัย เช่น เงินอุดหนุนเด็กเล็ก เบี้ยผู้สูงอายุแบบขั้นบันได และการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนผ่านระบบ One Map เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ

    ในทางตรงกันข้ามหากพิจารณานโยบายที่ พรรคประชาชน เสนอ  พบว่ามีความเชื่อมโยงกับ SDG 5 น้อยที่สุด เพียง 4.5  จุด รองลงมาคือ SDG 14 SDG 15 และ SDG 17 ตามลำดับ โดยสะท้อนการให้น้ำหนักเชิงนโยบายในบางมิติที่ยังจำกัด ได้แก่

    • ความเท่าเทียมทางเพศ แม้จะมีนโยบายสมรสเท่าเทียมและสวัสดิการผ้าอนามัย แต่ไม่ปรากฎนโยบายที่มุ่งเน้นการเพิ่มบทบาทสตรีในระดับการตัดสินใจทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ การยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี
    • การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ได้รับความสำคัญในระดับต่ำ มีคะแนนรวมเพียง 12 จุด นโยบายยังมีความจำกัดนประเด็นการจัดการมลพิษทางทะเลและการสนับสนุนประมงพื้นบ้านรายย่อยในการเข้าถึงตลาด แม้จะเน้นแนวคิดการประมงอย่างยั่งยืน ขณะที่นโยบายด้านทรัพยากรบนบก โดยเฉพาะการต่อต้านการกลายเป็นทะเลทรายและการอนุรักษ์ระบบนิเวศภูเขา ยังไม่ปรากฎอย่างชัดเจน
    • ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มีคะแนนค่อนข้างต่ำเพียง 6.5 จุด นโยบายส่วนใหญ่เน้นความร่วมมือภายในประเทศและการจัดเก็บภาษี แต่ยังขาดนโยบายด้านความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา (ODA) หรือการระดมทรัพยากรทางการเงินไปยังประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ 

    ดังนั้น สะท้อนว่าพรรคประชาชนมีแนวทางนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างระบบการเมืองและการคุ้มครองสิทธิพลเมือง โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างบทบาทของสถาบันรัฐและกลไกการตรวจสอบของประชาชน ภายใต้กรอบคิดว่าการพัฒนาด้านอื่นสามารถเชื่อมโยงและดำเนินไปได้ควบคู่กับความเข้มแข็งของสถาบันและการมีส่วนร่วมของประชาชน


    03 – สำรวจนโยบายของพรรคเพื่อไทย 

    | นโยบายของ ‘พรรคเพื่อไทย’ สอดคล้องกับ SDGs จำนวน 99.5 จุด

    เมื่อพิจารณาคะแนนการเชื่อมโยงนโยบายกับ SDGs จำแนกตามรายเป้าหมาย พบว่าพรรคเพื่อไทย มีนโยบายมีการกระจุกตัวที่มิติด้านเศรษฐกิจ รองลงมาคือ มิติด้านคนและสังคม มิติด้านสันติภาพและความสงบสุข มิติด้านสิ่งแวดล้อม และมิติด้านความร่วมมือ ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • มิติด้านคนและสังคม มีน้ำหนักรองลงมา เน้นประเด็น SDG1 ยุติความยากจน (12.5 จุด) SDG2 ยุติความหิวโหย (5 จุด) SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (6.5 จุด) SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (28 จุด) และ SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ (0 จุด)  โดยนโยบายที่พบ เช่น  นโยบายคนไทยไร้จนพักหนี้-คืนชีวิตเกษตรกร’ เเละ ‘30 บาทรักษาทุก(ข์)ใจ’ สะท้อนการให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะความยากจน สุขภาพ และการศึกษา แต่ยังไม่ปรากฎนโยบายด้านความเท่าเทียมทางเพศที่ชัดเจน
    • มิติด้านเศรษฐกิจ  เป็นมิติที่โดดเด่นที่สุด เน้นประเด็น SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ (3 จุด) SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (15.5 จุด) SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม เเละอุตสาหกรรม (13 จุด) SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ (8 จุด) และ SDG11 เมืองเเละชุมชนที่ยั่งยืน (7.5 จุด) โดยนโยบายที่พบ เช่น ลดค่าไฟฟ้า 3.70 บาทรัฐเป็นลูกค้าของ SME’ เเละ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แสดงถึงการมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นแกนหลักของนโยบายพรรค
    • มิติด้านสิ่งแวดล้อม มีคะแนนรวมค่อนข้างต่ำ โดยพบการเชื่อมโยงนโยบายกับ  SDG6 การเข้าถึงน้ำสะอาด (1 จุด) SDG13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (3.5 จุด) และ SDG12 การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน (2 จุด) โดยนโยบายที่พบ เช่น  นโยบาย e-commerce สัญชาติไทยแผนรับมือโลกรวน’ เเละจัดการน้ำทั้งระบบ ไม่ท่วม-ไม่แล้ง’ ขณะที่ SDG14 นิเวศทางทะเลและมหาสมุทร และ SDG15 ระบบนิเวศบนบก ไม่ปรากฏการเชื่อมโยงเชิงนโยบายที่ชัดเจน
    • มิติด้านสันติภาพและความสงบสุข เน้นประเด็น SDG16 สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง  (15.5 จุด) โดยนโยบายที่พบ เช่น ‘Smart City เมืองปลอดอาชญากรรม รื้อกฎหมาย ล้างระบบ ปลดล็อกรัฐและ ‘ส่งเสริมประชาธิปไตยเน้นการให้ความสำคัญกับนโยบายด้านธรรมาภิบาล ความยุติธรรม และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันทางการเมืองและสังคม
    • มิติด้านความร่วมมือ มีคะแนนต่ำที่สุด โดย SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (0.5 จุด) ซึ่งนโยบายที่พบ เช่น ยกระดับเกษตรกรด้วย AI แสดงให้เห็นว่าการเชื่อมโยงนโยบายกับความร่วมมือระหว่างประเทศและภาคีเครือข่ายยังมีบทบาทจำกัด

    | เป้าหมายย่อยที่ ‘พรรคเพื่อไทย’ โฟกัสมากที่สุด 

    เมื่อพิจารณาเชิงลึกของนโยบายที่เชื่อมโยงกับ SDGs ข้างต้น ในระดับเป้าหมายย่อยพบว่า 7 เป้าหมายย่อยที่เชื่อมโยงกับนโยบายขอพรรคเพื่อไทยสูงสุด ได้แก่

    1. เป้าหมายย่อยที่ 16.6 การสร้างสถาบันของรัฐที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พบนโยบายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 7.5 จุด 
    2. เป้าหมายย่อยที่ 1.3 การทำให้ทุกคนเข้าถึงมาตรการคุ้มครองทางสังคม พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 6 จุด
    3. เป้าหมายย่อยที่ 8.3 การส่งเสริมงานที่มีคุณค่าและสนับสนุนธุรกิจรายย่อย พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 5  จุด
    4. เป้าหมายย่อยที่ 9.1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและยืดหยุ่น พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 จุด
    5. เป้าหมายย่อยที่ 2.3 การเพิ่มรายได้และผลผลิตทางการเกษตร พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 4  จุด
    6. เป้าหมายย่อยที่ 10.2 ความครอบคลุมทางสังคม พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 3.5 จุด
    7. เป้าหมายย่อยที่ 10.4 นโยบายค่าจ้างและความคุ้มครองทางสังคม พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 3.5 จุด

    การให้ความสำคัญกับประเด็นย่อยข้างต้น สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีประเด็นเด่นสำคัญ ได้แก่ 

    • การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลเพื่อความคล่องตัว โดยมีนโยบายอย่าง AI Government และการรื้อกฎหมายปลดล็อกรัฐ สะท้อนว่าพรรคให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐ ลดขั้นตอนราชการที่ล่าช้า และใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความโปร่งใส เพื่อให้ภาครัฐเป็นตัวสนับสนุน (Facilitator) ภาคเศรษฐกิจมากกว่าเป็นอุปสรรค
    • เศรษฐกิจเน้นการแก้หนี้ เติมเงิน ลดค่าครองชีพ นโยบายมุ่งเน้นให้ทุกคนเข้าถึงมาตรการคุ้มครองทางสังคม ผ่านนโยบายล้างหนี้ หวยเกษียณ และรถไฟฟ้า 20 บาท สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างตาข่ายรองรับทางสังคม (Social Safety Net) ที่จับต้องได้ เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินและลดต้นทุนการใช้ชีวิตของประชาชนกลุ่มฐานรากและคนทำงาน
    • การสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจระดับกลางและรายย่อย  ผ่านนโยบายมาตรการประกันกำไร 30% และคูปองปัจจัยการผลิต สะท้อนความพยายามของพรรคในการสร้างรายได้ที่มีความแน่นอนให้แก่เกษตรกร โดยเน้นผลสัมฤทธิ์เชิงรายได้ที่จับต้องได้มากกว่าการอุดหนุนในรูปแบบเดิม 
    • การใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนทุกมิติ มีนโยบายด้าน “AI” และ “แพลตฟอร์มดิจิทัล” สอดแทรกอยู่ในแทบทุกเป้าหมายย่อย เช่น   AI SME, AI Health และ AI Agriculture สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางและลดความเหลื่อมล้ำ

    ในทางตรงกันข้ามหากพิจารณานโยบายที่ พรรคเพื่อไทย  พบว่ามีความเชื่อมโยงกับ SDG 5 น้อยที่สุดไม่ปรากฎคะแนน รองลงมาคือ SDG 14 SDG 15 และ SDG 17 ตามลำดับ โดยสะท้อนการให้น้ำหนักเชิงนโยบายในบางมิติที่ยังจำกัด ดังนี้

    • ความเท่าเทียมทางเพศ ไม่ปรากฏการเชื่อมโยงเชิงนโยบายที่มุ่งเน้นการยุติการเลือกปฏิบัติทางเพศ การป้องกันและแก้ไขความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก หรือการส่งเสริมบทบาทของสตรีในการมีส่วนร่วมและการตัดสินใจในระดับการเมืองและเศรษฐกิจ
    • การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ไม่ปรากฏการเชื่อมโยงโดยตรง ทั้งในประเด็นการจัดการมลพิษทางทะเล การคุ้มครองระบบนิเวศชายฝั่ง และการหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพบนบก
    • ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มีคะแนนค่อนข้างต่ำเพียง 0.5  จุด พบความเชื่อมโยงเพียงในด้านหุ้นส่วนความร่วมมือภายในประเทศ ผ่านนโยบาย “ยกระดับเกษตรกรด้วย AI” ขณะที่ยังไม่ปรากฏนโยบายด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ การระดมทุนเพื่อการพัฒนา หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่ประเทศกำลังพัฒนา

    ดังนั้น สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยมีการเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคและการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน โดยปรากฏนโยบายที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในการสนับสนุนการเพิ่มรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8, SDG 9) รวมถึงนโยบายด้านการปรับปรุงระบบรัฐเพื่อความโปร่งใสและธรรมาภิบาล (SDG 16) ในขณะที่การเชื่อมโยงกับประเด็นด้านความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิความเท่าเทียมเฉพาะกลุ่มยังมีอยู่ในระดับจำกัด


    04 – สำรวจนโยบายของพรรคภูมิใจไทย 

    | นโยบายของ ‘พรรคภูมิใจไทย’ สอดคล้องกับ SDGs จำนวน 38 จุด

    เมื่อพิจารณาคะแนนการเชื่อมโยงนโยบายกับ SDGs จำแนกตามรายเป้าหมาย พบว่าพรรคภูมิใจไทย มีนโยบายมีการกระจุกตัวที่มิติด้านเศรษฐกิจ รองลงมาคือ มิติด้านคนและสังคม มิติด้านสันติภาพและความสงบสุข มิติด้านสิ่งแวดล้อม และมิติด้านความร่วมมือ ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • มิติด้านคนและสังคม มีคะแนนในระดับปานกลาง โดยปรากฏการเชื่อมโยงกับ  SDG1 ยุติความยากจน (4 จุด) และ SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (4.5 จุด) เป็นหลัก รองลงมาคือ SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (2 จุด) และ SDG2 ยุติความหิวโหย (1 จุด) โดยนโยบายที่พบ เช่น  ‘คนละครึ่งพลัสบาร์เตอร์เทรด Barter trading’ เเละ พยาบาลอาสา (ทำงาน ดูแลผู้สูงวัยถึงที่)’ ขณะที่ SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ (0 จุด) ไม่ปรากฏการเชื่อมโยงเชิงนโยบาย เน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นฐาน โดยเฉพาะประเด็นความยากจนและสุขภาพเป็นหลัก
    • มิติด้านเศรษฐกิจ  เป็นมิติที่มีคะแนนสูงที่สุดโดยเฉพาะ SDG8 การเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ดี (8.5 จุด) สะท้อนการเชื่อมโยงกับนโยบายด้านเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ ตามด้วย SDG7 พลังงานสะอาดและเข้าถึงได้ (3 จุด) SDG11 เมืองและชุมชนยั่งยืน (2 จุด) SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ (1.5 จุด) และ SDG9 อุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และนวัตกรรม (1 จุด) โดยนโยบายที่พบ เช่น  จีดีพีโต 3% พลัส ติดปีก SMEs’ เเละ ‘บัตรสวัสดิการ พลัส (ทำบัตรคนจนใหม่)’ แสดงถึงการมุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน ขณะที่นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานปรากฏในระดับจำกัด
    • มิติด้านสิ่งแวดล้อม มีคะแนนรวมค่อนข้างต่ำ โดยพบการเชื่อมโยงกับ SDG13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (2.5 จุด) และ SDG12 การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน (1 จุด) โดยนโยบายที่พบ เช่น  ‘เศรษฐกิจสีเขียว ’ เเละ ‘กองทุนภัยพิบัติ’ ขณะที่ SDG6 การเข้าถึงน้ำสะอาด SDG14 นิเวศทางทะเล และ SDG15 ระบบนิเวศบนบก ไม่ปรากฏการเชื่อมโยงเชิงนโยบาย
    • มิติด้านสันติภาพและความสงบสุข เน้นประเด็น SDG16 สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง  (5 จุด) โดยนโยบายที่พบ เช่น ‘ศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ และ สร้างกำแพง ป้องกัน’ สะท้อนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภาครัฐและกลไกของสถาบันทางการเมือง
    • มิติด้านความร่วมมือ มีคะแนนต่ำที่สุด โดย SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (2 จุด) ซึ่งนโยบายที่พบ เช่น ‘ไทยเป็นไท ในเวทีโลก’  ซึ่งอยู่ในระดับจำกัดเมื่อเทียบกับมิติอื่น

    | เป้าหมายย่อยที่ ‘พรรคภูมิใจไทย’ โฟกัสมากที่สุด 

    เมื่อพิจารณาเชิงลึกของนโยบายที่เชื่อมโยงกับ SDGs ข้างต้น ในระดับเป้าหมายย่อยพบว่า 7 เป้าหมายย่อยที่เชื่อมโยงกับนโยบายขอพรรคภูมิใจไทยสูงสุด ได้แก่

    1. เป้าหมายย่อยที่ 1.2 การลดจำนวนคนจน พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 จุด 
    2. เป้าหมายย่อยที่ 7.2 การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน  พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 จุด 
    3. เป้าหมายย่อยที่ 8.1 การทำให้ GDP เติบโต พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 จุด 
    4. เป้าหมายย่อยที่ 8.2  การยกระดับเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ GDP เติบโต พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 จุด 
    5. เป้าหมายย่อยที่ 8.3 การส่งเสริมงานที่มีคุณค่าและสนับสนุนธุรกิจรายย่อย พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 จุด 
    6. เป้าหมายย่อยที่ 16.1 การยุติความรุนแรงและการลดอัตราการตาย พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 จุด
    7. เป้าหมายย่อยที่ 16.4 การลดการค้าอาวุธ การฟอกเงิน และการต่อต้านอาชญากรรม พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน  2 จุด 

    การให้ความสำคัญกับประเด็นย่อยข้างต้น สะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนที่มุ่งเน้นปากท้องและการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยมีประเด็นเด่นสำคัญ ได้แก่ 

    • การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการลดภาระค่าครองชีพ ปรากฏผ่านนโยบาย เช่น “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งมุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และนโยบาย “จักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานควบคู่กับการส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด
    • การสนับสนุนธุรกิจรายย่อยและ SMEs ผ่านนโยบายติดปีก SMEs เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนและการสนับสนุนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน
    • การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น การเสนอระบบ บาร์เตอร์เทรด (Barter trading)  และการกำหนดเป้าหมายเชิงเศรษฐกิจผ่านนโยบาย จีดีพีโต 3% พลัส 
    • การจัดการประเด็นด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตในสังคม โดยมีนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด เช่น การจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดในระดับอำเภอ และมาตรการด้านความปลอดภัยในสังคม

    ในทางตรงกันข้ามหากพิจารณานโยบายที่ พรรคภูมิใจไทย  พบว่ามีความเชื่อมโยงกับ SDG 5 น้อยที่สุดไม่ปรากฎคะแนน รองลงมาคือ SDG 6 SDG 14  และ SDG 15 ตามลำดับ โดยสะท้อนการให้น้ำหนักเชิงนโยบายในบางมิติที่ยังจำกัด ได้แก่

    • ความเท่าเทียมทางเพศ ยังไม่ปรากฏนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการยุติการเลือกปฏิบัติทางเพศ การขจัดความรุนแรงต่อสตรี หรือการส่งเสริมบทบาทผู้หญิงในระดับการตัดสินใจทางการเมืองและเศรษฐกิจ
    • การจัดการทรัพยากรน้ำและสุขาภิบาล  ยังไม่ปรากฏนโยบายหลักที่เชื่อมโยงกับการเพิ่มการเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัย หรือการพัฒนาและยกระดับระบบสุขาภิบาลและคุณภาพน้ำในระดับนโยบายประเทศ
    • การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ยังไม่ปรากฏนโยบายที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเล ป่าไม้ หรือความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงระบบและเชิงลึก

    ดังนั้น สะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยมีการเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและมาตรการที่มุ่งให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการลดภาระค่าครองชีพ ขณะเดียวกัน นโยบายยังสะท้อนการให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนและการจัดการปัญหาสังคมที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น ปัญหายาเสพติด มากกว่าการเชื่อมโยงกับประเด็นเชิงโครงสร้างด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม


    05 – สำรวจนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ 

    | นโยบายของ ‘พรรคประชาธิปัตย์’ สอดคล้องกับ SDGs จำนวน 167 จุด

    เมื่อพิจารณาคะแนนการเชื่อมโยงนโยบายกับ SDGs จำแนกตามรายเป้าหมาย พบว่าพรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายที่กระจุกตัวที่มิติด้านเศรษฐกิจ รองลงมาคือ มิติด้านคนและสังคม  มิติด้านสันติภาพเเละความสงบสุข มิติด้านสิ่งแวดล้อม และมิติด้านความร่วมมือ ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้


    | เป้าหมายย่อยที่ ‘พรรคประชาธิปัตย์’ โฟกัสมากที่สุด

    เมื่อพิจารณาเชิงลึกของนโยบายที่เชื่อมโยงกับ SDGs ข้างต้น พบว่า 7 เป้าหมายย่อยที่เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรรคประชาธิปัตย์สูงสุด ได้แก่

    1. เป้าหมายย่อยที่ 16.6 การสร้างสถาบันของรัฐที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 11 จุด 
    2. เป้าหมายย่อยที่ 10.2 การส่งเสริมความครอบคลุมทางสังคม พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 8 จุด
    3. เป้าหมายย่อยที่ 9.1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและยืดหยุ่น พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 7.5 จุด
    4. เป้าหมายย่อยที่ 1.3 ทุกคนเข้าถึงมาตรการคุ้มครองทางสังคม พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 จุด
    5. เป้าหมายย่อยที่ 3.d เเจ้งเตือนเเละจัดการความเสี่ยงด้านสาธารณสุข พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 5.5 จุด
    6. เป้าหมายย่อยที่ 16.5 ลดการทุจริตเเละการรับสินบนทุกรูปแบบ พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 จุด
    7. เป้าหมายย่อยที่ 8.6 ลดสัดส่วนเยาวชนที่ไม่มีงานทำ/หลุดจากการศึกษา พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 4.5 จุด

    การให้ความสำคัญกับประเด็นย่อยข้างต้น สะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปสถาบันและระบบการเมือง ได้แก่ 

    • การเสริมปรับรื้อโครงสร้างองค์กรตรวจสอบการทุจริต และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วนด 
    • การสร้างความครอบคลุมทางสังคมและระบบสวัสดิการ โดยเฉพาะการจัดสรรสวัสดิการเเละทรัพยากรเเก่กลุ่มผู้เปราะบางทั้งในการใช้ชีวิต การศึกษา เเละเศรษฐกิจ
    • การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพเเต่คนทุกคนทุกคนเข้าถึงได้นับว่าเป็นโจทย์เสนอที่พบในหลายนโยบาย

    ในทางตรงกันข้าม พบว่าเป้าหมายที่นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์มีความเชื่อมโยงเเละเกี่ยวข้องน้อยมาก คือ SDG14 โดยพบเป้าหมายย่อยที่เกี่ยวข้องเเค่ 1 จุด คือเป้าหมายย่อยที่ 14.7 การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากทะเล เศรษฐกิจสีน้ำเงิน เศรษฐกิจที่ใช้ประโยชน์จากทะเล ประมงผิดกฎหมาย การจับสัตว์น้ำเกินปริมาณ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เสนอนโยบาย ยกระดับกิจการอวกาศของไทย  โดยมีข้อเสนอเชิงประเด็นส่วนหนึ่งที่ระบุถึงทะเลและเศรษฐกิจสีน้ำเงิน โดยจะบูรณาการ AIS ผ่านดาวเทียม เพื่อการจัดการประมง การเดินเรือ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

    ดังนั้น สะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการเชื่อมโยงกับการปฏิรูปกลไกการบริหารรัฐและสวัสดิการสังคมแบบเฉพาะกลุ่ม โดยให้ความสำคัญกับสถาบันรัฐที่โปร่งใสและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ขณะที่ประเด็นด้านทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานปรากฏในระดับรอง


    06 – สำรวจนโยบายของพรรคเศรษฐกิจ

    | นโยบายของ ‘พรรคเศรษฐกิจ’ สอดคล้องกับ SDGs จำนวน 12.5 จุด

    เมื่อพิจารณาคะแนนการเชื่อมโยงนโยบายกับ SDGs จำแนกตามรายเป้าหมาย พบว่าพรรคเศรษฐกิจมีนโยบายที่สอดคล้องกับ SDGs จำนวน 12.5 จุด โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวที่มิติด้านเศรษฐกิจ  รองลงมาคือ มิติด้านสันติภาพเเละความสงบสุข มิติด้านคนและสังคม มิติด้านสิ่งแวดล้อม และมิติด้านความร่วมมือ ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้


    | เป้าหมายย่อยที่ ‘พรรคเศรษฐกิจ’ โฟกัสมากที่สุด 

    เมื่อพิจารณาเชิงลึกของนโยบายที่เชื่อมโยงกับ SDGs ข้างต้น พบว่า 3 เป้าหมายย่อยที่เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรคเศรษฐกิจอย่างโดดเด่น ได้แก่

    1. เป้าหมายย่อยที่ 8.2 ยกระดับเทคโนโลยีช่วย GDP เติบโต พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 จุด
    2. เป้าหมายย่อยที่ 9.1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและยืดหยุ่น พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 จุด
    3. เป้าหมายย่อยที่ 16.6 การสร้างสถาบันของรัฐที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พบนโยบายที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 จุด

    การให้น้ำหนักกับประเด็นย่อยข้างต้น สะท้อนว่าพรรคเศรษฐกิจให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนเเละพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับเศรษฐกิจให้เติบโต ขณะเดียวกันก็เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับการขยายของเศรษฐกิจทั้งทางบกเเละทางทะเล อย่างไรก็ดี ‘สิ่งเเวดล้อม’ เเละ ‘สังคม’ ยังคงเป็นประเด็นที่พรรคเศรษฐกิจมองข้ามโดยพบว่าไม่มีนโยบายที่เสนอเกี่ยวกับเป้าหมายย่อยของ SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ  SDG15 ระบบนิเวศบนบก SDG1 ยุติความยากจน SDG3 สุขภาพเเละความเป็นอยู่ที่ดี เเละ SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ เลยเเม้เเต่จุดเดียว 

    ดังนั้น การเชื่อมโยงกับมิติการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาพรวมยังอยู่ในระดับจำกัด และมุ่งเน้นเฉพาะบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ


    07 – บทสรุป

    714 จุด ที่พบความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนกับนโยบายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้เเม้ยังไม่ครอบคลุมทุกประเด็นเเละมีความเหลื่อมกันอยู่ระหว่างมิติต่าง ๆ เเต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นหมุดหมายที่สะท้อนว่าพรรคการเมืองคิดรอบด้านมากขึ้นในการออกเเบบนโยบาย

    การตัดสินใจเลือกคนเเละพรรคผ่านการกลั่นกรองด้วยเเว่นของ SDGs จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่เพียงเเต่จะช่วยให้ประชาชนมั่นใจว่าจะมีตัวเเทนที่ดีเเละนโยบายการพัฒนาที่ตอบโจทย์ตนเท่านั้น เเต่ยังหมายถึงการเลือก ‘ความยั่งยืน’ ระยะยาว เเละ ‘สมดุล’ ของการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกด้วย เเน่นอนว่าหากรัฐบาลใหม่สามารถดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้ได้อย่างครอบคลุม ครบถ้วน เเละจริงใจ อย่างน้อยที่สุดก็จะช่วยให้ ‘ระบบการบริหารภาครัฐ’ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกเสนอมากที่สุด มีความโปร่งใส เเละตรวจสอบได้มากขึ้น เเละการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนซึ่งต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อม ก็อาจก้าวหน้ามากขึ้น 


    ● เข้าถึงเว็บไซต์ทางการของพรรคการเมือง: 
     พรรคประชาชน 
    พรรคเพื่อไทย 
    พรรคภูมิใจไทย 
    พรรคประชาธิปัตย์ 
    พรรคเศรษฐกิจ

    หมายเหตุ: ก่อนหน้านี้ SDG Move ได้จัดทำแบบSDG Policy Survey นำเสนอความต้องการของประชาชนต่อ “นโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน” สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 อ่านสรุปผลการสำรวจเพิ่มเติมได้ที่นี่

    ดาวน์โหลดข้อมูลจำแนกนโยบายตามประเด็นความยั่งยืนที่ใช้ในการประมวลผล

    แพรวพรรณ ศิริเลิศ และอติรุจ ดือเระ  – เรื่อง
    วิจย์ณี เสนแดง – ภาพประกอบ

    Last Updated on กุมภาพันธ์ 7, 2026

    จำนวนครั้งที่เข้าชม: 4,837

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sdgmove.com/2026/02/06/sdg-policy-focus-thailand-election-69/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mt-_GHvULRobfHu9imImC

  • “ราศีเมถุน” ผู้ใหญ่หนุน การงานก้าวหน้า การเงินดีขึ้นแต่ผันผวน ความรักมีเกณฑ์เปิดตัว

    “ราศีเมถุน” ผู้ใหญ่หนุน การงานก้าวหน้า การเงินดีขึ้นแต่ผันผวน ความรักมีเกณฑ์เปิดตัว

    สัปดาห์พยากรณ์/ภิญโญ  พงศ์เจริญ

    พยากรณ์ระหว่างเสาร์ที่ 7 ก.พ. – วันศุกร์ที่ 13 ก.พ. 2569

    ราศีเมษ  

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  13  เมษายน – 14  พฤษภาคม

    ควรรับฟังคำแนะนำของคนรอบข้างไว้บ้าง จะมีการเดินทางไปร่วมกิจกรรมสำคัญ มีรายได้เข้ามาหลายทาง  ทำให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น  ควรระมัดระวังเรื่องการเงินการลงทุนการใช้จ่ายเงินให้ดี  ควรระวังการถูกหลอกลวง    เงินทองที่มีอยู่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย  การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์  ได้สิ่งของต้องใจที่หาได้ยากจากเพศตรงข้าม ความรักจะบังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความสัมพันธ์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางด้านการเงินและมีผลประโยชน์ร่วมกัน  ทำให้มีหลักฐานมั่นคงยิ่งขึ้น ทำให้มีความสุขและมีหน้ามีตาในสังคม มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไกลไปกับคนรัก

    ราศีพฤษภ  

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  15  พฤษภาคม – 14 มิถุนายน

    มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลกๆ  ได้ร่วมงานในองค์กรการกุศล  สวัสดิการและการสังคมสังเคราะห์  ควรอยู่อย่างสงบ  รู้เท่าทันเหตุการณ์  จึงจะฝ่าฟันอุปสรรคเกี่ยวกับการงานไปได้  โชคดีได้ลาภเป็นของเก่า   ผลงานเก่าๆ ที่ทำไว้  มีโอกาสได้ซื้อหรือจัดหาทรัพย์สินชิ้นใหม่   ไม่ควรให้ใครยืมของรัก เพราะจะนำความเดือดร้อนมาสู่ท่านในภายหลัง  ทรัพย์สินที่คิดว่าสูญเสียไปแล้วก็จะได้คืน ระวังการเสียรู้ทางการเงิน   เงินทองบางส่วนจะใช้จ่ายไปเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาและการพักผ่อน  มีความรักที่แตกต่างกันในหลายๆ ด้าน  ความคลางแคลงใจถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น  ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆ ลงตัว  คนโสดจะได้พบรัก  คนไม่โสดก็มีโชคเรื่องความรักเช่นกัน  แต่ควรระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุเกี่ยวกับคนรักและความรักเอาไว้บ้าง

    ราศีเมถุน 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  15  มิถุนายน – 15  กรกฎาคม

    จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานด้วยดี  มีโอกาสได้หุ้นส่วนที่ดี  ได้ใช้ความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน  จะทำการสิ่งใดควรมีสติ  รอบคอบ ไม่ควรผลีผลาม  ควรควบคุมอารมณ์ของตนให้ได้   การกล้าคิด  กล้าพูด  กล้าทำ  ท่านจะสามารถแก้ไขปัญหาปัญหาได้  มีโอกาสได้ศึกษาอบรมเพิ่มเติม  การจัดการทางการเงินและทรัพย์สินที่ดีทำให้มีเงินทองมากขึ้น  หากมีโอกาสก็ควรช่วยเหลือบุคคลอื่นบ้าง  แต่การเงินยังคงมีการพลิกผันอยู่ตลอดเวลา  จึงไม่ควรให้ใครกู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกันที่มั่นคง การใช้จ่ายควรประหยัดและเก็บออมไว้บ้าง  เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย  การค้ำประกันบุคคลหรือทรัพย์สินควรหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธเสียเลยจะดีกว่า  ความรักมีโอกาสเดินทางไปทำกิจกรรมร่วมกันทำให้เข้าใจกันดีขึ้น  จะพบรักที่มีความเหมาะสมกัน  เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ประกาศความสัมพันธ์กัน  นำคนรักไปเปิดเผยในสังคม 

    ราศีกรกฎ 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  16  กรกฎาคม – 16  สิงหาคม

    การงานควรรักษาผลงานเก่าๆ และวิถีทางเก่าๆ เอาไว้ให้ดี  ไม่ควรเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว   ควรรักษามาตรฐานที่ดีเอาไว้  แต่ควรระมัดระวังการอิจฉาริษยาและถูกใส่ร้ายป้ายสีจากคนอื่น  ควรรับฟังคำแนะนำของคนรอบข้างบ้าง    มีการเดินทางไปร่วมกิจกรรมสำคัญ  มีโอกาสได้รู้จักกับบุคคลในระดับสูงและบุคคลต่างถิ่นต่างแดน  มีเพื่อนฝูงแนะนำงานใหม่เข้ามาให้ทำ  จะได้ลาภเป็นของเก่าๆ   ผลงานเก่าๆ ที่ทำไว้  จะส่งผลดีในระยะนี้  มีทั้งรายจ่ายที่จำเป็นและรายจ่ายที่จำใจ  มีรายจ่ายเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพเพิ่มมากขึ้น   เรื่องทรัพย์สินเงินทองควรรอบคอบ  ทำให้กระจ่างและโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ง่าย  มีเงินเหลือก็ควรเก็บออมไว้ใช้ในยามจำเป็นบ้าง  ตนเองมักจะไม่ได้ใช้จ่ายของตน  แต่กลับถูกนำไปใช้เพื่อคนอื่น  เงินทองถูกใช้จ่ายไปเป็นค่าภาษีสังคมและกิจกรรมสาธารณะประโยชน์   ความรักควรเอาใจเขามาใส่ใจเราและยับยั้งชั่งใจให้ดี

    ราศีสิงห์ 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  17  สิงหาคม – 16  กันยายน

    มีงานใหม่ๆเข้ามาให้ทำมากขึ้น มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น จะได้ใช้ความรู้ความสามารถมากขึ้นเป็นที่ไว้วางใจของผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน มีความพึงพอใจในผลงานของตน  ทำให้ได้ตำแหน่งที่ดีและมีความก้าวหน้า  การเงินควรระวังการใช้จ่ายให้ดี  เพราะจะเสียเงินโดยไม่จำเป็น  ได้เงินมามากก็ใช้เงินมาก  จะมีเรื่องใช้เงินอยู่เสมอ  ทั้งรายจ่ายที่จำเป็นและจำใจ  ญาติบุตรบริวารทำให้มีรายจ่ายมากขึ้น เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย   มีโอกาสได้ศึกษาอบรมเพิ่มเติม  การมีแผนงานที่ดีและได้รับการสนับสนุนและร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานทำให้การงานของท่านฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว   ปัญหาต่างๆ ได้ถูกคลี่คลายลงไป  ข่าวลือเรื่องรักวุ่นๆ เริ่มจางหายไป  ความคลางแคลงใจจะถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น  ควรนำคนรักไปเปิดเผยในสังคม คนที่มีครอบครัวแล้วก็สามารถครองรักกันได้ด้วยดี

    ราศีกันย์  

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  17  กันยายน – 16  ตุลาคม

    จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานที่ดี    ควรระวังการลงลายมือชื่อในเอกสารสัญญา  เพราะอาจถูกหลอกลวงได้ง่าย  มีงานยากๆเข้ามาให้ทำ  ต้องอาศัยความรอบคอบและเพียรพยายามอย่างสูงจึงจะทำได้สำเร็จ     การงานมีเกณฑ์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น  การเงินสะพัดรับมือซ้ายจ่ายมือขวาเข้าแล้วออกผ่านมือไปอย่างรวดเร็วจนน่าเสียดาย   โชคดีจากผลงานเก่า ๆ   ได้ของเก่า ๆ มรดกพินัยกรรม  ปัญหาทางการเงินที่เป็นอยู่สามารถแก้ไขได้ จะได้ผลประโยชน์จากผลงานเก่า ๆ ของเก่า ๆ พอมีเงินให้เหลือเก็บบ้าง  ทรัพย์สินที่คิดว่าสูญเสียไปแล้วก็จะได้คืน   การใช้จ่ายเงินควรรอบคอบไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามใจตนเอง   ความรักหลงรักคนใกล้ตัว คนรักช่วยเหลือกันด้านการงานสามารถพึ่งพาอาศัยกันได้ ได้คบหาสมาคมกับเพศตรงข้ามหลายคน จะได้บริวาร บริวารยังอยู่ในแถวดี 

    ราศีตุลย์ 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  17  ตุลาคม  –  15  พฤศจิกายน

    ควรดูแลสุขภาพของผู้หลักผู้ใหญ่ บิดามารดา คนใกล้ชิดให้ดี เพราะอาจเจ็บป่วยต้องรักษาพยาบาลกัน  มีโอกาสเดินทางไกล  ได้ศึกษาหรือดูงานต่างถิ่นต่างแดน ได้ศึกษาวิชาแปลกๆ วิชาลี้ลับมหัศจรรย์  วิชาที่ปิดบังซ่อนเร้น  สนใจเรื่องความตายและความเป็นไปเบื้องหลังความตาย จะได้ร่วมประกอบพิธีรีตองสำคัญทางศาสนา มีความเห็นขัดแย้งกับผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ไม่ให้การสนับสนุนเหมือนเก่า  ระวังจะมีปัญหาเก่าๆ มรดกเก่าๆ งานเก่าๆ ของเก่าๆ  ที่ต้องแก้ไขสะสาง  ระวังสุขภาพให้ดีเพราะอาจเจ็บป่วยได้ง่าย  ระวังจะใช้วิชาการผิดพลาด  เกิดอาการท้อแท้ใจ จะได้ผลประโยชน์จากการเข้าหุ้นส่วน ได้รับเงินปันผล ได้รับเงินส่วนแบ่งเกี่ยวกับธุรกิจการงานพิเศษ จะได้ทรัพย์สินผลประโยชน์จากสิ่งเก่าๆ  สนใจในธรรม ปฏิบัติตนอยู่ในครรลองครองธรรม  ปรับปรุงวิถีการดำเนินชีวิตให้ดีขึ้น       อาจมีการเดินทางเพราะกิจการของพระศาสนาหรือการโฆษณาป่าวร้อง

    ราศีพิจิก 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  16  พฤศจิกายน – 15  ธันวาคม

    มีรายได้เข้ามาหลายทาง ทั้งรายได้ประจำ พิเศษและแบบลาภลอย  สุขภาพจะแข็งแรงขึ้น  ได้คบหาสมาคมกับคนในเครื่องแบบ ช่างเทคนิค  วิศวกร  นักกระดิษฐ์ บริวารจะโชคดี  ประสบความสำเร็จ นำชื่อเสียงเกียรติยศมาให้  มีความคิดริเริ่ม จะได้ริเริ่มโครงการใหม่ๆ มีโครงการอะไรก็ให้ทำไปตามแผนการก็จะประสบกับความสำเร็จ  ได้เครื่องมือเครื่องใช้ในการอำนวยความสะดวกใหม่ๆ   จะได้พบคนรักโดยไม่รู้ตัว เป็นรักที่ลึกซึ้งจริงจัง  มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดี ได้บุตรบริวารคนใต้บังคับบัญชาที่ดี  ได้ร่วมงานเกี่ยวกับเด็กๆและสตรี  ได้สัตว์เลี้ยง โชคดีด้านการงาน มีชื่อเสียงเกียรติยศ  มีงานใหม่ๆ เข้ามาให้ทำ  ได้ลาภจากผู้ใหญ่คนดีมีความรู้  ได้ศึกษาอบรมแสวงหาความรู้ใหม่ๆ คู่แข่งทางการงานแต่จะเข้ามาขอคืนดีกับท่าน ไม่ควรไว้วางใจเพราะจะทำให้ท่านเสียหายในภายหลัง มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่

    ราศีธนู  

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  16  ธันวาคม – 14 มกราคม

    มีโอกาสได้ศึกษาอบรมมีความรู้เพิ่มเติม  มีการเจรจานัดหมายกำหนดการต่างๆ อันเป็นผลประโยชน์  มีการโต้ตอบทางการเจรจาและเอกสาร  ถึงแม้จะฉลาดก็ไม่วายถูกล่อลวงเรื่องการเงิน  ไม่ชอบการเสี่ยงโชคและการพนันขันต่อ  ไม่สนใจเรื่องจำนวนเงินมากนัก  แต่ไม่ประมาทในการใช้จ่าย  มีรายได้เข้ามาหลายทาง  การบริหารจัดการทางการเงินและทรัพย์สินที่ดีทำให้ฐานะการเงินดีขึ้น  มีโอกาสได้ช่วยเหลือบุคคลอื่น  ไม่ควรให้ใครกู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกันที่มั่นคง การใช้จ่ายควรประหยัดและเก็บออมไว้บ้าง   มีการนัดหมายกับคนรัก  มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับคนรัก  ทำให้เข้าใจกันในคนรักมากขึ้น  มีการโต้ตอบทางการเจรจาและเอกสาร  อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงทำให้เกิดความไม่เข้าใจกับคนรัก 

    ราศีมังกร 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  15 มกราคม – 12  กุมภาพันธ์

    มีโอกาสเดินทางไกลเพราะการงาน  จะได้พบปะคนต่างถิ่นต่างแดน  การงานมีการเปลี่ยนแปลงไปในแนวทางที่ดีขึ้น  ควรมอบหมายหน้าที่การงานให้ชัดเจน คนที่ยังไม่มีงานทำจะได้ทำงานที่ชอบและเหมาะสม  การงานแม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ด้วยแผนงานที่ดีและมีบริวารให้การสนับสนุนประกอบกับความรู้ความสามารถที่มีอยู่ทำให้ประสบความสำเร็จ   จะได้สิ่งของเก่าๆ ซึ่งมีผลทางจิตใจ   ถึงแม้ท่านจะได้เงินมามากก็ใช้เงินมากเช่นกัน บุตรบริวารทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น  การที่ท่านมีความละเอียดถี่ถ้วนทำให้สามารถควบคุมการใช้จ่ายได้ดี    มีโอกาสได้ซื้อหรือจัดหาที่อยู่อาศัย สำนักงาน ที่ดินและยวดยานพาหนะใหม่ได้  สนใจของใหม่ๆ

    ราศีกุมภ์ 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  13  กุมภาพันธ์ – 14  มีนาคม

    มีงานลับเร่งด่วนเข้ามาให้ทำซึ่งต้องรีบทำให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในระยะเวลาที่กำหนด  ผู้ใหญ่จะมอบหมายหน้าที่สำคัญให้ทำ  มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการสมัยใหม่  จะได้พบปะสังสรรค์กับผู้คนมากมาย  ส่วนท่านที่ยังไม่ได้งานทำก็จะได้งานที่พึงพอใจ  มีการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย  สำนักงานให้ดีขึ้น  เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อยดีอยู่เสมอ การค้ำประกันบุคคลหรือทรัพย์สินควรหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธเสียเลยจะดีกว่า เพราะจะนำความเดือดร้อนมาสู่ท่านในภายหลัง ควรระมัดระวังการใช้จ่ายให้ดี  เพราะอาจจะเสียเงินโดยไม่จำเป็น  จะเป็นที่สนใจของเพศตรงข้าม  มีโอกาสเดินทางร่วมกัน  ข่าวลือเรื่องรักวุ่นๆ จางหายไป  ความคลางแคลงใจจะถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น 

    ราศีมีน 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  15  มีนาคม – 12  เมษายน

    เงินทองถูกนำไปใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพ  แต่โชคดีมีรายได้จากผลงานเก่าๆมีการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัย  ทรัพย์สินเงินทองที่ผู้อื่นหยิบยืมไปแล้วยังไม่ได้คืนหรือสูญหายไปจะได้กลับคืน เงินทองอาจมีการรั่วไหลจึงควรมีการเข้มงวดทางการเงิน   การใช้จ่ายควรมีหลักฐานและระเบียบที่ชัดเจน  สามารถตรวจสอบได้ง่าย  ท่านมีโชคลาภทางการเงิน  อันมีผลจากการทำงานและการเสี่ยงโชค  จะได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์   หากมีคดีเกี่ยวกับทรัพย์ก็จะชนะคดี  มีเงินเหลือก็ควรเก็บออมไว้ใช้ในยามจำเป็นบ้าง  คนรักและบุตร-บริวาร ทำให้ท่านชื่นใจ เป็นโอกาสดีที่ควรพาคนรักและบริวารเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้างจะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น  ท่านที่ยังไม่มีคู่จะมีเพื่อนต่างเพศเข้ามาสนใจ  จนทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางอารมณ์ 

    #ราศีเมถุน #ดูดวงวันนี้ #ดวงการงาน #ดวงการเงิน #ดวงความรัก #สายมู #ดวงแม่น #ข่าวดวง #ไวรัลดวง #12ราศี #ภิญโญพงศ์เจริญ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/horoscope/127219&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-hsefEO7uoqNyYnp4uraH