Category: วัฒนธรรม

  • เปิดตัว Micron 9650 SSD รุ่นใหม่ที่มาพร้อมอินเทอร์เฟซ PCIe 6.0 ตัวแรกของโลก เร็วแรงระดับ …

    เปิดตัว Micron 9650 SSD รุ่นใหม่ที่มาพร้อมอินเทอร์เฟซ PCIe 6.0 ตัวแรกของโลก เร็วแรงระดับ …

    KODAK กลับมาอีกครั้ง รอบนี้ไม่ได้ทำฟิล์ม แต่ทำ SSD M.2 PCIe 3.0 บน PC เน้นความอึดถึกทน อ่านเขียน 900 TBW ก็ไม่พัง · ความเร็วการอ่าน 28 GB/s หรือ 28,000 MB/s มากกว่าเดิมเท่านึง …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://droidsans.com/micron-9650-ssd-pcie-6/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1or_d8Q5YcmkxpOPoTHDWK

  • ประวัติ “ศุภชัย ใจสมุทร” ผงาดขึ้นแท่นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลอนุทิน

    ประวัติ “ศุภชัย ใจสมุทร” ผงาดขึ้นแท่นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ ศุภชัย ใจสมุทร ลูกหม้อพรรคภูมิใจไทย อดีตที่ปรึกษาประธานสภา “ชัย ชิดชอบ” บิดา “เนวิน” จากเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สะพัดเตรียมขึ้นสู่ว่าที่ รมว.ยธ.

    วันที่ 20 ก.พ. 2569 ภายหลังพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ข่าวการจัดตั้งรัฐบาล และโผคณะรัฐมนตรีก็เริ่มหลุดออกมา โดยตำแหน่งที่น่าสนใจในครั้งนี้ 1 ในนั้น คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มีข่าวแพร่สะพัดว่า นายศุภชัย ใจสมุทร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันนั่งในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์) และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายการเมือง กลับมีชื่อว่าจะได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แทน พลตำรวจโทรุทธพล ที่จะหลุดจากตำแหน่งไปในครั้งนี้

    ประวัติ “ศุภชัย ใจสมุทร”

    สำหรับประวัติ นายศุภชัย ใจสมุทร เกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2501 ปัจจุบันอายุ 67 ปี เป็นชาวอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เป็นบุตรของนายบำรุงและนางเจะหวา ใจสมุทร จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท จากคณะรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

    ก่อนเข้าสู่วงการเมือง นายศุภชัยมีอาชีพเป็น ทนายความ ทำให้มีความเชี่ยวชาญด้านข้อกฎหมายอย่างมาก เล่นการเมืองครั้งแรกด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ในสังกัดพรรคไทยรักไทย แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองโฆษกพรรคพลังประชาชน

    ต่อมา “กลุ่มเพื่อนเนวิน” แยกตัวออกมาจากพรรคพลังประชาชน นายศุภชัยซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์) ได้ตัดสินใจมาร่วมสร้างพรรคภูมิใจไทย ในปี 2551 และได้รับบทบาทสำคัญเป็น โฆษกพรรค คนแรกๆ และมักได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องข้อบังคับพรรค กฎหมายการเลือกตั้ง และการแก้ต่างคดีความสำคัญให้กับพรรคภูมิใจไทย

    นอกจากนี้ยังถูกแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ของนายชัย ชิดชอบ บิดาของนายเนวิน ชิดชอบ และเคยเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

    ต่อมาในปี 2554 นายศุภชัย ได้รับการเลือกตั้ง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และยังได้รับเลือกเป็นรองเลขาธิการพรรค ต่อมาในปี 2562 ได้รับเป็น สส.บัญชีรายชื่อ อีกสมัย และในปี 2563 ได้รับเลือกเป็นนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย

    กระทั่งในปี 2566 ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อเข้าสู่รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของนางสาวศุภมาส อิศรภักดี และต่อมาในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์) ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568

    จนกระทั่งล่าสุดมีข่าวสะพัดว่า ครม.อนุทิน 2 นายศุภชัย จะได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแทน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2915478&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03lB_VN4cpTbjof_Q2rdEC

  • “ม.อัสสัมชัญ” ผนึกอุตสาหกรรม EV เปิดศูนย์วิจัยพลังงานใหม่ ปั้นบุคลากรขั้นสูง รับยุค New Energy Vehicle

    “ม.อัสสัมชัญ” ผนึกอุตสาหกรรม EV เปิดศูนย์วิจัยพลังงานใหม่ ปั้นบุคลากรขั้นสูง รับยุค New Energy Vehicle

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/automobile/130412&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0su-6xjOmUjEGmLUTN4Zty

  • ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส คว้ารางวัลหนังสือดีเด่น ปี 2569 จาก สพฐ. – ไทยพีบีเอส

    ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส คว้ารางวัลหนังสือดีเด่น ปี 2569 จาก สพฐ. – ไทยพีบีเอส

    The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์ ผลงานประพันธ์ของ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ประเภทหนังสือสารคดี ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม จาก สพฐ.

    เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แถลงข่าวผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ., นายวินัย รอดจ่าย และ นางสุกัญญา งามบรรจง รองประธานคณะกรรมการพิจารณาตัดสินฯ รวมถึง จักรกฤต โยมพะยอม กรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ร่วมแถลงข่าว ณ บริเวณหน้าห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

    การประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.เพื่อคัดเลือกผลงานที่พิมพ์เผยแพร่เป็นเล่มบริบูรณ์ครั้งแรกในปี 2568 โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 403 เรื่อง ครอบคลุมหนังสือหลายประเภท ทั้งสารคดี นวนิยาย กวีนิพนธ์ รวมเรื่องสั้น หนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน หนังสือการ์ตูนและนิยายภาพ และหนังสือสวยงาม โดยผลการพิจารณารางวัลหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 มีหนังสือได้รับรางวัลรวม 54 เรื่อง แบ่งเป็นรางวัลดีเด่น 14 เรื่อง และรางวัลชมเชย 40 เรื่อง

    The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์ ได้รับรางวัลดีเด่นในกลุ่มหนังสือสารคดี ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าเป็นผลงานที่สะท้อนภาพวิกฤตสิ่งแวดล้อมครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่สั่งสมมากกว่า 30 ปี จากการเดินทางและศึกษาปัญหาในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    เนื้อหาของหนังสือนำเสนอการวิเคราะห์สถานการณ์สิ่งแวดล้อมร่วมสมัย เชื่อมโยงมิติทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรม พร้อมชี้ให้เห็นถึง “วิกฤตโลกสามด้าน” (Triple Planetary Crisis) ได้แก่ วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และวิกฤตมลพิษ ซึ่งกำลังคุกคามความอยู่รอดของมนุษยชาติอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันยังนำเสนอแนวทางปรับตัวและตัวอย่างความหวังจากหลายพื้นที่ทั่วโลก สะท้อนพลังของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการสร้างความยั่งยืน

    ผู้ได้รับรางวัลจะเข้ารับพระราชทานรางวัลในพิธีเปิดงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และ สัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานและพระราชทานรางวัล ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/org/awards/52021/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38LK9JnYoskSc5kEERye5c

  • ยื่นศาลปกครอง ระงับ ผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ยื่นศาลปกครอง ระงับ ผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ยื่นศาลปกครอง ระงับผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    สภาผู้บริโภคยื่นศาลปกครอง เพิกถอนกระบวนการรับฟังความเห็น ผังเมืองกรุงเทพฯ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ชี้ขั้นตอนจัดทำขัดกฎหมาย กระทบสิทธิประชาชน

    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยเห็นว่าขั้นตอนการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขัดต่อมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 และกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค

    ยื่นศาลปกครอง ระงับ ผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย : ปัณณฑัต สุนทรอารมณ์

    ปัณณฑัต สุนทรอารมณ์ ทนายความสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า สภาผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการผังเมือง กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯ กทม. และกรมโยธาธิการและผังเมือง ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนการจัดทำร่างผังเมืองรวม และให้กลับไปดำเนินการใหม่ให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะมาตรา 9 ซึ่งกำหนดให้ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

    ปัณณฑัต กล่าวอีกว่า แม้หน่วยงานจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น แต่ข้อเท็จจริงสะท้อนว่าเป็นการชี้แจงข้อมูลมากกว่าการรับฟังความเห็น และกระบวนการจัดทำผังเมืองยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

    สภาผู้บริโภคจึงขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการดำเนินการเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ไว้เป็นการชั่วคราว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอศาลมีคำสั่งรับฟ้องและพิจารณาคำร้องขอทุเลา ทั้งนี้ การยื่นฟ้องมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของผังเมือง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกรรมสิทธิ์ที่ดิน การอยู่อาศัย และการดำรงชีพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร

    ปัณณฑัต  ยืนยันว่า การระงับการดำเนินการเรื่องผังเมืองจะไม่กระทบต่อการบริหารงานของรัฐ เนื่องจากผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

    ยื่นศาลปกครอง ระงับ ผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย : ก้องศักดิ์ สหศักดิ์มนตรี

    ก้องศักดิ์ สหศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค กล่าวถึงปัญหาของกระบวนการจัดทำ ผังเมืองกรุงเทพฯ ว่า การจัดทำผังเมืองดังกล่าว เริ่มต้นจากการประชาสัมพันธ์ที่ไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่รับรู้ข้อมูล ทั้งที่ผังเมืองมีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในที่ดิน การเวนคืน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และคุณภาพชีวิต

    แม้จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครบ 50 เขต แต่รูปแบบการจัดประชุมยังถูกตั้งคำถามว่าใช้เวลาชี้แจงจากหน่วยงานเป็นหลัก ขณะที่ประชาชนมีเวลาจำกัดในการแสดงความคิดเห็น และบางพื้นที่มีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 10 คน

    นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงเนื้อหาร่างผังเมืองที่เพิ่มความหนาแน่นในพื้นที่สีส้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) และสีแดง (พื้นที่พาณิชยกรรม) ขยายโอกาสก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ขณะที่พื้นที่สีเขียวลดลง พร้อมระบุว่าผังเมืองต้องพูดถึงผลกระทบอย่างรอบด้านตามกฎหมาย ไม่ใช่นำเสนอแต่ด้านที่ดีเท่านั้น

    ทั้งนี้ ในรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มีคำวินิจฉัยว่ากระบวนการจัดทำร่างผังเมืองดังกล่าวละเมิดสิทธิมนุษยชน ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนคำฟ้อง ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่ากระบวนการจัดทำร่างผังเมืองในครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    “การสื่อสารส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในช่องทางออนไลน์และการติดประกาศในหน่วยงานราชการ ส่งผลให้ตลอดกระบวนการมีผู้เข้าร่วมเพียงราว 30,000 คน คือ ไม่ถึง 1% ของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่ากระบวนการประชาสัมพันธ์ล้มเหลว” ก้องศักดิ์กล่าว

    ปฐมพงศ์ เจียมอุดมศิลป์

    ทางด้าน ปฐมพงศ์ เจียมอุดมศิลป์ ประธานสภาผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงที่มาของการคัดค้านการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครว่า ผังเมืองฉบับปัจจุบันประกาศใช้เมื่อปี 2556 และกำหนดให้มีการทบทวนทุก 5 ปี ต่อมาในช่วงปี 2559–2560 หน่วยงานได้เริ่มจัดทำร่างผังเมืองตามพระราชบัญญัติการผังเมืองฉบับเดิม

    อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีรัฐธรรมนูญปี 2560 และพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดชัดว่าการออกกฎหมายหรือมาตรการที่กระทบสิทธิประชาชนต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสียก่อน แต่กระบวนการที่ดำเนินการกลับเป็นการจัดเวทีนำเสนอร่างที่จัดทำเสร็จแล้ว โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในการชี้แจง และเปิดให้ซักถามเพียงช่วงสั้น ๆ โดยเป็นการเล่าให้ฟังมากกว่าการรับฟังความคิดเห็นอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ ร่างผังเมืองที่จัดทำในช่วงปี 2560–2562 มีเพียง 4 ผัง ขณะที่กฎหมายใหม่กำหนดให้ต้องมี 6 ผัง จึงต้องมีการจัดทำเพิ่มเติมอีก 2 ผัง และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในปี 2565 – 2566 แต่รูปแบบยังคงเน้นการนำเสนอข้อมูลจากหน่วยงานเป็นหลัก

    “หลักการตามกฎหมายกำหนดให้ต้องรับฟังความคิดเห็นก่อนนำไปยกร่าง ไม่ใช่จัดทำเสร็จแล้วจึงนำมาเสนอให้ประชาชนรับทราบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีบริบทแตกต่างกัน การจัดทำผังเมืองจึงควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน เพื่อให้การพัฒนาเมืองสอดคล้องกับสภาพจริงและไม่กระทบสิทธิของประชาชนโดยไม่จำเป็น” ปฐมพงศ์กล่าวย้ำ


    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ยกมติ กสม. รับฟังความเห็นประชาชนก่อนทำ ร่างผังเมืองรวม กทม.

    เสนอรัฐ ยกเลิกวางผังเมืองกระทบชุมชน ปฏิรูปกฎหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/200269_bkk-plan-sue_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gwk0ralWqee73FgOQHYes

  • ปลุกพลังเด็กไทยรักการอ่าน! สพฐ. แถลงผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 | เดลินิวส์

    ปลุกพลังเด็กไทยรักการอ่าน! สพฐ. แถลงผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 20 ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แถลงข่าวผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 โดยนายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการอ่าน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้เรียน “อ่านออก เขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง และคิดเป็น” เพราะการอ่านเป็นทักษะพื้นฐานและเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาความคิด เสริมสร้างจินตนาการ และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ หนังสือจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาทักษะการอ่าน ดังนั้น สพฐ.ได้จัดประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประพันธ์ ผู้วาดภาพประกอบ ผู้จัดพิมพ์ สำนักพิมพ์ และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีส่วนร่วมในการผลิตหนังสือที่มีคุณภาพและสารประโยชน์เผยแพร่สู่สาธารณชนเพิ่มมากขึ้น

    การประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 เป็นการประกวดหนังสือที่พิมพ์โฆษณาเป็นเล่มบริบูรณ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2568 ในปีนี้มีผู้ประพันธ์ ผู้จัดพิมพ์ และหน่วยงานต่างๆ ร่วมส่งหนังสือประกวดรวมจำนวนทั้งสิ้น 403 เรื่อง แยกเป็นกลุ่มหนังสือต่าง ๆ ได้แก่ หนังสือสารคดี หนังสือนวนิยาย หนังสือกวีนิพนธ์ หนังสือรวมเรื่องสั้น หนังสือสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3-6 ปี หนังสือสำหรับเด็ก อายุ 7-12 ปี หนังสือสำหรับวัยรุ่น อายุ 13-18 ปี หนังสือการ์ตูน และ หรือนิยายภาพ และหนังสือสวยงาม ทั้งนี้ สพฐ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตัดสินประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. เป็นประธานกรรมการ นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ. นายวินัย รอดจ่าย และนางสุกัญญา งามบรรจง เป็นรองประธานกรรมการ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบัน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นกรรมการ และ ผอ.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ

    ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 จะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลในพิธีเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และพระราชทานพระราชวโรกาสให้นำผู้ชนะการประกวดหนังสือดีเด่นเข้าเฝ้ารับพระราชทานรางวัล ในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 ภายในงานจะมีนิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ของ สพฐ. จัดแสดงให้สาธารณชนได้เข้าชมและร่วมกิจกรรมตลอดงาน

    สำหรับผลการพิจารณาตัดสินหนังสือให้ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นประจำปี 2569 มีหนังสือได้รับรางวัล 54 เรื่อง แยกเป็น รางวัลดีเด่น 14 เรื่อง รางวัลชมเชย 40 เรื่อง ดังรายชื่อต่อไปนี้ หนังสือสารคดี มี 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม รางวัลดีเด่น เรื่อง The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์ ประพันธ์โดย วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ รางวัลชมเชย จำนวน 1 เรื่อง เรื่อง ส่องโพรง สืบไพร ประพันธ์โดย ทีมนักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก ด้านประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม รางวัลดีเด่น เรื่อง ชายแดนใต้ : สยามส่วนพิเศษ ประพันธ์โดย วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) 1. เรื่อง พระนั่งเกล้าฯ ไม่โปรดการละคร แต่เป็นยุคทองของวรรณคดี ประพันธ์โดย ธนโชติ เกียรติณภัทร 2. เรื่อง ราชินิกุล บุนนาค ประพันธ์โดย นายภัทรพล เปี้ยวนิ่ม และนายปิติรัชต์ จูช่วย 3. เรื่อง สยามไซไฟ ประพันธ์โดย ภัทรนิษฐ์ สุรรังสรรค์ ด้านการท่องเที่ยว อาหาร ชีวประวัติ และอื่น ๆ รางวัลดีเด่น เรื่อง สุดยอดศาสนสถานแดนมังกร พุทธ เต๋า ขงจื่อ ประพันธ์โดย ปริวัฒน์ จันทร รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) เรื่อง ความทุกข์ครั้งสุดท้าย ประพันธ์โดย นิ้วกลม 2. เรื่อง Amidst the Global Sea Power ไทยในสมรภูมิมหาสมุทรโลก ประพันธ์โดย ปิติ ศรีแสงนาม และจักรี ไชยพินิจ 3.เรื่อง POPS ก้าวต่อไปแม้ไม่สมบูรณ์แบบ ประพันธ์โดย กิตติศักดิ์ คงคา หนังสือนวนิยาย รางวัลดีเด่น เรื่อง เมื่อดอกไม้ไหว ประพันธ์โดย ดวงตะวัน รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) 1.เรื่อง ชายได้โชคอย่างลึกลับ เพราะเป็นแฟนคลับนิยายผี ประพันธ์โดย วันชนะ 2. เรื่อง เวียงวนาลัย ประพันธ์โดย เนียรปาตี 3.เรื่อง LIVE หลอน ศาลาซ่อนผี ประพันธ์โดย นทธี ศศิวิมล หนังสือกวีนิพนธ์

    รางวัลดีเด่น เรื่อง คลื่นมหานคร ประพันธ์โดย เมธาวี ก้านแก้ว รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) 1.เรื่อง ช่วงยามที่ดอกไม้บาน ประพันธ์โดย วรภ วรภา 2. เรื่อง โลกที่เราท่านอ่านก่อนโต THE WORLD WE READ BEFORE GROWING UP ประพันธ์โดย รังสิมันต์ จุลหริก

    เรื่อง สะพานฝันบันไดดาว ประพันธ์โดย ปรัชญา พวงเพ็ชร หนังสือการ์ตูน และ หรือนิยายภาพ มี 3 ประเภท ประเภทการ์ตูน และ หรือนิยายภาพสำหรับเด็ก (อายุ 7 – 12 ปี) ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล ประเภทการ์ตูน และ หรือนิยายภาพทั่วไป (อายุ 13 ปีขึ้นไป) รางวัลดีเด่น เรื่อง ท้องฟ้าอันอบอุ่นของชิเอลแมวมึน ประพันธ์โดย ปัทมพร อักษรณรงค์ รางวัลชมเชย จำนวน 1 เรื่อง เรื่อง เตร่ ประพันธ์โดย เทพฤทธิ์ ไชยจันทร์ ประเภทการ์ตูนปกิณกะเชิงสร้างสรรค์ รางวัลดีเด่น เรื่อง cat’s eye view ประพันธ์โดย JIEW รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) เรื่อง ศึกมหาภารตะ เล่ม 1 – 4 ผู้เขียนการ์ตูน หรือผู้จัดทำภาพประกอบ อารีเฟน ฮะซานี (เฟน สตูดิโอ) เรื่อง สารานุแก๊กการ์ตูนความรู้ เล่ม 1 : ผีไทย ประพันธ์โดย ทีม Character House studio เรื่อง สารานุแก๊กการ์ตูนความรู้ เล่ม 4 : ผีอาเซียน ประพันธ์โดย ทีม Character House studio หนังสือสวยงาม มี 2 ประเภท ประเภทสวยงามสำหรับเด็ก (อายุ 3 – 12 ปี)

    รางวัลดีเด่น เรื่อง นกในสวนบ้านฉัน ประพันธ์โดย กานต์แก้ว ตรีพุทธรัตน์ รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) เรื่อง จะไปกับฉันไหม ประพันธ์โดย สุดใจ พรหมเกิด เรื่อง ลูกปลาเดินเล่น ประพันธ์โดย ปูจ๋า และ พี่หมี แห่งทะเลใหญ่ เรื่อง อาหารหลากสีของพี่หมีใจดี ประพันธ์โดย เกื้อกมล นิยม ประเภทสวยงามทั่วไป (อายุ 13 ปีขึ้นไป) รางวัลดีเด่น เรื่อง เอกอุเครื่องถ้วยจีนอย่างสยาม ประพันธ์โดย ภุชชงค์ จันทวิช และ สมภพ ถาวรวัฒนะ รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) เรื่อง นิทานหมู่บ้านแห่งแสง The Tale of the Village of Light ประพันธ์โดย สโรชา กิตติสิริพันธุ์ เรื่อง วัดมหาพฤฒาราม ประพันธ์โดย รองศาสตราจารย์ พงศกร ยิ้มสวัสดิ์ และ วีรยา บัวประดิษฐ เรื่อง หัวใจแห่งพงไพร : มรดกไทย มรดกโลก ประพันธ์โดย ณรงค์ สุวรรณรงค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5620112/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RHA8zfUXChIXlBr7ySGtc

  • วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์

    วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์

    อัตราการว่างงานของวัยรุ่นในประเทศอังกฤษเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี2025 เป็นสัญญาณเตือนว่า Jobless Generation หรือ ยุคสมัยแห่งการว่างงาน กำลังจะมาถึง

    สำนักงานสถิติแห่งชาติของประเทศอังกฤษรายงานว่า อัตราการว่างงานของวัยรุ่นในประเทศอังกฤษเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสูงถึง 16.1% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี2025 นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าเป็นผลมาจาก “การขึ้นภาษีแรงงาน” และ “การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ” เป็นสัญญาณเตือนว่า Jobless Generation หรือ ยุคสมัยแห่งการว่างงาน กำลังจะมาถึง

    ร้านอาหารเเละร้านค้าทั่วไป ออกมาบอกว่า “การจ้างพนักงานวัยรุ่นเป็นต้นทุนที่สูงเกินไปที่ทางร้านจะเเบกรับไหว” ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการที่ร้านค้าพูดเเบบนี้ เป็นสัญญาณเตือนถึงการเข้ามาเเทรกแซงของกระทรวงเเรงงานที่ต้องการปรับเพิ่มอัตราค่าเเรงขั้นต่ำให้สูงขึ้นนั้น มีเเต่จะทำให้การตัดสินใจจ้างงานนั้นเเย่ลง

    Resolution Foundation เปิดเผยว่านี่เป็นครั้งแรกที่อังกฤษมีอัตราการว่างงานสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในยุโรป โดยปัจจุบันยุโรปมีอัตราการว่างเฉลี่ยอยู่ที่ 14.9% ในขณะที่อัตราการว่างของอังกฤษในปัจจุบันอยู๋ที่ 16.1% นับตั้งเเต่ปี คศ.2000

    ตัวเเทนสหภาพแรงงาน เตือนว่า ชาวอังกฤษวัย 24 ปี จำนวนกว่า 45% ที่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ไม่ได้ถูกจ้างงาน เเละไม่เคยถูกจ้างงานมาก่อน กำลังจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานของรัฐบาลในชุดปัจจุบัน ที่โดนเรียกว่า รัฐบาลซอมบี้ (Zombie Government) ซึ่งแปลว่ารัฐบาลที่ไม่ทำงาน สูญเสียความสามารถในการทำงานเเม้จะอยู่ในอำนาจ เเละไม่สามารถคาดการณ์เเละวางแผนรับมือปัญหาในอนาคตได้ 

    “การขึ้นภาษีแรงงาน” “ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ” “กฎหมายการจ้างงาน” สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นในอังกฤษตั้งเเต่ปี 2022 เเละเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจในช่วงปี 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อมูลเปิดเผยว่า อัตราการว่างงานพนักงานในวัยต่ำกว่า 34 ปี เพิ่มสูงขึ้นถึง 242,000 คน ในทางกลับกัน บริษัทหันไปจ้างงานพนักงานที่อายุมากกว่า 35 ปี สูงถึง 71,000 คน 

    นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า การปรับขึ้นฐานเงินเดือนขั้นต่ำของพนักงานวัย 18-20 เป็น 10 ยูโรต่อชั่วโมงนั้น จะทำให้ช่องว่างของฐานเงินเดือนระหว่างเด็กเเละผู้ใหญ่แคบลง เเละทำให้บริษัทมองว่าการจ้างพนักงานที่ยังไม่มีประสบการณ์นั้นเป็นต้นทุนที่สูงขึ้น เเละยังไม่รวมถึงปัญหาการเติบโตที่รวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI)ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดเเรงงาน เขาจึงเตือนให้รัฐบาลอังกฤษหันมามองเห็นถึงปัญหาการว่างงานของชาวอังกฤษที่มีเเต่ยังจะเพิ่มขึ้น 

    ข้อมูลล่าสุดรายงานว่า บริษัทส่วนใหญ่หันมาจ้างงานพนักงานโดยระบุสัญญาว่าจะไม่มีการจ่ายโบนัสประจำปี เป็นสัญญาณว่าตลาดเเรงงานกำลังอ่อนตัวลง และ กำลังปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ

    ขณะที่รัฐบาลแย้งว่า การเปลี่ยนเเปลงนี้เป็นสัญญาณของความท้าทายที่พวกเขาจะต้องทำให้สำเร็จตามคำสัญญาที่ให้ในไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง.

    ที่มา: The sun

    อ่านข่าวเกี่ยวกับ คนว่างงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2915375&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uC_rP8yjOHtOwc1PknoeM

  • ซีพีเอฟ ร่วมกิจกรรมพันธมิตร”ลิ้งค์เลเทอร์ส (ประเทศไทย)”สนับสนุนการศึกษา

    ซีพีเอฟ ร่วมกิจกรรมพันธมิตร”ลิ้งค์เลเทอร์ส (ประเทศไทย)”สนับสนุนการศึกษา

    ซีพีเอฟ ร่วมกิจกรรมพันธมิตร”ลิ้งค์เลเทอร์ส (ประเทศไทย)”สนับสนุนการศึกษา

    ซีพีเอฟร่วมกับลิ้งค์เลเทอร์ส (ประเทศไทย) สนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทยผ่านโครงการพัฒนาทักษะและความรู้ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลน

    ซีพีเอฟ ร่วมกิจกรรมพันธมิตร

    เป็นความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการศึกษาของเด็กและเยาวชนไทย โดยล่าสุด  บริษัท ลิ้งค์เลเทอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่ปรึกษากฎหมายระดับโลก  ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มอบเงิน 6.8 แสนบาท เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านปางห้า ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่มีสภาพชำรุดจากน้ำท่วมเมื่อเดือนกันยายน 2567

    ซีพีเอฟ ร่วมกิจกรรมพันธมิตร

    โดยปัจจุบัน มีการปรับปรุงอาคารเรียนและสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการจัดการเรียนการสอนของครู อาจารย์ และนักเรียน รวมทั้งเป็นสถานที่ให้นักเรียนและชุมชน ใช้ประโยชน์เป็นแหล่งเรียนรู้ในการพัฒนาและฝึกทักษะชีวิต อบรมคุณธรรม จริยธรรม การทำกิจกรรมอาสาและสันทนาการ พร้อมกันนี้  ในกิจกรรมส่งมอบอาคารดังกล่าว ซีพีเอฟ ได้นำอาหารคุณภาพ แบรนด์ CP หลายรายการ อาทิ เกี๊ยวกุ้ง ข้าวหน้าไก่เทอริยากิ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า  ให้ได้อิ่มท้องอย่างมีคุณภาพอีกด้วย 

    ซีพีเอฟ ร่วมกิจกรรมพันธมิตร ซีพีเอฟ ร่วมกิจกรรมพันธมิตร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/pr-news/pr-news/738295&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_Z7ujnodjAo2IcIHp3u5r

  • IPO ต่างประเทศดีกว่าไทย? MINT เปิดแผนปี 69 เร่งศึกษาแผนส่ง Minor Food บุก IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงปี 69

    IPO ต่างประเทศดีกว่าไทย? MINT เปิดแผนปี 69 เร่งศึกษาแผนส่ง Minor Food บุก IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงปี 69

    ตลาดหุ้นไทยเป็นขาลงมาหลายปี บริษัทที่เข้าการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ช่วงที่ผ่านมาหลายตัวก็ติดลบหนักตั้งแต่วันแรก  ไหนจะขั้นตอนการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนฯ จะซับซ้อนและยุ่งยากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ล่าสุดเลยมีรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศว่า บริษัทไทยหันไป IPO ในประเทศอื่นกันแล้ว! และยังมีชื่อของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เข้าไปเกี่ยวข้องอีกด้วย

    ล่าสุด ดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท (Group CEO) MINT กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตอนนี้บริษัทมีแผนจะนำบริษัทในเครือไป IPO ในต่างประเทศ มีทั้งอยู่ระหว่างการศึกษา และจะเดินหน้าภายในปี 2569 นี้ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

    1. ปั้นกอง REIT เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

    นับจากช่วงก่อนโควิด-19 เรามองหาการ Asset Recycling (การบริหารจัดการสินทรัพย์) มาต่อเนื่อง โดยใช้เวลาศึกษากว่า 9 เดือนเพื่อค้นหาว่า “อะไร” จะสร้างประสิทธิภาพสูงสุด และพบว่า กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งในมุมมูลค่าและ IRR ที่จะส่งผลดีต่อนักลงทุน 

    ดังนั้น คาดว่าภายในปี 2569 ทางบริษัทฯ จะนำโรงแรม 14 แห่ง ทั้งในยุโรป (12 แห่ง) และไทย (2 แห่ง) เข้าพอร์ต REIT แล้วแบ่งขายให้นักลงทุน ซึ่งการระดมทุนส่วนนี้จะนำมาลดหนี้ซึ่งจะส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ดีขึ้น เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าในกอง REIT นี้จะอยู่ราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คาดว่าจะได้สัก 500-600 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้ามาที่บริษัทแม่) โดย MINT จะเข้าไปถือครองในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ ตอนนี้อยู่ระหว่างการวางโครงสร้าง

    “ตลาด REIT ในไทยยังไม่ง่ายสำหรับนักลงทุนทั่วโลก แต่สิงคโปร์เป็นตัวเลือกที่ง่ายกว่า รวมถึงในอนาคตสามารถเพิ่มขนาดกองฯ ได้โดยไม่ต้องมีภาระหนี้เพิ่มขึ้น” ดิลิป กล่าว

    2. ศึกษาการนำ Minor Food ไป IPO ในฮ่องกง

    ไมเนอร์ ฟู้ด (Minor Food) ปัจจุบันมีแบรนด์ร้านอาหารมากกว่า 80 แบรนด์ เช่น Sizzler, Pizza Company, Bonchon, Burger King, Dairy Queen และอื่นๆ โดยบริษัทฯ กำลังศึกษาแนวทางการนำไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง

    สาเหตุหลักเพราะมองว่าตลาดฮ่องกงใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับไทย และมองว่า Minor Food มีการเติบโตและแผนงานที่ชัดเจน เชื่อว่าจะดึงดูดนักลงทุนได้ดี ตอนนี้กำลังวางแผนทั้งแง่มูลค่า โครงสร้าง และอื่นๆ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงปลายปี 69 นี้ 

    ทั้งนี้ แผนงานของ Minor Food ภายในปี 2569 จะเน้น 3 เสาหลัก คือ 

    1)  การคิดค้นอะไรใหม่ๆ เช่น ทำเลที่ตั้งและรูปแบบตัวร้าน, ประเภทอาหาร, เมนู ฯลฯ 

    2)  ขยายงานให้เร็วขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกำไร ที่ผ่านมามีการขยายแบรนด์ในเครือไปหลายประเทศ เช่น แบรนด์ติ่มซำในสิงคโปร์, อินโดนีเซีย ใช้แบรนด์ GAGA, Dairy Queen เข้าไปทำตลาด และยังขยายสู่อินเดีย ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง

    3) Transform Digital เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลลูกค้าและการบริการให้ดีขึ้น 

    ขณะที่ภาพรวมธุรกิจของ MINT มองว่าความท้าทายของหลักยังคงเป็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาทแข็งค่า สถานการณ์เศรษฐกิจทั้งการท่องเที่ยวที่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด บริษัทไทยมีการแข่งขันสูงในตลาด ค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น ไปจนถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่เชื่อว่า MINT สามารถบริหารจัดการได้ 

    ปี 2569 ยังตั้งเป้าหมาย Net Profit Growth เฉลี่ยปีละ 15-20% จากที่ปี 2568 Net Profit Growth อยู่ที่ 16% ในปีนี้จะเดินหน้าขยายทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร โดยงบลงทุน (Capex) ปีนี้อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ราว 65% การบริหารจัดการและพัฒนาโรงแรม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/investment/capital_market/2915480&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12RXxt62Oyaw1UrSV-bJmq

  • ส.ล.ศ.จับมือ! ยกระดับนวัตกรรม

    ส.ล.ศ.จับมือ! ยกระดับนวัตกรรม

    ส.ล.ศ.จับมือ! ยกระดับนวัตกรรม ‘นักเรียนยุคใหม่’ ต่อยอดทักษะสู่อาชีพ

    วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.49 น.

    ‘เซนต์หลุยส์ศึกษา’ จับมือ เอ็มม่า อลิส! ยกระดับนวัตกรรม ‘นักเรียนยุคใหม่’ ต่อยอดทักษะสู่อาชีพ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมเซนต์หลุยส์ 4 เซอร์ปาตริส พรนภา ปรัชญาคุณ ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับผู้แทนจาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มม่า อลิส โดยมีคณะผู้บริหารและคณะครูร่วมเป็นสักขีพยานในความร่วมมือครั้งสำคัญนี้

    เซอร์ปาตริส พรนภา เปิดเผยว่า นอกเหนือจากด้านคุณธรรมจริยธรรมที่โรงเรียนเน้นย้ำมาตลอด ความร่วมมือในครั้งนี้จะเข้ามาเติมเต็มด้าน ‘ทักษะแห่งอนาคต’ โดยการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนไม่ได้เรียนรู้เพียงแค่ในตำรา แต่สามารถนำความรู้ไปแก้ปัญหาและต่อยอดในการประกอบอาชีพในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    ด้านผู้แทนจากห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มม่า อลิส ระบุว่า มีความยินดีที่จะสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้และทรัพยากร เพื่อบ่มเพาะเยาวชนให้มีความคิดสร้างสรรค์และปรับตัวเก่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประชากรในโลกยุคใหม่

    การลงนามในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างเครือข่ายระหว่างสถานศึกษากับภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้พร้อมสำหรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว

    ////////////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/948226&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11bqOJb8gbA4F9jf4Lji7E