Category: วัฒนธรรม

  • เปิดรายชื่อโรงเรียนนานาชาติ “13 ตระกูลมหาเศรษฐีไทย” เป็นเจ้าของเบื้องหลังความสำเร็จ

    เปิดรายชื่อโรงเรียนนานาชาติ “13 ตระกูลมหาเศรษฐีไทย” เป็นเจ้าของเบื้องหลังความสำเร็จ

    เปิดอาณาจักรการศึกษาไทย เจาะลึก 13 ตระกูลมหาเศรษฐีเจ้าของโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ

    ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกสำหรับครอบครัวชาวต่างชาติอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเป้าหมายหลักของผู้ปกครองชาวไทยที่ต้องการวางรากฐานการศึกษาระดับโลกให้กับบุตรหลาน ข้อมูลเชิงสถิติระบุว่าไทยมีโรงเรียนนานาชาติเปิดให้บริการมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จของโรงเรียนระดับพรีเมียมเหล่านี้ ล้วนขับเคลื่อนโดยตระกูลมหาเศรษฐีแถวหน้าของเมืองไทยที่ขยายอาณาจักรธุรกิจจากภาคอุตสาหกรรมสู่วงการการศึกษาอย่างเต็มตัว 

    • ตระกูลโสภณพนิช: กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารกรุงเทพฯ ลงทุนใน โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี (Shrewsbury International School) สถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากอังกฤษ
    • ตระกูลเจียรวนนท์: เครือซีพี (CP Group) ขยายอาณาจักรสู่ โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน เน้นการบ่มเพาะนวัตกรรมและทักษะแห่งอนาคต
    • ตระกูลโชควัฒนา: ผู้นำเครือสหพัฒน์ เปิด โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจ กรุงเทพฯ (King’s College International School Bangkok) ที่ถอดแบบมาตรฐานการศึกษาชั้นสูงจากอังกฤษ
    • ตระกูลกาญจนพาสน์: เจ้าของกลุ่ม BTS และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทุ่มงบมหาศาลเปิด โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ (VERSO International School) บนทำเลศักยภาพย่านบางนา
    • ตระกูลลัทธพิพัฒน์: ทายาทมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สานต่อความเชี่ยวชาญผ่าน โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ 
    • ตระกูลพรประภา: กลุ่มสยามกลการ ทุ่มทุนสร้างอาณาจักรการศึกษาบนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ในพัทยา เปิด โรงเรียนนานาชาติไฮเกต (Highgate School, UK) ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2569
    • ตระกูลทีปสุวรรณ: ปักหมุดในชลบุรีด้วย รักบี้ สคูล ไทยแลนด์ (Rugby School Thailand) บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 300 ไร่ ชูจุดเด่นเรื่องวิชาการควบคู่ไปกับกีฬา
    • ตระกูลอัสสกุล: จากไทยสมุทรประกันชีวิต ขยายสาขา โรงเรียนนานาชาติเซนต์สตีเฟ่นส์ ไปถึงเขาใหญ่ เพื่อรองรับครอบครัวในโซนพื้นที่สีเขียว
    • ตระกูลบูรณุปกรณ์: เจ้าของอรสิริน โฮลดิ้ง รุกตลาดภาคเหนือด้วยการเปิด โรงเรียนนานาชาติมิลล์ฮิลล์ (Mill Hill International School) แบรนด์ดังจากอังกฤษในจังหวัดเชียงใหม่ 
    • ตระกูลปาลเดชพงศ์: ผู้ก่อตั้ง “เด่นหล้า” ที่สั่งสมชื่อเสียงมานาน ต่อยอดสู่โรงเรียนนานาชาติ DLTS ที่เน้นคุณภาพการสอนสมัยใหม่
    • ตระกูลธรรมวัฒนะ: ลงทุนใน โรงเรียนนานาชาติไทยอินเตอร์เนชั่นแนลสกูล (Thai International School) เพื่อสร้างระบบการศึกษาที่ยั่งยืน
    • ตระกูลทองสิมา / อาร์ทูดีวัน: ร่วมทุนเปิด โรงเรียนนานาชาติเบซิส (BASIS International School Bangkok) นำหลักสูตรยอดนิยมจากสหรัฐอเมริกามาสู่ใจกลางกรุง
    • ตระกูลเตชะอุบล: เครือคันทรี่ กรุ๊ป วางหมากให้โรงเรียนนานาชาติเป็นหัวใจหลักในโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่บนถนนพระราม 3

    ภาพรวมการลงทุนของทั้ง 13 ตระกูลดัง สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจการศึกษาแนวอินเตอร์ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับพรีเมียมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มรูปแบบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9878666/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YUp2cCbJz8bIc3fB8xLnz

  • มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

    มก.ขับเคลื่อนต้นแบบการศึกษาใหม่ของประเทศ เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

    วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เดินหน้าสร้างต้นแบบการศึกษาเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย โรงเรียน และชุมชน ผ่านการพัฒนา “แหล่งเรียนรู้เกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” ในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ ซึ่งกำลังกลายเป็นโมเดลสำคัญของการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

    ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี มก. เป็นประธานเปิดงาน “บ้านวิชาการ 2569 แหล่งเรียนรู้เกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” ภายใต้โครงการบูรณาการกลุ่มโรงเรียนและชุมชนคุ้งบางกะเจ้าเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยมี ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม รศ.ดร.วันชัย ปลื้มภาณุภัทร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ นายศาสตรา ปาสาบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 พร้อมด้วย ศึกษานิเทศก์ นายสมปอง รัศมิทัต (นายกตุ้ม) นายก อบต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณาจารย์ นักวิจัย ผู้อำนวยการโรงเรียนในเครือข่าย ครู นักเรียน และชุมชนเข้าร่วมจำนวนมาก

    โครงการดังกล่าวเกิดจากการผลักดันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีคณาจารย์และนักวิจัยจากหลายคณะ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเกษตร คณะประมง คณะศึกษาศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ เป็นต้น ร่วมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมสู่โรงเรียนและชุมชน เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของเยาวชน

    ภายในงาน เปิด“บ้านวิชาการ 2569” นักเรียนโรงเรียนในเครือข่ายคุ้งบางกะเจ้าได้นำเสนอผลงานและแหล่งเรียนรู้ของตนเอง เช่น การปลูกผักสวนครัวแบบแนวตั้งของโรงเรียนวัดบางขมิ้น การปลูกผักไฮโดรพอนิกส์ร่วมกับการเลี้ยงปลาในระบบอควาพอนิกส์ของโรงเรียนวัดคันลัด การปลูกผักเลื้อยแบบอุโมงค์ของโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน รวมถึงกิจกรรมการเลี้ยงแมลง BSF ครบวงจร การเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงปลาดุก การปลูกผักแบบยกพื้น และการเพาะเห็ดนางฟ้าของโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอก นอกจากความรู้ด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการยังมุ่งพัฒนาทักษะชีวิตของเยาวชน โดยมีการถ่ายทอดความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลตนเองและผู้อื่นในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

    อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าแปรรูปและผลผลิตจากกิจกรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนและชุมชน ช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การผลิต การพัฒนาแบรนด์ ไปจนถึงการนำเสนอสินค้าในตลาด

    ภายในงานยังมีการมอบรางวัลการประกวดสื่อสร้างสรรค์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ภายใต้หัวข้อ “BCG–SDGs” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้การใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และถูกต้อง สามารถนำเสนอเรื่องราวของชุมชนและสิ่งแวดล้อมผ่านมุมมองของเยาวชน และต่อยอดสู่การสร้างผลงานที่เป็นที่รู้จัก รวมถึงโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต

    ผลการประกวด ได้แก่ รางวัลดีเด่น มูลค่า 3,000 บาท โรงเรียนวัดคันลัด จ.สมุทรปราการ , รางวัลดี มูลค่า 2,000 บาท โรงเรียนวัดราษฎร์รังสรรค์ จ.สมุทรปราการ และรางวัลชมเชย มูลค่า 500 บาท ได้แก่ โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอก โรงเรียนวัดบางกระสอบ โรงเรียนวัดกองแก้ว โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน และโรงเรียนวัดบางกะเจ้ากลาง จ.สมุทรปราการ

    ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม กล่าวว่า การพัฒนาการศึกษาสำหรับอนาคตจำเป็นต้องเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับบริบทของพื้นที่จริง เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เข้าใจระบบอาหารและสิ่งแวดล้อม และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน

    “การศึกษาสำหรับอนาคตต้องไม่อยู่แค่ในห้องเรียน แต่ต้องเชื่อมโยงกับธรรมชาติ อาหาร และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ด้วยตนเอง”

    โครงการบูรณาการกลุ่มโรงเรียนและชุมชนคุ้งบางกะเจ้า จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางการศึกษา แต่ยังเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน และชุมชน ที่ร่วมกันสร้างระบบการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

    เมื่อโรงเรียนกลายเป็นฟาร์มเรียนรู้ และชุมชนกลายเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ โมเดลการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำลังขับเคลื่อนในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า คือภาพสะท้อนแนวทางการศึกษาใหม่ของประเทศ ที่เชื่อมโยง องค์ความรู้ นวัตกรรม และความยั่งยืน เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/952957&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29rgcEMUFs6cZboexbwipQ

  • ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ

    ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ

    ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.02 น.

    วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 16.41  น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 

    เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต นครหลวงเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ ที่นั้น นายสะเลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และภริยา

    ในหลวง พระราชินี

    นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีประจำสำนักงานประธานประเทศ นายสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ นายทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศผ่ายลาว และภริยารัฐมนตรี นายสีสะหวาด อินพะจัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนางครองขนิษฐ  รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

    จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ ณ ที่นั้น นางสาวจิรัสยา พีรานนท์ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต และภริยา ชุมชนคนไทยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายรัฐวุฒิ เวชประสิทธิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไปโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ และเจ้าหน้าที่ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

    ในหลวง พระราชินี

    ในหลวง พระราชินี

    ในหลวง พระราชินี
     

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/953052&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cF06rm7aQi5QEjp2T4R7L

  • ซีพี ออลล์ ลงนาม MOU กสศ. มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา 300 ทุน มูลค่ากว่า 34 ล้านบาท

    ซีพี ออลล์ ลงนาม MOU กสศ. มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา 300 ทุน มูลค่ากว่า 34 ล้านบาท

    การศึกษา

    ซีพี ออลล์ ลงนาม MOU กสศ. มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา 300 ทุน มูลค่ากว่า 34 ล้านบาท

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 23.14 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารธุรกิจเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนไทยที่ขาดแคลน ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของตน จำนวน 300 ทุน มูลค่ากว่า 34 ล้านบาท โดย นายโตมร จันทรา ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พร้อมด้วย นายณรงศักดิ์ ภูมิศรีสอาด ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ รักษาการรองอธิการบดีอาวุโสสายบริหาร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และนายอิษฏ์ ปักกันต์ธร รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ ร่วมลงนามพยาน ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 

     การผนึกกำลังเพื่อส่งเสริมการศึกษาในครั้งนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้มอบทุนการศึกษาในระดับ ปวช. ถึง ระดับปริญญาตรี นักเรียนสามารถเลือกที่เรียนได้ทั้งสถานศึกษาที่ก่อตั้งโดยบริษัทฯ และสถานศึกษาในความร่วมมือ ทั่วประเทศ นักเรียนสามารถเลือกเรียนใกล้บ้าน และฝึกอาชีพในท้องถิ่นได้อย่างอิสระ

     บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เน้นย้ำถึงจุดยืนเชิงนโยบายที่ขับเคลื่อนต่อเนื่องกว่า 30 ปี ในการสร้างคนผ่านการศึกษา มุ่งเน้นการเรียนรู้ทฤษฎีควบคู่การปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริง work base education จนเกิดความชำนาญเป็นมืออาชีพ อีกทั้งยังมีรายได้ขณะเรียน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวอีกด้วย

      ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การรวมพลังครั้งนี้จะช่วยให้เยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ได้มีโอกาสกลับเข้ามาเล่าเรียน ยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง หลุดพ้นจากวงจรความยากจน กลายเป็นแรงงานมีฝีมือ อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

     การให้โอกาสทางการเรียนรู้ คือจุดเริ่มต้นของสังคมที่เข้มแข็ง และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับปณิธานของซีพี ออลล์ “Giving & Sharing” 

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/469386&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LaeoIi6XToGQ_TvgHhXwz

  • เจาะประวัติ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” จากขุนพลคู่ใจ สู่ภารกิจปฏิรูปแรงงานยุคดิจิทัล

    เจาะประวัติ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” จากขุนพลคู่ใจ สู่ภารกิจปฏิรูปแรงงานยุคดิจิทัล

    เปิดประวัติขุนพลคู่ใจสู่ภารกิจกู้ศรัทธาแรงงานไทย เปิดเส้นทาง “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ผู้มากบารมีเพื่อไทยกับก้าวย่างสำคัญบนเก้าอี้ รมว.แรงงาน

    วันที่ 16 มีนาคม 2569 หากจะเฟ้นหานักการเมืองที่ “เก๋าเกม” และ “ใจถึงพึ่งได้” ชื่อของ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ย่อมทะยานขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ในฐานะ สส.นครราชสีมา 6 สมัย ผู้กุมฐานเสียงอีสานอย่างเหนียวแน่น จากจุดเริ่มต้นในสภาจังหวัด (สจ.) สู่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐพิสูจน์ให้เห็นถึงบารมีทางการเมืองที่ส่งผ่านรุ่นสู่รุ่น โดยมีบุตรชาย “พชร จันทรรวงทอง” ร่วมขับเคลื่อนงานพรรคในฐานะคนรุ่นใหม่

    เส้นทางของนายประเสริฐไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ผ่านประสบการณ์โชกโชน ตั้งแต่ รมช.คมนาคม (ยุคยิ่งลักษณ์) จนถึง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และรองนายกรัฐมนตรี (ยุคเศรษฐา-แพทองธาร) ด้วยพื้นฐานเศรษฐศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาบัณฑิตจากนิด้า ทำให้เขากลายเป็น “ฟันเฟืองสำคัญ” ที่พรรคไว้วางใจให้คุมกระทรวงเกรด A เสมอมา

    นายประเสริฐ มีชื่อเล่นว่า “ไก่” เขาเกิด 1 เมษายน 2503 ที่ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จบการศึกษาระดับประถมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนมงคลกุลวิทยา ระดับประถมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนไทยวัฒนาประชารัฐ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาโท มหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

    เส้นทางการเมืองของ “ประเสริฐ” เคยดำรงตำแหน่ง สส.จังหวัดนครราชสีมา 2 สมัย โดยเป็น สส.พรรคไทยรักไทย ในปี  2544 และ 2548 ก่อนที่พรรคจะถูกยุบ และย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชาชนและลงสมัครจนได้รับเลือกตั้งอีกครั้งก่อนที่พรรคพลังประชาชนจะถูกตัดสินยุบพรรค ทำให้ต้องย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยในเวลาต่อมา 

    ในปี 2554 นายประเสริฐ ได้รับการแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3) จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน 2556 ต่อมาในปี 2563 ได้รับแต่งตั้งเป็น เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประสานงานในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2566 และในปี 2566 เขาได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และในปี 2567 ในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง 

    การข้ามห้วยมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาล “อนุทิน”ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่คือการวางตัวเพื่อแก้ “โจทย์ยาก” ของประเทศใน 3 มิติ โดยมีภารกิจเร่งด่วนคือการฟื้นศรัทธากองทุนประกันสังคมที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส นายประเสริฐถูกวางตัวมาเพื่อ “ล้างท่อ” ระบบการลงทุนและสวัสดิการให้เข้าถึงง่ายและเป็นธรรมต่อผู้ประกันตน และจากการที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เขาคือผู้ที่จะนำเทคโนโลยีมาติดปีกให้แรงงานไทยในการ Upskill/Reskill จากฐานการผลิตแบบเดิมสู่สายงานเทคโนโลยีและ AI จะเป็นไม้เด็ดที่เปลี่ยนกระทรวงแรงงานให้กลายเป็นกระทรวงแห่งอนาคต

    และหมัดเด็ดในตำแหน่งนี้ คือ“ค่าแรงขั้นต่ำ”ที่คนระดับแม่บ้านพรรคเพื่อไทย ต้องใช้โอกาสทองในการผลักดันนโยบายค่าแรงและสวัสดิการที่เป็นสัญญาประชาคมให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างคะแนนนิยมจากฐานรากก่อนถึงศึกเลือกตั้งใหญ่ในครั้งหน้า ดังนั้นการส่งประเสริฐมานั่งในบทบาทเจ้ากระทรวงแรงงาน จึงเสมือนการส่งเข้าไปจัดการปัญหารากฝอยของคนทำงาน แต่ก็ต้องจับตาดูว่า “ความเก๋า” ทางการเมืองบวกกับ “วิสัยทัศน์ดิจิทัล” จะช่วยให้แรงงานไทย “มีกิน-มีใช้-มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” ได้จริงหรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2920435&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XXty2WHSd3wROgDBgXyea

  • ‘รู้สึกภูมิใจ’

    ‘รู้สึกภูมิใจ’

    หลังจากที่ได้มีการรายงานตัวเข้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เป็นที่เรียบร้อย หลายคนที่เป็นผู้แทนฯ หน้าใหม่ในวงการการเมือง ยอมรับว่าตื่นเต้นที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน

    ซึ่งสภาชุดที่ 27 นี้มี สส.หน้าใหม่หลายคน ซึ่งแต่ละคนนั้นต้องทำภารกิจที่ได้รับจากประชาชน รวมถึงผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ โดยใช้องค์ความรู้ที่มีสานต่อให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้

    โดยเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยต้องให้ความสำคัญคือเรื่องการศึกษา ที่ อ.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้ย้ำมาตลอดว่าการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญ

    ซึ่งเจ้าตัวคือนักวิชาการและเคยเป็นอาจารย์ ได้มีการผลักดันเรื่องดังกล่าวมาตลอด ทั้งเรื่องงานวิจัยหรือเรื่องเทคโนโลยี อ.เชน ก็ผ่านมาหมดแล้ว
    เมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้ง ยศชนัน เคยตอบข้อสงสัยที่หลายคนได้ถามเข้ามาว่า ต้องทำงานวิจัยกี่งานถึงจะได้เป็นศาสตราจารย์ เจ้าตัวจึงเล่าให้ฟังว่า “ผมมีงานวิจัยเรื่อยๆ แต่ตอนส่งขอตำแหน่ง ส่ง 17 เรื่อง แบบส่งใช้วิจัยล้วนๆ ถ้าแบบนี้ A+ 2 เรื่อง A อีก 3 เรื่องอย่างนี้ อยู่ในระดับแบบนี้ถึงจะได้ ของผมก็กันพลาดไว้ก่อนเลย 17 เรื่อง ฮ่าๆ”
    เมื่อได้เป็น สส. เข้าสภาวันแรก ก็ได้มีคำถามว่ารู้สึกอย่างไร โดยเจ้าตัวตอบว่า “รู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นนิดหน่อย”

    จึงถือได้ว่า อ.เชน เริ่มต้นบทบาทการทำหน้าที่เป็น สส. เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีบทบาททั้งเรื่องกฎหมายในสภาและเรื่องการศึกษามากขึ้น

    แม้แต่เรื่องการบริหารงาน อ.เชน ต้องพิสูจน์ว่าจะสามารถสร้างผลงานได้หรือไม่ แต่เรื่องการศึกษา แน่นอนว่าถือเป็นงานถนัดของ ยศชนัน คงมีผลงานออกมาให้เห็นเร็วๆ นี้.   

    เพิ่มเพื่อน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แนะทางแก้วิกฤตน้ำมัน

    ตอนนี้เรื่องร้อนเร่งด่วนของประเทศเห็นจะเป็นวิกฤตน้ำมัน ที่ไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้รัฐบาลจะเร่งแก้ แต่ยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน จนเกิดภาพประชาชนต่อคิวเติมน้ำมันกันแถวยาวเหยียดทั่วประเทศ หลายปั๊มน้ำมันขายจนหมด ต้องติดป้ายน้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง

    หนุ่มสุพรรณที่บุรีรัมย์

    เก็บตกบรรยากาศสัมมนาพรรคภูมิใจไทย ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อละลายพฤติกรรม สส.

    น้องกวางมาแล้ว

    บรรยากาศการเมืองช่วงนี้ นอกจากเกมจัดทัพรัฐบาลแล้ว อีกสีสันหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ก็คือการปรากฏตัวของ “สส.น้องใหม่” ที่มักจะตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทันทีที่ก้าวเข้าสนาม

    เพื่อนหาย

    บรรยากาศหน้าห้องรับหนังสือร้องเรียนหลังจากการเลือกตั้ง สส. ที่สำนักงาน กกต. คนยังเนืองแน่นเหมือนเดิม แต่ที่ยังเห็นหน้าค่าตากันจนเป็นขาประจำ ก็คงหนีไม่พ้น อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล จากกลุ่ม สว.สำรอง ที่นำเอกสารมายื่นเรื่องร้องเรียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดประหนึ่งแบกโลกไว้ทั้งใบ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตรวจรับเอกสารอยู่นานสองนาน

    ‘สิทธิของผู้หญิง’

    หลังจากที่ สส.เดินทางเข้ารายงานตัวเกือบครบ 499 คน ตามที่คณะกรรมการการเลือกเลือก (กกต.) รับรอง ซึ่งก็ใกล้การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเต็มที โดยแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องมีการทำหน้าที่ในสภา หรือหากเป็นฝ่ายบริหารก็ต้องทำหน้าที่ฝ่ายบริหารเช่นเดียวกัน

    ยึดคำสอนพ่อ

    เข้ารายงานตัวเป็น สส.เรียบร้อย สำหรับ “เนเน่-รัดเกล้า สุวรรณคีรี” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หญิงแกร่งอีกคนของค่ายสีฟ้า ที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ โดยมี คุณพ่อ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/964246/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36-pwPvu0XxQygBODnv7yO

  • อาชีวะลุยทดสอบสนามจริง ปั้น นายช่างสำรวจ รุ่น 1 จบปุ๊บบรรจุข้าราชการทันที

    อาชีวะลุยทดสอบสนามจริง ปั้น นายช่างสำรวจ รุ่น 1 จบปุ๊บบรรจุข้าราชการทันที

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.17 น.

    เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดการทดสอบสมรรถนะภาคสนาม โครงการผลิตและพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง เพื่อรองรับอัตรากำลังที่ขาดแคลนสาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ (ปวส.) ภายใต้ความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กรมที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรมธนารักษ์ ระหว่างวันที่ 16 – 19 มีนาคม 2569 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อร่วมกันผลิตและพัฒนากำลังคนสายตรงเฉพาะทางด้านเทคนิควิศวกรรมสำรวจ รองรับการแก้ไขปัญหาขาดแคลนกำลังคนในตำแหน่งนายช่างรังวัดและนายช่างสำรวจของส่วนราชการ

    เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า การทดสอบสมรรถนะภาคสนามครั้งนี้ มีนักศึกษา ระดับชั้น ปวส. 1 สาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ เข้าร่วมทั้งสิ้น 115 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาภายใต้โครงการความร่วมมือ โดยหลังจากที่นักศึกษาได้เรียนภาคทฤษฎีมาแล้ว 1 ปี จะได้เข้ารับการทดสอบสมรรถนะภาคสนาม โดยแบ่งเป็นกลุ่มปฏิบัติการกลุ่มละ 5 คน และปฏิบัติงานเดี่ยว ตลอดระยะเวลา 4 วัน ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐานการสำรวจและการประเมินหน้างาน งานโครงข่ายหมุดบังคับการและวงรอบ การสำรวจเก็บรายละเอียดภูมิประเทศ งานประมวลผลและเขียนแบบวิศวกรรม ไปจนถึงงานวิศวกรรมสนามและการบริหารจัดการที่ดิน 

    ยศพล เวณุโกเศศ

    โครงการความร่วมมือนี้มี 8 สถานศึกษาอาชีวศึกษาเข้าร่วม ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคแพร่ วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น วิทยาลัยเทคนิคดุสิต และวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ โดยผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการโดยมีอัตรารองรับแน่นอน เมื่อจบการศึกษามีงานทำ 100% สำหรับส่วนราชการทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมที่ดิน ส.ป.ก. และกรมธนารักษ์ ได้มีการจัดสรรอัตรากำลังไว้รองรับผู้สำเร็จการศึกษาเข้าบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการ ได้กำหนดไว้จำนวน 3 รุ่น โดยรุ่นที่ 1 ซึ่งเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ จะเข้าบรรจุเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2570

    นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนากำลังคนอย่างเป็นรูปธรรม นักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมโครงการไม่เพียงแต่จะได้รับการเสริมสร้างทักษะวิชาชีพด้านเทคนิควิศวกรรมสำรวจให้พร้อมปฏิบัติงานได้จริง แต่ยังได้รับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกของการเป็นข้าราชการที่ดีในอนาคต พร้อมกำชับให้นักศึกษาทุกคนตั้งใจฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงในครั้งนี้ให้มากที่สุด โดยเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาระบบราชการไทยต่อไป ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ นางสาวเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ 

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/953041&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24ibfHTiIJ_kEQdDzNmZBn

  • ธรรมนัสยึดถือคติ “เพื่อน…ไม่มีวันตาย” : News Hour 16-03-69

    ธรรมนัสยึดถือคติ “เพื่อน…ไม่มีวันตาย” : News Hour 16-03-69

    เผยแพร่:

    ธรรมนัสยึดถือคติ “เพื่อน…ไม่มีวันตาย” : News Hour 16-03-69 Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/playlist03/watch/sD_2PYWkH-I&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OAp-YA3yYtU9gX5jJYqoI

  • ‘ประธานสภา’ นัดโหวต ‘นายกรัฐมนตรี’ วันที่ 19 มี.ค. นี้ | เดลินิวส์

    ‘ประธานสภา’ นัดโหวต ‘นายกรัฐมนตรี’ วันที่ 19 มี.ค. นี้ | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 16 มี.ค. 69 ที่รัฐสภา นายโสภณ  ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร  แถลงภายหลังพิธีรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร  ว่า ตนเตรียมออกระเบียบวาระประชุมสภาผู้แทนราษฎร  เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ เพราะอยากเห็นรัฐบาลได้มีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์ เพราะตอนนี้มีวิกฤติต่างๆ รุมเร้า หากมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เมื่อถามถึง ร่างกฎหมายต่างๆ รวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในสภานั้น  นายโสภณ กล่าวว่า ต้องรัฐบาลใหม่ยืนยันเข้ามา รอให้มีครม.ก่อน คงมีการยืนยันเข้ามา.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5692798/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Lv0r1ki7H9PuTCGKGovk5

  • ประวัติ “จุลพันธ์” กับบทบาทใหม่ ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการ ชู “เรียนฟรีมีรายได้” ยกเครื่องทุนมนุษย์

    ประวัติ “จุลพันธ์” กับบทบาทใหม่ ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการ ชู “เรียนฟรีมีรายได้” ยกเครื่องทุนมนุษย์

    ประวัติ  “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รับภารกิจสำคัญคุมกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาไทยรับตลาดแรงงานโลก

    เส้นทางของนักการเมืองรุ่นใหม่จากพรรคเพื่อไทยที่ชื่อ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์”  แม้จะไร้ขวากหนามเพราะมีพ่อที่ชื่อ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” เคลียร์ทางไว้ให้แล้ว แต่ก็ไม่ใช่เพราะบารมีพ่อเสียทีเดียวทำให้ก้าวมาถึงวันนี้ได้ แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะฝีไม้ลายมือที่มีบทบาทสำคัญในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้”แพทองธาร ชินวัตร” 

    บทบาทในพรรคเพื่อไทยช่วงรัฐบาลแพทองธาร ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการด้านเศรษฐกิจและสวัสดิการของรัฐบาลเพื่อไทย

    หลังฟ้าผ่าพรรคเพื่อไทยจนนำมาสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ “หัวหน้าพรรค” เมื่อ น.ส.แพทองธารลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะถูกศาลตัดสิทธิ์ในตำแหน่งนายกฯ ในปี 2568 นายจุลพันธ์ก็ถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ด้วยคะแนนท่วมท้นจากสมาชิกพรรค

    สำหรับประวัตินายจุลพันธ์ เกิด 8 เมษายน 2518 เป็นบุตรชายของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับ นางเพ็ชรี (เตชะไพบูลย์) อมรวิวัฒน์

    ด้านประวัติการศึกษา นายจุลพันธ์ สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโท MBA, Boston College, USA

    ประสบการณ์การทำงานของนายจุลพันธ์ผ่านมาหลากหลายหน้าที่ ทั้ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร, อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ปี 2548, 2550, 2554, 2562, 2566 อดีตกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร, อดีตกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร, อดีตกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร, อดีตกรรมาธิการพืชผลการเกษตร สภาผู้แทนราษฎร, อดีตคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล, อดีตคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน, อดีตคณะกรรมการเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย และ อดีตประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส)

    นายจุลพันธ์ถูกมองว่าเป็น “ขุนพลสายบุ๋น” ที่เข้าใจเรื่องงบประมาณและการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์อย่างลึกซึ้ง โดยผลงานเด่นคือการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะถูกนำมาต่อยอดสู่ระบบ “Digital Education” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

    ภารกิจ “ยกเครื่องการศึกษาไทย” จึงเป็นอภิมหาโปรเจกท์” ด้วยการเชื่อมโยงศรษฐกิจนำแนวคิด “เรียนรู้เพื่อมีรายได้” มาปรับใช้ ให้เด็กไทย “มีกิน-มีใช้-มีเกียรติ” ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ และล้างหนี้สินของครูด้วยการเตรียมสานต่อนโยบายแก้หนี้สินภาคประชาชน เข้าสู่ระบบการจัดการหนี้สินครูทั่วประเทศ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรทางการศึกษา และนวัตกรรมหวยเกษียณที่เล็งปรับปรุงระบบการออมผ่านสถานศึกษา เพื่อวางรากฐานการเงินให้เยาวชนตั้งแต่วัยเรียน

    จากการเป็น สส. 5 สมัย และอดีตวิปฝ่ายค้านที่แม่นยำข้อมูล การข้ามห้วยจากคลังมาคุม “เสมา 1” ในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยต้องการใช้ “มือบริหารเศรษฐกิจ” เข้ามาแก้ปัญหาเรื้อรังในกระทรวงศึกษาธิการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมก่อนถึงวันเลือกตั้งปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2920369&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3M200iciKHDJV6ZfpCOwDp