Blog

  • ภาพรวมการเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมภริยา

    ภาพรวมการเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมภริยา

    ภาพรวมการเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมภริยา

    เมื่อระหว่างวันที่ 27 – 29 พฤษภาคม 2569 นาย โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยภริยาและคณะผู้แทนระดับสูงของเวียดนาม ได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และภริยา

    นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย แสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนาย โต เลิม และคณะผู้แทนระดับสูงของเวียดนาม พร้อมทั้งยืนยันว่าการเยือนครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนาม 

    การเยือนดังกล่าวถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนดทิศทางความร่วมมือภายใต้กรอบ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน” (Comprehensive Strategic Partnership) ให้มีความลึกซึ้ง เป็นรูปธรรม โดยร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย – เวียดนาม ปี 2569 – 2574 ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือในทุกมิติ รวมทั้งความมั่นคง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน

    ทั้งสองฝ่ายได้ประเมินพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามในช่วงที่ผ่านมา โดยเห็นพ้องกันว่า       ความไว้วางใจทางการเมืองระหว่างกันได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ในขณะที่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนยังคงเป็นจุดเด่นสำคัญ การแลกเปลี่ยนระดับประชาชน และการประสานความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะภายใต้กรอบสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น บนพื้นฐานดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้หารืออย่างกว้างขวางเกี่ยวกับแนวทางและมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยถือเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์อันยาวนานและใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและการเยือนในทุกระดับ ทุกภาคส่วน และทุกช่องทาง เพิ่มประสิทธิภาพของกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ ตลอดจนธำรงและต่อยอดกลไกความร่วมมือ        ด้านกลาโหมและความมั่นคงให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ให้คำมั่นที่จะเพิ่มความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ผลักดันการเจรจาและการลงนามความตกลงด้านกฎหมายระหว่างกัน และยืนยันว่าจะไม่ยินยอมให้บุคคลหรือองค์กรใดใช้ดินแดนของตนเป็นฐานในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเร่งส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ พลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว นวัตกรรม การเกษตรเทคโนโลยีขั้นสูง การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการระหว่างสองประเทศและในภูมิภาค

    ภายหลังการหารืออย่างเป็นทางการ นาย โต เลิม และนาย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ซึ่งประกอบด้วย

    1. แผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย – เวียดนาม ปี 2569 – 2574

    2. หนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทย รับช่วงภารกิจจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเดิม และจะดำเนินการตามความตกลงที่ได้ลงนามไว้กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเวียดนามต่อไป

    3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงและปฏิบัติการอากาศยาน ระหว่างสายการบินเวียตเจ็ท (Vietjet) กับสำนักงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย

    4. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันการเมือง การบริหาร และการจัดการภาครัฐของเวียดนาม กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น

    5. ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสายการบินเวียตเจ็ทและบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมธุรกิจประกันภัย กีฬา การแลกเปลี่ยนระดับประชาชน และกระชับมิตรภาพไทย–เวียดนามผ่านกิจกรรมด้านฟุตบอลและการบิน

    นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาธุรกิจไทย–เวียดนาม 2026 ภายใต้แนวคิด “Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Relations”

    ในโอกาสเดียวกัน นายโต เลิม ได้เข้าพบนาย โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย โดยนายโสภณได้กล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่นต่อการเยือนไทยครั้งแรกของนายโต เลิม ในตำแหน่งใหม่ 

    ประธานรัฐสภาไทยได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จด้านการพัฒนาของเวียดนามภายหลังการดำเนินนโยบาย “โด่ยเม้ย” (Đổi mới) มากว่า 40 ปี โดยเห็นว่าความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากนโยบายที่เหมาะสม เสถียรภาพทางการเมือง และความมุ่งมั่นของประชาชนเวียดนาม ด้านนายโต เลิม ได้ขอบคุณฝ่ายไทยสำหรับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ พร้อมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของไทยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การพัฒนาอุตสาหกรรม การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยชื่นชมวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของไทยที่ช่วยยกระดับบทบาทของประเทศในเวทีระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ

    ภายในกรอบการเยือนอย่างเป็นทางการดังกล่าว นายโต เลิม ยังได้พบหารือกับผู้บริหารกลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยหลายแห่ง โดยแสดงความยินดีที่ภาคธุรกิจไทยยังคงขยายการลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสาขาอุตสาหกรรมพื้นฐาน อุตสาหกรรมสีเขียว วัสดุใหม่ โลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทาน อาทิ กลุ่มบริษัท SCG, Gulf Development และ Siam Piwat นอกจากนี้ นายโต เลิม ยังได้พบปะผู้แทนสมาคมมิตรภาพไทย–เวียดนาม ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินบทบาทเป็นสะพานเชื่อมในการส่งเสริมมิตรภาพ การแลกเปลี่ยนระดับประชาชน และความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างสองประเทศต่อไป

    ในการเยือนครั้งนี้ นาย โต เลิม พร้อมด้วยนาง โง เฟือง ลี (ภริยา) ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีแห่งราชอาณาจักรไทย ณ พระบรมมหาราชวัง

    พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมความสำคัญของการเยือนครั้งนี้ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม และเกิดขึ้นภายหลังที่ทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ทั้งสองฝ่ายแสดงความพึงพอใจต่อพัฒนาการอันโดดเด่นของความสัมพันธ์ทวิภาคีตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา

    นายโต เลิม เน้นย้ำว่า เวียดนามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์กับประเทศไทย โดยปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้า    รายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในอาเซียน และเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายสำคัญของเวียดนาม พร้อมทั้งชื่นชมการเสด็จเยือนเวียดนามของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในครั้งที่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ

    ฝ่ายเวียดนามยังได้แสดงความขอบคุณต่อพระราชวงศ์ไทยที่ได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการศึกษา         การพัฒนาชุมชน และสวัสดิการสังคมในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง

    การเข้าเฝ้าฯ ในครั้งนี้สะท้อนถึงระดับความไว้วางใจทางการเมืองอันสูงระหว่างไทยและเวียดนาม และยืนยันถึงความมุ่งมั่นของผู้นำทั้งสองประเทศในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ขยายความร่วมมือในทุกมิติ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม

    (จาก https://dangcongsan.vn/ – https://vnexpress.net/ – https://viettimes.vn/ – https://baochinhphu.vn/)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/a5l733qmzjjfx387jw0pwtth&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MwDw3A4J2nOKjF-pa9zYu

  • “สีหศักดิ์” ในประชุม OECD 2026 ชูทักษะแรงงาน-นวัตกรรม นำไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต

    “สีหศักดิ์” ในประชุม OECD 2026 ชูทักษะแรงงาน-นวัตกรรม นำไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต

    ก่อนที่จะร่วมกล่าวใน Plenary Session หัวข้อ “Balancing the Goals and Impacts of Industrial Policy” การกำหนดนโยบายอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงทั้งเป้าหมายการพัฒนา และผลกระทบที่ตามมาว่า สำหรับประเทศไทย นโยบายอุตสาหกรรมเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด นับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้ดำเนินยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างศักยภาพด้านอุตสาหกรรมภายในประเทศ ผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาการทดแทนการนำเข้าไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งออกผ่านมาตรการต่างๆ อาทิ การให้สิทธิประโยชน์ และแรงจูงใจด้านการลงทุนที่มุ่งเป้าหมาย การดำเนินยุทธศาสตร์ เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อย่างเข้มแข็ง และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ โดยนโยบายเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนประเทศไทยจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคเกษตรกรรมเป็นหลักไป สู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี แต่บริบทที่เคยเอื้อต่อความสำเร็จดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันนักลงทุนไม่ได้มองแค่สิทธิประโยชน์ หรือแรงจูงใจทางภาษีเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับทักษะแรงงาน นวัตกรรม คุณภาพของกฎระเบียบ ความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และความมีเสถียรภาพของนโยบายภาครัฐ

    ขณะเดียวกันประเทศต่างๆ ยังต้องสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพ เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนความยั่งยืนควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้ นโยบายอุตสาหกรรมจึงยังคงมีความสำคัญ แต่ต้องเปลี่ยนจุดเน้นจากการสนับสนุนอุตสาหกรรมเฉพาะภาคส่วน ไปสู่การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของระบบเศรษฐกิจโดยรวม นั่นหมายถึงการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ผ่านการพัฒนาทักษะ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเพิ่มการลงทุนในระบบนิเวศนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเทคโนโลยีสีเขียว และยังหมายถึงการเสริมสร้างการบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เนื่องจากห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี พลังงาน และการลงทุนในปัจจุบันต่างเชื่อมโยงและเป็นดำเนินการข้ามพรมแดนมากขึ้น

    สิ่งเหล่านี้ยังเป็นแนวทางสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนประเทศไทยในปัจจุบัน ขณะที่เร่งเดินหน้าการปฏิรูป เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยืดหยุ่นเพื่อรองรับอนาคต ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การ OECD จึงมีความสำคัญต่อประเทศไทย เรามองว่าการเข้าเป็นสมาชิกมิใช่เป้าหมายปลายทาง หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจในภาพรวม และการเข้าเป็นสมาชิกช่วยให้ประเทศไทยสามารถ นำแนวคิด และนโยบายของตนกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล เพิ่มความสอดคล้องเชิงนโยบาย และเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันต่างๆ เพื่อรองรับอนาคต ซึ่งในความเป็นจริง ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับ OECD มิได้เริ่มต้นจากกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการ คณะกรรมการ ตลอดจนตราสารต่างๆ ของ OECD อย่างต่อเนื่อง เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของ OECD และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ

    เราเชื่อว่า OECD เองก็สามารถได้รับประโยชน์จากประสบการณ์ของประเทศไทยเช่นกัน ในฐานะประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางค่อนไปทางสูง ประเทศไทยมีประสบการณ์เชิงปฏิบัติที่สามารถช่วยเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายใน OECD และสนับสนุนการมีส่วนร่วมกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ได้ดียิ่งขึ้น โดยในแง่นี้ การเข้าเป็นสมาชิกจึงไม่ใช่เพียงเรื่องที่ประเทศไทยจะได้เรียนรู้จาก OECD เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างบทบาท และความสำคัญของ OECD ในเวทีโลกที่กำลังขยายตัวมากขึ้นด้วย

    ทั้งนี้ เชื่อว่าคำถามสำคัญที่สุดที่เราควรร่วมกันพิจารณาคือ นโยบายอุตสาหกรรมจะสามารถช่วยให้สังคมต่างๆ ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญได้อย่างไร พร้อมทั้งต้องทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงมาพร้อมกับการมีความสามารถในการแข่งขัน มีความยืดหยุ่น และมีความยั่งยืน นี่คือความท้าทายที่ตนเชื่อว่า หลายประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน และนั่นคือเหตุผลที่เวทีความร่วมมืออย่าง OECD จึงยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้แน่ใจว่า นโยบายของเราจะมีความพร้อมสำหรับเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่เรากำลังร่วมกันสร้างขึ้น

    จากนั้นนายสีหศักดิ์ ได้มีโอกาสหารือทวิภาคีกับหลายประเทศ อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบัลแกเรีย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงการหารือกับนายมาทีอัส คอร์มันน์ (Mr.Mathias Cormann) เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

    #สีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว #OECD2026 #เศรษฐกิจไทย #นโยบายอุตสาหกรรม #การลงทุนต่างประเทศ #กระทรวงการต่างประเทศ #MCM2026 #พัฒนาทักษะแรงงาน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/foreign/378978308&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lNplqylYmPPHj6Wb6OG22

  • จบเห่!ท่องเที่ยวเขมร ถึงว่า”ผู้นำ”ร้อนตัวดับลือเศรษฐกิจเจ๊ง เอาเงินไปถลุงซื้ออาวุธรบ | TOPNEWS

    จบเห่!ท่องเที่ยวเขมร ถึงว่า”ผู้นำ”ร้อนตัวดับลือเศรษฐกิจเจ๊ง เอาเงินไปถลุงซื้ออาวุธรบ | TOPNEWS

    จบเห่!ท่องเที่ยวเขมร ถึงว่า”ผู้นำ”ร้อนตัวดับลือเศรษฐกิจเจ๊ง เอาเงินไปถลุงซื้ออาวุธรบ

    • เผยแพร่ : 04/06/2026 20:43

    จบเห่!ท่องเที่ยวเขมร ถึงว่า”ผู้นำ”ร้อนตัวดับลือเศรษฐกิจเจ๊ง เอาเงินไปถลุงซื้ออาวุธรบไทย

    #TOPNEWS #topupdate
    #ข่าวเด่น #ข่าวด่วน #ข่าวต่างประเทศ
    #ฮุนเซน #ฮุนมาเนต #ท่องเที่ยวเขมร
    #ไทยกัมพูชา #เศรษฐกิจกัมพูชา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1593230&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZT1nIpTQQ7RMySGMX1muJ

  • สุดเศร้า! พบร่างนักท่องเที่ยวหญิงชาวนนทบุรี หลงป่าเขาเจ็ดยอด

    สุดเศร้า! พบร่างนักท่องเที่ยวหญิงชาวนนทบุรี หลงป่าเขาเจ็ดยอด

    สุดเศร้า! พบร่างนักท่องเที่ยวหญิงชาวนนทบุรี หลงป่าเขาเจ็ดยอด

    สุดเศร้า! พบนักท่องเที่ยวหญิงชาวนนทบุรี ที่หลงป่าเขาเจ็ดยอด 4 วัน กลายเป็นศพจมน้ำ ติดเพิงหินบริเวณวังย่านหนานไทร

    ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากจังหวัดตรัง กรณีนางสาววันทนีย์ อายุ 54 ปี ชาวอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี นักท่องเที่ยวเดินป่า ได้เกิดเหตุพลัดหลงหายระหว่างเดินทางกลับจากการเดินป่าท่องเที่ยวเขาเจ็ดยอด ลงสู่พื้นที่น้ำตกหนานสะตอ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

    ไปภายในป่าบนเขาเจ็ดยอด แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาบรรทัด รอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง-พัทลุง  

    สตริงเกอร์ ตรัง
    สุดเศร้า! พบร่างนักท่องเที่ยวหญิงชาวนนทบุรี หลงป่าเขาเจ็ดยอด

    ขณะเดินทางพร้อมกับนักท่องเที่ยวเดินป่ารวมจำนวน 10 คน ขึ้นไปท่องเที่ยวกับไกด์ แล้วเกิดสูญหายไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน หรือหายไปเป็นเวลา 4 วัน ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น 

    คืบหน้าล่าสุด นายพระเนตร อุทัยรังษี นายอำเภอปะเหลียน ได้เดินทางมายังน้ำตกหนานสะตอ เดินทางขึ้นเขาเจ็ดยอด โดยเข้าไปฟังสรุปจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด และในเวลาต่อมา พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้การตำรวจภูธรตรัง ก็เดินทางมายังกองอำนวยการที่น้ำตกหนานสะตอ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะให้ตำรวจนำโดรนขึ้นบินเพื่อสำรวจและหาผู้สูญหาย

    และเมื่อเวลา 15.50 น. เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาได้โทรศัพท์แจ้งมายังกองอำนวยการ ซึ่งตั้งอยู่ที่น้ำตกหนานสะตอ รับทราบว่า ได้เดินสำรวจบริเวณที่พบกระดาษทิชชูเปียกและขวดน้ำเกลือแร่ ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้สูญหาย เมื่อเดินไปบริเวณลำธารน้ำขนาดใหญ่ซึ่งไหลรวมลงมา ก่อนที่จะไหลมารวมเป็นน้ำตกโตนเต๊ะ หรือที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เรียกว่า “วังย่านหนานไทร”

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พบร่างของนางสาววันทนีย์ อายุ 54 ปี นักท่องเที่ยวเดินป่า มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนนทบุรี พบว่าจมน้ำเสียชีวิต โดยลอยไปติดหินบริเวณ ธารน้ำตกเหนือน้ำตกโตนเต๊ะ บริเวณ “วังย่านหนานไทร” หมู่ที่ 2 ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

    สตริงเกอร์ ตรัง
    สุดเศร้า! พบร่างนักท่องเที่ยวหญิงชาวนนทบุรี หลงป่าเขาเจ็ดยอด

    โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้ปรับแผนในการให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากอำเภอปะเหลียน ขึ้นไปรับร่างของผู้เสียชีวิตลงมายังพื้นล่างที่บริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำตกโตนเต๊ะ โดยอยู่เหนือขึ้นไปประมาณ 4 กิโลเมตรจากชั้นล่าง ตรงบริเวณเส้นทางขึ้นน้ำตกโตนเต๊ะ ซึ่งคาดว่าค่ำคืนนี้จึงจะสามารถนำร่างของผู้เสียชีวิตลงมาได้

    นายพระเนตร อุทัยรังษี นายอำเภอปะเหลียน กล่าวว่า ขณะนี้บนภูเขามีเจ้าหน้าที่รวมกว่า 60 คนที่กำลังค้นหา แต่ในวันนี้ยังไม่มีชุดใดที่กลับลงมา คาดว่าช่วงเย็นจะกลับลงมาหนึ่งชุด ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อกับชุดค้นหาได้ เพราะจะต้องอาศัยสัญญาณโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียว

    นายธนสาร จันทรโชติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด เปิดเผยว่า ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายชุด พร้อมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเส้นทางบนป่า เราจะต้องค้นหาให้พบผู้สูญหาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/276942&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw196GsQyKJlJ0ZnIUievBLk

  • รีวิว “สำนักสงฆ์เขาพระครู ชลบุรี”

    รีวิว “สำนักสงฆ์เขาพระครู ชลบุรี”

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/LoNDZgbWqALe&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IxMdR4oT1mvCp4GQBvD1H

  • “เบียร์ ปรเมศวร์” เบอร์ 2 ลุยชุมชนมาบประดู่-เขาตาโล ขอคะแนนชาวบ้าน ชู “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” | TOPNEWS

    “เบียร์ ปรเมศวร์” เบอร์ 2 ลุยชุมชนมาบประดู่-เขาตาโล ขอคะแนนชาวบ้าน ชู “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” | TOPNEWS

    วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา กลุ่ม “เรารักพัทยา” หมายเลข 2 พร้อมด้วยทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 3 หมายเลข 13–18 ลงพื้นที่พบปะประชาชนในชุมชนมาบประดู่และชุมชนเขาตาโล เพื่อขอคะแนนเสียงและนำเสนอนโยบายการพัฒนาเมืองพัทยา

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายปรเมศวร์และทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 3 ได้เดินพบปะพูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด รับฟังความคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะจากชาวบ้าน เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่

    พร้อมกันนี้ ได้มีการนำเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองภายใต้ทีม “เรารักพัทยา” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการบริการสาธารณะ

    นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ผลงานให้ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงขอโอกาสจากชาวพัทยาให้กลับเข้ามาสานต่อการพัฒนาเมืองอีกครั้ง

    “เรายังคงยึดมั่นในสโลแกน ‘ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ’ และพร้อมเดินหน้าสร้างพัทยาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่น่าอยู่ ปลอดภัย และเติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน” นายปรเมศวร์ กล่าว

    อนันต์ กิ่งสร / นันทัช กิ่งสร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1593214&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PMYU8sMlSRDSd2Gb_41w3

  • เปิดระบบแล้ววันนี้! ลงทะเบียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่” บนแอปทางรัฐ “คนเก่า-คนใหม่” ต้องทำอย่างไร เช็กไทม์ไลน์ที่นี่

    เปิดระบบแล้ววันนี้! ลงทะเบียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่” บนแอปทางรัฐ “คนเก่า-คนใหม่” ต้องทำอย่างไร เช็กไทม์ไลน์ที่นี่

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/151771&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_rgWnc9wTdxjZMEY4c99Y

  • ดร.มัลลิกา หาเสียงอ่อนนุช เดินเท้าจากบีทีเอส รับฟังปัญหาผู้ค้า ชงกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเมือง

    ดร.มัลลิกา หาเสียงอ่อนนุช เดินเท้าจากบีทีเอส รับฟังปัญหาผู้ค้า ชงกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเมือง

    ดร.มัลลิกา หาเสียงอ่อนนุช เดินเท้าจากบีทีเอส รับฟังปัญหาผู้ค้า ชงกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเมือง

    เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ดร. มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่หาเสียงในช่วงเย็นโดยเริ่มต้นเดินเท้าตั้งแต่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อการเดินทางและย่านเศรษฐกิจสำคัญที่มีผู้คนสัญจรไปมาอย่างหนาแน่นในช่วงเย็น



    ดร.มัลลิกา พร้อมทีมงานได้เดินพบปะทักทายประชาชนที่กำลังเดินทางกลับจากการทำงาน รวมถึงกลุ่มผู้คนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยในย่านตลาดและร้านค้าสองข้างทาง มีประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ให้ความสนใจเข้ามาทักทาย มอบดอกไม้ และขอถ่ายรูปคู่ตลอดเส้นทาง

    ​”ย่านอ่อนนุชคือภาพสะท้อนของวิถีชีวิตคนเมืองที่เต็มไปด้วยพลัง ทั้งกลุ่มคนทำงานและผู้ประกอบการรายย่อย การทำให้การเดินทางสะดวก ปลอดภัย และการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น จึงเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ” ดร.มัลลิกา กล่าว

    ​นอกจากนี้ ดร.มัลลิกา ยังได้ใช้โอกาสนี้ในการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากปากของพ่อค้าแม่ค้าโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องการทำมาหากินและการจัดการพื้นที่ทางเท้า ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้คนในพื้นที่ ถือเป็นการลงพื้นที่ที่อัดแน่นไปด้วยรอยยิ้มและเสียงเชียร์ “เบอร์ 14”

    ดร.มัลลิกา

    ดร.มัลลิกา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5748110&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uuNZxC6UR2Orw6ADw6ZK5

  • 7 ที่เที่ยวหน้าฝนจังหวัดน่าน ที่สวยเหมือนหลุดไปอีกโลก

    7 ที่เที่ยวหน้าฝนจังหวัดน่าน ที่สวยเหมือนหลุดไปอีกโลก

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/zPL3Ypdmw3VM&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3J0np8VUZ7QoWep_k_VVUH

  • “สุรศักดิ์” มอบทุนนักกีฬาปี 69 ชู “ลงทุนในคน” สร้างรากฐาน-พัฒนากีฬาไทยยั่งยืน

    “สุรศักดิ์” มอบทุนนักกีฬาปี 69 ชู “ลงทุนในคน” สร้างรากฐาน-พัฒนากีฬาไทยยั่งยืน

    “สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มอบทุนนักกีฬาปี 2569 ย้ำ ภาครัฐมุ่งเน้น “ลงทุนในคน” เป็นรากฐานสำคัญพัฒนาวงการกีฬาไทย ส่งกำลังใจ-ยกย่องนักกีฬาทุกคน เสียสละชีวิตส่วนตัวสร้างชื่อเสียงประเทศ

    วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการอบรมปฐมนิเทศนักกีฬาและบุคลากรกีฬาที่ได้รับทุนการศึกษาจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น 

    นายสุรศักดิ์ กล่าวเปิดงานและช่วงหนึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของสวัสดิการด้านการศึกษาว่า ทุนการศึกษาของกองทุนฯ ถือเป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยยกระดับและวางรากฐานความมั่นคงให้กับนักกีฬาในระยะยาว การสนับสนุนในจุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้ทุนเรียนฟรี แต่คือการ “ลงทุนกับคน” ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนระบบการพัฒนากีฬาของไทยให้ก้าวหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในและนอกสนามกีฬา พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมและแสดงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเส้นทางชีวิตของนักกีฬา

    “รัฐบาลและกระทรวงฯ ทราบดีว่าการก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาตัวแทนระดับจังหวัดหรือระดับประเทศนั้น ต้องแลกมาด้วยการเสียสละเวลาและโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนคนทั่วไป ต้องห่างไกลครอบครัวเพื่อทุ่มเทให้กับการเก็บตัวฝึกซ้อมและการแข่งขัน ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มุ่งมั่นทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ เพราะพวกท่านไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจและเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ”

    ในช่วงท้าย นายสุรศักดิ์ ยังได้ฝากข้อคิดสำคัญแก่นักกีฬาและบุคลากรกีฬาที่ได้รับทุน โดยขอให้ทุกคนตั้งใจเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักกีฬารุ่นต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมย้ำว่า หัวใจสำคัญที่จะทำให้ยืนหยัดในเส้นทางนี้ได้อย่างมั่นคงคือ วินัย ความอดทน และความมุ่งมั่น ขอให้ทุกคนรักษาคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาตนเองในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิต และสร้างความยั่งยืนในอาชีพแม้ในวันที่ก้าวลงจากสังเวียนการแข่งขันแล้วก็ตาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2937396&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gfeC4PCMSfenDM4prjD8l