Blog

  • น้องฟิล์ม ไม่ตายไมค์ ตอกกลับนิ่ม ๆ หลังมีคนโพสต์ใต้รูปโอปอล สุตาชา ถึงตำแหน่งนางงาม – ผู้หญิง

    น้องฟิล์ม ตอบไม่ตายไมค์ ปมคนจำ โอปอล สุตาชา ได้ตำแหน่งรองมิสยูนิเวิร์ส มากกว่าตำแหน่งมิสเวิลด์ เสียอีก.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://women.kapook.com/view298327.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04wFDwJ3_b7oSwqdA6fj1F

  • ผู้ว่าฯประจวบฯ มอบคอมพิวเตอร์-งบสนับสนุนโรงเรียน ยกระดับการศึกษา

    ผู้ว่าฯประจวบฯ มอบคอมพิวเตอร์-งบสนับสนุนโรงเรียน ยกระดับการศึกษา

    ภูมิภาค

    ผู้ว่าฯประจวบฯ มอบคอมพิวเตอร์-งบสนับสนุนโรงเรียน ยกระดับการศึกษา

    วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.27 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 ที่โรงเรียนประชาบูรณะวิทยา ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนแก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัด เป็นครั้งที่ 3 เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดแคลนและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน

    ภายในพิธีมีผู้บริหารการศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน คณะครู และนักเรียนเข้าร่วม อาทิ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รองศึกษาธิการจังหวัด และผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่

    ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่สะท้อนการเห็นความสำคัญของการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนให้ก้าวทันโลกดิจิทัล การสนับสนุนครั้งนี้ช่วยให้โรงเรียนและนักเรียนเข้าถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาทักษะสำหรับอนาคต

    ทั้งนี้ โรงแรมบลูเวฟ หัวหิน สนับสนุนคอมพิวเตอร์จำนวน 10 เครื่อง ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบเงินสนับสนุนปรับปรุงโรงอาหารของโรงเรียนประชาบูรณะวิทยา เพื่อยกระดับสุขาภิบาลและโภชนาการนักเรียน รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท

    โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” โดยเฉพาะด้านการศึกษา ภายใต้นโยบาย “10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา” ที่มุ่งระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนตามแนวคิด CSR เพื่อเพิ่มความพร้อมด้านเทคโนโลยีแก่โรงเรียน

    ก่อนหน้านี้ จังหวัดได้ส่งมอบคอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 1–2 ต.ค. 68 จำนวน 2 โรงเรียน และวันที่ 16 ธ.ค. 68 อีก 2 โรงเรียน ในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย สามร้อยยอด และทับสะแก

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/464127&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Q7Wip7OpTQrhM77teQExl

  • โครงการพี่ชวนน้องเรียน CDTI ปีที่ 7จัดอบรมให้กับโรงเรียนเครือข่าย ณ โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา จ.อุทัยธานี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    โครงการพี่ชวนน้องเรียน CDTI ปีที่ 7จัดอบรมให้กับโรงเรียนเครือข่าย ณ โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา จ.อุทัยธานี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/120041/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39whltCYQDpR-i0DK4ok26

  • สัมพันธ์อังกฤษ-จีน “ดีและแข็งแรง” เคียร์ สตาร์เมอร์ เผยหลังพบสี จิ้นผิง – BBC News ไทย

    สัมพันธ์อังกฤษ-จีน “ดีและแข็งแรง” เคียร์ สตาร์เมอร์ เผยหลังพบสี จิ้นผิง – BBC News ไทย

    สัมพันธ์อังกฤษ-จีน “ดีและแข็งแรง” เคียร์ สตาร์เมอร์ เผยหลังพบสี จิ้นผิง

    เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและจีนนั้นอยู่ในสถานะที่ “ดีและแข็งแรง” หลังจากได้มี “การพูดคุยกับ สี จิ้นผิง ผู้นำของจีนในกรุงปักกิ่ง”

    สรุป

    • เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและจีนนั้นอยู่ในสถานะที่ “ดีและแข็งแรง” หลังจากได้มี “การพูดคุยกับ สี จิ้นผิง ผู้นำของจีนในกรุงปักกิ่ง”
    • นายกฯ สหราชอาณาจักรบอกว่า ได้มีความคืบหน้าในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาษีเหล้า และวีซ่าฟรีสำหรับชาวอังกฤษในการเดินทางไปจีน
    • ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง บอกว่า เกิดจุดเปลี่ยนหลายครั้งในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหราชอาณาจักร แต่การมีความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ “ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”
    • สตาร์เมอร์ มีกำหนดการที่จะไปเยือนพระราชวังต้องห้าม และไปเป็นพยานการเซ็นข้อตกลงกับ หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน
    • เป็นที่คาดหมายกันว่าผู้นำของทั้งสองประเทศ จะเซ็น “สนธิสัญญาความมั่นคงชายแดน” เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรือเล็กที่ถูกใช้ในการข้ามจากยุโรปภาคพื้นไปยังเกาะอังกฤษ

    รายงานสด

    1. สหราชอาณาจักร-จีน ลงนามข้อตกลงอะไรบ้าง

      จากการเปิดเผยของทำเนียบรัฐบาลอังกฤษ ข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทั้งสองชาติลงนามร่วมกันในวันนี้ มีดังนี้

      • ความร่วมมือด้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และการเข้าเมืองผิดกฎหมาย
      • ความร่วมมือทวิภาคีเพื่อเป็นพันธมิตรด้านการบริการต่าง ๆ
      • ศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกันเกี่ยวกับข้อตกลงการบริการทางการค้าทั้งสองชาติ
      • ความร่วมมือด้านระบบตรวจสอบและรับรอง (Field of Conformity Assessment)
      • การส่งออกจากสหราชอาณาจักรไปยังจีน
      • เสริมสร้างความเข้มแข็งในการทำงานของคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรและจีน
      • ความร่วมมือด้านบริการดูแลพยาบาลที่บ้านและอุตสาหกรรมการกีฬา
      • ความร่วมมือในการศึกษาและฝึกอบรมด้านเทคนิคและอาชีวะ
      • ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร การกักกันสัตว์และพืช
      • ความร่วมมือด้านสุขภาพ

      อย่างไรก็ดี บีบีซียังไม่ทราบรายละเอียดของความร่วมมือต่าง ๆ เหล่านี้

      .

      ที่มาของภาพ, Reuters

    2. จีนและสหราชอาณาจักรกำลังร่วมมือกัน

      นอกจากข้อตกลงฟรีวีซ่า 30 วันแล้ว สหราชอาณาจักรยังประกาศว่ากำลัง “มุ่งมั่นศึกษา” เพื่อให้เกิดข้อตกลงด้านการค้าระหว่างจีนและสหราชอาณาจักร

      หากการเจรจานี้ลุล่วงก็จะเป็นการสถาปนากฎเกณฑ์ซึ่งจะใช้บังคับกับบริษัทสัญชาติสหราชอาณาจักรที่ต้องการประกอบธุรกิจในจีนอย่างชัดเจน สร้างความสะดวกแก่บริษัทห้างร้านสัญชาติสหราชอาณาจักรในการดำเนินการทางธุรกิจในจีนและบริษัทจีนในสหราชอาณาจักร

      ปัจจุบันสหราชอาณาจักรเป็นผู้ส่งออกบริการที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของโลก รัฐบาลสหราชอาณาจักรคาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะช่วยให้มูลค่าการส่งออกภาคบริการจากบริษัทสัญชาติสหราชอาณาจักรไปยังจีนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1.3 หมื่นล้านปอนด์ต่อปี

    3. สตาร์เมอร์เผยสหราชอาณาจักรมองหา “ความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนกับจีนมากขึ้น”,

      เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ บอกกับสี จิ้นผิง ว่าเขาต้องการความสัมพันธ์ที่ “ละเอียดอ่อนมากขึ้น” กับจีน ระหว่างการพบกับประธานาธิบดีที่มหาศาลาประชาชน ในช่วงเช้าวันแรกตามกำหนดการเยือนจีน

      เขากล่าวกับผู้นำจีนว่า เป็นช่วงเวลาที่ “ยาวนานเกินไป” นับตั้งแต่นายกฯ สหราชอาณาจักรเดินทางมาเยือนจีนครั้งล่าสุด

      สตาร์เมอร์เน้นย้ำถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาความสัมพันธ์กับจีน เขาบอกว่า “การที่ผมมาอยู่ที่นี่ในวันนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในความคิดของชาวสหราชอาณาจักร”

      “ผมให้สัญญาไว้เมื่อ 18 เดือนที่แล้ว เมื่อผมได้รับเลือกเข้าสู่รัฐบาลว่าผมจะทำให้สหราชอาณาจักรก้าวสู่โลกภายนอกอีกครั้ง”

      “เพราะพวกเราต่างก็รู้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศกระทบกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศบ้านเกิดของเรา ตั้งแต่ราคาสินค้าบนชั้นวางของซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยของเรา”

    4. เปรียบเทียบเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรกับจีน

      ปีเตอร์ ฮอสกินส์ ผู้สื่อข่าวธุรกิจบีบีซีประจำสิงคโปร์ อธิบายว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรและจีนแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

      เริ่มต้นด้วยขนาดใกล้เคียงกัน ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักรอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าของจีนที่ประมาณ 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

      นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของทั้งสองประเทศก็แตกต่างกันมาก สหราชอาณาจักรขยายตัวประมาณ 1.5% ในปี 2025 ในขณะที่ทางการจีนกล่าวว่าเศรษฐกิจของจีนเติบโต 5% แต่เพื่อความเป็นธรรม ช่องว่างแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วอย่างสหราชอาณาจักรกับจีนซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา

      ความแตกต่างเหล่านี้ยังคงมีอยู่ต่อไป ตั้งแต่ฐานการผลิตขนาดใหญ่ของจีนไปจนถึงการครองตลาดแร่หายากของโลก

      นอกจากนี้ยังมีเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งคือ จีนดำเนินระบบเศรษฐกิจแบบตลาดสังคมนิยม ซึ่งเป็นระบบลูกผสมระหว่างการวางแผนจากส่วนกลางของรัฐเข้ากับกลไกตลาด ในขณะที่สหราชอาณาจักรเป็นระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีมากกว่า

    5. การเยือนของสตาร์เมอร์มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของปักกิ่งในเวทีโลก,

      ลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวประจำประเทศจีน รายงานว่า จีนเชื่อว่าสหราชอาณาจักรใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกามากเกินไป และเพียงแค่ทำตามรัฐบาลสหรัฐฯ ในเรื่องนโยบายต่างประเทศ

      ดังนั้น การเยือนจีนครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวกับภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ผ่านการเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม และพบกับสี จิ้นผิง

      สหราชอาณาจักรไม่ใช่หนึ่งในคู่ค้าสำคัญอันดับต้น ๆ ของจีนเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ยังคงมองว่ากรุงลอนดอนเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญ และจะกระตือรือร้นที่จะทำข้อตกลง

      จีนกำลังใช้สถานะของตนเองในฐานะโรงงานของโลกเพื่อดึงประเทศตะวันตกให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น จีนต้องการให้ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะใช้มาตรการภาษีทางการค้า

      สำหรับทางการจีน การค้าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสถานะและอิทธิพลในระดับโลก ในขณะที่จีนกำลังวางแผนระยะยาวในการแข่งขันอำนาจกับสหรัฐฯ

      ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี

      ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

    6. “สตาร์เมอร์” พบประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ผู้นำจีน

      เมื่อเวลาราว 10.00 น. ตามเวลาไทย เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ได้พบปะกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ตามการรายงานของสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของจีน CCTV

      โดยการพบกันครั้งล่าสุดของทั้งสองคนคือเมื่อเดือน พ.ย. 2024 ในระหว่างที่ทั้งคู่เดินทางไปเข้าร่วมการประชุม G20 ที่ประเทศบราซิล

      ก่อนหน้านี้ นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า การมาเยือนของสตาร์เมอร์คือการสร้างโอกาส “ในการเพิ่มความเชื่อมั่นร่วมกันทางการเมืองกับสหราชอาณาจักร [และ] กระชับความร่วมมือในทางปฏิบัติ”

      “การเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความไว้วางใจร่วมกัน พัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี และพัฒนาความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน คือสิ่งที่อยู่ในความสนใจของสองประเทศและประเทศอื่น ๆ ในโลก” นายกัวกล่าวเสริม

      กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน

      ที่มาของภาพ, EPA

      คำบรรยายภาพ, กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า การมาเยือนของสตาร์เมอร์คือการสร้างโอกาส “ในการเพิ่มความเชื่อมั่นร่วมกันทางการเมืองกับสหราชอาณาจักร [และ] กระชับความร่วมมือในทางปฏิบัติ”
    7. ตารางการเดินทางของผู้นำอังกฤษในวันนี้มีอะไรบ้าง

      นี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้วางแผนไว้สำหรับวันนี้

      • อันดับแรกคือการประชุมทวิภาคีกับ จ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน
      • ลำดับถัดมา (ซึ่งอาจสำคัญที่สุด) คือการประชุมทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน
      • หลังจากนั้นจะเป็นงานเลี้ยงรับรองทางวัฒนธรรมสั้น ๆ ก่อนที่จะไปเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม จากนั้นจะเป็นพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและหารือกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน
      • วันนี้จะปิดท้ายด้วยพิธีที่คาดว่าทั้งสตาร์เมอร์และหลี่จะร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามในข้อตกลงหลายฉบับ ก่อนที่จะไปรับประทานอาหารค่ำ
    8. ยินดีต้อนรับสู่การรายงานสด นายกฯ อังกฤษเดินทางเยือนจีน

      บีบีซีไทยขอนำท่านเข้าสู่การรายงานสด ภารกิจนายกฯ อังกฤษเยือนจีน

      คริส เมสัน บรรณาธิการข่าวการเมืองของบีบีซีเดินทางไปพร้อมกับเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร รายงานว่า หลังจากที่สตาร์เมอร์เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้วเมื่อเวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 16.15 น. เวลาไทย)

      การเดินทางเยือนครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนประเทศจีนครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่ปี 2018 โดยมีผู้นำทางธุรกิจและวัฒนธรรมของอังกฤษประมาณ 60 คน โดยมีความหวังว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน

      คำบรรยายวิดีโอ, เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ เดินทางถึงสนามบินในกรุงปักกิ่งแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/live/cwywdew7229t&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Y7glDO8fucGXI14TDRZR8

  • ชุดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน ชุดการเรียนรู้ที่ 4 งานตรวจวัดวิเคราะห์สภาพกระบอกสูบและชุดลูกสูบเครื่องยนต์ : เดช ทองแก้ว

    ชุดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน ชุดการเรียนรู้ที่ 4 งานตรวจวัดวิเคราะห์สภาพกระบอกสูบและชุดลูกสูบเครื่องยนต์ : เดช ทองแก้ว

    ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารผลงาน

    ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
    dech.1342@gmail.com 

    ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

    ฿1,790

    https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


    ชุดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน ชุดการเรียนรู้ที่ 4 งานตรวจวัดวิเคราะห์สภาพกระบอกสูบและชุดลูกสูบเครื่องยนต์ : เดช ทองแก้วชุดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านชุดการเรียนรู้ที่4งานตรวจวัดวิเคราะห์สภาพกระบอกสูบและชุดลูกสูบเครื่องยนต์:เดชทองแก้ว

    ≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

    ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ความน่าจะเป็น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 : อาฤทธิ์ศรา สิทธิวงค์

    เปิดอ่าน 2,220 ครั้ง

    แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ชั้น ม.4 ผลงานครูนัยเนตร อภัยนอก

    เปิดอ่าน 31,262 ครั้ง

    ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ชุดที่ 1 เรื่อง ไดโอด ผลงานครูฐิติชญา ธนวิทยไพศาล

    เปิดอ่าน 6,715 ครั้ง

    นวัตกรรม Best Pracitce ด้านความปลอดภัย ชื่อผลงาน NUPP MODEL (Noo-Plod-Pai ) หนูปลอดภัยโมเดล : โรงเรียนบ้านโคกล่าม

    เปิดอ่าน 4,654 ครั้ง

    บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเว็บ วิชา  การวิเคราะห์และออกแบบระบบ ผลงานครูยุพรัช  แป้นห้วย

    เปิดอ่าน 12,675 ครั้ง

    แบบฝึกปฏิบัติ การสร้าง e-Book ชั้นม.1-3 ผลงานครูณัฐรินีย์ เสมสันต์

    เปิดอ่าน 13,454 ครั้ง

    นวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ประจำปี ๒๕๖๘ เก่งดี มีคุณธรรม ด้วยนวัตกรรม KRUMO model : จุฑามาศ ศรีบุญเรือง

    เปิดอ่าน 1,456 ครั้ง

    แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมสระมีตัวสะกดเปลี่ยนรูปและลดรูป ผลงานครูสายเพ็ญ  กิตติรัตน์

    เปิดอ่าน 24,060 ครั้ง

    ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง มหัศจรรย์พืชรอบตัวเรา ผลงานครูรุ้งราวรรณ พงษ์เกษม

    เปิดอ่าน 11,286 ครั้ง

    ชุดเกม

    เปิดอ่าน 5,597 ครั้ง

    เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง การอ่านจับใจความพระบรมราโชวาทของรัชกาลที่ 5 ผลงานครูสุธีรา ใจอาด

    เปิดอ่าน 12,132 ครั้ง

    หนังสือส่งเสริมการอ่านกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชุดนิทานร้อยกรอง ป.2 ผลงานครูไพรทูลย์ เผ่าน้อย

    เปิดอ่าน 18,635 ครั้ง

    รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร : ศรชัย เทียมสานุจิตต์

    เปิดอ่าน 1,932 ครั้ง

    แบบฝึกทักษะการบวก จำนวนไม่เกินสองหลักแบบมีทด ผลงานครูอนัญญา  จันทรัตน์

    เปิดอ่าน 51,769 ครั้ง

    งานวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไว โดยใช้โปรแกรมแบบฝึกแบบผสมผสาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดท้ายหาด (พลอยเจียเส็ง) : กุลภากร  ฮวดรักษา

    เปิดอ่าน 2,170 ครั้ง

    ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ชั้น ม.3 ผลงานครูสุกัลญา  ธนามิตต์

    เปิดอ่าน 10,792 ครั้ง

    :: เรื่องปักหมุด ::

    Advertisement

    ≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93175&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_mNEZscfaywVq_i1lKSKh

  • “ผลกระทบจากจีน”? หรือว่าเป็น”โอกาสจากจีน” กันแน่ มุมมองอีกด้านเรื่องการค้าการลงทุน

    “ผลกระทบจากจีน”? หรือว่าเป็น”โอกาสจากจีน” กันแน่ มุมมองอีกด้านเรื่องการค้าการลงทุน

    เมื่อไม่นานมานี้ ข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักงานศุลกากรของจีนแสดงให้เห็นว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 ดุลการค้าของจีนแตะระดับ 1.08 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกินกว่าระดับหนึ่งล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก นี่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของการค้าต่างประเทศของจีน อย่างไรก็ตาม บางคนฉวยโอกาสนี้สร้างกระแสความตื่นตระหนกเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “คลื่นลูกที่สองของผลกระทบจากจีน” โดยกล่าวหาว่าจีน “ดำเนินกลยุทธ์เพื่อทำให้ประเทศเพื่อนบ้านยากจนลง” ถ้าสังเกตดีๆก็จะพบว่ามีวาทกรรม “ผลกระทบจากจีน” ในรูปแบบต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ โดยมีถ้อยคำใหม่ๆ ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดล้วนแฝงด้วยกลอุบายเก่าๆ ของ “ทฤษฎีภัยคุกคามจากจีน” เป็นระยะๆ

    นี่คือ “การระบายกำลังการผลิตส่วนเกิน” หรือการค้าที่ได้ประโยชน์ร่วมกันกันแน่? จากมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่เรียกว่า “กำลังการผลิตส่วนเกิน” นั้นเป็นข้อเสนอที่เป็นเท็จ ในโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ เข้าร่วมการค้าระหว่างประเทศโดยอาศัยความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของตนเอง ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรโลกอย่างเหมาะสม ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าอย่างมากในความร่วมมือทางเศรษฐกิจของมนุษย์ การผลิตของประเทศหนึ่งๆ คำนึงถึงทั้งความต้องการของตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ การส่งออกของจีนเป็นการค้าปกติที่อิงตามความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศ

    ในระดับโลก เกณฑ์ในการพิจารณาว่าสินค้าใดเป็นการทุ่มตลาดหรือไม่ คือ ราคาส่งออกของสินค้าต่ำกว่ามูลค่าปกติ และทำให้เกิดความเสียหายหรือมีความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศผู้นำเข้า และต้องมีความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระหว่างกัน จีนมีระบบอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ บุคลากรที่มีทักษะสูงจำนวนมาก และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนา ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าจีนเกิดจากขนาดเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ด้วยความต้องการของตลาดและสินค้าที่มีต้นทุนต่ำ ทุกฝ่ายจึงได้รับประโยชน์

    นี่คือ “การเบียดเบียนพื้นที่การพัฒนา” หรือ “การเสริมสร้างศักยภาพผ่านความร่วมมือ” กันแน่? เมื่อพิจารณาโครงสร้างสินค้าส่งออกของจีน สินค้ากึ่งสำเร็จรูปและสินค้าทุนเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของการส่งออกโดยรวม นอกจากนี้ บริษัทจีนยังส่งเสริมการผลิตในประเทศอย่างแข็งขัน บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของจีน เช่น Great Wall Motors และ SAIC Motor ได้จัดตั้งโรงงานในประเทศไทยและอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง สัดส่วนของมูลค่าสินค้าหรือบริการที่ผลิตภายในประเทศไทย  (Local Content) ของโรงงาน BYD สูงถึง 54% ” การถ่ายทอดเทคโนโลยี” ของจีนได้ยกระดับอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มบริษัท Midea ได้สร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศที่เชื่อมต่อ 5G แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย และเทคโนโลยีการตรวจสอบคุณภาพ 5G+AI ของบริษัทได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงานได้อย่างมีประสิทธิผล

    จีนส่งเสริมการเปิดประเทศในระดับสูงอย่างแข็งขัน โดยเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงสินค้าต่างๆ เช่น งานมหกรรมนำเข้านานาชาติจีน (CIIE) และงานมหกรรมบริการนานาชาติจีน (CIFTIS) เป็นประจำทุกปี ซึ่งหลายประเทศเพื่อนบ้านได้รับประโยชน์ ในช่วงสิบเดือนแรกของปี 2025 การค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างจีนและอาเซียนมีมูลค่าถึง 51.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้ การนำเข้าผลไม้และผักสดและแห้งจากอาเซียนของจีนมีมูลค่าเกิน 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นมากกว่าสองในสามของการนำเข้าทั่วโลกของจีน จีนเป็นประเทศผู้นำเข้าบริการรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีความต้องการสูง จีนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม มาเป็นเวลานานแล้ว

    การค้าและการลงทุนของจีนทำให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นมีโอกาสทางอาชีพที่หลากหลายและมีอนาคตสดใสมากขึ้น จีนยึดมั่นในหลักการ ” การจัดการเรียนการสอนตามความต้องการของการพัฒนาของอุตสาหกรรม นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และสถาบันการศึกษาและสถานประกอบการไปด้วยกัน” ซึ่งส่งผลให้แรงงานในท้องถิ่นพัฒนาขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยีและนวัตกรรมลูปันประเทศไทย (Luban Workshop)ใช้แนวทาง “การศึกษาในระบบ + การฝึกอบรมวิชาชีพ” หลักสูตรทั้งหกหลักสูตรได้รับการตรวจสอบและอนุมัติโดยคณะกรรมการการอาชีวศึกษาของไทย และถูกรวมเข้ากับระบบการศึกษาของประเทศ นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาสามารถได้รับวุฒิการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานด้านการศึกษา

    เป็นที่ประจักษ์ว่าความร่วมมือของจีนกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นการร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย การตีความดุลการค้าเกินดุลด้านเดียว การจงใจสร้างความสับสนระหว่างความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และการใส่ร้ายป้ายสีการค้าปกติและความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน ล้วนเป็นการปฏิเสธตลาดโลกและกฎของเศรษฐกิจตลาด เป็นการพยายามตัดขาดห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกอย่างไม่เป็นธรรม ขัดขวางการยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศกำลังพัฒนา และท้ายที่สุดก็เผยให้เห็นถึงความคิดแบบ “ชาติตนต้องมาก่อน”

    โดยทั่วไปแล้วประชาคมระหว่างประเทศมองอนาคตการพัฒนาของจีนในแง่ดี กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และหน่วยงานอื่นๆ ต่างปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2026 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีนได้วางกรอบอนาคตที่สดใสสำหรับทุกประเทศในการร่วมกันพัฒนาและแบ่งปันอนาคตร่วมกัน จีนจะยังคงส่งเสริมความร่วมมือในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีคุณภาพสูง สร้างเครือข่ายการเชื่อมโยงระดับภูมิภาคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการค้า และส่งเสริมให้ประเทศเพื่อนบ้านที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบสามารถมีบทบาทเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น จีนที่ยึดมั่นในความเปิดกว้าง มุ่งมั่นในนวัตกรรม และแสวงหาการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง คือแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดสำหรับความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในเอเชีย 

    ข้อเขียนจาก “กงหรง” ผู้สังเกตการณ์ด้านกิจการระหว่างประเทศ

    Photo – ผู้เข้าชมถ่ายรูปที่ศาลาแสดงสินค้าของจีนในงานมหกรรมนำเข้านานาชาติครั้งที่ 8 (CIIE) ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2025 (ภาพโดย Hector RETAMAL / AFP)
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/39814&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24NGHNlPZT5jLOU7_JuK5c

  • รับสมัครนักศึกษา ปริญญาโท ภาคปกติ ครั้งที่ 2 /2569 – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    รับสมัครนักศึกษา ปริญญาโท ภาคปกติ ครั้งที่ 2 /2569 – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    รับสมัครนักศึกษา ปริญญาโท ภาคปกติ ครั้งที่ 2 /2569

    กรณีสอบสัมภาษณ์ กรณีทุนส่งเสริมการศึกษา และกรณีมีประสบการณ์การทำงาน

    • ประกาศรายชื่อ 15 พฤษภาคม 2569
    • สอบสัมภาษณ์ 18 – 29 พฤษภาคม 2569
    • ประกาศผล 16 มิถุนายน 2569

    คุณสมบัติของผู้สมัคร (กรณีสอบสัมภาษณ์)
    คุณสมบัติผู้สมัครเข้าศึกษาต่อ
    เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในปีสุดท้ายของหลักสูตรปริญญาตรีทุกสาขาจากสถาบันการศึกษาของรัฐ/เอกชน (จะต้องสำเร็จการศึกษาก่อนวันเปิดภาค)
    หมายเหตุ : หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต จะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์หรือเทียบเท่า

    คุณสมบัติของผู้สมัคร (กรณีทุนส่งเสริมการศึกษา)
    เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือกำลังศึกษาในภาคสุดท้ายของหลักสูตรปริญญาตรี (จะต้องสำเร็จการศึกษาก่อนวันเปิดภาค) และจะต้องมีผลการศึกษา ในระดับปริญญาตรี ดังนี้
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1 ไม่ต่ำกว่า 3.00
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 2 ไม่ต่ำกว่า 2.75
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 3 ไม่ต่ำกว่า 2.50
    โดยสถาบันให้การสนับสนุนผู้ผ่านการคัดเลือกกรณีทุนส่งเสริมการศึกษา ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม
    การศึกษา (ค่าหน่วยกิต) แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 3 เป็นทุนยกเว้นค่าหน่วยกิตกึ่งหนึ่งให้ผู้รับทุนตลอดหลักสูตร
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1 เป็นทุนยกเว้นค่าหน่วยกิตให้ผู้รับทุนตลอดหลักสูตรและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 2 เป็นทุนยกเว้นค่าหน่วยกิตให้ผู้รับทุนตลอดหลักสูตร

    คุณสมบัติของผู้สมัคร (กรณีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและมีประสบการณ์การทำงาน)

    1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาของรัฐบาลหรือเอกชนและได้การรับรองวุฒิการศึกษาจากสำนักงานปสัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
    2. มีประสบการณ์ทำงาน 1 ปี นับถึงวันเปิดภาค (ยกเว้นคณะนิติศาสตร์จะต้องมีประสบการณ์ทำงาน 1 ปี นับถึงวันสมัครและคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จะต้องมีประสบการณ์ทำงาน 3 ปี นับถึงวันสมัคร
    3. ผู้สมัครจะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานให้มาศึกษาเต็มเวลา

    เอกสารประกาศรับสมัคร

    >>> ประกาศสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เรื่อง รับสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาโท ภาคปกติ ครั้งที่ 2/2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/admmission-master-degree-2-2569/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gIUwPQQ9JZoAhWLVbFh5A

  • เลือกตั้ง69 : สุดารัตน์ลุยฝั่งธนฯ ชูบำนาญ 3,000 บาท ปลุกเศรษฐกิจฐานราก

    เลือกตั้ง69 : สุดารัตน์ลุยฝั่งธนฯ ชูบำนาญ 3,000 บาท ปลุกเศรษฐกิจฐานราก

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ฝั่งธนบุรี พบประชาชนหลายจุด ตั้งแต่ย่านธุรกิจบริเวณอาคารสำนักงาน ไปจนถึงศูนย์การค้าและชุมชนในเขตบางขุนเทียน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีทั้งกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุเข้าร่วมให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด

    เลือกตั้ง69 : สุดารัตน์ลุยฝั่งธนฯ ชูบำนาญ 3,000 บาท ปลุกเศรษฐกิจฐานราก

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยเน้นสื่อสารนโยบายหลักด้านเศรษฐกิจ คือ “บำนาญประชาชน 3,000 บาท” โดยมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากฐานราก ผ่านการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้สูงอายุ ซึ่งจะช่วยลดภาระครอบครัว และทำให้เงินหมุนเวียนในชุมชนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

    เลือกตั้ง69 : สุดารัตน์ลุยฝั่งธนฯ ชูบำนาญ 3,000 บาท ปลุกเศรษฐกิจฐานราก

    พรรคระบุว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการช่วยเหลือรายได้ แต่ยังออกแบบให้สอดรับกับโครงสร้างสังคมสูงวัย ผ่านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของรัฐในระยะยาว

    ขณะเดียวกัน การอัดฉีดเงินตรงถึงประชาชน ถูกมองว่าให้ผลเป็น “ตัวคูณทางเศรษฐกิจ” มากกว่าการกระตุ้นผ่านกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เนื่องจากเงินจะถูกใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อย ตลาด และธุรกิจท้องถิ่น ส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม

    เลือกตั้ง69 : สุดารัตน์ลุยฝั่งธนฯ ชูบำนาญ 3,000 บาท ปลุกเศรษฐกิจฐานราก

    พรรคไทยสร้างไทยย้ำแนวคิดการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายดูแลประชาชนตลอดช่วงชีวิต โดยเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่เห็นว่านโยบายที่ตอบโจทย์ค่าครองชีพและทำได้จริง คือปัจจัยสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/737220&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ASxyS20KhIyb9doiEzEN-

  • ศุภจี ปลื้มกระแสตอบรับ ภูเก็ต ชูเขตเศรษฐกิจพิเศษ

    ศุภจี ปลื้มกระแสตอบรับ ภูเก็ต ชูเขตเศรษฐกิจพิเศษ

    วานนี้ (28 มกราคม) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย กล่าวระหว่างลงพื้นที่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต ว่า กระแสตอบรับจากการลงพื้นที่ทั้งอุบลราชธานีและภูเก็ตนั้น โคตรดูดีมาก ประชาชนมีความกระตือรือร้นและอยากทราบแนวทางแก้ปัญหา พร้อมยืนยันเมื่อถูกถามเรื่องแบกพรรคว่า ไม่รู้สึกแบบนั้นเลย เพราะตนตัวเล็กนิดเดียว แต่พรรคภูมิใจไทยมีบุคลากรคุณภาพครบทีม หากเลือกเราจะได้ทั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มาดูการคลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มาดูการต่างประเทศ และอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตนจะเข้ามาดูเรื่องการหารายไต้เข้าประเทศ ซึ่งแตกต่างจากนโยบายพรรคอื่นที่ส่วนใหญ่เน้นเรื่องรายจ่าย

    ศุภจีกล่าวต่อถึงนโยบายประชานิยมว่า ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ แต่หากพรรคอื่นมีนโยบายแจกเงินเขาก็ต้องอธิบายที่มาของเงินและความยั่งยืนให้ได้ สำหรับภูมิใจไทยเรา พูดแล้วทำ และมีวินัยการเงินการคลังที่เข้มงวดโดยเอกนิติ เพราะปัจจุบันประเทศมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้และหนี้สาธารณะเกือบชนเพดาน การใช้งบประมาณจึงต้องแม่นยำและคุ้มค่าที่สุด นโยบายของเราจึงไม่ได้ให้แค่ปลา แต่ตั้งใจจะให้เบ็ดตกปลา เพื่อให้ประชาชนสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้อย่างยั่งยืน

    ศุภจียังเน้นย้ำถึงแผนการยกระดับภูเก็ตเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษว่า ภูเก็ตมีศักยภาพสูงมาก จึงควรจัดสรรงบประมาณที่หาได้ในพื้นที่มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเร่งด่วนได้เองโดยไม่ต้องรอกลาง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเตาเผาขยะเพื่อแก้ปัญหาขยะตกค้าง 1.2 ล้านตัน การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำประปา รวมถึงเร่งรัดโครงการแก้รถติดอย่างอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง และสะพานข้ามแยกเกาะแก้ว นอกจากนี้ ยังเตรียมดันโครงการ “สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ” เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ ทั้งทางบก ราง และอากาศ เพื่อปั๊มรายได้เข้าประเทศให้สูงขึ้น


    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/suphajee-phuket-bhumjaithai-sez-infrastructure/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Tz3nOgFt-hXrfO8vsdg4t

  • เทียบนโยบายเศรษฐกิจ ‘เพิ่มรายได้-ลดค่าครองชีพ-แก้หนี้’ พรรคไหนโดนใจสุด

    เทียบนโยบายเศรษฐกิจ ‘เพิ่มรายได้-ลดค่าครองชีพ-แก้หนี้’ พรรคไหนโดนใจสุด

    ภายใต้บรรยากาศการเมืองไทยที่มุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โจทย์ที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุดคือการแก้สารพัดปัญหาเศรษฐกิจ

    โดยผลสำรวจเนชั่นโพลระบุชัดว่าคนไทยกว่า 41.91% ต้องการให้รัฐบาลใหม่เร่งเพิ่มงานและรายได้ภายใน 100 วันแรก ตามมาด้วยการลดค่าครองชีพ 33.20% และการจัดการหนี้ครัวเรือน 22.05%

    ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมข้อมูลนโยบายเศรษฐกิจ อาทิ นโยบายเพิ่มงาน เพิ่มรายได้ ค่าแรง โอกาสทำมาหากิน ช่วย SME ลดค่าครองชีพ ค่าน้ำ ค่าไฟ ขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้า จัดการหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบ ปรับโครงสร้างหนี้ ที่แต่ละพรรคการเมือง แจ้งข้อมูลนโยบายหาเสียงไปยัง กกต. ทั้งตัวนโยบายพร้อมวงเงินงบประมาณที่จะใช้ รวมถึงที่มาของแหล่งเงินที่จะใช้ในนโยบายนั้นๆ 

    สมรภูมิ ‘เพิ่มงาน-เพิ่มรายได้-ช่วย SME’: กลยุทธ์อัดฉีดฐานราก

    พรรคการเมืองต่างมองว่า SME และแรงงานคือเครื่องยนต์หลักที่จะต้องรีบสตาร์ทเครื่องให้ติด

    พรรคเพื่อไทย : ชูโครงการ “คนไทยไร้จน” เพื่อเติมรายได้ให้ประชาชนครบ 3,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มลงทะเบียนภายใน 3 เดือนแรก ใช้งบประมาณสูงถึง 60,000 ล้านบาทต่อปี

    พร้อมนโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” วงเงิน 5,000 ล้านบาทต่อปี และมีไม้เด็ดคือการให้ รัฐเป็นลูกค้า SME เพื่อกระจายรายได้สู่รายย่อย พร้อมระบุแหล่งเงินทุน มาจากการบริหารระบบงบประมาณ การจัดเก็บรายได้ที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารระบบภาษี

    พรรคประชาชน : นำเสนอกลยุทธ์ “หวยใบเสร็จ SME” เพื่อดึงร้านค้าย่อยเข้าสู่ระบบภาษี ใช้งบประมาณ 24,000 ล้านบาทต่อปี และมี สินเชื่อสร้างตัว SME (กองทุนเพิ่มผลิตภาพ) วงเงิน 5,000 ล้านบาท

    โดยแหล่งเงินทุน 71.57% มาจากงบประมาณแผ่นดินปกติโดยการปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น และ 11.59% จากเงินทุนหมุนเวียนกองทุน TFFIF และอีกส่วนจากการร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน (PPP)

    พรรคประชาธิปัตย์ : เน้นการ ประกันรายได้ผู้ใช้แรงงาน ในพื้นที่ค่าครองชีพสูง ใช้งบประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี และสนับสนุน SME ผ่านกองทุนร่วมลงทุนในภาคเอกชน วงเงิน 1,000 ล้านบาท แหล่งเงินทุน มาจากงบประมาณแผ่นดินปกติและการบริหารจัดการงบประมาณใหม่

    พรรคภูมิใจไทย : เสนอการสร้างงานผ่าน “ทหารอาสา 1 แสนคน” ใช้งบ 22,700 ล้านบาทต่อปี และ “พยาบาลอาสาดูแลผู้สูงวัย” ใช้งบ 13,500 ล้านบาทต่อปี รวมถึง โครงการคนละครึ่งพลัส วงเงิน 44,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุน มาจากการเกลี่ยงบประมาณประจำปีที่มีความซ้ำซ้อนและมีความจำเป็นน้อย

    ปฏิบัติการ ‘ลดค่าครองชีพ’: ค่าน้ำ-ไฟ-รถไฟฟ้า ที่ต้องเห็นผลทันที

    การลดรายจ่ายคือการเพิ่มรายได้ทางอ้อมที่เห็นผลเร็วที่สุดใน 100 วันแรก

    ลดราคาไฟฟ้า:

    พรรคภูมิใจไทย: เสนอค่าไฟหน่วยละ 3 บาท (200 หน่วยแรก) ใช้งบประมาณ 63,360 ล้านบาทต่อปี โดยใช้เงินจากงบรายจ่ายประจำปีและรายได้จากโซลาร์เซลล์

    พรรครวมไทยสร้างชาติ: ประกาศปรับลดเหลือหน่วยละ 3.33 บาท โดยใช้การปรับโครงสร้างพลังงานและงบประมาณประจำปี

    พรรคเพื่อไทย: ตั้งเป้าลดให้ไม่เกินหน่วยละ 3.70 บาท โดยใช้นโยบายบริหารจัดการแบบไม่ใช้งบประมาณรัฐ

    พรรคไทยก้าวใหม่: มีแนวคิดสนับสนุน โซลาร์และแบตเตอรี่ภาคประชาชน (Private PPA) ใช้งบ 9,500 ล้านบาท เพื่อลดค่านำเข้า LNG

    ขนส่งสาธารณะ/รถไฟฟ้า:

    เพื่อไทย: ยืนยันทำ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านการบริหารทรัพย์สินรัฐและเอกชนให้มีประสิทธิภาพ และรถเมล์ 10 บาทใน 10 เส้นทางหลัก ใช้งบ 1,000 ล้านบาทต่อปี

    ไทยก้าวใหม่: เตรียมงบชดเชย 14,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อบังคับใช้รถไฟฟ้า 20 บาททุกสายแบบทันที

    ประชาธิปัตย์: เสนอค่าโดยสารสูงสุด 30 บาทต่อเที่ยว (รวมรถไฟฟ้าและรถเมล์) ใช้งบประมาณปีละ 12,500 ล้านบาท โดยใช้เงินจากงบประมาณแผ่นดินและกลไกกองทุนบริหารจัดการรายได้กลาง

    มหากาพย์ ‘จัดการหนี้’: ล้างหนี้เสีย-หนี้นอกระบบ ระเบิดเวลาของคนไทย

    หนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบคือปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนกว่า 22.05% ต้องการให้แก้ไข

    พรรคไทยก้าวใหม่ : มีนโยบาย ยกหนี้ กยศ. ทั้งระบบ ใช้งบเฉลี่ยปีละ 51,000 ล้านบาท โดยใช้การออกพันธบัตรการศึกษา (Education Bond)

    และโครงการ “คุณสู้หนี้ เราเคลียร์ให้” สำหรับหนี้ไม่เกิน 2 แสนบาท ใช้งบประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี ผ่านกลไกการบริหารหนี้ AMC

    พรรคเพื่อไทย: เตรียมแผนทำทันทีใน 3 เดือนแรก ทั้งการ ล้างหนี้วัยเกษียณ (งบ 4,000 ล้านบาท) ล้างหนี้นอกระบบ (งบ 6,000 ล้านบาท) และโครงการ “ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด” วงเงิน 30,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินมาจากใช้การบริหารงบประมาณและมาตรการกึ่งการคลัง

    พรรคกล้าธรรม : วางแผนจัดตั้ง “ธนาคารประชาชน” (Banking for Thais) ใช้งบ 30,000 ล้านบาท และมีนโยบาย แก้หนี้เกษตรกร ที่ใช้งบ 60,000 – 90,000 ล้านบาทต่อปี โดยแหล่งเงินมาจากการปรับลดงบซ้ำซ้อน งบกลาง และการร่วมทุน (PPP)

    พรรคประชาชาติ : เน้นการจัดตั้ง กองทุนหมู่บ้านแห่งสันติภาพ วงเงิน 2,120 ล้านบาท เพื่อลดหนี้นอกระบบตามหลักศาสนา โดยแหล่งเงินมาจากเน้นการ “ตัดไขมันส่วนเกิน” เช่น งบอบรม สัมมนา และโฆษณา และการเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/650208&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jvwLv1ZKQySz2nvUpJ2jw