Blog

  • ตราดเปิดตัว น้องพลายเกาะ มาสคอตเกาะช้าง ช่วยโปรโมทการท่องเที่ยว

    ตราดเปิดตัว น้องพลายเกาะ มาสคอตเกาะช้าง ช่วยโปรโมทการท่องเที่ยว

    ตราดเปิดตัว น้องพลายเกาะ มาสคอตเกาะช้าง ช่วยโปรโมทการท่องเที่ยว

    วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.44 น.

    29 มกราคม 2569 นายบุญเชิด สรแสง นายอำเภอเกาะช้าง เปิดเผยว่า หลังจากเดินทางมารับตำแหน่งนายอำเภอเกาะช้างแล้ว พบว่า อำเภอเกาะช้างมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวกันปีละนับล้านคน และสร้างรายได้ให้กับจังหวัดและอำเภอเกาะช้างมาก ด้วยความสวยงามทางธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ทั้งน้ำทะเล ชายหาด ป่าไม้ หรือ ประการังใต้ทะเล แต่สิ่งที่ยังขาดหายไปก็คือ สิ่งดึงดูดทางการท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของเกาะช้าง จึงหารือร่วมกันกับทาง อพท.ตราด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ ด้วยการจัดการประกวดสัญลักษณ์หรือมาสคอตขอลเกาะช้างขึ้น และได้มีการดำเนินการประกวดและได้ผู้ชนะการประกวดออกแบบ ซี่งจะใช้เป็นมาสคอตในการโปรโมทการท่องเที่ยวของเกาะช้างต่อไป 

    “การทำเพื่อมาสคอตเกาะช้าง เพื่อสร้างสัญลักษณ์การจดจำ (Brand Identity) สร้างตัวแทนที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของเกาะช้าง (เช่น ช้าง หรือทรัพยากรทางทะเล) ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: ใช้มาสคอตเป็นสื่อกลางในการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม และโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ บนเกาะช้าง​กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรม และสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านสินค้าที่ระลึก (Merchandise) ของมาสคอต​สร้างปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว ใช้มาสคอตเป็นตัวแทนในการต้อนรับและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้มาเยือนทุกเพศทุกวัย จึงได้มีการจัดประกวดออกแบบมาสคอตเกาะช้าง จนได้ผู้ชนะเลิศ นำสู่การเปิดตัว “น้องพลายเกาะ” มาสคอตเกาะช้างในครั้งนี้”

    ด้านนายรักศักดิ์ นวพรภักดี ผู้ชนะการออกแบบมาสคอตเกาะช้าง “น้องพลายเกาะ” กล่าวว่า  การออกแบบเลือกใช้ “ช้าง” เป็นคาแรคเตอร์เพื่อสื่อถึงความเป็น “เกาะช้าง” ได้อย่างชัดเจน เชื่อมโยงความเป็นธรรมชาติ สัตว์ และความเป็นอยู่วิถีชีวิตของผู้คนรวมไว้ในการออกแบบให้ สามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถนำไปใช้ร่วมประชาสัมพันธ์ในชื่อต่างๆได้ง่าย  โดยตัวของ “น้องพลายเกาะ” จะออกแบบหมวกให้มีรูปทรงเหมือนเกาะ มีต้นไม้ลักษณะเหมือนต้นมะพร้าว ประดับด้วยดอกไม้ กฤษณา (ดอกไม้ประจำจังหวัดตราด) ซึ่งเป็นจังหวัดที่ ตั้งของ “เกาะช้าง” ใช้สีเขียว (แทนพืชพรรณธรรมชาติ) สีครีม(แทนหาดทราย) ทอดผ่านไปส่วนของตัวมาสคอต ซึ่งเป็น “ข้างสีฟ้า” แทนความสวยงามของท้องทะเล ซึ่ง เป็นจุดเด่นของ “เกาะช้าง” ทั้งยังแสดงถึงความสุขและ ความบริสุทธิ์อีกด้วย 

    ทั้งนี้ “น้องเกาะช้าง” จะสามารถสวมใส่เสื้อผ้าปรับเปลี่ยนได้ ไปตามกิจกรรมที่มีมากมายบนเกาะ หรือประเพณีต่างๆได้ตามความเหมาะสม เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วม กับงานต่างๆได้ง่ายและมีความสอดคล้องกันเพื่อให้น้องพลายเกาะ เป็นเสมือนตัวแทนเกาะช้างที่จะพาทุกคนไปสัมผัสถึงความสวยงามและเสน่ห์ เฉพาะตัวของเกาะช้างใช้กับทุกคนที่ได้มาเยือน  

    ที่ผ่านมานายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยดร.สมจินต์ ชาญกระบี่ รองผู้อำนวยการ ด้านปฏิบัติการ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้จัดการ อพท.หมู่เกาะช้าง ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานตราด นายบุญเชิด สรแสง นายอำเภอเกาะช้าง และนายรักศักดิ์ นวพรภักดี ผู้ชนะการออกแบบมาสคอตเกาะช้าง ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว “น้องพลายเกาะ” มาสคอตเกาะช้าง  ต่อสื่อมวลชนในจังหวัดตราด รวมทั้งอินฟลูเอนเซอร์ สื่อออนไลน์ต่างๆ จัดที่ห้องประชุมร้าน HAPA โรงแรมตราดซิตี้ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/943871&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fRFULQFYSlPHLHDYa2qCb

  • ซีนงดงาม “ลิซ่า” ขึ้นแท่นทูตท่องเที่ยวคนใหม่ ทัพคนดังร่วมงานแน่นเฟรมวัดอรุณฯ

    ซีนงดงาม “ลิซ่า” ขึ้นแท่นทูตท่องเที่ยวคนใหม่ ทัพคนดังร่วมงานแน่นเฟรมวัดอรุณฯ

    เปิดตัว “ลิซ่า” นั่งแท่น Amazing Thailand Ambassador ททท. กลางวัดอรุณฯ ทัพดาราตบเท้าร่วมงานแน่น

    กรี๊ดสลบกันทั้งประเทศ! ถือเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่ทำเอาวงการท่องเที่ยวไทยคึกคักรับต้นปี 2026 แบบสุดปัง เมื่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเปิดตัวศิลปินระดับโลกอย่าง “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ขึ้นแท่นเป็น Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ 

    งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเนรมิตแลนด์มาร์กสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง “วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” ให้กลายเป็นเวทีประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ ภายใต้แคมเปญเก๋ๆ “Feel All the Feelings”

    เป้าหมายหลักคือการดึงพลังของ “ลิซ่า” ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก มาถ่ายทอดเสน่ห์ไทยในมุมมองใหม่ ให้ชาวโลกได้สัมผัสถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และ “ความรู้สึก” ลึกซึ้งที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากเมืองไทย

    พรมแดงไฟลุก! คนดังตบเท้าร่วมยินดีคับคั่ง

    นอกจากความปังของ ลิซ่า แล้ว บรรยากาศภายในงานยังคึกคักไปด้วยเหล่าซุปตาร์และเซเลบคนดังในวงการบันเทิงไทย ที่ตบเท้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในค่ำคืนประวัติศาสตร์

    นำทีมโดยนางเอกหน้าหวาน แต้ว ณฐพร, สาวสวยสุดสตรอง โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, เดียร์น่า ฟลีโป และอีกมากมายที่แต่งตัวจัดเต็ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9870802/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vn44B6xWqbcBGiBKrxLJz

  • เผยเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค.68ยังไปต่อ ‘คลัง’ ชี้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศหนุน

    เผยเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค.68ยังไปต่อ ‘คลัง’ ชี้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศหนุน

    ‘คลัง’ เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ธ.ค. 2568 ยังไปต่อ อานิสงส์ส่งออกโตกระหึ่ม 18 เดือนติด พ่วงการบริโภค-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน พร้อมจับตาทิศทางค่าเงินบาท-นโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน หวั่นกระทบไทย

    29 ม.ค. 2569 – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ธ.ค. 2568 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือน ธ.ค. 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 28,928.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 16.8% และการขยายตัวของการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน รวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 26.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.6% ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลง อยู่ที่ 3.37 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -7.1%

    ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทิศทางค่าเงินบาท และนโยบายเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

    สำหรับการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน เช่นเดียวกันการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนธ.ค. 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -0.03% ตามการลดลงในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ข้าว และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือน ธ.ค. 2568 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 88.2 จากระดับ 89.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจาก 1. เหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย- กัมพูชา 2. ความกังวลด้านความต่อเนื่องการดำเนินนโยบายของรัฐบาลหลังมีการประกาศยุบสภา และ 3. การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนพ.ย. 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ที่ระดับ 57.4 จากระดับ 56.8 ในเดือนก่อนหน้า

    ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ธ.ค. 2568 อยู่ที่ -0.28% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.59% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2568 อยู่ที่ 65.7% ต่อจีดีพี ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2568 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 281.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/939118/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a08Tz1gVjg25TvYl8Hvn9

  • ยศชนัน บุกลำปาง ชูพลิกโฉมท่องเที่ยว ดันชามตราไก่ขายทั่วโลก

    ยศชนัน บุกลำปาง ชูพลิกโฉมท่องเที่ยว ดันชามตราไก่ขายทั่วโลก

    ยศชนัน บุกลำปาง ชูพลิกโฉมท่องเที่ยว ดันชามตราไก่ขายทั่วโลก

    วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.25 น.

    “ยศชนัน”บุกลำปางขอยกจังหวัด ชูพลิกโฉมท่องเที่ยว ดัน”ชามตราไก่ไปขายทั่วโลก” ด้าน”ณัฐวุฒิ”โต้กลับวาทกรรม”รักชาติ” ย้ำขอโอกาส”อ.เชน”เป็นนายกฯ แก้หนี้-ฟื้นเศรษฐกิจ

    เมื่อวันที่ 29 มกรารม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ปิดทริปเพื่อไทยออนทัวร์ ลงพื้นที่หาเสียง 4 จังหวัดภาคเหนือ เวทีปราศรัยสุดท้ายที่ จ.ลำปาง โดยคณะแกนนำชุดใหญ่ อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน , นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร 2 ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง ร่วมขอคะแนนเสียงยกจังหวัด 4 เขต ให้กับผู้สมัคร สส.ลำปาง นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เขต 1 , นายธนากร โล่สุนทร เขต 2 , นายบุญเลิศ แสนเทพ เขต 3 และนางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ เขต 4 ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน และคณะได้เข้ากราบสักการะมณฑปหลวงพ่อเกษม เขมโก ณ สำนักสุสานไตรลักษณ์ และขึ้นรถแห่เข้าสู่เวทีปราศรัย ที่มิวเซียมลำปาง มีประชาชนมารอต้อนรับและรอฟังปราศรัยแน่นเต็มลาน มีมอบดอกไม้พวงมาลัยของดีลำปางให้กำลังใจ

    นายยศชนัน ปราศรัยมุ่งเน้นปั้นให้ลำปางเป็น “นครแห่งความสุข” และศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าของภาคเหนือตอนบน พร้อมย้ำวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะเป็นวันเปลี่ยนอนาคตหากชาวลำปางเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 4 เขต

    “ผมมีความฝันที่อยากเห็นลำปางยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยเฉพาะเซรามิกตราไก่ที่ขึ้นชื่อ เราห้ามเก็บไว้แค่ในลำปาง แต่ผมจะนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปนำเสนอสู่สายตาชาวโลก เพื่อสร้างรายได้ให้พี่น้อง” นายยศชนัน กล่าว พร้อมทั้งได้ย้ำเรื่องการท่องเที่ยวว่า “เราจะไม่ยอมให้ลำปางเป็นเมืองผ่านที่นักท่องเที่ยวอยู่เพียงคืนเดียวแล้วจากไป พรรคเพื่อไทยจะพลิกโฉมการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก เพื่อให้ลำปางเป็นเมืองที่น่าอยู่และสร้างความสุขให้กับทุกคน”

    นอกจากนี้ ยังได้ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ทั้งแก้หนี้แบบครบวงจร พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี และ ประกันราคาสินค้าเกษตร 30% เพื่อดึงประชาชนออกจากวิกฤตความยากจน

    ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นปราศรัยตอบโต้กรณีแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่ใช้วาทกรรม “เลือกพรรครักชาติ” มาหาเสียง โดยระบุว่า เป็นการสร้างสมมติฐานจากความเห็นส่วนตัวที่อาจสร้างความขัดแย้ง พร้อมฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้กำกับดูแลลูกพรรคไม่ให้ใช้วาทกรรมแบ่งแยกประชาชนเช่นนี้

    “ในฐานะคนเสื้อแดงที่มีอุดมการณ์ต่อสู้ทางการเมือง ผมไม่เคยตราหน้าใครว่าไม่รักชาติ เพราะทุกคนต่างหวังดีต่อบ้านเมืองในมุมที่ต่างกัน แม้แต่กรณีที่ดินเขากระโดงหรือคดีฮั้ว สว. ผมก็ไม่เคยกล่าวหาว่าใครเกลียดชาติ” นายณัฐวุฒิ กล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ชี้แจงประเด็นกองทุนประกันสังคมว่า พรรคเพื่อไทยรับรู้ถึงปัญหามาตลอด แต่ที่ผ่านมาอยู่ในความดูแลของพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อเพื่อไทยเข้ามากำกับดูแลกระทรวงแรงงานเพียง 2 เดือน ก็ได้เร่งตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องทันที และให้คำมั่นว่าหากได้รับโอกาสเป็นรัฐบาล “จะยกเครื่องระบบประกันสังคมให้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน”

    ในช่วงท้าย นายณัฐวุฒิ ได้ย้ำเตือนทิ้งท้ายถึงคู่แข่งทางการเมืองว่า “สีแดงไม่ใช่อาหารหนู” และหากพรรคเพื่อไทยคว้าชัยชนะเป็นอันดับ 1 ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียวคือ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เท่านั้น

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/943997&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xCztPBNTxJXIOMb-itwv1

  • “พิพัฒน์” ชูเมกะโปรเจกต์ ดัน ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ – ศูนย์รวมความบันเทิง  มุ่งปั้นไทยสู่ฮับท่องเที่ยวโลก

    “พิพัฒน์” ชูเมกะโปรเจกต์ ดัน ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ – ศูนย์รวมความบันเทิง  มุ่งปั้นไทยสู่ฮับท่องเที่ยวโลก


    “พิพัฒน์” ชูเมกะโปรเจกต์ ดัน “Disneyland Thailand” ผุด Entertainment Complex ใน EEC ย้ำชัด “ทำได้จริง-ไร้กาสิโน” มุ่งปั้นไทยสู่ฮับท่องเที่ยวโลก

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ รวม.คมนาคม เผยถึงแนวคิดการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ฮับเศรษฐกิจระดับโลก” โดยมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงและการท่องเที่ยวครบวงจร โดยระบุว่า โครงการ ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ และศูนย์รวมความบันเทิง (Entertainment Complex plus ) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว  แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง หากมีรัฐบาลที่กล้าตัดสินใจและลงมือทำผนึกกำลัง กกท. เตรียมที่ดินชลบุรีพร้อมลุย

    นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้มีความพร้อมในด้านทรัพยากรอย่างมาก โดยเฉพาะที่ดินขนาดใหญ่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งEEC  มีพื้นที่เตรียมรองรับเมกะโปรเจกต์นี้ไว้แล้ว ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานใน EEC ที่มีความพร้อมสูงสุด ทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และสนามบินอู่ตะเภา เหลือเพียงขั้นตอนการดึงเอกชนมาร่วมลงทุน (PPP) และการผลักดันเชิงนโยบายอย่างจริงจัง ก็สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที

    โครงการนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่สวนสนุกเท่านั้น แต่ถูกวางแผนให้เป็น “Entertainment & Lifestyle Complex” มาตรฐานสากล ซึ่งภายในจะประกอบด้วย:
    • Concert & Event Hall: พื้นที่จัดแสดงดนตรีและอีเวนต์ระดับโลก
    • National Stadium: สนามกีฬาแห่งใหม่ ความจุ 80,000 ที่นั่ง เพื่อดึงดูดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ
    • Theme Park: สวนสนุกระดับโลกที่จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

    ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องธุรกิจสีเทา นายพิพัฒน์ ยืนยันหนักแน่นว่า “โครงการนี้จะไม่มีกาสิโน และไม่มีการมอมเมาประชาชน” โดยจุดประสงค์หลักคือการสร้างพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ ดนตรี และกีฬา สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขาวสะอาดและยั่งยืน

    ทางด้านประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ได้ประเมินว่าหากโครงการนี้สำเร็จ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลเทียบเท่ากับโมเดลความสำเร็จของ Tokyo Disneyland, Shanghai Disneyland หรือ Hongkong Disneyland  เกิดการสร้างงาน โดยคาดว่าจะเกิดการจ้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง ทั้งวิศวกร นักแสดง การจัดการอีเวนต์ และภาคบริการ มึเวทีคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพในเวทีระดับโลก ที่สำคัญมีการ กระจายรายได้ เม็ดเงินสู่ชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว

    นายพิพัฒน์ ทิ้งท้ายโดยยกตัวอย่างความสำเร็จในอดีต ช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ได้ผลักดันโครงการ “Phuket Sandbox” จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลกและกู้เศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยกลับมาได้ ผมมั่นใจว่า สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ทำได้ คนไทยก็ทำได้ ขอเพียงโอกาสในการผลักดัน เราจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกได้อย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39821&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bFvIBg-IP8RAb3F3wGDSq

  • ‘อภิสิทธิ์’ ลั่น ปชป.ตั้งใจเข้ามาคุมเกม ชี้ การเมืองสุจริตคือหัวใจ

    อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวกรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีไฮไลท์สำคัญคือภาพความประทับใจเมื่อน้องแทนไท เยาวชนวัย 16 ปี นำภาพถ่ายคู่กับอภิสิทธิ์เมื่อครั้งอายุเพียง 3 ขวบมาให้ชม พร้อมเล่าอย่างตื้นตันใจว่าเคยได้พบกับอภิสิทธิ์ ในงานสัปดาห์หนังสือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  พอทราบข่าวว่า อภิสิทธิ์จะมาอยุธยาเลยมารอพบให้กำลำลังใจ

    apisit-29jan26-SPACEBAR-Photo01.jpg

    apisit-29jan26-SPACEBAR-Photo02.jpg

    อภิสิทธิ์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า ต้องการดึงศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอแนวทางกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้คนในพื้นที่ที่มีความเข้าใจปัญหาดีที่สุด สามารถบริหารจัดการงบประมาณและการพัฒนาการท่องเที่ยวได้แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ลดความซ้ำซ้อนระหว่างกระทรวง ในส่วนของรัฐบาลกลาง พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะ ระบบราง เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย และการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) เพื่อให้ภาคเอกชนนำไปวางแผนต่อยอดธุรกิจการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    apisit-29jan26-SPACEBAR-Photo03.jpg

    เมื่อถามถึงประเด็นการเลือกตั้ง อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ให้คำมั่นชัดเจนถึงจุดยืน การเมืองสุจริต ได้ร่วมกับพี่น้องภาคใต้ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างจริงจัง พร้อมตั้งเป้าหมายนำพรรคประชาธิปัตย์เข้ามากำกับทิศทางรัฐบาลให้เป็น รัฐบาลแห่งความซื่อสัตย์ ที่ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และไม่สร้างความขัดแย้งในสังคม

    apisit-29jan26-SPACEBAR-Photo04.jpg

    “วันนี้สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจ ก็คือเราจะเข้ามาคุมเกมในเรื่องของทิศทางของรัฐบาล ให้เป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ ให้เป็นรัฐบาลที่ยึดประโยชน์ของส่วนรวม ให้เป็นรัฐบาลที่ไม่สร้างความแตกแยก ซึ่งจะทำให้เราสามารถที่จะผลักดันนโยบายสำหรับประชาชนในทุกพื้นที่ได้”

    — อภิสิทธิ์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/apisit-29jan26&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IV8EOHZcsSkjmnHnpZMV6

  • &

    &

    “สเตลล่า” แจงยิบทุกคำถาม “ก.ล.ต.” ชี้กู้ยืม “ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง”ช่วยบริษัทฯ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ผิดนัดชำระหนี้ เช่นที่เกิดขึ้นจำนวนมากกับบริษัทจดทะเบียนอื่นก่อนหน้านี้ จนกระทบนักลงทุนเป็นวงกว้าง เผยปี 2571 จะทำให้บริษัทฯ เหลือหนี้กับ “ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง” เพียงรายการเดียว โดยได้เจรจาและได้รับการยืดชำระหนี้มาต่อเนื่อง พร้อมวอนก.ล.ต. เดินหน้าติดตามเรื่องร้องเรียนที่อยู่ในมือ ทวงคืนทรัพย์สินบริษัทฯ คืนความเป็นธรรมแก่นักลงทุน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA ได้ทำหนังสือชี้แจงถึง เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรื่องธุรกรรมรับความช่วยเหลือทางการเงิน โดยกู้ยืมจาก บริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (TNH) ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวโยงกัน เนื่องจาก TNH เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน STELLA นั้น เพราะบริษัทฯ มีหนี้ที่ใกล้ครบกำหนดชำระ เดือน ธ.ค. 2568 ถึง ม.ค. 2569 รวม 491 ล้านบาท และต้องชำระหนี้หุ้นกู้ครบกำหนดในปี 2569 อีก 788 ล้านบาท การกู้ยืมจาก TNH จะทำให้บริษัทมีสภาพคล่องพอที่จะชำระหนี้ ไม่กระทบความน่าเชื่อถือ และเป็นเงินลงทุนที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจต่อไป

    เนื้อหาหนังสือชี้แจงยังระบุด้วยว่า การได้รับความช่วยเหลือจาก TNH จะทำให้บริษัทฯ ไม่มีการผิดนัดชำระหนี้ใดๆ และตามแผนจะทำให้ปี 2570 มีหนี้ครบกำหนดชำระอยู่ที่ 467 ล้านบาท และปี 2571 จะเหลือหนี้กับ TNH เพียงรายการเดียวเป็นจำนวน 3,464 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้เจรจาและได้รับการขยายระยะเวลาชำระหนี้จาก TNH มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ช่วยให้ บริษัทฯ สามารถรักษาความน่าเชื่อถือในเรื่องการชำระหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ไขว้ (cross default) เช่นที่เกิดขึ้นจำนวนมากกับบริษัทจดทะเบียนอื่นก่อนหน้านี้ จนกระทบนักลงทุนเป็นวงกว้าง

    บริษัทฯ ยังย้ำอีกว่าธุรกรรมแลกหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) ที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและได้รายงานก.ล.ต.ไปครบถ้วนก่อนหน้านี้ ก่อนเข้าทำธุรกรรม ได้บรรลุเป้าหมายที่เปิดเผยไว้แต่ต้น คือการมีสภาพคล่องในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยได้นำหุ้น WEH มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืมเงินจาก TNH เมื่อได้รับความช่วยเหลือทางการเงินมาทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารสภาพคล่อง จนไม่กระทบการชำระหนี้ ไปพร้อมกับความพยายามอื่นของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ทั้งการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่อยู่ในแผนธุรกิจ การหารายได้จากธุรกิจปกติของบริษัทฯ และการหาแหล่งเงินทุนอื่นที่เหมาะสม แม้ถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบัน

    ท้ายหนังสือชี้แจงฉบับดังกล่าว STELLA ยังได้ย้ำว่า ก่อนเข้าทำธุรกรรมข้างต้น บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องครบถ้วน พร้อมหารือ และแก้ไขข้อสังเกตตามคำแนะนำจากก.ล.ต. จนครบถ้วน เพราะบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการหาเงินทุนเข้ามาแก้ปัญหาสภาพคล่องและหนี้สิน พร้อมขอให้ก.ล.ต. เร่งรัดดำเนินการประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในมือก.ล.ต. เช่น การติดตามทรัพย์สินของบริษัทฯ กลับคืน ซึ่งมีมูลค่าหลักพันล้านบาท จะช่วยบรรเทาฐานะการเงิน และคืนความเป็นธรรมให้กับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ievsrbein4udajf47qxggnrwm43f3ozr&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KTeo_KHXSMoC8wsm0bCdt

  • กระแสดี! “ณรงค์ชัย” รทสช. เบอร์ 9 มั่นใจนโยบายแก้เศรษฐกิจ-ลดค่าครองชีพ โดนใจชาวบางแค

    กระแสดี! “ณรงค์ชัย” รทสช. เบอร์ 9 มั่นใจนโยบายแก้เศรษฐกิจ-ลดค่าครองชีพ โดนใจชาวบางแค

    วันที่ 28 มกราคม 2569 นายณรงค์ชัย ธารณา ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 29 (บางแค-หนองแขม) เบอร์ 9 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่

    นายณรงค์ชัย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พบว่าปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนต้องการให้แก้ไขเป็นอันดับแรก คือ ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น ปัญหาน้ำท่วมขัง และปัญหาขยะ ซึ่งตนได้รับฟังทุกข้อเสนอและได้นำเสนอนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติให้ประชาชนรับทราบ โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจและการลดราคาพลังงาน เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยย้ำว่า นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริง และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อ และลดรายจ่ายให้กับประชาชนในระยะยาว

    นอกจากนี้ นายณรงค์ชัย ยังกล่าวถึงประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญและต้องการให้เร่งแก้ไข คือ เรื่องความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติมีนโยบายรองรับในเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

    พร้อมกันนี้ นายณรงค์ชัย ยังกล่าวถึงกระแสความนิยมของพรรครวมไทยสร้างชาติในพื้นที่เขตบางแค-หนองแขมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากการลงพื้นที่แนะนำตัวและสื่อสารนโยบายกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ และสำหรับช่วงเวลาที่เหลือก่อนถึงวันเลือกตั้ง ได้ลงพื้นที่ครบทุกจุดแล้ว และจากนี้จะเน้นการลงพื้นที่ซ้ำในชุมชนและหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อย้ำจุดยืนนโยบายของพรรค และสร้างความคุ้นเคยกับประชาชนให้มากที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/125926&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E6Q7QPVBrEotu_yZhdWgC

  • ต่อ วงทู อดีตนักร้องดังยุค 90 ผันตัวลงสมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 พรรคเศรษฐกิจ

    ต่อ วงทู อดีตนักร้องดังยุค 90 ผันตัวลงสมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 พรรคเศรษฐกิจ

    วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.19 น.

    เซอร์ไพรส์โค้งสุดท้าย! ต่อ วงทู อดีตนักร้องดังยุค 90 ผันตัวลงสมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 พรรคเศรษฐกิจ

    เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ของจังหวัดนนทบุรี มีเรื่องเซอร์ไพรส์เมื่อผู้สื่อข่าวพบว่ามีป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 1 หมายเลข 5 ของพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งปรากฏภาพผู้สมัครชื่อ ผศ.ดร.สหภาพ พ่อค้าทอง อดีตนักร้องดูโอคนดัง หรือที่วัยรุ่นยุค 90 รู้จักกันในนาม ต่อ วงทู

    ผู้สื่อข่าวได้พบกับ ผศ.ดร.สหภาพ พ่อค้าทอง หรือ สหภาพ วีระฆามินทร์ อดีตนักร้องดังยุค 90 เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนคือ ผศ.ดร.สหภาพ พ่อค้าทอง ซึ่งหลายๆ คนในวงการอาจจะรู้จักในนาม ต่อ วงทู หรือ สหภาพ วีระฆามินทร์ ซึ่งนามสกุลในวงการคือวีระฆามินทร์ แต่ชื่อจริงนามสกุลจริงคือ นายสหภาพ พ่อค้าทอง ซึ่งเป็นนามสกุลจริง หลายคนอาจจะยังงงๆ หน่อยแต่เป็นนามสกุลที่ตนใช้ในวงการสมัยก่อน ด้วยความที่ตนเป็นศิลปินทำเพลงในตอนนั้นก็จะมีเวลาช่วงเบรคในการทำเพลง จึงใช้เวลาเหล่านี้ไปเรียนหนังสือ ไปเรียนนั่นเรียนนี่เรียนไปเรื่อยๆ จนจบปริญญาเอก แล้วไปเรียนต่อต่างประเทศจนกลับมา ระหว่างนั้นก็ยังคงทำงานเกี่ยวกับสื่อและการตลาดในบริษัทโฆษณาบริษัทผลิตสื่อต่างๆ จากที่เริ่มสอนหนังสือตั้งแต่ปริญญาโท เมื่อเรียนจบปริญญาเอก ตนก็สอนหนังสือยาวมาเลย เป็นเวลา 15 ปี ก็ได้ตำแหน่งทางวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์สหภาพ

    ถือเป็นครั้งแรกที่ลงมาเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว ก่อนหน้านี้ตนเคยลงสมัคร สว.มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นป่วยจึงไม่สามารถอยู่จนตลอดรอดฝั่งได้ ครั้งนี้ก็ลองมาเล่นการเมืองดูอีกครั้ง ลองมาสัมผัสชีวิตของการเป็นนักการเมืองดู ซึ่งจริงๆ แล้ว ตนเป็นที่ปรึกษาเรื่องการสื่อสารการตลาด สื่อสารการเมืองอยู่ระดับหนึ่งแล้ว แต่ไม่เคยลงการเมืองจริงๆ ครั้งนี้มาลองดู จะได้หรือไม่ได้ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้สัมผัสความรู้สึกเหล่านี้ น่าจะมีประโยชน์ในอนาคต

    ถ้าเทียบกับการเป็นนักแสดงก็แตกต่างกันอย่างมาก แต่ถ้าจะมองเรื่องการสื่อสารการเมืองที่ตนสอนคนอื่นมา ก็มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก เนื่องจากตนเป็นอาจารย์และนักวิจัยมันก็มีประเด็นย่อยๆ เรื่องราวมากมายที่เราอาจจะต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ไปแก้ไขปรับปรุง รายการที่จะใช้สอนเด็กหรือสอนคนที่เข้ามาเรียนเรื่องการสื่อสารการเมือง สื่อสารการตลาด ได้มากขึ้นกว่าเดิมเพราะว่า การมาลงพื้นที่เท่ากับการมาสัมผัสประชาชนสัมผัสผู้คนจริงๆ

    จากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้นไม่รู้ แต่สิ่งที่ได้คือวิชาความรู้ เป็นสิ่งที่น่าจะมีประโยชน์กับตนในอนาคต โดยผลตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างดี ต้องให้เครดิตกับทางพรรคเศรษฐกิจ เพราะท่านพลเอก รังษี เป็นอะไรที่ฟีเวอร์พอสมควร ทุกคนให้การตอบรับค่อนข้างดี ดีจนน่าตกใจ เพราะจากการลงพื้นที่เดินหาเสียงมีหลายๆคนเดินเข้ามาหาเดินเข้ามาขอใบโบรชัวร์ต่างๆ บางคนตะโกนถามว่าพรรคเศรษฐกิจใช่ไหม ซึ่งเป็นการตอบรับที่ดี ก็อย่างที่บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ จะพยายามทำให้ดีที่สุด

    สาเหตุที่เลือกลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่ามาลงสนามการเมืองช้าไปหน่อย คือใช้เวลาการพิจารณาค่อนข้างเยอะ ตอนแรกไม่คิดสนใจการเมือง ไม่คิดจะลงเอง จนมีพี่ๆหลายคนแนะนำมาว่าให้ลองลงสมัครดูอย่างน้อยก็ได้ศึกษาหาความรู้ ได้ลองทำงาน ได้ลงสนามในการทำงานการเมืองจริงๆ ตอนนั้นก็พิจารณาหลายๆพรรค แต่พรรคที่ชอบคือพรรคเศรษฐกิจ จึงตัดสินใจลงสมัครในนามพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งนโยบายของพลเอกรังษี พรรคเศรษฐกิจ ค่อนข้างท้าทาย ค่อนข้างแรง ค่อนข้างตรง ไม่พูดถึงเรื่องประชานิยมอะไรเลย อยู่ดีๆลุกขึ้นมาบอกจะแก้ตัวที่มันเป็นปัญหาตัวหลักจริงๆ ซึ่งปกติการสื่อสารทางการเมืองเขาไม่ทำกัน มันก็อาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งก็ได้ มองว่าท่านท้าทาย แสดงความจริงใจออกมาค่อนข้างชัด ด้วยนโยบาย 4 ข้อ โดย 2ข้อหลัง มองว่าเป็นปกติ แต่ 2 ข้อแรกถือว่าท้าทายมาก เราไม่เอาประชานิยม เอานู่นนี่มาแจกในระยะสั้น แต่เลือกที่จะแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพราะประเทศตอนนี้มันจะไปไม่ไหวจริงๆ มันมีไม่กี่คนที่ออกมาพูดเรื่องนี้ ตอนนี้ ก็เลยมองว่าพรรคนี้น่าจะจริงใจในความรู้สึก พรรคนี้ตรงจริตกับตนมากที่สุด

    สำหรับจังหวัดนนทบุรีนั้นตนถือเป็นจังหวัดที่ผู้คนตื่นรู้ เข้าถึงสื่อ เข้าใจเรื่องของการเมือง นนทบุรีน่าจะเป็นจังหวัดที่เป็นกรุงเทพกลายๆไปแล้ว ความเจริญต่างๆใกล้เคียงเลย แต่ไม่อยากไปก้าวล่วงถึงการตัดสินใจของประชาชน เพียงแต่อยากให้หลายๆ คนที่อยู่ในนนทบุรีได้เปิดโอกาสและพิจารณาหาข้อมูลวิเคราะห์ดู ตนเชื่อว่านโยบายของพรรคเศรษฐกิจจะเป็นนโยบายที่จะแก้ปัญหาได้ดีและยั่งยืนในระยะยาว ที่ผ่านมาตนเองอยู่นนทบุรีมาตลอดตั้งแต่เด็ก มองว่านนทบุรีทุกวันนี้โตเร็วมากๆ โตเร็วจนกระทั่งแผนพัฒนาต่างๆของนนทบุรีมันตามไม่ทัน จะพบว่าตัวเลขประชากรที่เพิ่มขึ้นของนนทบุรีค่อนข้างเยอะ จะเห็นหมู่บ้านจัดสรรมากขึ้น อาจจะเรียกว่าเป็นทำเลที่อยู่อาศัยใหม่ของคนไทย จึงเป็นส่วนหนึ่งที่มีประชากรย้ายเข้ามาอยู่จำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาผู้คนเยอะตามมาไม่ว่าจะเป็นปัญหารถติด ขยะตกค้าง และอะไรต่างๆ มันจะค่อยๆตามกันมามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัญหาหลักคือการจัดระบบต่างๆในจังหวัดนนทบุรีเพื่อรองรับประชากรขณะนี้มันยังไม่ดีพอ ซึ่งมันน่าจะมีการแก้ไขได้โดยทำภาพรวมให้ได้มากกว่านี้ แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมในลักษณะที่เข้าไปแก้ปัญหาในระดับมหภาคมากกว่าที่จะเป็นจุลภาคหรือไปแก้เป็นจุดๆที่ปลายเหตุ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ‘ก้าวไกล’อีกแล้ว! ยันเร่งสอบ‘ทีมงาน ส.ส.นนทบุรี’ชกต่อยกันเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/943981&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H-boHMk0YM7vVRVk5eusD

  • ฟูจิฟิล์มฯ วางเกมธุรกิจรับเศรษฐกิจผันผวน ดันดิจิทัลและเอไอลดต้นทุนองค์กร

    ฟูจิฟิล์มฯ วางเกมธุรกิจรับเศรษฐกิจผันผวน ดันดิจิทัลและเอไอลดต้นทุนองค์กร

    ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า บริษัทมุ่งขยายบทบาทจากธุรกิจเครื่องพิมพ์และระบบงานเอกสารไปสู่การให้บริการด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแบบครบวงจร …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1218682&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mDSvoW71Jhb54XBY5YCRw