Blog

  • พรรคไทยชนะ ลุย “เขาคิชฌกูฏ” ชู นโยบายท่องเที่ยววัฒนธรรมเชิงพุทธ ดันแลนด์มาร์คทั่วไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน | TOPNEWS

    วันที่ 28 มกราคม 2569 – พรรคไทยชนะ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “การท่องเที่ยววัฒนธรรมเชิงพุทธ” โดยใช้พื้นที่เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เป็นต้นแบบในการพัฒนาแลนด์มาร์คสำคัญของแต่ละจังหวัด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ นำโดย นายฐานวัฒน์ วิบูลย์ธนสาร เลขาธิการพรรคไทยชนะ พร้อมด้วย นายโกศล หกสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายประสงค์ แก้ววิจิตร และนายธนากร เศรษฐพินิจ กรรมการบริหารพรรค ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อสะท้อนปัญหาและแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน

    แนวคิดดังกล่าวมุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวเชิงพุทธอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้า รถรับจ้าง ธุรกิจบริการ และผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

    นายฐานวัฒน์ วิบูลย์ธนสาร เลขาธิการพรรคไทยชนะ กล่าวว่า พรรคไทยชนะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก โดยเห็นว่าแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมเชิงพุทธ เช่น เขาคิชฌกูฏ สามารถต่อยอดเป็นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวสามารถกระจายสู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง พร้อมกับการรักษาอัตลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่

    ทั้งนี้ แนวคิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธดังกล่าว สามารถนำไปปรับใช้ในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงศรัทธา การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1470270&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-27Z3dc8mMoBTvA-cKyp-

  • FED ไม่ลดดอกเบี้ย! Powell ชี้เศรษฐกิจแกร่งแต่เงินเฟ้อสูง-ทิ้งท้าย ‘อย่าไปบ้าจี้ตามนักการเมือง’

    FED ไม่ลดดอกเบี้ย! Powell ชี้เศรษฐกิจแกร่งแต่เงินเฟ้อสูง-ทิ้งท้าย ‘อย่าไปบ้าจี้ตามนักการเมือง’

    By

    มกราคม 29, 2026

    ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ที่ระดับ 3.50% – 3.75% ในการประชุมล่าสุด โดยประธาน Jerome Powell ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งจนน่าประหลาดใจ และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการจ้างงานเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์ต่อไป ทำให้การปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจต้องรอกันอีกยาว

    ไฮไลท์สำคัญของการประชุมรอบนี้อยู่ที่ “มติที่ไม่เป็นเอกฉันท์” (10 ต่อ 2 เสียง) โดยสองกรรมการที่โหวตสวน คือ Christopher Waller (ตัวเต็งที่จะมาแทน Powell ในเดือน พ.ค.) และ Stephen Miran (ที่ปรึกษาทำเนียบขาวที่ลามาทำงาน Fed) ซึ่งทั้งคู่ต้องการให้ “ลดดอกเบี้ย 0.25%” ทันที สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวและแรงกดดันทางการเมืองที่แทรกซึมเข้ามาในบอร์ดบริหาร

    แม้ตลาดจะรับรู้ผลการประชุมแล้ว แต่ความสนใจกลับพุ่งเป้าไปที่ “ดราม่าการเมือง” เมื่อ Powell ถูกนักข่าวจี้ถามเรื่องที่เขาโดนรัฐบาลทรัมป์ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางอาญา (เพื่อบีบให้ลดดอกเบี้ย) แม้ Powell จะปฏิเสธที่จะตอบโต้ แต่เขาได้ฝากทิ้งท้ายถึงว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ด้วยวลีเด็ดว่า “อย่าถูกลากเข้าไปเล่นการเมือง” และต้องรับผิดชอบต่อสภาคองเกรสเท่านั้น

    ในมุมมองเศรษฐกิจ Fed ยอมรับว่า “เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย” โดยคาดว่าเป็นผลกระทบชั่วคราวจาก “กำแพงภาษี” ของรัฐบาลทรัมป์ที่ทำให้สินค้านำเข้าแพงขึ้น ส่วนตลาดแรงงานเริ่มกลับมาสมดุล โดยอัตราว่างงานอยู่ที่ 4.4% นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงคาดการณ์ว่า Fed จะพักยาว และอาจไปเริ่มลดดอกเบี้ยอีกทีในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ประธาน Fed คนใหม่เข้ามารับไม้ต่อแล้ว

    ที่มา: reuters

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/01/29/fed-leaves-rates-unchanged-powell-warns-politics-inflation-elevated/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nzxRZB2SLKhgKmFAN8STR

  • ‘เอสซีจี’ ฝ่าเศรษฐกิจปี68 กระแสเงินสด 5.5 หมื่นล้าน เคาะปันผล 5 บาท

    ‘เอสซีจี’ ฝ่าเศรษฐกิจปี68 กระแสเงินสด 5.5 หมื่นล้าน เคาะปันผล 5 บาท

    เอสซีจีแจ้งผลประกอบการปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า – บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP) 

    สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่

    1. บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท

    2. ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี

    3. ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท 

    ปี 2568 เอสซีจียังสามารถสร้างการเติบโตของปริมาณการขายในทุกธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและไทย ส่งผลให้เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 496,925 ล้านบาท EBITDA 51,249 ล้านบาท และกำไรสำหรับปี 14,075 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจและรายการพิเศษ และการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจีซี ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว Adjusted EBITDA ของปีจะอยู่ที่ 55,012 ล้านบาท และกำไรสำหรับปีเมื่อไม่รวมรายการดังกล่าวจะอยู่ที่ 4,962 ล้านบาท

    เมื่อพิจารณากระแสเงินสดฯ ที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 5.0 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของกำไรสำหรับปี 2568 ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ มีความเห็นว่าเป็นอัตราเงินปันผลที่เหมาะสม เพื่อมุ่งดูแลผู้ถือหุ้นให้ได้รับผลตอบแทนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง 

    เอสซีจี มั่นใจว่าปี 2569 จะยังสามารถเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ควบคู่การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในทุกธุรกิจได้ต่อเนื่อง แม้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะท้าทายยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1218717&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r9PK4v3903CdK1ftbhoML

  • พรรคไทยชนะ ลุย “เขาคิชฌกูฏ” ชู นโยบายท่องเที่ยววัฒนธรรมเชิงพุทธ ดันแลนด์มาร์คทั่วไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน | TOPNEWS

    วันที่ 28 มกราคม 2569 – พรรคไทยชนะ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “การท่องเที่ยววัฒนธรรมเชิงพุทธ” โดยใช้พื้นที่เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เป็นต้นแบบในการพัฒนาแลนด์มาร์คสำคัญของแต่ละจังหวัด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ นำโดย นายฐานวัฒน์ วิบูลย์ธนสาร เลขาธิการพรรคไทยชนะ พร้อมด้วย นายโกศล หกสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายประสงค์ แก้ววิจิตร และนายธนากร เศรษฐพินิจ กรรมการบริหารพรรค ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อสะท้อนปัญหาและแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน

    แนวคิดดังกล่าวมุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวเชิงพุทธอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้า รถรับจ้าง ธุรกิจบริการ และผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

    นายฐานวัฒน์ วิบูลย์ธนสาร เลขาธิการพรรคไทยชนะ กล่าวว่า พรรคไทยชนะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก โดยเห็นว่าแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมเชิงพุทธ เช่น เขาคิชฌกูฏ สามารถต่อยอดเป็นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวสามารถกระจายสู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง พร้อมกับการรักษาอัตลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่

    ทั้งนี้ แนวคิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธดังกล่าว สามารถนำไปปรับใช้ในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงศรัทธา การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1470270&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-27Z3dc8mMoBTvA-cKyp-

  • คริสเจ้าของพรรคเศรษฐกิจลั่นไม่ยกเลิก112…สบายใจได้ (29/01/69) #news1 #คริส #พรรคเศรษฐกิจ #ยกเลิก112

    คริสเจ้าของพรรคเศรษฐกิจลั่นไม่ยกเลิก112…สบายใจได้ (29/01/69) #news1 #คริส #พรรคเศรษฐกิจ #ยกเลิก112

    คริสเจ้าของพรรคเศรษฐกิจลั่นไม่ยกเลิก112…สบายใจได้ (29/01/69) #news1 #คริส #พรรคเศรษฐกิจ #ยกเลิก112

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/c0TWr16Nxrk&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vHalPK2PeAEJH3pDC5r-N

  • สะเทือนใจ! ลุงข้างบ้านหื่นกาม ฉุดสาววัย 16 ป่วยซึมเศร้าขืนใจยับ | เดลินิวส์

    สะเทือนใจ! ลุงข้างบ้านหื่นกาม ฉุดสาววัย 16 ป่วยซึมเศร้าขืนใจยับ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นภายในหมู่บ้านดอนเค็ง หมู่ 9 ตำบลหนองแจ้งใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา หลังจากมีผู้ปกครอง อายุ 58 ปี ได้พาหลานสาววัย 16 ปี เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.บัวใหญ่ เพื่อดำเนินคดีกับชาย อายุ 60 ปี เพื่อนบ้านและมีศักดิ์เป็นญาติกัน ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียหาย กำลังเดินเท้าไปหาญาติซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักเพียง 20 เมตร ระหว่างทางได้ถูกชายสูงวัย ฉุดเข้าไปภายในบ้านพัก ก่อนจะใช้เชือกมัดมือข้างหนึ่งไว้ แล้วลงมือบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ยื่นเงินจำนวน 300 บาท ให้กับเด็กสาว เพื่อหวังจะให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ แต่เด็กสาวตัดสินใจนำเรื่องไปปรึกษาเพื่อน จนความแตกถึงหูผู้ปกครองในที่สุด

    ด้านยายของผู้เสียหาย เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า ตนเลี้ยงหลานสาวคนนี้มาตั้งแต่เด็กด้วยความรัก เมื่อทราบเรื่องรู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าคนกันเองที่คุ้นเคยกันดีจะทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ได้

    เช่นเดียวกับตาของผู้เสียหาย เปิดใจว่า ผู้ก่อเหตุมีบ้านอยู่ติดกันและเป็นญาติที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด การกระทำครั้งนี้ถือว่ารุนแรงและทำร้ายจิตใจครอบครัวอย่างหนัก โดยเฉพาะหลานสาวที่มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ลงไปอีก

    ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ ระบุว่าขณะนี้ได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลบัวใหญ่ เพื่อเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเตรียมออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมและดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับคนในชุมชน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5545756/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vz3ALLm-YOfaB_CXEg-Mg

  • ธนาคารกลางสิงคโปร์ตรึงนโยบายการเงิน เตือนเศรษฐกิจโตแรงเสี่ยงดันเงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์

    ธนาคารกลางสิงคโปร์ตรึงนโยบายการเงิน เตือนเศรษฐกิจโตแรงเสี่ยงดันเงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์

    ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) มีมติคงนโยบายการเงินในการประชุมวันนี้ (29 ม.ค.) ตามที่ตลาดคาดไว้ พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจกลายเป็นปัจจัยหนุนให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

    MAS ระบุว่าจะยังคงอัตราการแข็งค่าของกรอบนโยบายที่อิงกับอัตราแลกเปลี่ยน หรือ Singapore dollar nominal effective exchange rate (S$NEER) ในระดับเดิม โดยทั้งความกว้างของกรอบนโยบายและระดับกึ่งกลางจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

    ธนาคารกลางสิงคโปร์ยังประเมินด้วยว่า “ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในขณะนี้ให้น้ำหนักไปในทิศทางขาขึ้น” พร้อมเตือนว่า “หาก GDP เติบโตแข็งแกร่งกว่าที่คาดอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ค่าจ้างปรับตัวสูงขึ้นและกระตุ้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อจากฝั่งอุปสงค์”

    ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า MAS จะยังคงนโยบายการเงินไว้ตามเดิม โดยเห็นว่าแนวโน้มเศรษฐกิจสิงคโปร์ยังอยู่ในทิศทางแข็งแกร่ง จากแรงหนุนของภาคการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์

    การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากข้อมูลเบื้องต้นของรัฐบาลที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนระบุว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัว 4.8% ในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าประมาณการของรัฐบาลที่ราว 4.0% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) เมื่อเทียบรายปีอยู่ที่ 1.2% ในเดือนธ.ค.

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/564904&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vlUdVRNaSHhaqF9ZAzUqs

  • เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด มองเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น ตลาดแรงงานทรง

    เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด มองเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น ตลาดแรงงานทรง

    ธนาคารกลางสหรัฐคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5-3.75% หลังจากปรับลดมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ชี้เศรษฐกิจกำลังขยายตัวดี การจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ

    ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไว้ที่ระดับ 3.5-3.75% หลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

    “ตัวชี้วัดที่มีอยู่บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง การจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ และอัตราการว่างงานแสดงให้เห็นสัญญาณของการมีเสถียรภาพบ้างแล้ว” ธนาคารกลางกล่าวในแถลงการณ์หลังการประชุม “อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเล็กน้อย”

    เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐลงมติให้หยุดการปรับลดอัตราดอกเบี้ยชั่วคราว ขณะที่ความเป็นอิสราะของธนาคารกลางกำลังถูกคุกคามและรอผู้นำคนใหม่

    ตามที่ตลาดไว้ คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางลงมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5%-3.75% การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการหยุดการลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จุดติดต่อกันสามครั้ง ซึ่งเป็นการดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดแรงงานที่อ่อนตัวลง

    ในการลงมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม คณะกรรมการได้ปรับเพิ่มการประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจ และลดความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อ

    แถลงการณ์หลังการประชุมระบุว่า “ตัวชี้วัดที่มีอยู่บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง การจ้างงานใหม่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และอัตราการว่างงานแสดงให้เห็นสัญญาณของการมีเสถียรภาพบ้างแล้ว” “อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเล็กน้อย”

    ที่สำคัญ แถลงการณ์ยังได้ลบข้อความที่ระบุว่าคณะกรรมการมองเห็นความเสี่ยงที่สูงกว่าจากภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนแอกว่าความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งอาจสนับสนุนให้ชะลอการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยในระยะสั้น เนื่องจากกรรมการเฟดมองว่าเป้าหมายสองประการของเฟด คือ อัตราเงินเฟ้อต่ำและการจ้างงานเต็มที่ มีความสมดุลมากขึ้น

    มีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับทิศทางต่อไปค่อนข้างน้อย โดยตลาดคาดว่าเฟดจะรออย่างน้อยจนถึงเดือนมิถุนายนก่อนจะปรับอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีกครั้ง  

    แถลงการณ์ระบุว่า “ในการพิจารณาขอบเขตและช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมต่อกรอบเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยของเฟด คณะกรรมการจะประเมินข้อมูลที่ได้รับใหม่ แนวโน้มที่กำลังพัฒนา และดุลยภาพของความเสี่ยงอย่างรอบคอบ” ซึ่งเป็นถ้อยคำซ้ำกับที่เพิ่มเข้ามาเมื่อเดือนธันวาคม ที่ตลาดมองว่าเป็นการส่งสัญญาณถอยห่างจากวัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายที่เริ่มต้นในเดือนกันยายน 2025  

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นหลังการตัดสินใจ ขณะที่ดัชนี S&P 500 เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 7,000

    มิแรนและวอลเลอร์คัดค้าน

    เช่นเดียวกับการประชุมครั้งล่าสุด มีการคัดค้านเกิดขึ้น กรรมการผู้ว่าการสตีเฟน มิแรนและคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ลงคะแนนเสียงคัดค้านการคงอัตราดอกเบี้ย โดยทั้งคู่สนับสนุนให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25%  นี่เป็นการคัดค้านครั้งที่สี่ติดต่อกันของมิแรน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เขาเคยสนับสนุนให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.5%

    กรรมการเฟดทั้งสองได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมิแรนเข้ารับตำแหน่งคณะกรรมการว่างที่ยังเหลือวาระในเดือนกันยายน 2025 และวอลเลอร์ได้รับการแต่งตั้งในระหว่างวาระแรกของทรัมป์ วาระของมิแรนจะหมดลงในวันเสาร์นี้ ขณะที่วอลเลอร์ได้เข้ารับการสัมภาษณ์เพื่อชิงตำแหน่งประธานเฟด แต่ถูกมองว่ามีโอกาสน้อย

    การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามปกติในช่วงเวลาที่ไม่มีอะไรเป็นไปตามปกติสำหรับธนาคารกลาง

    ประธานเจอโรม พาวเวลล์ เหลือการประชุมอีกเพียงสองครั้งก่อนที่วาระการดำรงตำแหน่งของเขาจะสิ้นสุดลง ซึ่งเป็นการจบสิ้นแปดปีที่วุ่นวายในเฟด ซึ่งรวมถึงการระบาดของโควิดทั่วโลก ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง และการต่อสู้กับทรัมป์ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด

    “ถ้าคุณดูข้อมูลล่าสุดนับตั้งแต่การประชุมครั้งก่อน จะเห็นได้ชัดว่ามุมมองต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างชัดเจน” พาวเวลล์กล่าวในการแถลงข่าว “อัตราเงินเฟ้อเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับที่คาดไว้ และ… ข้อมูลบางส่วนด้านตลาดแรงงานบ่งชี้หลักฐานของการทรงตัว ดังนั้นโดยรวมแล้ว การคาดการณ์ถือว่าแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ”

    เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงยุติธรรมได้ออกหมายเรียกพาวเวลล์เกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟดในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ครั้งใหญ่ ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีได้ขู่จะปลดพาวเวลล์หลายครั้ง และยังได้เดินหน้าเพื่อปลดผู้ว่าการลิซา คุก ซึ่งขณะนี้คดีกำลังรอการตัดสินจากศาลฎีกาสหรัฐฯ

    เมื่อถูกถามถึงการตัดสินใจเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีปากเปล่าที่ศาลสูง พาวเวลล์กล่าวว่า คดีนี้เป็น “อาจจะเป็นคดีที่สำคัญที่สุด” ในประวัติศาสตร์ 113 ปีของเฟด

    ปัจจัยที่เน้นย้ำความตึงเครียดทั้งหมดนี้คือการต่อสู้เรื่อง “ความเป็นอิสระ” ของเฟด หรือความสามารถในการดำเนินงานโดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง ในการยืนยันการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรม พาวเวลล์ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาผิดจากปกติว่า ภัยคุกคามดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความพยายามของทรัมป์ที่จะควบคุมนโยบายการเงิน ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ก็เคยวิจารณ์การตัดสินใจของเฟดและพยายามกดดันให้ผู้กำหนดนโยบายลดดอกเบี้ยเช่นกัน แต่ไม่มีใครทำในเชิงรุกหรือเปิดเผยต่อสาธารณะมากเท่าทรัมป์

    เฟดยังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจในการดำเนินนโยบาย

    การเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อวัดจากตัวชี้วัดที่กว้างที่สุดอย่างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถือว่าแข็งแกร่ง ไตรมาสสามเติบโตในอัตรา 4.4% และสามเดือนสุดท้ายของปีถูกประเมินว่ากำลังขยายตัวในอัตรา 5.4% ตามการประเมินของเฟดสาขาแอตแลนตา

    ขณะเดียวกัน การจ้างงานในตลาดแรงงานขยายตัวช้า ท่ามกลางการปราบปรามการอพยพผิดกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์ อย่างไรก็ตาม การเลิกจ้างก็ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยแนวโน้มของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบสองปี

    ด้านเงินเฟ้อนั้นกลับสร้างปัญหามากกว่า แม้จะลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีเมื่อปี 2022 แต่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ใกล้ 3% มากกว่าที่จะเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของเฟด ทำให้เจ้าหน้าที่บางคนในคณะกรรมการนโยบายการเงินกังวล และต้องการให้หยุดหรือตัดความเป็นไปได้ในการลดดอกเบี้ย จนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนมากขึ้นว่าการปรับขึ้นของราคาเริ่มผ่อนคลายลง

    มาตรการขึ้นภาษีศุลกากรของทรัมป์ยังเป็นปัจจัยพื้นฐานด้านเงินเฟ้อ โดยนักเศรษฐศาสตร์ของเฟดมองโดยทั่วไปว่าภาษีเหล่านี้สร้างแรงกดดันด้านราคาในระยะสั้น ซึ่งน่าจะลดลงในช่วงปลายปีนี้

    ตลาดฟิวเจอร์คาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอย่างมากที่สุดเพียงสองครั้งในปี 2026 และจะไม่มีการลดเลยในปี 2027 ไม่ว่าประธานเฟดคนถัดไปจะเป็นใคร ขณะที่ตลาดคาดการณ์ระบุว่า ริก รีเดอร์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ของแบล็คร็อก เป็นตัวเต็งที่จะมารับช่วงต่อจากพาวเวลล์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1218767&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qoaUZEoJxwiEgInyRqUr4

  • 11 ชาติอาเซียน  วาง 5 ยุทธศาสตร์ ชงรมต.เศรษฐกิจอาเซียน มี.ค.นี้

    11 ชาติอาเซียน วาง 5 ยุทธศาสตร์ ชงรมต.เศรษฐกิจอาเซียน มี.ค.นี้

    พาณิชย์ ร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียนนัดแรกปี 69 ส่งไม้ต่อประธานอาเซียนให้ฟิลิปปินส์ เน้นรับมือระเบียบโลกใหม่ ปูทางสู่อาเซียนเศรษฐกิจผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก หนุนเชื่อมโยงการค้าการลงทุนอย่างไร้รอยต่อ เศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่เร่งสรุป FTA

    วันนี้( 28 ม.ค.2569) นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM) ครั้งที่ 1/57 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 19-25 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ เกาะโบโฮล สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ร่วมวางแผนงานในปี 2569 เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของภูมิภาครับมือความท้าทายในระเบียบโลกใหม่ พร้อมก้าวสู่เศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยในปีนี้อาเซียนจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย 5 ยุทธศาสตร์หลัก

    นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM) ครั้งที่ 1/57

    นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM) ครั้งที่ 1/57

    โดยมุ่งเน้น เชื่อมโยงการค้าการลงทุนในภูมิภาคให้ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในด้านอาหาร พลังงาน และแร่ธาตุสำคัญ รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ /พัฒนาสู่ตลาดดิจิทัล โดยตั้งเป้าสรุปและลงนามข้อตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เพื่อปูทางสู่เขตเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก /ยกระดับขีดความสามารถและสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการรายย่อย โดยจะจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศสำหรับ MSMEs ของภูมิภาค

    รวมถึงการ  เร่งปรับเปลี่ยนฐานรากทางเศรษฐกิจของอาเซียนสู่เศรษฐกิจสีเขียวและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคือ  ผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ให้เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งจะจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาค โดยอาเซียนจะนำเสนอยุทธศาสตร์ดังกล่าวต่อรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ในเดือนมีนาคมนี้ 

    สำหรับความคืบหน้าด้านความร่วมมือกับคู่ค้า อาเซียนมีเป้าหมายจะสรุปการเจรจา FTA ระหว่างอาเซียนกับแคนาดา และการทบทวนความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–อินเดีย ให้แล้วเสร็จภายใน 2569 โดยการเจรจาอาเซียน-แคนาดา ตั้งเป้าจะสรุปข้อบทการเจรจาที่เหลืออีก 10 ข้อบท รวมถึงประเด็นการเปิดตลาดสินค้าและบริการ ขณะเดียวกันจะผลักดันการเจรจาอาเซียน-อินเดียให้คืบหน้าให้มากที่สุด จากปัจจุบันแล้วเสร็จ 44.8%

     โดยจะเร่งรัดการกำหนดกรอบและองค์ประกอบหลักของแผนเจรจา ตลอดจนเริ่มต้นการแลกเปลี่ยนข้อเสนอการเปิดตลาดรอบแรก นอกจากนี้ อาเซียนยังมีแผนขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจไปยังกลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) โดยเตรียมเริ่มต้นการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำ FTA กับกลุ่มประเทศดังกล่าว ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูการค้าและขยายฐานตลาดสินค้าอาเซียนสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างเต็มรูปแบบ

    อ่านข่าว:

    จีนต้องการน้ำมันปาล์มเพิ่ม สนค. ชี้โอกาสส่งออก ลดพึ่งพาตลาดอินเดีย

    “ศุภจี” ร่วมประชุมWEF ชูบทบาทไทยการค้าโลกสู่ยุคดิจิทัล

    อดีตเอกอัครราชทูต แนะ “เลือกข้างขั้วดุลอำนาจ รักษาประโยชน์ชาติให้ได้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/501521&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01KuK2tPS6Y3ng5Xr3Pm48

  • ภูมิใจไทยลุยพังงา! “พิพัฒน์” ชูนโยบายคนละครึ่งพลัส ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอันดามัน มั่นใจปักธงได้

    ภูมิใจไทยลุยพังงา! “พิพัฒน์” ชูนโยบายคนละครึ่งพลัส ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอันดามัน มั่นใจปักธงได้

    เมื่อวันที่ 28 ม.ค.69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ผู้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ได้แสดงบทบาทสำคัญในฐานะ “แม่ทัพภาคใต้” ของพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงอย่างเข้มข้นที่จังหวัดพังงา เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงาของพรรคภูมิใจไทย นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ ผู้สมัคร สส.หมายเลข 3 เขต 2 โดยทางคณะได้ขึ้นรถหาเสียงไปในตลาดสด บขส.ตะกั่วป่า พร้อมได้ลงพบปะประชาชนและแม่ค้า พ่อค้า ในตลาดสดหลังจากนั้นได้ขึ้นรถแห่ไปตามตลาดย่านอำเภอตะกั่วป่า นโยบายของพรรคเช่นคนละครึ่งพลัส ที่จะดำเนินการต่อ หากพรรคเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตาม พูดแล้วทำ พลัส” มั่นใจปักธงพื้นที่ภาคใต้ได้ตามเป้า

    เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และดันราคาสินค้าเกษตร หนุนการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาและเมืองท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามันพัฒนาเมืองพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมขอเสียงพี่น้องประชาชนในเขต 2 ให้ช่วยลงคะแนนทั้งพรรคเบอร์ 37 และและผู้สมัคร สส.หมายเลข 3 เขต 2

    สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนออกมาต้อนรับ ทักทาย และให้กำลังใจผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยเป็นจำนวนมาก

    ภูมิภาค-75

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/125794&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Nl7YlI4VH-bM1SfoO4pZ-