The Southern MICE Economic Forum [Networking]: พื้นที่เจรจาธุรกิจเพื่อสร้างคอมมูนิตี้สำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการที่พร้อมต่อยอดพาร์ตเนอร์ชิปและขับเคลื่อนวงการไมซ์ภาคใต้ South Serve [Chef’s Table & Short Course]: เปิดประสบการณ์รสชาติสไตล์ ‘Southern Twist’ โดยเชฟท้องถิ่นที่จะมาถ่ายทอดเทคนิคการยกระดับอาหารพื้นบ้านสงขลาสู่อาหารจัดเลี้ยงระดับสากลเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
Walk with The Old Town of Hat Yai: กิจกรรมลงพื้นที่สำรวจย่านเก่าในมุมมองใหม่ ‘Old Town in a New City’ ร่วมพูดคุยกับคนในพื้นที่เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนอัตลักษณ์ชุมชนให้เป็นอีเวนต์ระดับโลก
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวยังถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการ “Road to Thailand” เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงปลายปี 2569
ปูทางสู่เวที IMF–World Bank Annual Meetings ที่กรุงเทพฯ
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ประเด็นเรื่องอำนาจ ตลาด และยุทธศาสตร์ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับหัวข้อหลักของการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings ปีนี้ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย: เสริมพลังประชาชน สร้างความยืดหยุ่น”
ศูนย์โลจิสติกส์ Viettel Logistics Park Lang Son ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจชายแดนด่งดัง–หล่างเซิน บนพื้นที่กว่า 143 เฮกตาร์ (893.75 ไร่) ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์โลจิสติกส์สมัยใหม่แบบครบวงจร ครอบคลุมบริการคลังสินค้า พิธีการศุลกากร การขนถ่ายสินค้า การตรวจสอบและกักกันสินค้า รวมถึงบริการสนับสนุนอื่นๆ นิคมดังกล่าวได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อาทิ ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและการขนส่งอัจฉริยะ รวมถึงกล้องวงจรปิดที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากกว่า 2,000 ตัว เพื่อบริหารจัดการและติดตามการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้ประมาณร้อยละ 30–40 และช่วยลดระยะเวลาการดำเนินพิธีการศุลกากรได้อย่างมีนัยสำคัญ
นาย Dao Van Thuan รองผู้อำนวยการศูนย์โลจิสติกส์ Viettel Logistics Park Lang Son กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยช่วยลดระยะเวลาการผ่านพิธีการศุลกากร ลดต้นทุนการจัดเก็บสินค้า ลดความแออัด และลดความเสี่ยงด้านการขนส่ง โดยชี้ว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของการนำเข้า–ส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการจำนวนมากในพื้นที่ชายแดนได้ลงทุนพัฒนาลานตู้คอนเทนเนอร์ คลังสินค้าแช่เย็น คลังสินค้าทัณฑ์บน และศูนย์ตรวจสอบสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดเก็บและยกระดับคุณภาพบริการโลจิสติกส์
นาง Nguyen Thi My Huong รองกรรมการผู้จัดการบริษัท Huu Nghi Xuan Cuong JSC ระบุว่า บริษัทได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ และมีแผนขยายพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เพิ่มเติมอีก 120 เฮกตาร์ (750 ไร่) เพื่อรองรับปริมาณการค้าชายแดนที่เพิ่มขึ้นผ่านด่านพรมแดนนานาชาติ หูหงิ (Huu Nghi)