Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เลือกตั้งญี่ปุ่น: ซานาเอะ ทาคาอิจิ จะกู้เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้หรือไม่ ? – BBC News ไทย

    เลือกตั้งญี่ปุ่น: ซานาเอะ ทาคาอิจิ จะกู้เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้หรือไม่ ? – BBC News ไทย

    ซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะเลือกตั้งญี่ปุ่นแบบแลนสไลด์ แต่เธอจะสามารถกู้เศรษฐกิจให้กลับคืนมารุ่งเรืองได้หรือไม่ ?

    A person with their back to the camera holds a poster of Sanae Takaichi, wearing a black suit jacket, white t-shirt and pearl necklace. She is smiling. The poster has a white background and red border with red writing.

    ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images

      • Author, สุรัญชนา เทวารี
      • Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชีย

    ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่วางเดิมพันกับการเลือกตั้งก่อนกำหนด และเธอก็ชนะเดิมพันนั้น

    เธอและพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ แอลดีพี (LDP) ได้เสียงข้างมากเด็ดขาดถึง 316 จาก 465 ที่นั่ง อย่างที่มีผู้นำน้อยคนนักจะได้รับในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นมักเป็นตำแหน่งที่รักษาเก้าอี้ได้ไม่นานนัก

    คำถามตอนนี้ก็คือ ทาคาอิจิจะจัดการอย่างไรกับตำแหน่งนี้ เธอจะสามารถทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตเร็วขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปนานหลายทศวรรษ

    ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นประสบกับปัญหามากมาย ทั้งการเติบโตที่เชื่องช้า, หนี้สาธารณะซึ่งมีสัดส่วนสูงที่สุดในโลก และประชากรวัยทำงานกำลังสูงอายุขึ้นและมีจำนวนลดลง

    ผู้สังเกตการณ์บางคนเชื่อว่า ทาคาอิจิมีโอกาสที่จะเปลี่ยนสิ่งนี้ โดยปรับเปลี่ยนวิธีการที่ญี่ปุ่นบริหารเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก และปรับเปลี่ยนมุมมองของตลาด

    โทโมฮิโกะ ทานิกูจิ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและอดีตผู้ร่างคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้ล่วงลับ มองว่าเธอจะนำญี่ปุ่นไปในทิศทางที่ถูกต้อง

    “หากสำเร็จ มันจะเป็นกรณีศึกษาต้นแบบสำหรับสังคมผู้สูงอายุทั่วโลก”

    เงินจะมาจากไหน

    ทาคาอิจิรณรงค์หาเสียงโดยให้คำมั่นว่าเธอจะลงทุนมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งจะนำไปลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • ผลเลือกตั้ง 2569

    • .

    • .

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    คำสัญญาของเธอแตกต่างจากนายกรัฐมนตรีคนก่อน ๆ โดยเธอให้คำมั่นว่าจะลดภาษีเพื่อให้คนมีเงินใช้จ่ายมากขึ้น และบอกว่าการเติบโตมีความสำคัญมากกว่าการอดออม

    กระนั้นตลาดก็ยังผันผวนจากความคลางแคลงว่าเธอจะนำเงินจากไหนมาสนับสนุนแผนงานเหล่านี้ ซึ่งการได้เสียงส่วนใหญ่อย่างท่วมท้นของเธอดูเหมือนจะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน สะท้อนผ่านปฏิกิริยาในตลาดที่เป็นบวกหลังเธอคว้าชัยชนะเมื่อคืนวันอาทิตย์

    นักลงทุนได้ลงทุนในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “การค้าทาคาอิจิ” ด้วยการซื้อหุ้นญี่ปุ่นแล้วเทขายเงินสกุลเยนกับพันธบัตรรัฐบาล ประเด็นสำคัญคือเงินเยนได้แข็งค่าขึ้น ซึ่งสำหรับนักทุนบางคน เงินสกุลเย็นที่แข็งค่าขึ้นถือเป็นเรื่องดี

    Sanae Takaichi, Japan's prime minister, prepares to strike a bell during a ceremony marking the last trading day of the year at the Tokyo Stock Exchange (TSE) in Tokyo, Japan

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ตลาดตอบรับและให้การสนับสนุนชัยชนะของซานาเอะ ทาคาอิจิ

    ทว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่านั้น

    ตอนที่ทาคาอิจิเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นใช้จ่ายเป็นดอกเบี้ยในการกู้ยืมเงิน พุ่งสูงขึ้น

    นั่นคือข้อกังวลหลักของเหล่านักลงทุน เพราะด้วยหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงของญี่ปุ่น ยิ่งใช้จ่ายมากขึ้นแต่เก็บภาษีน้อยลงตามคำสัญญาของทาคาอิจิ หมายความว่ารัฐบาลจำเป็นต้องกู้ยืมเงินมากขึ้น

    ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น คือหนึ่งตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในกรุงโตเกียวอาจสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งตลาดสากล และส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมเงิน, การตัดสินใจลงทุน รวมถึงสกุลเงินต่าง ๆ

    นักลงทุนยังจับตาดูอัตราดอกเบี้ย เพราะธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan – BOJ) กำลังพยายามยกเลิกการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเตี้ยเป็นพิเศษ เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ

    ยกตัวอย่างเช่น ราคาข้าวที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2025 ราคาที่ปรับสูงขึ้นเป็นเรื่องช็อกสำหรับประเทศที่คุ้นชินกับการที่ราคาที่นิ่งหรือไม่ก็ต่ำลง

    นี่คือหัวใจของสาส์นที่ส่งให้ทาคาอิจิผงาด คือการที่ฐานเสียงรู้สึกจนลงและข้าวของแพงขึ้น ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้คือหนึ่งในปัญหาที่ทำให้นายกรัฐมนตรีคนก่อนเธอต้องออกจากตำแหน่ง

    ข้อเสนอลดการจัดเก็บภาษีลงของทาคาอิจิ อาจช่วยลดความเจ็บปวดของครัวเรือนต่าง ๆ ได้ในระยะสั้น

    แต่เคอิจิโร โคบายาชิ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเคโอ เตือนว่านี่คือเส้นทางอันตราย เพราะ “การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะไปกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อและเพิ่มอัตราค่าครองชีพ”

    เขาบอกว่าแทนที่จะทำเช่นนั้น รัฐบาลควรอนุญาตให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นเพิ่มอัตราดอกเบี้ยต่อ เพื่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อ และลดการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้นักลงทุนพึงพอใจด้วย เนื่องจากญี่ปุ่นจะดูน่าดึงดูดน้อยลงในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ หากอัตราดอกเบี้ยต่ำและการใช้จ่ายของรัฐบาลอยู่ในระดับสูง มันทำให้อุปสงค์ของสกุลเงินเยนลดน้อยลงและทำให้ค่าเงินต่ำลง

    เงินสกุลเยนที่อ่อนค่าทำให้ต้นทุนของการนำเข้าสูงขึ้น โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงานและอาหาร แต่มันก็อาจช่วยให้ผู้ส่งออกสามารถแข่งขันกับสินค้าจีนที่มีราคาถูกกว่าได้

    มันเป็นการกระทำที่ต้องหาความสมดุลอย่างละเอียดอ่อนมาก ซึ่งทาคาอิจิไม่สามารถหลีกหนีได้ หากเธอต้องการการเติบโตอย่างที่เคยให้สัญญา

    แต่ความท้าทายก็ไปไกลเกินกว่าตลาดการลงทุน

    เงินสกุลเยนที่อ่อนค่ายังเปลี่ยนความรู้สึกของคนญี่ปุ่นในการอาศัยอยู่ในประเทศด้วย มันทำให้คนญี่ปุ่นซื้ออสังหาริมทรัพย์และสินค้าต่างประเทศได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันทำให้ค่าใช้ครองชีพในประเทศถูกลงและน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับผู้มาเยือนจากต่างชาติ

    ความเฟื่องฟูจากการท่องเที่ยวนำเงินเข้ามาให้ แต่ก็มาพร้อมกับความแออัดและการต่อต้านนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นในบางสถานที่

    จิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป

    An elderly man in a white short sleeve shirt, beige trousers and black and white trainers sits with his arms folded on a chair in front of a green garage door. He appears to be taking a nap.

    ที่มาของภาพ, EPA

    คำบรรยายภาพ, ญี่ปุ่นประสบปัญหาประชากรสูงอายุ แต่ก็ต่อต้านการใช้แรงงานต่างชาติ

    จำนวนประชากรและคนทำงานของญี่ปุ่นหดตัวลงมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสังคมผู้สูงอายุแก่ที่สุดในโลก ทำให้มีแรงกดดันมหาศาลต่อบริการสาธารณะต่าง ๆ อาทิ บริการดูแลสุขภาพ และบริการดูแลทางสังคม

    ประเทศยังกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างเฉียบพลันในภาคการก่อสร้าง, งานด้านการดูแล, การเกษตรกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งจำนวนคนงานที่น้อยลงก็หมายถึงผลผลิตที่น้อยลงและทำให้การเติบโตอ่อนแอลงไปด้วย

    การอพยพคนเข้าเมืองอาจช่วยลดปัญหานี้ได้ ข้อมูลจากทางการพบว่ารัฐบาลได้ผ่อนคลายกฎบางเรื่องอย่างเงียบ ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และตัวเลขแรงงานต่างชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่หากเปรียบเทียบกัน จำนวนแรงงานต่างชาติในญี่ปุ่นก็ยังถือว่ามีจำนวนน้อยกว่ายุโรปหรืออเมริกาเหนืออยู่มาก

    ทาคาอิจิส่งสัญญาณแล้วว่าเธอไม่น่าจะทำอะไรมากนักเพื่อเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ เพราะการอพยพคนเข้าเมืองเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก โดยเฉพาะกับกลุ่มฐานเสียงอนุรักษนิยมของเธอ

    เธอและพันธมิตรมองว่าญี่ปุ่นควรจะพึ่งพาเทคโนโลยี, ระบบอัตโนมัติ และการมีส่วนร่วมมากขึ้นของแรงงานสตรีและผู้สูงอายุมากกว่า ในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน

    นักเศรษฐศาสตร์ส่วนหนึ่งเตือนว่านั่นอาจจะยังไม่เพียงพอ ญี่ปุ่นยังต้องการแรงงานต่างชาติมากกว่านี้ เช่นเดียวกับประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่พึ่งพาแรงงานเหล่านี้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน

    ผู้สังเกตการณ์ส่วนหนึ่งมองว่าการต่อต้านการให้ชาวต่างชาติอพยพเข้าเมืองนั้น เป็นส่วนหนึ่งของความลังเลต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อนวัตกรรมและการปฏิรูปต่าง ๆ ในอดีต

    แล้วจีนเกี่ยวข้องอย่างไร

    แต่ญี่ปุ่นต้องความเปลี่ยนแปลง และต้องเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เพราะถูกจีนแซงหน้าไปแล้วทั้งในด้านขนาดและกำลังการผลิตในอุตสาหกรรม ขณะที่เวียดนามและประเทศเอเชียอื่น ๆ ก็กำลังไล่ตามมา

    รัฐบาลจีนเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของรัฐบาลญี่ปุ่น และมันเป็นสิ่งสำคัญต่อแผนการของทาคาอิจิ เพราะการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศต้องใช้เวลา และระหว่างนั้นญี่ปุ่นยังคงต้องพึ่งพาการค้าในการกระตุ้นการเติบโต

    แต่นาโอกิ ฮัตโตริ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ญี่ปุ่นจากธนาคารมิซูโฮ มองว่าความตึงเครียดกับรัฐบาลจีนที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมากจากข้อพิพาทเกี่ยวกับการส่งออกแร่หายาก ได้เปิดเผยช่องโหว่ของญี่ปุ่นในห่วงโซ่อุปทานเชิงกลยุทธ์ และความตึงเครียดนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและยุทโธปกรณ์ด้วย

    ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิของญี่ปุ่นก็ได้ให้ความสำคัญกับลดการพึ่งพาจีนในภาคส่วนสำคัญต่าง ๆ อย่างแร่หายากและเวชภัณฑ์ เธอเข้าทางทรัมป์มาช่วงหนึ่งแล้ว โดยเธอตกลงที่จะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงภายใต้รัฐธรรมนูญสันติภาพของญี่ปุ่น

    เธอขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาสำหรับ “ถ้อยคำที่อบอุ่น” ของเขาที่สนับสนุนเธอ และบอกว่าเธอเฝ้ารอที่จะได้ไปเยือนทำเนียบขาวในฤดูใบไม้ผลินี้และ “ศักยภาพความเป็นพันธมิตรของเรา ‘ไร้ขีดจำกัด’”

    ทานิอิจิมองว่า ทาคาอิจิปฏิเสธการให้ “ระยะห่างเท่ากัน” ระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยมองว่าการเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลสหรัฐฯ คือหัวใจของความมั่นคงและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น

    แต่ญี่ปุ่นไม่สามารถรับผลจากการเลือกข้างอย่างสมบูรณ์ได้

    ศ.โคบายาชิ กล่าวว่า การกระชับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจทั้งสองจะถือเป็นความรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่วิกฤตอสังหาริมทรัพย์และการเติบโตภายในประเทศที่ล่าช้าของจีนอาจเปลี่ยนโฉมอิทธิพลของรัฐบาลจีนในภูมิภาค

    แนวทางของทาคาอิจิดูเหมือนจะตามรอยแนวทางของชินโซ อาเบะ ผู้เป็นเสมือนที่ปรึกษาของเธอ คือการใช้จ่ายครั้งใหญ่เพื่อกระตุ้นการเติบโตและใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนการลงทุน

    ตอนนั้นอาเบะเผชิญกับราคาสินค้าที่ลดลง เงินเยนที่แข็งค่าขึ้น และจีนที่ทรงพลังน้อยกว่าปัจจุบันมาก

    แต่ทาคาอิจิเผชิญกับความท้าทายที่หนักกว่า ทั้งการที่ญี่ปุ่นกำลังแก่ลง เศรษฐกิจยังคงเติบโตช้าเกินไป และโลกอยู่ที่จุดที่แตกต่างจากเดิมไปมากแล้ว

    วิดีโอสั้น

    • Newly-elected Liberal Democratic Party (LDP) leader Sanae Takaichi receives an applause after winning the LDP leadership election on October 4, 2025 in Tokyo, Japan

    • ซานาเอะ ทาคาอิจิ

    • Japanese prime minister Sanae Takaichi (left) met with Chinese President Xi Jinping in South Korea on 31 October

    ข่าวเด่น

    เรื่องน่าสนใจ

    • ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานในศูนย์หลอกลวงและเหยื่อ นั่งอยู่บนพื้น ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen Border Guard Force – BGF) ต่อกิจกรรมผิดกฎหมาย ภายในคอมเพล็กซ์เคเคพาร์ก (KK Park) ในเมืองเมียวดี ทางตะวันออกของเมียนมา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2025

    • .

    • Getty Images

    • .

    • .

    วิดีโอสั้น

    • Newly-elected Liberal Democratic Party (LDP) leader Sanae Takaichi receives an applause after winning the LDP leadership election on October 4, 2025 in Tokyo, Japan

    • ซานาเอะ ทาคาอิจิ

    • Japanese prime minister Sanae Takaichi (left) met with Chinese President Xi Jinping in South Korea on 31 October

    ข่าวเด่น

    เรื่องน่าสนใจ

    • ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานในศูนย์หลอกลวงและเหยื่อ นั่งอยู่บนพื้น ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen Border Guard Force – BGF) ต่อกิจกรรมผิดกฎหมาย ภายในคอมเพล็กซ์เคเคพาร์ก (KK Park) ในเมืองเมียวดี ทางตะวันออกของเมียนมา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2025

    • .

    • Getty Images

    • .

    • .

    บทความยอดนิยม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c178lrjv05xo&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2P0jNIbw7G1v9oVavumtBu

  • แอตต้า หวังเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ เสนอ 5 เรื่องเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจ

    แอตต้า หวังเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ เสนอ 5 เรื่องเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจ

    แอตต้า หวังเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ เสนอ 5 เรื่องเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) สะท้อนมุมมองภาคเอกชนต่อสิ่งที่อยากเห็นสำหรับรัฐบาลใหม่ โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ไม่ใช่ “ซูเปอร์ฮีโร่” แต่ต้องมีคุณสมบัติหลัก 3 ประการ คือ ตัดสินใจเร็ว (Decision-driven) สื่อสารกับตลาดและต่างประเทศอย่างชัดเจน และสามารถควบคุมทีมเศรษฐกิจให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกันได้จริง ไม่ปล่อยให้แต่ละกระทรวงทำงานแบบแยกส่วนหรือ “ไซโล”

    ส่วนทีมเศรษฐกิจในฝัน ต้องเป็น “ทีมเดียว” และพูดภาษาเดียวกับนักลงทุน ภาคเอกชนคาดหวังจะเห็นทีมเศรษฐกิจที่เข้าใจกลไกตลาดและห่วงโซ่อุปทานโลก โดยมีการวางแผนการลงทุนอย่างเป็นระบบทั้งในภาคการท่องเที่ยว การส่งออก และการลงทุน สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเมืองอาวุโส แต่ต้องเป็นผู้ที่คุมงบประมาณได้ สามารถเจรจากับธนาคารแห่งประเทศไทยและนักลงทุนต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ที่สำคัญต้องกล้าพูดความจริงเรื่องวินัยการคลังเพื่อไม่ให้ระบบพังจากการแจกเงินเพียงอย่างเดียว และคลังในฝันไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเมืองอาวุโส แต่ต้องคุมงบประมาณได้คุยกับแบงก์ชาติ ตลาดทุน นักลงทุนต่างชาติรู้เรื่อง และกล้าพูดความจริงเรื่องวินัยการคลัง ไม่แจกจนระบบพัง

    ทั้งอยากให้เร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากมองว่าจากประสบการณ์ภาคเอกชนและข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค GDP ไทยปี 2568 ประมาณ 18.8 ล้านล้านบาท ความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้การลงทุนชะลอ + การใช้จ่ายรัฐหยุดความเสียหายโดยประมาณ 0.3–0.5% ของ GDP คิดเป็น 5.5–9.5 หมื่นล้านบาท และที่หนักกว่าคือ ความเชื่อมั่น ซึ่งใช้เวลาฟื้นนานกว่าตัวเลข GDP

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    ส่วนสิ่งที่อยากเห็นหน้าตารัฐบาลแบบไหน เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า ผมมองว่ารัฐบาลที่มีเสียงพอทำงาน มี “ศูนย์บัญชาการเศรษฐกิจ” จริง ไม่เปลี่ยนนโยบายรายสัปดาห์ตามกระแส

    สำหรับภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำใน 3 เดือนแรก เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ภาคธุรกิจเสนอให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการ 5 เรื่องทันที ได้แก่ 1.ผ่านงบประมาณให้เร็วที่สุด 2. สื่อสารทิศทางเศรษฐกิจให้ชัดเจนต่อตลาดและประชาชน 3.ดูแลค่าใช้จ่ายประชาชนและ SMEs แบบตรงจุด ไม่หว่านงบประมาณ 4.เร่งเครื่อง 3 เครื่องยนต์หลัก การท่องเที่ยว การส่งออก และการลงทุน และ 5.หยุดนโยบายที่สร้างภาระการคลังระยะยาวทันที

    ดร.อดิษฐ์ ยังกล่าวต่อว่า มุมมองต่อพรรคการเมืองแกนนำ ภาคธุรกิจมองเห็นจุดแข็งและความท้าทายที่แตกต่างกันของแต่ละพรรค โดย พรรคเพื่อไทย มีประสบการณ์บริหารสูงแต่มีความท้าทายเรื่องวินัยการคลังและภาพลักษณ์ประชานิยม พรรคภูมิใจไทย มีความโดดเด่นเรื่องการต่อรองทางการเมืองแต่ภาพรวมนโยบายเศรษฐกิจใหญ่ยังไม่ชัด ขณะที่ พรรคประชาชน ถือเป็นความหวังใหม่เรื่องความโปร่งใสแต่ยังขาดประสบการณ์บริหารประเทศในระบบเดิม

    อย่างไรก็ตาม ดร.อดิษฐ์ ย้ำชัดว่าภาคธุรกิจไม่ได้ยึดติดว่าพรรคใดจะต้องเป็นแกนนำ แต่ให้ความสำคัญว่าใครจะสามารถทำให้รัฐบาล “นิ่ง-เร็ว-เชื่อถือได้” มากที่สุด เพราะทุกวันที่การเมืองชะงัก คือโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศที่สูญเสียไปอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/651254&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bEVMzx_m-XMQrcCOgcXH_

  • วิจัยกรุงศรี เผยบทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน (ฉบับวันที่ 10 ก.พ. 69)

    วิจัยกรุงศรี เผยบทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน (ฉบับวันที่ 10 ก.พ. 69)

    Krugnsri Weekly_05 -2023

    สหรัฐฯ : เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องหนุนเฟดคงดอกเบี้ย สะท้อนจากดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการที่ขยายตัว ผลิตภาพแรงงานที่สูงขึ้น รวมถึงการบริโภคที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ความจำเป็นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนมีนาคมลดลง

    ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีสัญญาณผ่อนคลายลงหลังทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจรจาเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหาร

    ญี่ปุ่น : พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ชนะเลือกตั้ง โดยได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรถึง 310 จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง มากที่สุดในประวัติศาสตร์หลังสงครามของญี่ปุ่น ซึ่งคาดเป็นแรงขับเคลื่อนให้รัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ซึ่งรวมถึงนโยบายการคลังเชิงรุก

    อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่สูงขึ้นต่อเนื่องอาจกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืม ขณะที่แรงกดดันให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

    จีน : หวังพึ่งส่งออกหลังสัญญาณชีพทางเศรษฐกิจอ่อนแอ โดย PMI ภาคการผลิตพลิกกลับมาหดตัวอีกครั้งในเดือนมกราคม ส่วนภาคบริการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 (ดังรูป) อีกด้านหนึ่ง จีนได้ทยอยบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับชาติต่าง ๆ เช่น แคนาดา สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงในยามที่เศรษฐกิจจีนต้องพึ่งพาการส่งออกต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวังความตึงเครียดทางการค้าจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และความเข้มงวดในการใช้มาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าเชิงยุทธศาสตร์ของจีนเอง

    ไทย: ผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พรรคภูมิใจไทยได้ที่นั่งในสภาฯ เกินคาด โดยก้าวขึ้นมาเป็นพรรคที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มากที่สุด ด้วยจำนวนที่นั่งประมาณ 190–195 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร จึงกลายเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

    ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยอาจจับมือกับพรรคกล้าธรรม (ซึ่ง ณ วันที่ 9 ก.พ. มี 58 ที่นั่ง) เพื่อจะครองเสียงข้างมากในสภาฯ ซึ่งหากรวมจำนวนที่นั่งกับพรรคเพื่อไทย (ประมาณ 74 ที่นั่ง) และ/หรือพรรคขนาดเล็กอื่น ๆ จะทำให้มีจำนวน สส. รวมมากกว่า 300 ที่นั่ง

    จากผลการเลือกตั้งล่าสุดสะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นความมีเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่

    หากรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากอย่างชัดเจน คาดว่าจะช่วยให้การอนุมัติงบประมาณรายจ่ายและการดำเนินนโยบายต่างๆเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยภาพรวมแล้ว ผลการเลือกตั้งและสถานการณ์การเมืองจากนี้ไปอาจเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย

    อย่างไรก็ตาม ฐานะทางการคลังที่อ่อนแอลง ผนวกกับปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ และความท้าทายจากปัจจัยภายนอกประเทศยังเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/krungsri-research-publishes-an-analysis-of-the-economic-and-financial-situation-dated-february-10-2026/top-stories/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jDygLCHw_DZLPy8bTgdVG

  • หุ้นเอเชีย ปิดตลาดภาคเช้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น  หลังหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ฟื้นตัว

    หุ้นเอเชีย ปิดตลาดภาคเช้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ฟื้นตัว

    หุ้นเอเชีย ปิดตลาดภาคเช้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ฟื้นตัว

    วันนี้, 13:52น.

               ตลาดหุ้นเอเชีย ปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (10 ก.พ.) เนื่องจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล หลังจากหุ้นกลุ่มดังกล่าว ถูกเทขายออกมาอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

    +++ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 57,926.07 จุด เพิ่มขึ้น 1,562.13 จุด

    +++ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 27,173.55 จุด เพิ่มขึ้น 146.39 จุด

    +++ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,122.34 จุด ลดลง 0.75 จุด

              นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค.ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) และจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนม.ค. ในวันศุกร์ (13 ก.พ.)

              เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ของเฟดจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนมิ.ย. ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่เควิน วอร์ช เข้ารับตำแหน่งประธานเฟดต่อจากเจอโรม พาวเวล

    #หุ้นเอเชีย 

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159141&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3oAb3OncgiXlCwGk-IqOxX

  • รู้จัก วรท ศิริรักษ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 ชลบุรี พรรคประชาชน

    รู้จัก วรท ศิริรักษ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 ชลบุรี พรรคประชาชน

    รู้จัก วรท ศิริรักษ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 ชลบุรี พรรคประชาชน

    กรณีเหตุการณ์มวลชนเรียกร้องให้ กกต. มีการนับคะแนนการเลือกต้้งใหม่ในพื้นที่เลือกตั้งจังหวัดชลบุรี เขต 1 เนื่องจากมีข้อกังขาหลายเรื่อง เมื่อไปดูในรายละเอียดพื้นที่นี้นับเป็นสนามการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันดุเดือดไม่แพ้พื้นที่อื่น ๆ ของสองพรรคการเมืองที่ได้รับความสนใจอย่างมากในพื้นที่ ระหว่าง นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ด้วยตัวเองในนามพรรคภูมิใจไทย  และ พรรคประชาชน ที่ส่ง นายวรท ศิริรักษ์ แชมป์เก่าเพื่อรักษาเก้าอี้เอาไว้  

    นายวรท ศิริรักษ์  หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “เบนซ์” เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ตัวแทนของพรรคประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและยังคงเดินหน้าทำงานในนามพรรคประชาชนต่อเนื่อง ล่าสุดในการเลือกตั้งปี 2566 นายวรทเป็นตัวแทนพรรคประชาชน สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 1 ชลบุรี 

    ประวัติ-การศึกษา 

    นายวรท พื้นเพเป็นชาวชลบุรีโดยกำเนิด จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนชลราษฎรอำรุง (ชลชาย) ปริญญาตรีสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยบูรพา ปริญญาโทด้านการตลาดและการเงิน (Marketing and Finance) จาก University of Dundee สหราชอาณาจักร 

    ก่อนเข้าสู่สนามการเมือง เคยทำงานด้าน Project Management และเป็นนักยุทธศาสตร์ด้านคลังสินค้า (Warehouse Strategist) ภายหลังการยุบพรรคก้าวไกล วรท ได้ย้ายมาสังกัด พรรคประชาชน และยังคงปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

    เส้นทางการเมือง 

    ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 วรท ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชลบุรี เขต 1 ในนามพรรคก้าวไกล และสามารถคว้าชัยชนะมาได้ด้วยคะแนน  36,463 คะแนน ล้ม นางสาวณภัสนันท์ อรินทคุณวงษ์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติซึ่งเป็นน้องภรรยาของนายสุชาติ ชมกลิ่น โดยได้คะแนนมาเป็นลำดับที่สอง 32,542 คะแนน

    วรท จึงเป็นหนึ่งในขุนพลสีส้มที่ถูกจับตามองอย่างมากเพราะสามารถเจาะพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของชลบุรีที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่เหนียวแน่นของกลุ่มอำนาจเดิมได้สำเร็จซึ่งในปีนั้นพรรคก้าวไกลคว้า สส.ไปได้มากถึง 7 เขตจากทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้ง ขณะที่พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และรวมไทยสร้างชาติ ได้ไปพรรคละ 1 เขต ตรงกันข้ามในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชน ได้ สส. 5 เขต พรรคภูมิใจไทยกวาดไปได้ 5 เขต 

    สำหรับการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี 2569 รอบนี้ เมื่อดูจากผลการนับคะแนนของ กกต.อย่างไม่เป็นทางการ ล่าสุด (10 กุมภาพันธ์ 2569)  พบว่า พรรคประชาชนเสียที่นั่งเดิมไปใน 3 เขต รวมถึงชลบุรี เขต 1 ที่มี นายวรท เป็นผู้แทนฯ ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาสังกัด พรรคภูมิใจไทย คาดว่าจะสามารถคว้าเก้าอี้มาได้ ด้วยคะแนน 43,703 คะแนน ทิ้งห่างจากนายวรทกว่า 3,000 คะแนน โดยตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยคะแนน 39,920 คะแนน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/politics/651240&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01YE1zv6LBxzOH5B8zc_6u

  • กทม.เพิ่มดูแลเด็กเล็ก รับคนต่างจังหวัดอพยพเข้ากรุง

    กทม.เพิ่มดูแลเด็กเล็ก รับคนต่างจังหวัดอพยพเข้ากรุง

    Loading…

    กทม.เพิ่มดูแลเด็กเล็ก รับคนต่างจังหวัดอพยพเข้ากรุง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-264&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3y_t4AVLcjhxYdFFWk9AAy

  • ทริปเปิ้ลเอส แอสเซท ผู้ใหญ่ใจดีร่วมสร้างรอยยิ้มและโอกาสทางการศึกษา ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โรงเรียนวัดอัยยิการาม – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ทริปเปิ้ลเอส แอสเซท ผู้ใหญ่ใจดีร่วมสร้างรอยยิ้มและโอกาสทางการศึกษา ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โรงเรียนวัดอัยยิการาม – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัท ทริปเปิ้ลเอส แอสเซท จำกัด ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ล่าสุด บริษัทได้ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรม วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ให้แก่ โรงเรียนวัดอัยยิการาม ด้วยการมอบของขวัญ ของรางวัล และทุนการศึกษา เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ สร้างแรงบันดาลใจ และมอบความสุขให้แก่นักเรียนภายในโรงเรียน

    กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติในครั้งนี้ โรงเรียนวัดอัยยิการามจัดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ให้เด็ก ๆ ได้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า ควบคู่กับการปลูกฝังค่านิยมด้านความเอื้อเฟื้อ การแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งการสนับสนุนจากภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเติมเต็มทรัพยากร และทำให้กิจกรรมสามารถดำเนินไปได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ

    การสนับสนุนในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก คุณฐานิษฐ์ ภพพุฒิธรกุล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่วมผลักดันและสนับสนุนกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วง โดยช่วยเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความประทับใจให้แก่นักเรียน คณะครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

    ทางด้าน โรงเรียนวัดอัยยิการาม เห็นว่า การสนับสนุนจาก บริษัท ทริปเปิ้ลเอส แอสเซท จำกัด ไม่เพียงช่วยเติมเต็มความสุขในวันเด็กแห่งชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา เสริมสร้างกำลังใจ และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่งของประเทศ พร้อมสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ บริษัท ทริปเปิ้ลเอส แอสเซท จำกัด ดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการเติบโตควบคู่กับการพัฒนาสังคม โดยเชื่อว่าการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนในวันนี้ คือการวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่สังคมในวันข้างหน้า การมีส่วนร่วมในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ โรงเรียนวัดอัยยิการาม จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการร่วมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง มีคุณภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/10/616065/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mDHFpUuVUHmRieUcQgrd7

  • สถาบันเอเชียศึกษา จัดเวทีทิศทางนโยบายสุขภาพประชากรผู้โยกย้ายถิ่น

    สถาบันเอเชียศึกษา จัดเวทีทิศทางนโยบายสุขภาพประชากรผู้โยกย้ายถิ่น

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ จัดเวทีทิศทางนโยบายและความท้าทายต่อสุขภาพประชากร ผู้โยกย้ายถิ่นกับการทดแทนกำลังแรงงานของประเทศ

    สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายจัดเวทีทิศทางนโยบายและความท้าทายต่อสุขภาพประชากรผู้โยกย้ายถิ่นกับการทดแทนกำลังแรงงานของประเทศ โดยมี รศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน และ ผศ.ดร.จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาฝ่ายวิชาการ เป็นหัวหน้าโครงการ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ณ ห้องโถง ชั้น 1 Social Innovation Hub อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ

    รศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ
    ผศ.ดร.จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาฝ่ายวิชาการ

    ทิศทางนโยบายและความท้าทายต่อสุขภาพประชากรผู้โยกย้ายถิ่นกับการทดแทนกำลังแรงงานของประเทศมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอข้อค้นพบและข้อเสนอจากงานวิจัย “การศึกษาแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพประชากรข้ามชาติ” ที่ดำเนินการวิจัยโดยนักวิจัยจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ และนำไปสู่การอภิปรายแนวทางขับเคลื่อนนโยบายผู้โยกย้ายถิ่นฐานในทัศนะของแต่ละพรรคการเมือง จากข้อค้นพบและข้อเสนอเชิงนโยบายจากงานวิจัยดังกล่าว

    นอกจากนี้คุณเสถียร ทันพรม มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย (FAIR) และคุณศุกาญจน์ตา สุขไผ่ตา เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HFDR) เป็นตัวแทนกล่าวข้อเสนอต่อภาครัฐและภาคการเมืองว่าด้วยสุขภาพประชากรข้ามชาติ โดยข้อเสนอนี้เป็นผลลัพธ์มาจากการรับฟังความคิดเห็นและกระบวนการสนทนากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านสุขภาพประชากรข้ามชาติ ผ่านการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา เวทีนี้มีผู้สนใจจากภาครัฐ ภาคการเมือง ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

    ทั้งนี้ คณะทำงานสุขภาพผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (Migration Health sub-Working Group – MHWG) ภายใต้เครือข่ายสหประชาชาติว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานได้สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของประชากร อาทิ บุคคลทุกคนมีสิทธิในสุขภาพ โดยไม่คำนึงถึงสถานะการโยกย้ายถิ่นฐานหรือภูมิหลัง ดังนั้นผู้ย้ายถิ่นและประชากรข้ามชาติจึงมีสิทธิที่จะเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพอย่างเท่าเทียมที่จำเป็นทั้งเชิงส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และรักษาพยาบาลโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ รัฐบาลไทยมีหน้าที่หลักตามกฎหมายในการคุ้มครองสุขภาพของมนุษย์และกำหนดนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดหาบริการสุขภาพที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณภาพชีวิตและการใช้สิทธิพลเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้หลักการ “ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ” (Health in All Policies: HiAP) เป็นความรับผิดชอบด้านสุขภาพของหน่วยงานภาครัฐ โดยนโยบายต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องของประชากรข้ามชาติ แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีความรับผิดชอบหลักในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริการด้านสุขภาพและการสาธารณสุข แต่หน่วยงานรัฐอื่น ๆ ย่อมมีความรับผิดชอบร่วมกันในการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสุขภาพสำหรับประชากรข้ามชาติ เป็นต้น

    จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

    ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/286897/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZB9aJi3HOjcu6nRHw4xqL

  • สมุทรสงคราม///เมล่อนจากแปลงเรียนรู้ สู่เมล่อนเพื่อการศึกษา | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///เมล่อนจากแปลงเรียนรู้ สู่เมล่อนเพื่อการศึกษา | TOPNEWS

    โรงเรียนวัดบางจะเกร็ง เก็บเกี่ยวเมล่อน 200 ลูก จากแปลงเรียนรู้ “เมล่อนเพื่อการศึกษา”

    สร้างอาหารกลางวัน–ต่อยอดรายได้พัฒนาโรงเรียน
    โรงเรียนวัดบางจะเกร็ง จัดทำโครงการปลูกเมล่อนเพื่อการศึกษา มุ่งส่งเสริมทักษะอาชีพควบคู่การเรียนรู้เชิงปฏิบัติให้กับนักเรียน พร้อมสร้างแหล่งอาหารคุณภาพสำหรับโครงการอาหารกลางวัน

    และต่อยอดเป็นรายได้หมุนเวียนพัฒนาโรงเรียน ภายใต้แนวคิด “เมล่อนเพื่อการศึกษา” ที่เน้นการลงมือทำจริง เรียนรู้จริง และเติบโตไปพร้อมกัน


    ล่าสุด นายนาวิน แกละสมุทร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางจะเกร็ง ได้นำนักเรียนร่วมกันเก็บเกี่ยวเมล่อนพันธุ์แสนหวานที่ปลูกไว้จำนวน 200 ต้น ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยก่อนการเก็บเกี่ยวได้หยุดการให้น้ำประมาณ 3 วัน เพื่อเพิ่มความหวานและความกรอบของเนื้อเมล่อน ผลผลิตในรอบนี้สามารถตัดได้จำนวน 200 ลูก น้ำหนักรวมประมาณ 220 กิโลกรัม

    ผลผลิตส่วนหนึ่งได้นำไปประกอบอาหารกลางวันให้กับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รวมจำนวน 230 คน ได้รับประทานอย่างทั่วถึง ส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายเพื่อนำรายได้เข้าสมทบกองทุนอาหารกลางวันของโรงเรียน

    นายนาวิน กล่าวว่า โครงการเมล่อนเพื่อการศึกษาในวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของโรงเรียน เนื่องจากเป็นผลผลิตที่นักเรียนได้ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกและดูแลจนประสบความสำเร็จ ผลผลิตหลักจะนำมาให้นักเรียนได้รับประทานในโครงการอาหารกลางวัน ส่วนที่เหลือจากการบริหารจัดการจะเปิดให้สั่งจองและจำหน่าย

    โดยรายได้จะนำมาหมุนเวียนเป็นทุนสำหรับการผลิตรุ่นต่อไป รวมถึงพัฒนาอาคารสถานที่และจัดหาสื่อการเรียนการสอน เพื่อคืนประโยชน์สู่โรงเรียนอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เมล่อนเพื่อการศึกษา”


    สำหรับกระบวนการผลิต เป็นผลงานของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 60 คน โดยมีคณะครูทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดความรู้และดูแลอย่างใกล้ชิด นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะเมล็ด การเตรียมดิน การดูแลบำรุงรักษา การควบคุมน้ำและปุ๋ย ตลอดจนการเก็บเกี่ยว คัดคุณภาพ และจัดจำหน่าย ใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 3 เดือนจึงสามารถเก็บเกี่ยวได้

    โดยเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การ “ปลูกด้วยใจ” ผสานกับความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งได้รับสมญานามว่า “เมืองสามน้ำ” ส่งผลให้เมล่อนมีรสชาติหวาน หอม และมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค จนต้องมีการสั่งจองล่วงหน้าแทบทุกรอบการผลิต


    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองเมล่อนพันธุ์แสนหวาน สดใหม่จากไร่ ในราคา กิโลกรัมละ 100 บาท บรรจุในแพ็คเกจสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นของขวัญ ของฝาก หรือรับประทานเอง

    โดยสามารถติดต่อได้ที่ Facebook แฟนเพจ “โรงเรียนวัดบางจะเกร็ง” หรือสอบถามผ่านคณะครูทุกท่าน ซึ่งทางโรงเรียนมีบริการจัดส่งทั่วประเทศไทย

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวTopnews ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1482844&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37fazSbdq1TnrmMmD2djtV

  • สจด. ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/120653/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11RJx2Sw6SsdRkMq7XOMSq