Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ตะวันออกไกล เป้าหมายใหม่การส่งออกตุรกี

    ตะวันออกไกล เป้าหมายใหม่การส่งออกตุรกี

    รายงานข่าวจากสำนักข่าว AA (Anadolu Agency) สถิติของสภาผู้ส่งออกแห่งตุรกี (TİM) ระบุว่า ในปี 2025 ตุรกีได้ทำการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในภูมิภาคตะวันออกไกล ซึ่งประกอบด้วย บังกลาเทศบรูไนจีนติมอร์-  เลสเตอินโดนีเซียฟิลิปปินส์เกาหลีใต้ญี่ปุ่นกัมพูชาเกาหลีเหนือลาวมาเลเซียมองโกเลียเมียนมาปากีสถานสิงคโปร์ศรีลังกาไทยไต้หวัน และเวียดนาม เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,986.8 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลอดทั้งปี การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกไกลเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยประเทศที่ตุรกีส่งออกไปมากที่สุดในปีที่ผ่านมาคือ จีน ด้วยมูลค่า 3,012.5 ล้านเหรียญ ตามมาด้วยปากีสถาน 798.3 ล้านเหรียญเกาหลีใต้ 686.4 ล้านเหรียญญี่ปุ่น 649.8 ล้านเหรียญ และมาเลเซีย 538.9 ล้านเหรียญ   โดยในช่วงเวลาดังกล่าว มูลค่าการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคคือ เวียดนาม 424.7 ล้านเหรียญ อินโดนีเซีย 421.9 ล้านเหรียญ บังกลาเทศ 409.6 ล้านเหรียญ ไทย 257.1 ล้านเหรียญ สิงคโปร์ 250.8 ล้านเหรียญ ไต้หวัน 179 ล้านเหรียญ ฟิลิปปินส์ 150.2 ล้านเหรียญ มองโกเลีย 95.5 ล้านเหรียญ และนอกจากนี้ ยังมีการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ได้แก่ ศรีลังกา 71.5 ล้านเหรียญกัมพูชา 25.8 ล้านเหรียญเมียนมา 7.5 ล้านเหรียญ ลาว 5.6 ล้านเหรียญบรูไน ล้านเหรียญ และติมอร์-เลสเต 97,900 เหรียญ ส่วนเกาหลีเหนือนั้นไม่มีการส่งออกเกิดขึ้น ในด้านรายภาอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเหมืองแร่เป็นภาคส่วนที่ส่งออกไปยังจีนสูงสุดด้วยมูลค่า 1,642 ล้านเหรียญ ขณะที่การส่งออกไปปากีสถานนำโดยสิ่งทอและวัตถุดิบมูลค่า 164.4 ล้านเหรียญ ทางด้านเกาหลีใต้มีการส่งออกผลิตภัณฑ์เหมืองแร่มูลค่า 143.2 ล้านเหรียญ มาเลเซียเน้นไปที่เครื่องประดับมูลค่า 131.4 ล้านเหรียญ และญี่ปุ่นนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์จากสัตว์จากตุรกีมูลค่า 115.9 ล้านเหรียญ

    นายเรฮา เดเนเมช (Reha Denemeç) ประธานผู้ประสานงานสภาธุรกิจเอเชียแปซิฟิกของคณะกรรมการความสัมพันธ์เศรษฐกิจต่างประเทศ (DEİK) ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว AA ว่า ภูมิภาคนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางหลักของการผลิตและการบริโภคระดับโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นายเดเนเมช เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่ตุรกีต้องเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ตุรกีมีความแข็งแกร่ง เขาระบุว่า DEİK กำลังทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับสมดุลการขาดดุลการค้ากับประเทศในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ปริมาณการค้าทวิภาคีมีความยั่งยืนและสมดุล ผ่านการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพจากประเทศเหล่านี้มา   ยังตุรกี การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว และการดำเนินโครงการร่วมกันในประเทศที่สาม

    นายเดเนเมชชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในด้านพลังงานการขนส่งและโลจิสติกส์เทคโนโลยีการท่องเที่ยวโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการพัฒนาต่างๆ พร้อมกล่าวว่า ข้อบ่งชี้อีกประการที่แสดงถึงความสำคัญของภูมิภาคนี้คือ ในรายชื่อ 60 ประเทศเป้าหมายของปี 2026 ของกระทรวงพาณิชย์ มีถึง 13 ประเทศที่อยู่ในเอเชียแปซิฟิก และในยุทธศาสตร์ ประเทศที่ห่างไกล‘ (Far Countries Strategy) 11 จาก 18 ประเทศก็อยู่ในภูมิภาคนี้ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ไว้กับการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้า นอกจากนี้ วิสัยทัศน์ ‘Asia Anew’ (Yeniden Asya) ของกระทรวงการต่างประเทศยังมุ่งเน้นการพัฒนาความสัมพันธ์ที่หลากหลายมิติ” นายเดเนเมชระบุว่า ประเทศเหล่านี้เป็นคู่ค้าที่สำคัญเนื่องจากขนาดของตลาดและความสัมพันธ์หลายมิติกับตุรกี ในจีนและเกาหลีใต้ บริษัทตุรกีมีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche products) ส่วนในญี่ปุ่นและมาเลเซีย ผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนจะโดดเด่นเป็นพิเศษ เขากล่าวเสริมว่า “เราเห็นกิจกรรมที่สำคัญของบริษัทเราในด้านพลังงานการป้องกันประเทศและการบินการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานอาหารเทคโนโลยีเหล็กและเหล็กกล้า รวมถึงยานยนต์” อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่าเพื่อให้การส่งออกเติบโตอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและเน้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้รับความสนใจอย่างมากในภูมิภาค เราจึงดำเนินกิจกรรมผ่านสภาธุรกิจเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งของผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและสินค้าป้องกันประเทศในโครงสร้างการส่งออกภาคอุตสาหกรรมของเรา” เขากล่าว นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ของตุรกียังรวมถึงการเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์และอุตสาหกรรมของตุรกีในภูมิภาค เพื่อให้ตุรกีถูกเลือกเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของประเทศเหล่านั้น นายเดเนเมชกล่าวว่ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ซึ่งมีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก เศรษฐกิจเติบโตเร็ว และกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นโอกาสอันมหาศาลสำหรับตุรกี ตัวอย่างเช่น เมื่อมองไปที่เวียดนาม เราเห็นว่าเขากำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่อุปทานโลกผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดยักษ์ โครงการเมกะโปรเจกต์เหล่านี้เป็นโอกาสที่เหลือเชื่อสำหรับภาคการรับเหมาและการก่อสร้างของตุรกีที่มีความรู้ความสามารถในระดับโลก ไม่ใช่แค่การขายสินค้าเท่านั้น แต่การเข้าไปเป็นผู้รับเหมาและนักลงทุนในโครงการเหล่านี้จะทำให้ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับเวียดนามมีความถาวร”

    เขาสรุปทิ้งท้ายว่า “การเพิ่มอำนาจการเข้าถึงและส่วนแบ่งของตุรกีภายในเครือข่ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ๆ เช่น ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และข้อตกลงทวิภาคีอื่นๆ ถือเป็นหัวข้อสำคัญ ในฐานะ DEİK/สภาธุรกิจเอเชียแปซิฟิก เราไม่ได้มุ่งเน้นแค่การส่งออก แต่เรายึดถือแนวทางที่เป็นศูนย์กลางของการลงทุนร่วมกัน การสร้างความหลากหลายทางการค้า และการเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาคมีความสมดุล ยั่งยืน และลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนกระบวนการเข้าสู่การเป็นหุ้นส่วนคู่เจรจาของอาเซียน (ASEAN Dialogue Partnership) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโลกธุรกิจของเรากับอาเซียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

    ข้อคิดเห็นจากสำนักงานฯ

    จากรายงานดังกล่าว ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตุรกีเริ่มมองประเทศในตะวันออกไกล โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่ามีความสำคัญต่อการส่งออกและเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากแผนเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ตุรกีที่มีประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกถึง 13 ประเทศ ในขณะที่ยุทธศาสตร์สำหรับประเทศห่างไกลก็มีถึง 11 จาก 18 ประเทศ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันตุรกีเองจะยังไม่มีความพยายามที่จะทำข้อตกลงการค้าเสรีกับไทยหลังจากมีความพยายามผลักดันกันมาอย่างยาวนานแล้วก็ตาม แต่การที่ตุรกีให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงให้มากยิ่งก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี และหากแม้ว่าในปัจจุบันตุรกีพยายามผลักดันเรื่องการส่งออกอย่างมากและพยายามลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ แต่การที่ตุรกีเริ่มหันมามองภูมิภาคของเราเพิ่มมากขึ้นนั้นก็อาจเพิ่มโอกาสด้านการลงทุนหรือความร่วมมือในมิติอื่นๆ เพิ่มขึ้นได้ในอนาคตต่อไปได้เช่นกัน 

    ที่มา: https://www.aa.com.tr/tr/ekonomi/turkiyenin-uzak-doguya-ihracati-8-milyar-dolara-yaklasti/3812859 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/g6ygg7cb64xppl5nd4s4m5nk&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38Bd80aKOGat41EOzXzTj9

  • สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รับสมัครกำลังพลสำรอง ประจำปี 2569 จำนวน 12 อัตรา

    สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รับสมัครกำลังพลสำรอง ประจำปี 2569 จำนวน 12 อัตรา

    วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.06 น.

    12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครทหารกองหนุน ทหารกองเกิน ทหารหญิงพ้นราชการ หรือบุคคลทั่วไป เข้าเป็นกำลังพลสำรองของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประจำปี พ.ศ.2569 จำนวน 12 อัตรา ดังนี้

    1.กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต, น.ต. จำนวน 4 ตำแหน่ง (4 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ได้แก่ ด้านติดต่อประสานความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม และมิตรประเทศ, ด้านการจัดทำ การแก้ไข และการยกเลิกการกำหนดมาตรฐานทางทหาร ด้านยานพาหนะ, ด้านการตรวจสอบมาตรฐานทางทหาร ยุทโธปกรณ์หน่วยผลิตหรือโรงงานผลิต กระบวนการผลิต, ด้านการทดสอบมาตรฐานทางทหาร ด้านยานพาหนะและยานไร้คนขับ ได้แก่

    1.1 ประจำแผนกติดตามและวิเคราะห์เทคโนโลยี กองนโยบายวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สำนักนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาอักษรศาสตร์, ภาษาศาสตร์ และครุศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ

    1.2 ประจำแผนกกำหนดมาตรฐาน 1 กองกำหนดมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์    ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    1.3 ประจำแผนกตรวจสอบมาตรฐาน กองตรวจและทดสอบมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์   ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    1.4 ประจำแผนกทดสอบมาตรฐาน 1 กองตรวจและทดสอบมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์  ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    2.กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อท.ศอพท.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และ อัตรา ร.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่ และประกอบชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ตามรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่กำหนด ได้แก่

    2.1 ประจำแผนกการผลิต โรงงานแบตเตอรี่ทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า เป็นผู้มีประสบการณ์ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์/ทางไฟฟ้า, ทางเครื่องกล, ทางฟิสิกส์,ทางยานยนต์, ทางอุตสาหการ, ทางวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรมและพลังงาน และทางวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่

    – มีประสบการณ์การทำงานในสายงานด้านแบตเตอรี่มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

    2.2 ประจำแผนกการผลิต โรงงานแบตเตอรี่ทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา ร.อ.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า เป็นผู้มีประสบการณ์ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์/ทางไฟฟ้า, ทางเครื่องกล, ทางฟิสิกส์,ทางยานยนต์, ทางอุตสาหการ, ทางวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรมและพลังงาน และทางวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่

    – มีประสบการณ์การทำงานในสายงานด้านแบตเตอรี่มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

    3.กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (พท.ศอพท.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.อ., น.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุในเรื่องเกี่ยวกับสำรวจ วิเคราะห์ ด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในกิจการทหาร ได้แก่

    3.1 นายทหารประจำกรม กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา พ.อ., น.อ.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ หรือทางเทคโนโลยีและการจัดการพลังงาน, ทางเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน, ทางการจัดการพลังงาน, ทางเทคโนโลยีพลังงาน, ทางเทคโนโลยีวิศวกรรมพลังงาน, ทางวิศวกรรมการจัดการพลังงาน, ทางวิศวกรรมพลังงานทดแทน, ทางวิศวกรรมพลังงาน,ทางฟิสิกส์, ทางฟิสิกส์ประยุกต์, ทางฟิสิกส์ประยุกต์-พลังงาน, ทางนิวเคลียร์เทคโนโลยี, ทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์,ทางวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์, ทางพลังงานทดแทน, ทางวิศวกรรมไฟฟ้า, ทางวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง และทางฟิสิกส์นิวเคลียร์

    – มีประสบการณ์การทำงานในสายงานอย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

    4.สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สลก.สป.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ท., น.ท. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา), อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และอัตรา ร.อ. จำนวน 3 ตำแหน่ง (3 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการด้านแผนงานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงการจัดหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานในสายงานการประชาสัมพันธ์ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่

    4.1 หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พ.ท., น.ท.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ/ทางการบริหารการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารมวลชน, ทางวารสารศาสตร์, ทางสื่อสารมวลชน, ทางเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, ทางการโฆษณา และประชาสัมพันธ์, ทางการโฆษณา, ทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, ทางการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์การ, ทางเทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, ทางวารสารศาสตร์ และการประชาสัมพันธ์, ทางการออกแบบ, ทางการออกแบบสื่อสารออนไลน์, ทางเทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์, ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์

    – มีประสบการณ์การทำงานกับส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย หรือเหล่าทัพ

    4.2 ประจำแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, ทางวารสารศาสตร์, สื่อสารมวลชน, นวัตกรรมการสื่อสาร, วิจัยสื่อสารมวลชน, เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, การโฆษณาและประชาสัมพันธ์, การประชาสัมพันธ์, การโฆษณา, การประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, การประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์การ, เทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, วารสารศาสตร์และการประชาสัมพันธ์, การออกแบบ, การออกแบบสื่อสารออนไลน์, เทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์, วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, สาขาวิชา วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปะบัณฑิต, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ, การบริหารการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชน

    4.3 ประจำแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา ร.อ.) จำนวน 3 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    – สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ/ทางการบริหารการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารมวลชน, ทางวารสารศาสตร์, ทางสื่อสารมวลชน, ทางเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, ทางการโฆษณา และประชาสัมพันธ์, ทางการโฆษณา, ทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, ทางการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์การ, ทางเทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, ทางวารสารศาสตร์ และการประชาสัมพันธ์, ทางการออกแบบ, ทางการออกแบบสื่อสารออนไลน์, ทางเทคโนโลยีถ่ายภาพ และภาพยนตร์, ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์

    – 006

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/946830&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0j454gekclxFiNEMkBXD7w

  • “นฤมล” เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ผอ.ศศิพัชร” ย้ำศธ.สูญเสียครั้งใหญ่ สดุดีวีรกรรมปกป้องนักเรียน ยกย่องจิตวิญญาณแม่พิมพ์ของชาติ | TOPNEWS

    “นฤมล” เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ผอ.ศศิพัชร” ย้ำศธ.สูญเสียครั้งใหญ่ สดุดีวีรกรรมปกป้องนักเรียน ยกย่องจิตวิญญาณแม่พิมพ์ของชาติ | TOPNEWS

    12 ก.พ. 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ณ วัดยูงทอง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของครอบครัว ญาติ เพื่อนครู นักเรียน และประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัย

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ และวงการศึกษาของจังหวัดสงขลา เพราะ ผอ.ศศิพัชร เป็นครูที่มีความเป็นครูสูง ทุ่มเทสร้างผลงานด้านการศึกษาและคุณความดีมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีของการทำหน้าที่ ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญอย่างยิ่งยวดในวินาทีวิกฤต

    โดย ศ.ดร.นฤมล ได้ให้กำลังใจและมอบเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือแก่ครอบครัว ผอ.ศศิพัชร พร้อมให้กำลังใจคณะครูและนักเรียน พร้อมยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการจะดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งในด้านสวัสดิการและมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การจากไปของ ผอ.ศศิพัชร ไม่ได้เป็นเพียงความสูญเสียของครอบครัว แต่เป็นการสูญเสียบุคลากรทางการศึกษาผู้เปี่ยมด้วยอุดมการณ์ ที่ได้พิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า คำว่า “ครู” ไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่คือหน้าที่ที่ยืนหยัดเพื่อปกป้องลูกศิษย์ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1485715&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sTp8wchHANNhKLhTmTIof

  • ชลิต อินดัสทรี ร่วมสานต่อก่ออาชีพผู้พิการ ปี 3

    ชลิต อินดัสทรี ร่วมสานต่อก่ออาชีพผู้พิการ ปี 3

    จากแนวคิดดังกล่าว การส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา  ช่วยเหลือในระยะยาวที่แท้จริง เนื่องจากข้อจำกัดด้านร่างกาย เศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพและการมีอาชีพในอนาคต

    การเปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสมจึงไม่เพียงช่วยเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ แต่ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดพื้นที่ให้ศักยภาพ ความสามารถ และคุณค่าของผู้พิการได้รับการยอมรับในสังคม

    ด้วยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” จึงเดินหน้าจัดโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพผู้พิการ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

    โดยมอบเงินสมทบทุนเพื่อการศึกษา พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น ให้แก่นักเรียนพิการประจำวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างยั่งยืน

    ในการนี้ นางวิภา อรรถจารุสิทธิ์ หัวหน้าฝ่ายธุรการการเงิน วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา พร้อมด้วยคณะครูและตัวแทนนักเรียนผู้พิการ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เมื่อเร็ว ๆ นี้

    ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เป็นสถานศึกษาเพื่อคนพิการที่มุ่งผลิตบุคลากรด้านวิชาชีพ ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในทุกมิติ เพื่อพัฒนาสู่การมีงานทำ พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม จัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

    พร้อมดูแลด้านที่พัก อาหาร การศึกษา และกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้พิการเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น โดยจัดการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และมีงานทำเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อาทิ หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล รวมถึงหลักสูตรระยะสั้นด้านการเตรียมพื้นฐานวิชาชีพและคอมพิวเตอร์สำนักงาน ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือคนพิการมาแล้วมากกว่า 5,000 คน

    นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า ผู้พิการมีศักยภาพในการสร้างอาชีพและสามารถก้าวสู่ความเป็น “ช่างมืออาชีพ” เพื่อเลี้ยงดูตนเองได้ไม่แพ้คนทั่วไป หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม

    บริษัทฯ จึงเดินหน้าสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพผู้พิการ” ปีที่ 3 สนับสนุนวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการศึกษาทักษะวิชาชีพช่าง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้เรียนรู้เชิงปฏิบัติ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    การลงทุนด้านการศึกษาผู้พิการเป็นการสร้างโอกาสระยะยาว และเสริมพลังให้ผู้พิการก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคม   

    ผู้มีจิตศรัทธาและสถานประกอบการสามารถร่วมสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการฝึกอาชีพแก่ผู้พิการ ด้วยการมอบทุนการศึกษา ทุนอาหาร หรือสิ่งของจำเป็น โดยร่วมบริจาคได้ที่บัญชีเลขที่ 342-4-73627-4 ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ประเภทออมทรัพย์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/chalit-industry-continues-its-initiative-to-create-jobs-for-people-with-disabilities-for-the-third-year/pr-news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CGkWke5_c5jSln8FjW5-H

  • กำหนดการ พิธีสวดพระอภิธรรม พระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร์ โรงเรียนพะตงฯ

    กำหนดการ พิธีสวดพระอภิธรรม พระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร์ โรงเรียนพะตงฯ

    กำหนดการ พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พิธีสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร์ สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงฯ ถูกเยาวชนคลั่งบุกโรงเรียน ยิงเสียชีวิต

    จากกรณีคนร้ายถืออาวุธปืน บุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และได้ก่อเหตุยิงคนในโรงเรียนบาดเจ็บ และยังจับเด็กไว้เป็นตัวประกัน ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมจับกุมคนร้ายได้ พบเป็นเยาวชนในพื้นที่อายุ 18 ปี เคยมีประวัติเข้ารับการรักษาอาการจิตเวช จากการใช้สารเสพติด และออกจากโรงพยาบาล เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

    ซึ่งต่อมา กระทรวงสาธารณสุข สรุปผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ 3 ราย ประกอบด้วย เด็กนักเรียนหญิง 2 ราย และ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ โดนยิงบริเวณอกด้านซ้ายอาการสาหัส แพทย์ได้ทำการผ่าตัด และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนที่ ผอ.ศศิพัชร จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากเสียเลือดมาก

    กำหนดการพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พิธีสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพ

    ขณะที่ กำหนดการพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พิธีสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพ  นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ณ วัดยูงทอง ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา

    วันพฤหัสบดีที่ 12 ก.พ. 2569 

    • เวลา 15.00 น. รดน้ำศพ
    • เวลา 16.30 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
    • เวลา 17.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม

    วันศุกร์ที่ 13 – วันจันทร์ที่ 16 ก.พ. 2569

    • เวลา 19.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม

    วันอังคารที่ 17 ก.พ. 2569

    • เวลา 10.30 น. พิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารเพล และสวดมาติกาบังสุกุล
    • เวลา 15.00 น. พิธีพระราชทานเพลิงศพ

    ประวัติ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 

    สำหรับ ประวัติ นางศศิพัชร สินสโมส หรือ ผอ.ศศิพัชร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา ด้านการศึกษา จบการศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.) สาขาการบริหารการศึกษา

    การทำงาน

    • พ.ศ. 2551 – 2552 เป็นรองผู้อำนวยการ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองรัตภูมิ
    • พ.ศ. 2552 – 2559 เป็นรองผู้อำนวยการ โรงเรียนรัตภูมิวิทยา
    • พ.ศ. 2559 – 2563 เป็นผู้อำนวยการ โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์
    • พ.ศ. 2563 – ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    ผลงานทางวิชาการที่โดดเด่น

    • การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา “PATONG MODEL”
    • วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (การบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยใช้รูปแบบ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
    • การวิจัยการเสริมสร้างความรับผิดชอบของนักเรียนโดยใช้ SONG-LE MODEL โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์ ปีการศึกษา 2562 – 2563
    • รายงานการประเมินโครงการพัฒนาโรงเรียนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุข (Happy Workplace) โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์ปีการศึกษา 2562

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/south/2913776&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rfMhCGdc-7XFVoErtx9Tu

  • TISCO ESU การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ โตเกิดคาด พร้อมกับอัตราการว่างงานที่ปรับลดลง ส่งผลให้ Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบปรับจุดยืนด้านนโยบายการเงินในการประชุมรอบเดือน มี.ค. 2026 – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    TISCO ESU การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ โตเกิดคาด พร้อมกับอัตราการว่างงานที่ปรับลดลง ส่งผลให้ Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบปรับจุดยืนด้านนโยบายการเงินในการประชุมรอบเดือน มี.ค. 2026 – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    Today’s Data Releases

    • ญี่ปุ่น: ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ม.ค.

    • ไทย: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือน ม.ค.

    • อังกฤษ: GDP เบื้องต้น ไตรมาส 4/2025

    • สหรัฐฯ: จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกและต่อเนื่อง (Initial Claims และ Continuing Claims) สิ้นสุดสัปดาห์ ณ วันที่ 6 ก.พ. และ 31 ม.ค. ตามลำดับ และยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) เดือน ม.ค.

    Key economic indicators

    Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

    Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

    • การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls)  ในเดือน ม.ค. 2026 เพิ่มขึ้น +1.3 แสนตำแหน่ง  สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ +6.5 หมื่นตำแหน่งเป็นอย่างมาก

    • ส่วนตัวเลขการจ้างงานในช่วงสองเดือนก่อนหน้าถูกปรับลดลง (Revised) -1.7 หมื่นตำแหน่ง แบ่งเป็นการปรับลด -2 พันตำแหน่งในเดือน ธ.ค. (เป็น +4.8 หมื่นตำแหน่ง) และปรับลด -1.5 หมื่นตำแหน่งในเดือน พ.ย. (เป็น +4.1 หมื่นตำแหน่ง) ส่งผลให้การจ้างงานเฉลี่ย 3 เดือน เพิ่มขึ้นเป็น +7.3 หมื่นตำแหน่ง จาก -1.7 หมื่นตำแหน่งเดือนก่อน

    • ในเดือน ม.ค. การจ้างงานของภาคเอกชน (Private) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง +1.7 แสนตำแหน่ง (vs. +6.4 หมื่นในเดือนก่อน) ขณะที่การจ้างงานภาครัฐ (Government) ปรับตัวลดลง -4.2 หมื่นตำแหน่ง (vs. -1.6 หมื่นในเดือนก่อน)

    • ขณะที่หากพิจารณารายละเอียดจะพบว่า การจ้างงานที่ปรับเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากภาคบริการเป็นหลัก อาทิ บริการด้านสุขภาพและการศึกษา (+1.4 แสนตำแหน่ง), บริการด้านธุรกิจ (+3.4 หมื่น), ก่อสร้าง (+3.3 หมื่น), ที่พักแรมและร้านอาหาร (+1.7 หมื่น) และการผลิต (+5 พัน) อย่างไรก็ดี การจ้างงานในหมวดบริการทางการเงิน (-2.2 หมื่น), นันทนาการ (-1.6 หมื่น), สื่อสาร (-1.2 หมื่น) และขนส่งกับโกดัง (-1.1 หมื่น) ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นการสะท้อนการเลิกจ้างในหมวดนั้นๆ

    • อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ปรับตัวลดลง -0.1ppt เป็น 4.3% ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อยที่ 4.4%

    • โดยอัตราว่างงานที่ปรับลดลงในเดือนนี้ เป็นผลของการจ้างงานใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง +5.3 แสนตำแหน่ง ขณะที่กำลังแรงงาน (Labor Force) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง +3.9 แสนราย ด้านอัตราการมีส่วนร่วมของกำลังแรงงาน (Labor Force Participation Rate) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น +62.5% สูงกว่าเดือนก่อนและตลาดคาดที่ 62.4% อ้างอิงจาก Household Survey ที่ใช้คำนวณอัตราการว่างงาน

    • อัตราค่าจ้างแรงงาน (Average Hourly Earnings) เร่งตัวขึ้นเป็น 0.4% MoM สูงกว่าเดือนก่อนและตลาดคาดที่ 0.1% และ 0.3% ตามลำดับ โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราค่าจ้างแรงงานจะทรงตัวอยู่ที่ 3.7% เท่ากับเดือนก่อนและตลาดคาด ด้านจำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ (Average Weekly Hours) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 34.3 ชั่วโมง จาก 34.2 ชั่วโมงในเดือนก่อน

    • เรามองว่าการจ้างงานที่ฟื้นตัวขึ้นพร้อมกับอัตราการว่างงานที่ปรับตัวลดลงในเดือน ม.ค. 2026 มาพร้อมกับความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ หลังสำนักงานสถิติแรงงานได้ทำการปรับปรุง (Benchmark Revision) ตัวเลขการจ้างงานในช่วงก่อนหน้าลง โดยจากเดิมในปี 2025 การจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้นราว +5.8 แสนตำแหน่ง แต่สำนักงานสถิติแรงงานปรับลงเหลือเพียง +1.8 แสนตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2003 หากไม่รวมช่วงวิกฤติ

    • นอกจากนี้ การจ้างงานที่ปรับดีขึ้นในช่วงต้นปี 2026 ยังคงพึ่งพาการเติบโตของไม่กี่อุตสาหกรรม อาทิ บริการด้านสุขภาพและการศึกษาจ้างงาน (+1.4 แสนตำแหน่ง) เป็นต้น โดยหากพิจารณาการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่มีความสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจจริง (ไม่รวมการจ้างงานในหมวดบริการด้านสุขภาพและการศึกษา ภาครัฐและสาธารณูปโภค) จะพบว่าการจ้างงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังอยู่ในเกณฑ์หดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (-0.2% YoY)

    • อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวมจะพบว่า เครื่องชี้ตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพขึ้นจากช่วงก่อน โดยอัตราการว่างงานปรับตัวลดลงเหลือ 4.28% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2025 และแม้ว่าแนวโน้มการจ้างงานในช่วงที่ผ่านมา (เฉลี่ย 3-6 เดือนย้อนหลัง) จะยังทรงตัวในระดับต่ำ แต่อัตราการว่างงานไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยหนุนจากอุปทานแรงงานที่ชะลอตัวลงหลังรัฐบาลดำเนินนโยบายกีดกันการเข้ามาของผู้อพยพ

    • สำหรับนโยบายการเงิน หลังจากที่ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาแล้วกว่า 175bps จากจุดสูงสุด ขณะที่จุดยืนด้านนโยบายการเงินเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลางมากยิ่งขึ้น (Neutral) และเครื่องชี้ตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว ส่งผลให้ Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบปรับจุดยืนด้านนโยบายการเงินในการประชุมรอบเดือน มี.ค. หลังเงินเฟ้อยังขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% โดยเรายังคงให้น้ำหนักว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงราว 25-50bps ในปี 2026F และมองว่าการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีเป็นต้นไป

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/12/616580/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZywSiwjFCEhGwgtm2E1L6

  • ประวัติ “ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร” รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ แม่พิมพ์ผู้เสียสละ ปกป้องศิษย์ด้วยชีวิต

    ประวัติ “ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร” รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ แม่พิมพ์ผู้เสียสละ ปกป้องศิษย์ด้วยชีวิต

    เปิดประวัติ “ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ. โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตจากการปกป้องนักเรียน ในเหตุการณ์คนร้ายบุกโรงเรียน

    จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อคนร้ายวัย 18 ปี ก่อเหตุชิงอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุกเข้าไปภายในสถานศึกษา เพื่อพยายามจับนักเรียนหญิงวัย 14 ปี เป็นตัวประกัน จนเกิดการเผชิญหน้าและปะทะกันขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของคณะครูและนักเรียน

    ล่าสุด ได้รับการยืนยันว่า นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ หลังจากที่ได้ตัดสินใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องลูกศิษย์จากการถูกทำร้าย จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ปาฏิหาริย์ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของแม่พิมพ์ผู้เสียสละท่านนี้ไว้ได้

    นางศศิพัชร สินสโมสร หรือที่รู้จักกันในนาม “ผอ.ศศิพัชร” จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา (กศ.ม.) ถือเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้ความสามารถและทุ่มเทแรงกายแรงใจในการพัฒนาโรงเรียนมาโดยตลอด

    ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร
    ภาพจาก: โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    ประวัติการทำงาน

    • 2551-2552 ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองตนเองรัตภูมิ
    • 2552-2559 ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ โรงเรียนรัตภูมิวิทยา
    • 2559-2563 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์
    • 2563-ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    ผลงานที่โดดเด่น

    1. วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (การบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก) (Learning) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยใช้รูปแบบ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
    2. รายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
    3. รูปแบบการบริหารสถานศึกษา PATONG MODEL
    4. การวิจัยการเสริมสร้างความรับผิดชอบของนักเรียนโดยใช้ SONG-LE MODEL โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์ ปีการศึกษา 2562 – 2563
    5. รายงานการประเมินโครงการพัฒนาโรงเรียนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุข (Happy Workplace) โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์ ปีการศึกษา 2562
    นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
    FB/ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    การจากไปของ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร นับเป็นนการสูญเสีย ซึ่งโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ต้องสูญเสียครูผู้มีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างเต็มเปี่ยม ผู้ซึ่งกล้าหาญเสียสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องลูกศิษย์อันเป็นที่รักจนวินาทีสุดท้าย โดยกระทรวงศึกษาธิการ ระบุข้อความแสดงความไว้อาลัยว่า “ศธ. ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการจากไปของ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร #โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์”

    ที่มา: โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ , ศธ.360 องศา

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Suriyen J.

    Suriyen J.

    นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1529909/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1a1jiLXlGSrPWZ0J5Lv_tU

  • “พ.ร.บ.ตั๋วร่วม” ประกาศใช้แล้วไปไหนต่อ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    “พ.ร.บ.ตั๋วร่วม” ประกาศใช้แล้วไปไหนต่อ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    “พ.ร.บ.ตั๋วร่วม” ประกาศใช้แล้วไปไหนต่อ

    พ.ร.บ.ตั๋วร่วม 2568 ประกาศใช้แล้ว แต่ยังต้องรอกฎหมายลูกอีก 20 ฉบับ บทความนี้ชวนทำความเข้าใจกฎหมายตั๋วร่วม มีข้อกำหนดสำคัญเรื่องอะไร ผู้บริโภคได้อย่างไร และข้อเสนอของสภาผู้บริโภคที่ควรรู้

    “พ.ร.บ.ตั๋วร่วม” ที่ประกาศใช้เมื่อปลายปี 2568 ถูกมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะไทย เพราะเป้าหมายใหญ่ คือทำให้ประชาชนใช้ “บัตรใบเดียว” หรือระบบชำระเงินเดียว เดินทางข้ามรถไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ เรือ หรือระบบขนส่งอื่น ๆ ได้แบบไร้รอยต่อ ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำ ๆ และไม่ต้องพกบัตรหลายใบให้ยุ่งยาก

    หากระบบนี้เกิดขึ้นได้จริง คุณภาพชีวิตของผู้ใช้ขนส่งสาธารณะน่าจะดีขึ้นมาก ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย การเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างพื้นที่ โดยเฉพาะคนทำงานและนักเรียนที่ต้องเปลี่ยนระบบขนส่งหลายต่อในแต่ละวัน และที่สำคัญคือ “ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง”

    แต่คำถามคือ… แม้พ.ร.บ.ตั๋วร่วม จะประกาศใช้แล้ว ผู้บริโภคจะได้ใช้จริงเมื่อไหร่ และระหว่างทางยังมีอะไรที่ต้องจับตาอีกบ้าง

    มี พ.ร.บ. แล้ว แต่ต้องรอกฎหมายลูก 20 ฉบับ

    หลายคนอาจเข้าใจว่า พอกฎหมายประกาศใช้แล้ว ทุกอย่างจะเริ่มเดินหน้าได้ทันที แต่ในความเป็นจริงพ.ร.บ.ตั๋วร่วม เป็นเพียงกฎหมายแม่บทที่วางกรอบใหญ่ ๆ เอาไว้ การจะนำไปใช้จริงต้องอาศัย “กฎหมายลูก” และกฎกระทรวงมารองรับรายละเอียดในทางปฏิบัติ ซึ่งตามแผนดำเนินงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกกฎหมายลูกและกฎกระทรวงรวม 20 ฉบับ ภายในระยะเวลา 180 วัน (ประมาณเดือนมิถุนายน 2569) เพื่อกำหนดเรื่องสำคัญ

    เช่น รูปแบบและมาตรฐานเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม วิธีคำนวณและจัดสรรรายได้ระหว่างผู้ให้บริการแต่ละระบบ หลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแล

    พูดง่าย ๆ คือ กฎหมายออกแล้วก็จริง แต่การจะเห็นผลในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ยังต้องรอความคืบหน้าของกฎหมายลูกและการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติจากภาครัฐอีกระยะหนึ่ง

    5 ประเด็นสำคัญ ใน พ.ร.บ.ตั๋วร่วม

    หัวใจของ “ระบบตั๋วร่วม” ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่คือการลดต้นทุนการเดินทางของประชาชน และทำให้ระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อกันได้จริง โดยสาระสำคัญในกฎหมายฉบับนี้ที่สภาผู้บริโภคอยากให้ทุกคนได้รู้จัก มี 5 ข้อ ได้แก่

    บัตรใบเดียวใช้ได้ทุกระบบ
    ผู้โดยสารสามารถใช้บัตรหรือระบบชำระเงินเดียว เดินทางข้ามรถไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ เรือ หรือระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้ ไม่ต้องพกบัตรหลายใบ และไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อเปลี่ยนระบบ

    มาตรฐานเทคโนโลยีเดียวกัน
    กฎหมายกำหนดให้ผู้ให้บริการขนส่งทุกรายต้องปรับระบบจัดเก็บค่าโดยสารให้เชื่อมต่อกันได้จริง หมายความว่าต่อไปผู้โดยสารไม่ควรถูก “ล็อก” อยู่กับบัตรของแต่ละค่ายอีกต่อไป

    รัฐต้องเจรจาแก้ไขสัมปทานให้สอดคล้องกับอัตราค่าโดยสารร่วม

    เพื่อให้ระบบตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย เพราะสัญญาเดิมหลายฉบับไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการเก็บค่าโดยสารร่วมกัน

     ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้

    มีผู้แทนผู้บริโภคในคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วม
    นี่เป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะกฎหมายเปิดช่องให้มี “ผู้แทนผู้บริโภค” เข้าไปนั่งอยู่ในคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วม เพื่อเป็นปากเป็นเสียง และปกป้องสิทธิของผู้บริโภค มีส่วนร่วมกำหนดเพดานค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้โดยสารจนเกินไป

    มีกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม
    กฎหมายกำหนดให้มี “กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมระบบตั๋วร่วมในต่างจังหวัด และกำหนดทำให้ค่าโดยสารไม่แพงเกินไป โดยมีรายละเอียดสำคัญ ๆ เช่น

    • การชดเชยรายได้ให้ผู้ประกอบการ เมื่อมีการลดค่าแรกเข้าหรือคิดค่าโดยสารร่วม
    • สนับสนุนค่าโดยสาร เพื่อให้รัฐสามารถควบคุมราคาไม่ให้กระทบประชาชนมากเกินไป โดยแหล่งเงินของกองทุนมาจากงบประมาณรัฐ เงินสมทบจากผู้รับสัมปทาน และดอกผลของกองทุนเอง
    • ในเชิงหลักการ นี่คือความพยายามดึงเสียงของผู้ใช้บริการจริงเข้าไปอยู่ในโต๊ะตัดสินใจเชิงนโยบาย ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐกับเอกชนคุยกันเอง

    เสนอกำหนดเพดาน – ลดค่าธรรมเนียมตั๋วร่วม

    นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมอีก 2 ข้อ เพื่อให้ระบบตั่วร่วม ดำเนินไปอย่างครอบคลุม ทำให้ค่าโดยสารเป็นธรรม และช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะของประชาชนได้อย่างแท้จริง

    ข้อเสนอแรกคือ การกำหนดเพดานค่าโดยสารสูงสุด เพราะแม้จะมีตั๋วร่วม แต่ถ้าไม่มีกรอบควบคุมราคา ผู้บริโภคก็อาจยังต้องจ่ายค่าเดินทางแพงเหมือนเดิม หรือแพงขึ้นด้วยซ้ำ สภาผู้บริโภคจึงเสนอแนวคิดว่า ค่าเดินทางควรอยู่ในระดับที่ประชาชนรับไหวคือ ไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ หรือไม่เกินประมาณ 40 บาทต่อวัน สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน

    อีกข้อเสนอหนึ่งคือ การพิจารณาปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและทุนจดทะเบียนของผู้ขอรับใบอนุญาตเฉพาะระบบขนส่งสาธารณะ ที่เกี่ยวข้องกับระบบตั๋วร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้ระบบขนส่งในต่างจังหวัดรวมถึงขนส่งขนาดเล็ก เช่น สองแถว รถแดง เข้าร่วมในระบบตั๋วร่วมได้จริง

    พ.ร.บ.ตั๋วร่วม คือก้าวแรกของความหวังว่าระบบขนส่งสาธารณะไทยจะเชื่อมต่อกันได้จริง และประชาชนจะไม่ต้องแบกรับภาระค่าเดินทางแพงเกินควร แต่ “กฎหมายลูก” ทั้ง 20 ฉบับ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญว่า “ตั๋วร่วม” จะออกมาหน้าตาอย่างไร เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้แค่ไหน สภาผู้บริโภคชวนทุกคนติดตามเรื่องนี้ เพื่อร่วมกำหนดทิศทาง “ตั๋วร่วม” ให้ตอบโจทย์การเดินทางของประชาชนอย่างแท้จริง


    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ‘ตั๋วร่วม’ พลิกโฉมระบบขนส่งไทย

    สรุปไทม์ไลน์ ‘พ.ร.บ.ตั๋วร่วม’ ความหวังใหม่ระบบขนส่งไทย ได้ใช้จริงเมื่อไหร่?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/120269_common-ticket_info/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16p_ZcJ1NIpnYObyfhR6ev

  • สดุดีครูผู้เสียสละ “ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว เหตุกราดยิงพะตง หาดใหญ่ | TOPNEWS

    สดุดีครูผู้เสียสละ “ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว เหตุกราดยิงพะตง หาดใหญ่ | TOPNEWS

    สดุดีครูผู้เสียสละ “ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว เหตุกราดยิงพะตง หาดใหญ่

    • เผยแพร่ : 12/02/2026 07:58

    ไร้ปาฏิหาริย์ ผอ.ศศิพัชร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว หลังทำหน้าที่ปกป้องลูกศิษย์ เหตุคนร้ายวัย18 ควงปืนบุกจับนักเรียนเป็นตัวประกัน

    สดุดีครูผู้เสียสละ “ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว เหตุกราดยิงพะตง หาดใหญ่ – Top News รายงาน

    กราดยิงพะตง

    จากกรณีคนร้ายเป็นชาย อายุ 18 ปี ใช้อาวุธปืนที่ชิงมาจากตำรวจ บุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนยิง ผอ.จนได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งมีนักเรียนถูกยิงด้วย เป็นหญิง อายุ 14 ปี และจับนักเรียนเป็นตัวประกัน กระทั่งตำรวจปิดล้อมพื้นที่ จนคนร้ายยอมมอบตัว

    ล่าสุดวันที่ 12 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงาว่า เพจเฟซบุ๊ก “มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่” โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยระบุว่า “ทางมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ ขอแสดงความเสียใจ กับการจากไปของท่าน ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผอ.พะตงประธานคีรีวัฒน์ และครอบครัวด้วยครับ 03:00 12/02/69”

    ศศิพัชร สินสโมสร

    ขณะที่ สำนำงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล โพสต์ข้อความระบุว่า “ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมขอส่งกำลังใจและความห่วงใยแก่ผู้ได้รับผลกระทบ คณะครู นักเรียน และผู้ปกครองทุกท่าน ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปด้วยความเข้มแข็ง”

    ทั้งนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายซึ่งเป็นครู โพสต์ข้อความแจ้งข่าวเศร้าด้วยว่า “ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับการจากไปของท่าน ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผอ.พะตงประธานคีรีวัฒน์
    #ข่าวจริงค่ะ ทาง สพม.สงขลา สตูล จะขอพระราชทานเพลิงศพให้ ผอ.ต่อไป”

    พร้อมทั้งระบุด้วยว่า “ร่างท่าน ผอ.ศศิพัชร จะตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดยูงทอง ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ ผอ.อย่างสุดซึ้งค่ะ”

    หลังจากเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา โพสต์ขอรับบริจาคเลือดให้กับ ผอ.ศศิพัชร โดยระบุว่า “สภ.เมืองสงขลาขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคโลหิตให้แก่..นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้บาดเจ็บจากเหตุคนร้ายกราดยิง”

    ด้าน เพจศธ.360 องศา ระบุว่า.. ศธ. ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการจากไปของ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร #โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    5

    25

    โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ “ค่าของแผ่นดิน” ประจำปี 67 ด้านการส่งเสริมและพัฒนาสาธารณสุข

    รมว.ศธ.ประเมินเปิดเรียน เสนอเยียวยาครอบครัวผอ. กรณีพิเศษ

    “ศุลกากรช่องจอม” ย้ำชัดอีสานใต้ต้องไม่มีมันเขมรสวมสิทธิ์ ถกเข้มพาณิชย์-เกษตร-ผู้ได้รับผลกระทบฯ ผุดรถตรวจการณ์ เจอจับจริง ไม่มีเจรจา

    ตร.แกะรอยโซเชียล ทลายวงพนันออนไลน์ นัดเล่นในวิลล่า

    รมว.ศธ. เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ผอ.ศศิพัชร”

    ชาวบ้านมุกดาหาร ปลูกดอกดาวเรืองขายสร้างรายได้ในช่วงตรุษจีน นำไปไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1484846&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FJNXLkpoEAOfGdJaIUolv

  • พรรคเศรษฐกิจ นัดแถลงจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

    พรรคเศรษฐกิจ นัดแถลงจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

    พรรคเศรษฐกิจ นัดสื่อมวลชน ร่วมรับฟังการแถลงข่าวของพรรคเศรษฐกิจ ในวันนี้ (12 ก.พ.) เวลา 17.00 น. เพื่อแถลงจุดยืนของพรรคเศรษฐกิจ ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ที่โรงแรมปริ๊นซ์ตัน เขตดินแดง กรุงเทพฯ 

    ทั้งนี้ พรรคเศรษฐกิจ มี สส.บัญชีรายชื่อ 3 คน ประกอบด้วย 

    นายคริส โปตระนันทน์

    นายพีรพล กนกวลัย

    นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล 

    อย่างไรก็ตาม ชื่อของ พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคฯ ยังไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากอยู่ในลำดับที่ 10 ของพรรคฯ แต่พรรคเศรษฐกิจ ได้คะแนน สส.บัญชีรายชื่อ เพียง 3 ลำดับเท่านั้น  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378973467&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vuK7VXgJwbSWb6PwSkDjv