Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ดราม่ามาอีกแล้ว ภาพ “ลิซ่า” สุดลอย ทำอึ้ง! ใส่ชุดเดิมที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    ดราม่ามาอีกแล้ว ภาพ “ลิซ่า” สุดลอย ทำอึ้ง! ใส่ชุดเดิมที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    ดราม่ามาอีกแล้ว ภาพ

    ดราม่ามาอีกแล้ว ภาพ “ลิซ่า” สุดลอย ทำอึ้ง! ใส่ชุดเดิมที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    เอาอีกแล้วๆ ททท. เล่นไม่พัก ปล่อยภาพ “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” หรือ “ลิซ่า Blackpink นั่งพิงโขดหินหน้าน้ำตก ในคอนเซ็ปต์  “Feel all the Feelings” ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก  Amazing Thailand พร้อมระบุข้อความว่า “รู้สึกถึงความนิ่งสงบที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกที่โอบรับคุณให้พักจากความวุ่นวายในทุกวัน ปล่อยจิตใจที่ว้าวุ่นไปกับสายน้ำที่ไหลริน ให้ธรรมชาติชาร์จพลังกายและจิตใจได้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง สัมผัสถึงทุกความรู้สึกที่เมืองไทย”

    หลังปล่อยภาพได้ไม่นานก็กลายเป็นประเด็นร้อนสุดเดือด ทำเอาชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ยับ ยิ่งมอง ยิ่งสังเกต ก็ยิ่งรับไม่ได้ นอกจากภาพจะลอยเหมือน AI ยังดูเหมือนการตัดต่อเอาชุดเดิมที่ลิซ่าใส่จากการโปรโมตของสถานที่อื่นๆ อย่าง ทะเลบัวแดง หรือแม้แต่ ไร่ชาฉุยฟง มาวางซ้อนบนโขดหินหน้าน้ำตกอีก

    งานนี้ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ยับ ภายใต้โพสต์โปรโมตดังกล่าว โดยแสดงความคิดเห็นว่า 

    • ชุดเดียว เที่ยวทั้งประเทศ
    • หรือนี่คือการวาง strategy (กลยุทธ์) ที่แยบยลคะ
    • สวยมากกกก แต่ชุดเหมือนไปงานกาล่าดินเนอร์
    • ใส่ชุดเดินป่า ท่าจะดี เที่ยวน้ำตก…แบบติดแกลม
    • ลิซ่าพอทน ททท.พอเลย
       

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/613575&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31415qtSVNOZ0UVjO2d7YG

  • พูดแล้วทำพลัส! ‘โอฬาร’ ชี้ ‘ภูมิใจไทย’ เปิดตัวโชว์ความแข็งโป๊ก เดินเกมเร็ว จับตานโยบายความมั่นคงนำโดด ควบรวมทุกมิติ

    พูดแล้วทำพลัส! ‘โอฬาร’ ชี้ ‘ภูมิใจไทย’ เปิดตัวโชว์ความแข็งโป๊ก เดินเกมเร็ว จับตานโยบายความมั่นคงนำโดด ควบรวมทุกมิติ

    17 ก.พ.2569-รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นต่อการสื่อสารของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับทิศทางนโยบายรัฐบาล ว่าเนื้อหาที่สื่อสารสะท้อนแนวคิด “จากฉันทามติของประชาชนสู่การปฏิบัติ” หรือ “พูดแล้วทำพลัส” โดยวางบทบาทพรรคในฐานะแกนนำรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบทั้งมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจควบคู่กัน

    รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า ภายใต้บริบทของรัฐบาลผสม พรรคจำเป็นต้องทำหน้าที่ประสานผลประโยชน์ทางการเมืองและกำหนดยุทธศาสตร์เชิงระบบไปพร้อมกัน โดยหลังการเลือกตั้ง พรรคได้วางตำแหน่งตนเองเป็น “พรรคที่มากด้วยเสถียรภาพ” จากคะแนนเสียงประชาชน ขณะที่พรรคอื่นอ่อนแอลง เท่ากับพรรคภูมิใจไทย มีพลังในการกำหนดทิศทางของประเทศ มุ่งความต่อเนื่องของนโยบาย ลดแรงปะทะทางการเมือง และรักษาดุลยภาพภายในรัฐบาล ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อเสถียรภาพของสถาบันการเมืองในระยะเปลี่ยนผ่าน

    ในด้านภาวะผู้นำ มองว่าบทบาทของหัวหน้าพรรคสะท้อนลักษณะผู้นำเชิงประสาน (coordinative leadership) เน้นสร้างฉันทามติในคณะรัฐบาลควบคู่กับการกำหนดทิศทางนโยบายหลัก ความสามารถในการเชื่อมโยงพรรคร่วมและกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ร่วม เป็นกลไกที่ทำให้รัฐบาลผสมสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีเอกภาพ

    สำหรับมิติความมั่นคง การกำหนดบทบาทความรับผิดชอบอย่างชัดเจนถือเป็นการจัดลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยวางเสถียรภาพเป็นฐานของการพัฒนา พร้อมบูรณาการการทูต การทหาร และกลไกพลเรือน สอดคล้องแนวคิดความมั่นคงแบบองค์รวมที่ขยายจากความมั่นคงของรัฐไปสู่ความมั่นคงของมนุษย์ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐสามารถปกป้องผลประโยชน์สาธารณะได้

    ด้านเศรษฐกิจ เห็นว่าการใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลเชิงประจักษ์สะท้อนการบริหารแบบเทคนิค (technocratic approach) มุ่งผลลัพธ์รูปธรรม ทั้งการฟื้นเศรษฐกิจ ยกระดับรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งเข้ากรอบการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ทำให้พรรคถูกวางภาพเป็นกลไกที่เน้น “ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ” และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและนักลงทุน

    “การผสานบทบาทด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นยุทธศาสตร์องค์รวม เป็นความต้องการของพรรคภูมิใจไทย ว่า จะเอาแน่ เพราะความปลอดภัยและความมั่งคั่งเป็นเงื่อนไขเกื้อหนุนกัน เสถียรภาพความมั่นคงเอื้อต่อการลงทุน ขณะที่เศรษฐกิจที่เติบโตช่วยลดแรงกดดันทางสังคมที่กระทบเสถียรภาพประเทศ คิดว่า พรรคภูมิใจไทย ประเมินความต้องการของประชาชนแล้ว จึงกล้าพูดมาโต้งๆ ว่า ดูแลรับผิดชอบในส่วนงานไหน โดยไม่กังวลความเสี่ยงทางการเมืองจากพรรคร่วม”

    รศ.ดร.โอฬาร ยังวิเคราะห์การออกแบบสารทางการเมืองว่า การเน้น ความไว้วางใจ และให้ความหมายกับทุกคะแนนเสียง เป็นการสร้างความชอบธรรมทางอำนาจบนฐานความยินยอมของประชาชน พร้อมวางผู้นำในภาพ “ผู้พิทักษ์รัฐ” ผ่านการย้ำอธิปไตยและความปลอดภัย ขณะเดียวกันการสื่อสารเรื่องทีมมืออาชีพและทีมประเทศไทยช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองและเพิ่มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ การใช้ถ้อยคำที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตประชาชน ยังสะท้อนภาวะผู้นำแบบผสมระหว่างความเข้มแข็งกับการรับใช้สาธารณะ (servant leadership) ซึ่งมีผลต่อความไว้วางใจในระดับบุคคลและเสถียรภาพของรัฐบาลผสม

    “ภาพรวมการสื่อสารช่วงจัดตั้งรัฐบาลจึงเป็นการวางบทบาทผู้นำที่เชื่อมโยงระดับรัฐ เศรษฐกิจ และชีวิตประชาชนเข้าด้วยกัน จุดเด่นคือการผสานผู้นำที่เข้มแข็งกับผู้นำที่รับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งเป็นฐานของความเชื่อมั่นและความชอบธรรมในระบอบรัฐสภา” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/948914/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12hcMnrA7kDOUdELzpM-jt

  • น่านเปิดเวที “กาดละอ่อนน่าน ปี 4” ปล่อยของเด็กขยายโอกาส สร้างอาชีพจริง สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ชุมชน | TOPNEWS

    น่านเปิดเวที “กาดละอ่อนน่าน ปี 4” ปล่อยของเด็กขยายโอกาส สร้างอาชีพจริง สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ชุมชน | TOPNEWS

    จังหวัดน่าน เตรียมจัด มหกรรมเปิดโลกงานอาชีพนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ภายใต้ชื่อ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” ครั้งที่ 4 (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) ระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ข่วงเมืองน่าน และข่วงน้อย อำเภอเมืองน่าน

    จังหวัดน่าน ผนึกกำลัง 2 เขตการศึกษา ดัน “เด็กน่าน” สู่โลกอาชีพศตวรรษที่ 21 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 และชมรมโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน จัดงานครั้งนี้ขึ้น ภายใต้โครงการ “นักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์คนดี” ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนได้ เรียนรู้จากการลงมือทำจริง (Learn to Earn) พัฒนาทักษะอาชีพแห่งอนาคต (Future Skills) เชื่อมโยงห้องเรียนสู่ตลาดชุมชน สร้างรายได้ระหว่างเรียน และต่อยอดสู่อาชีพในอนาคตอย่างยั่งยืน 64 โรงเรียน ปล่อยของเต็มพิกัด “ตลาดนัดเด็กน่าน”

    ภายในงานพบกับบูธจำหน่ายผลงานของนักเรียนจาก 64 โรงเรียนขยายโอกาส ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอาชีพ อาทิ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กาแฟสด ชา น้ำผลไม้ เบเกอรี่ ไอศกรีม และอาหารพื้นเมืองแปรรูป กลุ่มงานฝีมือและของที่ระลึก ผ้าปัก ผ้าพื้นเมือง เครื่องประดับ งานไม้ ของที่ระลึก และงานศิลปะวาดภาพ กลุ่มพืชผลทางการเกษตร ผัก ผลไม้สด ปลอดสารพิษ จากโรงเรียนบนดอย ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค เรียกได้ว่า ครบทั้งของกิน ของใช้ ของดี และของภูมิปัญญาท้องถิ่น

    เวทีวัฒนธรรมชาติพันธุ์ สะท้อนอัตลักษณ์ “เมืองน่าน” ตลอด 2 วัน เต็มอิ่มกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และการแสดงชาติพันธุ์จากนักเรียน อาทิ ฟ้อนแง้น วิถีชีวิตชนเผ่า ฟ้อนลั๊วะ ดนตรีลูกทุ่ง ดนตรีสากล และโฟล์คซอง ชุดการแสดงใหญ่ “นันทบุรีศรีนครา มนตรากระซิบรัก ฮักเมืองน่าน” สะท้อนพลัง Soft Power ของเยาวชน ผ่านรากเหง้าวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างงดงาม ชวนทั้งเมือง “นุ่งผ้าเมือง เดินกาดละอ่อน”

    ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยว นุ่งผ้าเมือง แต่งชุดพื้นถิ่น มาเดิน ชม ชิม ช้อป แชะ ร่วมอุดหนุนผลงานนักเรียน เป็นกำลังใจให้ “เด็กน่าน” ได้ฝึกอาชีพจริง สร้างรายได้จริง 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 20.00 น. ข่วงเมืองน่าน และข่วงน้อย งานเดียวที่รวมความเก่ง ความกล้าและความสร้างสรรค์ของเด็กน่านไว้มากที่สุด!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1490490&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Hl5x34u1U1XM261bEJKab

  • นายกฯ เป็นประธานพิธี พระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ

    นายกฯ เป็นประธานพิธี พระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ

    นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบ้ติหน้าที่ พร้อมกราบตักขออภัยมารดาผู้วายชนม์ สั่งกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดูแลการศึกษาบุตรจนจบ แล้วรับเข้าราชการทั้ง 2 คน

    วันนี้ (17 ก.พ.2569) เวลา 15.00 น. นายอนุทิน​ ชาญ​วีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางไปยังวัดยูงทอง อ.บางกลํา จ.สงขลา​ เพื่อประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อํานวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จากเหตุชายบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน​ โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงวัดยูงทอง​ นางนฤมล​ ภิญโญ​สิน​วัฒน์​ รมว.​ศึกษาธิการ​ ​​พาครอบครัวของผู้เสียชีวิต​ นายเจษฎา สินสโมสร ครูโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ​ และบุตร​ 2 คน​ นายสุวิจักขณ์ สินสโมสร และ ด.ญ.ธัญธร สินสโมสร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาทั้ง​ 2 คน​ พบกับนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเดินเข้ามายังศาลา​บำเพ็ญกุศล​เพื่อเคารพศพ​

    จากนั้น นายอนุทิน เข้าไปให้กำลังใจมารดาผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า​ ไม่ต้องห่วง ทำใจดีๆ เดี๋ยวหลานดูแลต่อ​ พร้อมกราบไปที่ตักของมารดาผู้เสียชีวิต​ และกล่าวว่า​ “ขอภัยด้วย”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการฟังประวัติของผู้วายชนม์ นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับสามีของผู้เสียชีวิตที่นั่งอยู่ติดกันอยู่ตลอด​ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี​จะเป็นประธานทอดผ้าไตร​พระราชทาน​และวางดอกไม้จันทน์​

    ทั้งนี้ในส่วนของเงินช่วยเหลือของรัฐบาล ศ.​กิตติคุณ​บวร​ศักดิ์​ อุ​วรรณ​โณ ​รองนายก​รัฐมนตรี​ มอบเงินกองทุน​ เงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 ล้านบาท และจากกองทุนช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญากระทรวง​ยุติธรรม​ จำนวน 2​ แสนบาท โดยมีนายกรัฐมนตรี​ เป็นสักขีพยาน​ และนายกรัฐมนตรี​เดินเข้าไปหาบุตรทั้ง​ 2 คน​ พร้อมนำมือแตะไหล่ทั้ง ​2 ข้างพูดคุยให้กำลังใจ

    ศ.กิตติคุณ​บวร​ศักดิ์​ ยังมอบนามบัตรให้กับสามีของผู้เสียชีวิต​ พร้อมกับกล่าวว่า​ “เงินเขาโอนเข้าบัญชีไว้ให้แล้วนะ มีเรื่องอะไรของน้อง 2 คนที่จะให้ช่วยก็บอก​มา​ โทรมาได้ ผมก็เป็นคนสงขลาเหมือนกัน”

    ก่อนที่คณะรัฐมน​รีจะเดินทางกลับ​ ได้ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต​ โดยหลังจากนี้จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและช่วยเหลือ ให้ลูกทั้ง 2 คนเข้ารับราชการ​ และเข้าถึงการศึกษา​ รวมถึงดูแลค่าเล่าเรียนจนจบการศึกษา

    อ่านข่าว

    ตร.เร่งตรวจสอบ ผู้ต้องหาทำร้ายแฟนสาวถูกพบเสียชีวิตในห้องขัง สน.มีนบุรี

    กกต.อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วม คาดเงินถึงมือ ปชช. สัปดาห์นี้

    “ยกเลิก” MOU 44 ไทย-กัมพูชา “สัญญาใจ” มัดรัฐบาลภูมิใจไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/502293&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y3aYkVFmKD2HvWaBH8dji

  • นายกฯ ถกความมั่นคง สั่งยกระดับ “โรงเรียนพื้นที่ปลอดภัย” ทั่วประเทศ ปี 69 ใครพกปืนไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เสี่ยงผิดกฎหมายทันที

    นายกฯ ถกความมั่นคง สั่งยกระดับ “โรงเรียนพื้นที่ปลอดภัย” ทั่วประเทศ ปี 69 ใครพกปืนไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เสี่ยงผิดกฎหมายทันที

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/129814&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CkQgoUmEfQzs4Uui4-vpi

  • เขตพื้นที่ฯ ชุมพร สอบแค่คำขู่ ปมทุจริตอยู่ชั้น ป.ป.ท. | TOPNEWS

    เขตพื้นที่ฯ ชุมพร สอบแค่คำขู่ ปมทุจริตอยู่ชั้น ป.ป.ท. | TOPNEWS

    เขตพื้นที่ฯ ชุมพร สอบแค่คำขู่ ปมทุจริตอยู่ชั้น ป.ป.ท.

    • เผยแพร่ : 17/02/2026 20:06

    วันที่ 17 ก.พ. 2569 ความคืบหน้ากรณีครูสอนดนตรีโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตรวจพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ช่วงวันที่ 7–8 ธันวาคม 2566 โดยอ้างว่ามีการเบิกค่าอาหารในวันที่ไม่มีการจัดการเรียนการสอน หรือวันที่นักเรียนไม่ได้รับประทานอาหารจริง จึงได้ยื่นร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดชุมพร และหน่วยงานต้นสังกัดด้านการศึกษา เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปัจจุบันเรื่องอยู่ในกระบวนการของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 8

    ภายหลังการร้องเรียน ครูผู้ร้องอ้างว่าถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางวาจาและพฤติกรรม โดยมีการกล่าวถ้อยคำในลักษณะข่มขู่ถึงชีวิต เช่น หากถูกไล่ออก “จะไม่ตายดี” รวมถึงมีการกล่าวอ้างถึงการว่าจ้างบุคคลมาทำร้ายตนเองและครอบครัว และมีถ้อยคำรุนแรงในทำนอง “จะยิงหัวตายคู่” สร้างความหวาดกลัวอย่างหนัก กระทั่งเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้ลงพื้นที่สอบสวนครูผู้ร้องและพิจารณาแนวทางคุ้มครองความปลอดภัย

    11

    638684334_944729327985183_7226649543544485227_n

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    ตำรวจ – ปกครอง หารือขับเคลื่อนโรงการ “ตำบลยั่งยืน” กวาดล้างยาเสพติดครบวงจร

    สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี วางพวงมาลาถวายราชสักการะ และเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

    ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลุยแก้ขยะป่าตอง พุ่งวันละ 200 ตัน

    สมุทรสงคราม///เปิดงานปิดทองหลวงพ่อใหญ่พร้อมเปิดงานซุ้มขนมไทยวัดบางกล้วย

    สืบบางละมุงรวบไรเดอร์แสบ ซุกสิ่งเสพติดใส่กล่องพัสดุ 17 กล่อง ส่งลูกค้าผ่านขนส่งเอกชน ขยายผลจับผู้ค้ารายใหญ่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1490866&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uS2BBFWoUhIP2HCIPias9

  • ท่านอายาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี กล่าวว่า

    ท่านอายาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี กล่าวว่า

    ท่านอายาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี กล่าวว่า:

    🔻 ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะกล่าวอยู่เสมอว่า กองทัพของพวกเขาเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนั้น บางครั้งก็อาจถูกตบอย่างรุนแรงจนไม่สามารถลุกขึ้นได้ พวกเขาพูดกันตลอดว่าได้ส่งเรือรบมาทางอิหร่าน เอาล่ะ เรือรบนั้นย่อมเป็นอาวุธที่อันตรายก็จริง แต่อันตรายยิ่งกว่าเรือรบ คืออาวุธที่สามารถทำให้เรือรบนั้นจมลงสู่ก้นทะเลได้

    🔸 ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้กล่าวไว้ในการปราศรัยครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ว่า เป็นเวลา 47 ปีแล้วที่สหรัฐอเมริกาไม่สามารถทำลายสาธารณรัฐอิสลามได้ เขาเหมือนไปบ่นกับประชาชนของตนเองว่า 47 ปีแล้วที่สหรัฐอเมริกาไม่สามารถทำลายสาธารณรัฐอิสลามได้ นี่เป็นการยอมรับที่ดี ข้าพเจ้าขอกล่าวว่า ต่อไปคุณก็จะไม่สามารถทำเช่นนี้ได้เช่นกัน

    พวกเขากล่าวว่า มาพูดคุยเจรจากันเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ของคุณ และให้ผลลัพธ์ของการเจรจาออกมาว่าคุณจะต้องไม่มีพลังงานชนิดนี้ หากจะมีการเจรจากันจริง ๆ ซึ่งแท้จริงแล้วก็ไม่ใช่ที่สำหรับการเจรจา แต่หากสมมติว่ามีการเจรจา การกำหนดผลลัพธ์ของการเจรจาไว้ล่วงหน้าเป็นการกระทำที่ผิดพลาดและโง่เขลาอย่างยิ่ง คุณบอกว่ามาคุยกันในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพื่อให้บรรลุข้อตกลง แล้วเหตุใดจึงไปกำหนดผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าว่า จะต้องบรรลุข้อตกลงเช่นนั้นให้ได้ นี่เป็นเรื่องโง่เขลา

    การกระทำที่โง่เขลานี้กำลังถูกดำเนินการโดยประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา วุฒิสมาชิกบางคน ประธานาธิบดี และบุคคลอื่น ๆ อีกมากมาย

  • สถานีต่อไป….”บางหว้า-ตลิ่งชัน” เพิ่มโครงข่ายสีเขียว75กม.40บาท | เดลินิวส์

    สถานีต่อไป….”บางหว้า-ตลิ่งชัน” เพิ่มโครงข่ายสีเขียว75กม.40บาท | เดลินิวส์

    จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นการลงทุนโครงการ (Market Sounding)  ตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) พ.ศ. 2562 ไปแล้ว สำหรับโครงการศึกษาและวิเคราะห์ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน)  รถไฟฟ้าสายใหม่ล่าสุด

    ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานคึกคัก  บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอสซี และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีอีเอ็ม  กลุ่มทุนด้านรถไฟฟ้าจาก 2 ค่ายใหญ่ไม่พลาด 

    สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร (กทม.)  ว่าจ้างที่ปรึกษาประมาณ 30 ล้านบาท ใช้เวลาศึกษา 1 ปี  ผลการศึกษาเสร็จแล้ว  อยู่ระหว่างเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดทำรายงาน PPP ตามแผนงานปี 2571 จะเสนอคณะรัฐมนตรี( ครม.) อนุมัติโครงการฯ  หากเห็นชอบปี 2571 -2572 จะคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน เริ่มก่อสร้างปี 2572 เปิดบริการปี 2577

    นายกษิดิ วิชิตอักษรพงศ์ ผู้จัดการโครงการฯ ให้ข้อมูลว่า  กทม. มีแนวคิดดำเนินโครงการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน (PPP) จากการศึกษาเบื้องต้น พบว่า การเดินรถแบบ Run-through system (วิ่งตลอดทั้งสายสีลม และสายสุขุมวิท) ผู้รับจ้างรายเดียว ให้บริการเดินรถต่อเนื่องทั้งสายสีลม รวมส่วนต่อขยายที่ 3 และสายสุขุมวิท จะช่วยลดความซับซ้อนการบริหารจัดการ และการดำเนินงานภายหลังสิ้นสุดสัญญา เป็นการเดินรถที่เหมาะสมที่สุด ในรูปแบบ PPP Gross Cost เอกชนลงทุนทั้งหมด  รัฐเป็นเจ้าของรายได้เอกชนได้รับค่าตอบแทน

    แนวคิดนี้ยังไม่ได้คำนึงถึงนโยบายตั๋วร่วม หรือตั๋วราคาเดียวตามนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ แต่รัฐก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เอกชนเท่าเดิม  แนวทางการเดินรถตามผลศึกษา ต้องหารือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ว่าต้องดำเนินการรูปแบบใดจึงจะเป็นไปตามกฎหมายและเหมาะสมที่สุด เบื้องต้นมี 3 แนวทาง

    1.การร่วมลงทุนโดยรวมส่วนของโครงการฯ เข้ากับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวปัจจุบันเป็นโครงการเดียว

    2.การร่วมลงทุนโครงการฯ แบบไม่ประมูล เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวปัจจุบันได้เอกชนผู้ร่วมลงทุนแล้ว

     3.การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวปัจจุบัน

    ก่อนหน้านี้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.) ให้โอนรถไฟฟ้าจากกทม. ไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ดูแลแทน รวมถึงเรื่องการซื้อคืนรถไฟฟ้า แต่เรื่องยังไม่ถึงครม.ต้องรอรัฐบาลใหม่พิจารณา โครงการฯ จึงยังอยู่กับ กทม. ต้องศึกษาและทำให้ดีที่สุด หากต้องโอนให้ รฟม.ก็เดินหน้าต่อได้ รฟม. ต้องคัดเลือกเอกชนเป็นผู้ดำเนินการเหมือนกัน แต่ รฟม. อาจขยายเส้นทางให้เชื่อมกับรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง บริเวณท่าอิฐด้วยก็ได้

    ส่วนต่อขยายช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน ระยะทางรวม 7.5 กม. เป็นโครงสร้างทางยกระดับ เริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTSสถานีบางหว้า วิ่งไปทางทิศเหนือ ตามแนวเกาะกลางถนนราชพฤกษ์ จากนั้นยกระดับข้ามทางแยกถนนบรมราชชนนี และทางด่วนสายกาญจนาภิเษก สิ้นสุดบริเวณทางลาดลงของสะพานข้ามทางรถไฟสายสีแดงอ่อนช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน มี 6 สถานี ได้แก่ สถานีบางแวก สถานีบางเชือกหนัง สถานีบางพรม สถานีอินทราวาส สถานีบรมราชชนนี และสถานีตลิ่งชัน          

    วงเงินลงทุนรวม 52,135 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง 18,073 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 11,361 ล้านบาท และค่าบำรุงรักษา 22,701 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 31 ปี ก่อสร้าง 5 ปี และระยะเวลาดำเนินการ 26 ปี คาดการณ์ปีแรกของการเปิดบริการมีผู้โดยสาร7.3 หมื่นคนต่อวัน และปี 2602 สิ้นสุดสัมปทาน ผู้โดยสาร 1.41 แสนคนต่อวัน ขณะที่รายได้ปีแรก  2.25 ล้านบาทต่อวัน และปี 2602 รายได้ 5.24 ล้านบาทต่อวัน

    สำหรับประเด็นปัญหาที่ประชาชนเรียกร้องให้ขยับตำแหน่งสถานีตลิ่งชัน ซึ่งอยู่ไกลจากสถานีตลิ่งชัน รถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ปรึกษาฯนำข้อเสนอไปพิจารณาแล้ว พบว่ามีข้อจำกัด ติดอุโมงค์ประปา และแนวตอม่อสะพานใหม่บนถนนราชพฤกษ์ ไม่สามารถขยับสถานีได้

    จึงเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก ทำทางเดินเลื่อนทั้ง 2 ข้างของทางเดินเชื่อมลอยฟ้า(สกายวอล์ก) ติดระบบปรับอากาศ โดยสถานีตลิ่งชันของสายสีเขียว มีระยะทาง 700 เมตร จากจุดสิ้นสุดสีเขียวถึงสถานีตลิ่งชัน สายสีแดงอีก450 เมตร รวมเป็นประมาณ 1.15 กม. ใช้เวลาเดินราวๆ 12 นาที

    โครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียวสายสุขุมวิท (คูคต-เคหะฯ) และสายสีลม (สนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า)  มีระยะทางรวม 68.25 กม. จำนวน 60 สถานี อำนวยความสะดวกเชื่อมโยงการเดินทางในกรุงเทพฯ  และ2 จังหวัด ปทุมธานีและสมุทรปราการ เมื่อรวมกับส่วนต่อขยายสายใหม่อีก 6 สถานี  รวมเป็น 66 สถานี  ระยะทาง  75 กม.  รัฐบาลใหม่  ที่มี”พรรคภูมิใจไทย”เป็นแกนนำบริหารประเทศ จะซื้อคืนรถไฟฟ้า มาทำระบบตั๋วร่วม เก็บค่าโดยสารเหมาจ่าย 40 บาทต่อวัน (จากเดิ่มสูงสุดไม่เกิน 65 บาท) ได้หรือไม่..ต้องติดตาม

    ……………………………………………….
    นายสปีด

    ***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

    คลิกอ่านบทความทั้งหมดที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5607907/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BMbU8SUxlpszD2G7I7b87

  • พระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่งบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน

    พระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่งบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน

    นายกฯ กราบตักแม่ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ สดุดีวีรกรรมสละชีพช่วยศิษย์ สั่งรับลูก 2 คนเข้าข้าราชการ ให้เรียนฟรีจนจบการศึกษา

    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดยูงทอง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จากเหตุการณ์ชายคลุ้มคลั่งบุกจับนักเรียนเป็นตัวประกัน โดยมีคณะรัฐมนตรี อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกฤตการณ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมท่ามกลางข้าราชการและประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัยเนืองแน่น

    ทันทีที่เดินทางถึงนายกรัฐมนตรีได้เข้าปลอบขวัญนายเจษฎา สินสโมสร สามีผู้เสียชีวิต และบุตรทั้ง 2 คน คือ นายสุวิจักขณ์ และเด็กหญิงธัญธร ก่อนจะเข้าไปให้กำลังใจมารดาของ ผอ.ศศิพัชร โดยนายกฯ ได้ก้มลงกราบที่ตักมารดาผู้เสียชีวิตพร้อมกล่าวคำว่า “ขออภัยด้วย” และปลอบโยนว่าไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้ทำใจดีๆ รัฐบาลจะดูแลหลานๆ ต่อไป สร้างความซาบซึ้งใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

    ในส่วนของการช่วยเหลือนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 ล้านบาท และเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรมอีก 200,000 บาท โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการดูแลเรื่องค่าเล่าเรียนของบุตรทั้ง 2 คนจนจบการศึกษา และเตรียมรับเข้ารับราชการเมื่อพร้อม เพื่อตอบแทนความเสียสละของผู้วายชนม์

    ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เรื่องการเมือง โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่าจะเดินทางไปประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ทันที เพื่อวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหตุรุนแรงในลักษณะดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2914789&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2c7iA3fGurvhKUe2QR9XV-

  • นายกฯ เป็น​ประธาน​พิธีพระราชทานเพลิงศพ​ ‘ผอ.ศศิพัชร’ มอบเงินเยียวยา 1.2 ล้าน

    นายกฯ เป็น​ประธาน​พิธีพระราชทานเพลิงศพ​ ‘ผอ.ศศิพัชร’ มอบเงินเยียวยา 1.2 ล้าน

    นายกฯ เป็น​ประธาน​พิธีพระราชทานเพลิงศพ​ “ผอ.ศศิพัชร” กราบตักขออภัยมารดา​ผู้วายชนม์​ สั่ง​ ศธ.ดูแลการศึกษาบุตรจนจบ พร้อมรับเข้าราชการทั้ง​ 2 คน​

    17 กุมภาพันธ์ 2569 – เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ก.พ. นายอนุทิน​ ชาญ​วีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานกองบิน 56 จ.สงขลา จากนั้นเดินทางไปยัง วัดยูงทอง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา​ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อํานวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    โดยทันทีที่นายกฯเดินทางมาถึงวัดยูงทอง​ นางนฤมล​ ภิญโญ​สิน​วัฒน์​ รมว.ศึกษาธิการ​ ​ได้​พานายเจษฎา สินสโมสร สามีนางศศิพัชร นายสุวิจักขณ์ สินสโมสร และด.ญ.ธัญธร สินสโมสร บุตรชายและบุตรสาวของนางศศิพัชร มาพบกับนายกฯ​ ก่อนจะเดินเข้ามายังศาลา​บำเพ็ญกุศล​เพื่อเคารพศพ​ จากนั้นนายกฯได้ให้กำลังใจมารดาผู้เสียชีวิต​ โดยระบุว่า​ ไม่ต้องห่วง​ ทำใจดีๆเดี๋ยวหลานดูแลต่อ​ ก่อนกราบไปที่ตักของมารดาผู้เสียชีวิต​ พร้อมกล่าวว่า​ “ขอภัยด้วย”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการฟังประวัติของผู้วายชนม์ นายกฯได้พูดคุยกับสามีของผู้เสียชีวิต ที่นั่งอยู่ติดกัน​ ก่อนที่นายกฯเป็นประธานทอดผ้าไตร​พระราชทาน​ และวางดอกไม้จันทน์​

    ทั้งนี้ในส่วนของเงินช่วยเหลือของรัฐบาล นายบวร​ศักดิ์​ อุ​วรรณ​โณ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ ได้มอบเงินกองทุน​เงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 ล้านบาท และจากกองทุน ช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญากระทรวง​ยุติธรรม​ จำนวน 2​ แสนบาท โดยมีนายกฯเป็นสักขีพยาน​ และนายกฯยังได้เดินเข้าไปหาบุตรทั้ง​ 2 คน​ของผู้เสียชีวิต พร้อมนำมือแตะไหล่ทั้ง​2 ข้างพูดคุยให้กำลังใจ

    จากนั้นนายบวร​ศักดิ์​ ได้มอบนามบัตรให้กับสามีของผู้เสียชีวิต​ พร้อมกับกล่าวว่า​ เงินเขาโอนเข้าบัญชีไว้ให้แล้วนะ มีเรื่องอะไรของน้อง 2 คนที่จะให้ช่วยก็บอก​มา​ โทรมาได้ ตนก็เป็นคนสงขลาเหมือนกัน

    ทั้งนี้ก่อนนายกฯเดินทางออกจากงานได้เปิดเผยว่า​ หลังจากนี้จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและช่วยเหลือให้ลูกทั้งสองคนของผู้เสียชีวิตได้เข้ารับราชการ​ และเข้าถึงการศึกษา​ รวมถึงดูแลค่าเล่าเรียนจนจบการศึกษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/949215/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13eoe6pBgs5UiItCoQBJBv