Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • โค้งสุดท้าย ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คลังเตือน 5 แสนคน เสี่ยงถูกตัดสิทธิ

    โค้งสุดท้าย ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คลังเตือน 5 แสนคน เสี่ยงถูกตัดสิทธิ

    ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คลังเตือน 5 แสนคน เสี่ยงถูกตัดสิทธิ หากพ้น 5 ทุ่มคืนนี้ หมดสิทธิทันที

    เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แล้ว ล่าสุด นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4–21 มิถุนายน 2569 ณ เวลา 12.00 น. มีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้ว 12,654,200 ราย คิดเป็น 96.1% จึงคงเหลือผู้ที่ยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ 519,773 ราย

    กลุ่มผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่อยู่ในฐานข้อมูลของรัฐ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการลงทะเบียนแล้ว 1,047,313 ราย คิดเป็น 99.98% ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะส่งข้อมูลมายังกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

    ดังนั้น โฆษกกระทรวงการคลังจึงขอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เวลา 23.00 น. ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่

    • แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง
    • แอปพลิเคชั่นทางรัฐ https://welfare.mof.go.th
    • เว็บไซต์โครงการ
    • ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
    • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

    โดยสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ผ่านทุกช่องทาง หรือผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และ https://welfare.mof.go.th

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/952979/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31z6VtR_28ylVNRatE03kC

  • เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะของจีนในอนาคต

    เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะของจีนในอนาคต

    ข่าวสังคม

    เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะของจีนในอนาคต

    วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.52 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะของจีนในอนาคต

    คณะผู้บริหาร PCL Holdings ประเทศไทย พร้อมผู้แทนสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน นำโดยนายกสภาสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน และผู้อำนวยการสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ณ บริษัท UBTECH Robotics เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยบริษัทมีความโดดเด่นในการพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์บริการ และหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา ตลอดจนโซลูชัน Smart Factory และ Smart Logistics อันเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะของจีนในอนาคต

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/gallery/480457&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bGGLwn2PN2ga0qrpirWjB

  • นายกฯ ยุบ ครม.เศรษฐกิจ ปรับให้เอกชนร่วมด้วยเป็น ครม.เศรษฐกิจพลัส นัดถกทุกเดือน | เดลินิวส์

    นายกฯ ยุบ ครม.เศรษฐกิจ ปรับให้เอกชนร่วมด้วยเป็น ครม.เศรษฐกิจพลัส นัดถกทุกเดือน | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม 

    นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะใช้ที่ประชุมแห่งนี้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้การพัฒนาและแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    “ตอนแรกเราก็คิดว่าจะเป็นรูปแบบของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) แต่ได้หารือกับ ครม.โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองนายกฯ ที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ท่านเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบแบบเป็น ครม.เศรษฐกิจ แต่ขอให้มีเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหาและหารือแนวทางร่วมร่วมกัน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือน ครม.เศรษฐกิจพลัส มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วยถือว่าเป็นกำลังสำคัญอีกหนึ่งแรงของรัฐบาล ประเด็นที่หารือในวันนี้ เป็นเรื่องของการสร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศนี้ เราจะประชุมในทุกเดือนหรือ 6 สัปดาห์ต่อครั้ง” 

    นายกฯ กล่าวต่อว่า ถ้ามีเรื่องที่เป็นนโยบายหรือเรื่องที่มีการกลั่นกรองที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ด้านพลังงาน ด้านแรงงาน ด้านการค้า เราก็จะสามารถใช้มติของที่ประชุมนี้เพื่อนำเสนอ ครม.เพื่อประหยัดเวลา เพราะ ครม.ส่วนใหญ่ก็อยู่ในที่ประชุมนี้แล้ว ฉะนั้นการเห็นชอบในที่ประชุมนี้นำเข้าที่ประชุม ครม.จะทำให้พิจารณาได้เร็ว ฉะนั้นตรงนี้อยากขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยฝ่ายราชการ ฝ่ายองค์กรอิสระ และฝ่ายรัฐบาลในการแสวงหาความร่วมมือประสานงานกันอย่างต่อเนื่องให้เกิดผลอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและนำพาเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5964771/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FuOtL6Ook0AxkcYjb-pMt

  • นายกฯอนุทินนั่งหัวโต๊ะถก กรอ.นัดแรก-ดัน OKR ประเทศ, ตั้ง 4 อนุกรรมการกู้เศรษฐกิจ

    นายกฯอนุทินนั่งหัวโต๊ะถก กรอ.นัดแรก-ดัน OKR ประเทศ, ตั้ง 4 อนุกรรมการกู้เศรษฐกิจ

    นายกฯอนุทินนั่งหัวโต๊ะถก กรอ.นัดแรก-ดัน OKR ประเทศ, ตั้ง 4 อนุกรรมการกู้เศรษฐกิจ

    “อนุทิน” นำทัพประชุม กรอ. นัดแรก เปรียบเปรยเป็น “ครม. เศรษฐกิจพลัส” ดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ เคาะตั้ง 4 คณะอนุกรรมการลุยแก้ปมเศรษฐกิจ พร้อมกำหนดเป้าหมาย OKR ยกระดับขีดความสามารถประเทศ

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ โดยมีตัวแทนระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ และผู้นำองค์กรภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อระดมสมองและวางมาตรการเร่งด่วนในการพยุงและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยท่ามกลางปัจจัยท้าทายจากสถานการณ์โลก

    ชูโมเดล “ครม. เศรษฐกิจพลัส” นัดถกทุกเดือนลดขั้นตอนดันเข้า ครม. ทันที

    นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดเผยในที่ประชุมว่า การร่วมประชุม กรอ. ในวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ครั้งสำคัญในการสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างความมั่นคง แข็งแรง และยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลตั้งใจจะใช้เวทีแห่งนี้เป็นพื้นที่หลักในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สลัดระบบระเบียบที่ล่าช้า และส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทนำในการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับภาครัฐอย่างมีศักยภาพ

    “คณะกรรมการ กรอ. ชุดนี้เปรียบเสมือน ‘คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพลัส’ เนื่องจากมีหัวเรือใหญ่จากภาคเอกชนเข้ามาเสริมทัพทำงานร่วมกับรัฐบาล ซึ่งเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยตั้งเป้าหมายจะจัดการประชุมร่วมกันให้ได้เดือนละ 1 ครั้ง สำหรับประเด็นใดที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องผ่านการกลั่นกรองทางเศรษฐกิจ ทั้งในมิติอุตสาหกรรม เกษตรกรรม แรงงาน หรือพาณิชยกรรม หากที่ประชุมชุดนี้มีมติเห็นชอบร่วมกันแล้ว จะสามารถนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหญ่ได้ทันที ซึ่งถือเป็นการประหยัดเวลาและตัดลดขั้นตอนทางธุรการลงไปได้มาก เนื่องจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดต่างก็นั่งอยู่ในที่ประชุม กรอ. ชุดนี้อยู่แล้ว” นายอนุทิน กล่าว

    เคาะดัชนี OKR ลุยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันประเทศตามเกณฑ์ IMD

    สำหรับวาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ กรอ. อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งสรุปฐานข้อมูลข้อเสนอและผลการหารือร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนรับทราบผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ประจำปี 2569 โดยสถาบัน IMD เพื่อนำจุดบกพร่องมาปรับปรุงระบบ

    นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเห็นชอบให้มีการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นระบบ หรือ OKR (Objectives and Key Results) ของประเทศ พร้อมจัดกลุ่มภารกิจเร่งด่วนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างข้าราชการและภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม

    นายกฯอนุทินนั่งหัวโต๊ะถก กรอ.นัดแรก-ดัน OKR ประเทศ, ตั้ง 4 อนุกรรมการกู้เศรษฐกิจ

    ตั้ง 4 คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ปลดล็อกอุปสรรคการค้าและการลงทุนระยะยาว

    เพื่อให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรมรวดเร็วและไม่เป็นเพียงการประชุมในกระดาษ ที่ประชุม กรอ. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจจำนวน 4 คณะ ขึ้นมาทำหน้าที่รับผิดชอบและขับเคลื่อนงานในประเด็นสำคัญตามภารกิจของ กรอ. ทันที โดยมีเป้าหมายหลักในการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่จริง มุ่งเน้นการแก้ไขอุปสรรคและกฎระเบียบทางเศรษฐกิจที่เป็นคอขวด เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

    นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทิ้งท้ายโดยขอความร่วมมือจากทักษะความเชี่ยวชาญของภาคเอกชน และหน่วยงานราชการทุกฝ่าย ให้ประสานงานและเชื่อมโยงระบบข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในเชิงโครงสร้าง และนำพาเศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ข่าวล่าสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378979118&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2u9wJM3NYIcIpRHp2LrOOx

  • นายกฯ เปิดประชุม กรอ. ครั้งแรก ชู ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ถก OKR ประเทศ ตั้ง 4 อนุกรรมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

    นายกฯ เปิดประชุม กรอ. ครั้งแรก ชู ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ถก OKR ประเทศ ตั้ง 4 อนุกรรมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

    วันนี้ (22 มิถุนายน) เวลา 10.10 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

    นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ที่พวกเราทุกคนได้มาร่วมประชุม กรอ. ซึ่งการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนทำให้เศรษฐกิจของประเทศเรามีความมั่นคงและแข็งแรงยั่งยืน วันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะใช้ที่ประชุมแห่งนี้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ และส่งเสริมบทบาทของเอกชนให้มีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

    อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือนคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพลัส คือมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย ถือเป็นกำลังสำคัญอีกแรงของรัฐบาล ซึ่งประเด็นในวันนี้คือการสร้างขีดความสามารถของประเทศ หากสามารถประชุมได้เดือนละครั้งจะเป็นเรื่องดี เรื่องใดที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องมีการกลั่นกรองเกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม แรงงาน หรือการค้า เราสามารถใช้มติของคณะกรรมการชุดนี้นำเสนอคณะรัฐมนตรีได้ ซึ่งถือว่าเป็นการประหยัดเวลา เพราะคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอยู่ในที่ประชุมชุดนี้ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปโดยเร็ว

    ดังนั้น จึงอยากขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยฝ่ายราชการ ฝ่ายองค์กรอิสระ และฝ่ายรัฐบาล ในการที่จะแสวงหาความร่วมมือและประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง ให้มีผลงานเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และนำพาเศรษฐกิจไทยเดินไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

    สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีการรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) รวมถึงสรุปข้อเสนอและผลการหารือร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชน ตลอดจนรับทราบผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ประจำปี 2569 โดยสถาบัน IMD

    ขณะที่วาระสำคัญเพื่อพิจารณา ที่ประชุมได้หารือการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ การกำหนดเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ (Objectives and Key Results: OKR) และการจัดกลุ่มการดำเนินงานภายใต้ กรอ. เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 4 คณะ เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานในประเด็นสำคัญตามภารกิจของ กรอ. และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งแก้ไขอุปสรรคทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและการลงทุนของประเทศในระยะยาว

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม กรอ. ครั้งแรก 1นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม กรอ. ครั้งแรก 2นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม กรอ. ครั้งแรก 3นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม กรอ. ครั้งแรก 4นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม กรอ. ครั้งแรก 5นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม กรอ. ครั้งแรก 6

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/pm-jppcc-economic-plus-okr/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ktSTqSoOvtRuIwsbXUgDY

  • นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุม กรอ.นัดแรก ชูโมเดล ครม.เศรษฐกิจพลัส ดึงเอกชนร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุม กรอ.นัดแรก ชูโมเดล ครม.เศรษฐกิจพลัส ดึงเอกชนร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ซึ่งถือเป็นนัดแรกร่วมกับภาคเอกชน กล่าวก่อนการประชุมว่า วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตใหม่ๆ ที่ทุกคนได้มาร่วมประชุมในคณะกรรมการ กรอ. ถือเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความมั่นคง แข็งแรงและยั่งยืน วันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะใช้ที่ประชุมแห่งนี้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อในการพัฒนาเศรษฐกิจแก้ไขเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนให้มามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

    สำหรับในวันนี้จะมีผู้นำเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ 2-3 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญ ที่จะมานำเสนอในเรื่องของเซมิคอนดักเตอร์และนวัตกรรมต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของการพัฒนาประเทศ

    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนแรกคิดว่า จะเป็นในรูปแบบของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) แต่จากที่ได้หารือกับคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ขอให้มีเอกชนได้เข้ามาร่วมด้วยเพื่อที่จะร่วมรับฟังและแก้ไขปัญหาหารือ ซึ่งกรอ.ชุดนี้ก็เปรียบเสมือน ครม.เศรษฐกิจพลัส ที่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย ถือว่าเป็นเครื่องจักรและกำลังสำคัญ อีกหนึ่งแรงของรัฐบาล

    ทั้งนี้ประเด็นที่จะหารือ จะเป็นเรื่องของการสร้างความสามารถด้านการแข่งขันประเทศ ซึ่งเราสามารถที่จะประชุมในทุกๆเดือน หรือ 6 สัปดาห์ต่อครั้ง ถ้าเรามีเรื่องที่เป็นนโยบายหรือเรื่องที่จะต้องกลั่นกรองเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านอุตสาหกรรมการเกษตร พลังงาน แรงงาน การค้า ก็จะสามารถใช้มติที่ประชุม กรอ. นำเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็จะเป็นการประหยัดเวลา เพราะคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องก็อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้แล้ว

    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการประชุมของกรอ. จะเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกอย่างเพื่อพิจารณาโดยเร็ว จึงอยากขอความร่วมมือจากภาคเอกชน และคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยฝ่ายราชการ ฝ่ายองค์กรอิสระและทางฝ่ายรัฐบาล ในการที่จะแสวงหาความร่วมมือบริหารงานการงานต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมด้วยความรวดเร็วสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และนำทางเศรษฐกิจของไทยเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุด เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 4 จะไม่เกิดการชะงักงันตามที่หลายฝ่ายกังวล โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่มองว่ากรอบการเจรจามีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้น โดยรอดูผลประชุมกรอ. นัดแรกว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/603716&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lEEzZ5bUPpLp_aHVp-WbY

  • นายกฯอนุทินถก กรอ. นัดแรก ยุบ ครม.เศรษฐกิจ ปรับเป็น ครม.เศรษฐกิจพลัส

    นายกฯอนุทินถก กรอ. นัดแรก ยุบ ครม.เศรษฐกิจ ปรับเป็น ครม.เศรษฐกิจพลัส

    นายกฯอนุทินถก กรอ. นัดแรก ยุบ ครม.เศรษฐกิจ ปรับเป็น ครม.เศรษฐกิจพลัส

    นายกฯอนุทินถก กรอ. นัดแรก ยุบ ครม.เศรษฐกิจ ปรับเป็น ครม.เศรษฐกิจพลัส

    การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 ในวันนี้ (22 มิถุนายน 2569) มีรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

    พร้อมด้วยรัฐมนตรีจากกระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม โดยก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เปิดตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อหารือข้อราชการและเตรียมความพร้อมร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    นายกรัฐมนตรีระบุว่า การปรับเปลี่ยนกลไกการทำงานมาเป็นรูปแบบ “ครม.เศรษฐกิจพลัส” นั้น เกิดจากการหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งเห็นพ้องตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับโครงสร้าง ครม.เศรษฐกิจ รูปแบบเดิม

    แต่ควรเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง เพื่อร่วมกันสังเกตการณ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเป้าหมายหลักในการประชุมครั้งแรกนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นสำคัญ

    สำหรับแนวทางการดำเนินงานหลังจากนี้ คณะกรรมการ กรอ. ตั้งเป้าหมายที่จะจัดการประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกเดือน หรืออย่างน้อย 1 ครั้ง ในทุก 6 สัปดาห์ เพื่อกลั่นกรองนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งในด้านอุตสาหกรรม การเกษตร พลังงาน แรงงาน และการค้า

    โดยข้อดีของการขับเคลื่อนงานในรูปแบบนี้ คือการที่รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจส่วนใหญ่ร่วมเป็นคณะกรรมการอยู่แล้ว ทำให้มติจากที่ประชุม กรอ. สามารถนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและประหยัดเวลา ซึ่งจะช่วยให้การประสานงานระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรอิสระ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/744241&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mCAr9thqrBe1-HPFJGAoC

  • ครม.เศรษฐกิจพลัส! ‘นายกฯ’ ถก ‘กรอ.’ นัดแรก ดึงเอกชนร่วมกลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้า ครม.

    ครม.เศรษฐกิจพลัส! ‘นายกฯ’ ถก ‘กรอ.’ นัดแรก ดึงเอกชนร่วมกลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้า ครม.

    นายกฯ ถก กรอ. นัดแรก ยกเป็น ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ดึงเอกชนเข้าร่วม ให้กลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้าครม.ได้

    22 มิ.ย.2569-ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยก่อนการประชุม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้เข้าหารือกับนายกฯบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุม

    โดยการประชุม กรอ. นัดแรก มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง อาทิ นายเอกนิติ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

    นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายใหม่ที่พวกเราทุกคนได้มาร่วมประชุมคณะกรรมการกรอ. ถือเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศของเรามีความมั่นคงแข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งวันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะใช้ที่ประชุมแห่งนี้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อให้การพัฒนาและแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตอนแรกเราก็คิดว่าจะเป็นรูปแบบของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) แต่ได้หารือกับ ครม.โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองนายกฯที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ท่านเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบแบบเป็นครม.เศรษฐกิจ แต่ขอให้มีเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหาและหารือแนวทางร่วมร่วมกัน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือนครม.เศรษฐกิจพลัส มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วยถือว่าเป็นกำลังสำคัญอีกหนึ่งแรงของรัฐบาล ประเด็นที่หารือในวันนี้เป็นเรื่องของการสร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศนี้ ซึ่งเราสามารถประชุมในทุกเดือนหรือ 6 สัปดาห์ต่อครั้ง

    “ถ้าเรามีเรื่องที่เป็นนโยบายหรือเรื่องที่มีการกลั่นกรองที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ด้านพลังงาน ด้านแรงงาน ด้านการค้า เราก็จะสามารถใช้มติของที่ประชุมนี้เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อประหยัดเวลา เพราะ ครม.ส่วนใหญ่ก็อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้แล้ว ฉะนั้นการเห็นชอบในที่ประชุมนี้นำเข้าที่ประชุม ครม.จะทำให้พิจารณาได้เร็ว ฉะนั้นตรงนี้อยากขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยฝ่ายราชการ ฝ่ายองค์กรอิสระ และฝ่ายรัฐบาลในการแสวงหาความร่วมมือประสานงานกันอย่างต่อเนื่องให้เกิดผลอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและนำพาเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/1018568/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GPQ0JIAf2QN_oG-aHJuEW

  • พจน์มั่นใจเศรษฐกิจไทย รัฐเร่งมาตรการพยุงเศรษฐกิจ

    พจน์มั่นใจเศรษฐกิจไทย รัฐเร่งมาตรการพยุงเศรษฐกิจ

    ‘พจน์’ มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังเดินหน้า รัฐเตรียมมาตรการพยุง หลังจับตาผลกระทบสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

    ภาคเอกชนประเมินเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ยังมีโอกาสฟื้นตัว แม้ก่อนหน้านี้มีความกังวลจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่อาจกระทบราคาพลังงาน ต้นทุนธุรกิจ และความเชื่อมั่นของตลาด โดย ‘พจน์ อร่ามวัฒนานนท์’ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มั่นใจว่ารัฐบาลมีมาตรการรองรับ พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

    พจน์ กล่าวว่า จากการประเมินภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 4 ที่มีการคาดการณ์ว่าอาจชะลอตัวนั้น มองว่าสถานการณ์ไม่น่าจะถึงขั้นชะงัก เนื่องจากภาครัฐอยู่ระหว่างเตรียมแนวทางสนับสนุนเศรษฐกิจ และยังต้องรอความชัดเจนจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะทิศทางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

    “ต้องรอดูผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรกก่อน ไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลมีแผนหลายด้าน รวมถึงการตั้งคณะทำงานหลายชุดเพื่อรับมือสถานการณ์” พจน์ กล่าว

    สำหรับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ภาคธุรกิจจับตาผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันและต้นทุนการขนส่ง ซึ่งอาจส่งผ่านมายังภาคการผลิต การส่งออก และค่าครองชีพของประชาชน อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์คลี่คลาย จะช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี

    ด้าน ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการรองรับผลกระทบจากสถานการณ์สหรัฐฯ และอิหร่านว่า ขอรอผลการประชุม กรอ. เพื่อประเมินแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม

    thai-economy-support-measures-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาโครงการภายใต้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ใช้งบประมาณจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน นายลวรณ ระบุว่า คณะกรรมการเพิ่งปิดการรวบรวมข้อมูลเมื่อช่วงเวลา 23.00 น. วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากได้รับข้อมูลครบถ้วน จะมีการเรียกประชุมเพื่อเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองต่อไป

    ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าระหว่างประเทศ และความผันผวนด้านพลังงาน ขณะที่ภาครัฐและเอกชนต่างมุ่งรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจ ผ่านการลงทุน การกระตุ้นกำลังซื้อ และการดูแลภาคธุรกิจให้สามารถปรับตัวได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/thai-economy-support-measures&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iSE1ER_-YMHApmUVV7uYx

  • “อนุทิน” นำถก กรอ.ชูโมเดล “ครม.เศรษฐกิจพลัส” ดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อน จ่อหารือทุกเดือน

    “อนุทิน” นำถก กรอ.ชูโมเดล “ครม.เศรษฐกิจพลัส” ดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อน จ่อหารือทุกเดือน


    “อนุทิน” นั่งประธาน กรอ.ชูโมเดล “ครม.เศรษฐกิจพลัส” ดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อน จ่อถกทุกเดือน นำมติที่ประชุมเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม เร่งดันเศรษฐกิจโตยั่งยืน

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

    นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเริ่มประชุมว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ที่พวกเราทุกคนได้มาร่วมประชุม ในคณะกรรมการ กรอ. ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศเรามีความมั่นคงแข็งแรงและยั่งยืน และวันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะใช้ที่ประชุมแห่งนี้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนะ เพื่อให้การพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนสนับสนุนส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนแรกคิดว่าจะเป็นรูปแบบของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ แต่ได้หารือกับทางคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะอย่างยิ่งรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจเห็นว่าเราไม่จำเป็น ต้องมีองค์ประกอบแบบเป็นคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ แต่ขอให้มีเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อที่จะรับฟังและแก้ไขปัญหาหารือแนวทางทั้งหลายร่วมกันเพื่อไม่ให้เสียเวลา

    อย่างไรก็ตามคณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือนคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพลัสคือ มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย ถือเป็นเฟืองจักรกำลังสำคัญ อีกหนึ่งแรงของรัฐบาล โดยประเด็นที่จะหารือวันนี้จะเป็นเรื่องการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การประชุมวงนี้จะดี ถ้าเราสามารถที่จะประชุมกันในทุกๆเดือน หรือ 6 สัปดาห์ต่อครั้ง ถ้าเรามีเรื่องที่เป็นนโยบายเดิมที่จะต้องมีการกลั่นกรองเกี่ยวข้องกับทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมด้านการเกษตร ด้านพลังงานด้านแรงงาน ด้านการค้า เราจะสามารถใช้มติที่ประชุมคณะกรรมการแห่งนี้นำเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นการประหยัดเวลา เพราะคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องก็อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้แล้ว

    ฉะนั้นการเห็นชอบของท่านจะทำให้เวลาเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีทุกอย่าง เพื่อพิจารณาก็จะพิจารณาโดยเร็วและรับทราบโดยเร็ว ฉะนั้นตรงนี้อยากจะขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและคณะกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วย ฝ่ายราชการ ฝ่ายองค์กรอิสระและฝ่ายรัฐบาลในการที่จะสรรหาความร่วมมือประสานงานกันอย่างต่อเนื่องให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมด้วยความรวดเร็วสามารถสั่งการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนนำพาเศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนวันนี้จะมีผู้นำเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ 2-3 ท่านล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญ แม้กระทั่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายยศชนันท วงศ์สวัสดิ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่จะนำเสนอเรื่องของนวัตกรรมต่างๆล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศพัฒนาเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/43937&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qCpja9PDmpXrCtEg0L4PX