Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ปูตินโจมตีมาตรการคว่ำบาตรตะวันตก ชี้บ่อนทำลายเศรษฐกิจโลก-ความเชื่อมั่นดอลลาร์และยูโร

    ปูตินโจมตีมาตรการคว่ำบาตรตะวันตก ชี้บ่อนทำลายเศรษฐกิจโลก-ความเชื่อมั่นดอลลาร์และยูโร

    ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ชี้มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกกำลังบ่อนทำลายเศรษฐกิจโลก-ความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินสากล แต่เปิดโอกาสใหม่ให้รัสเซียและประเทศกำลังพัฒนา

    วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติที่นครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ระบุว่าประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สัดส่วนผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศตะวันตกลดลง

    ปูตินกล่าวโจมตีมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของชาติตะวันตก ระบุว่าการอายัดทรัพย์สินของรัสเซียในต่างประเทศได้สร้างความเสียหายต่อระบบการเงินโลก และทำลายความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินหลักของโลก โดยการคว่ำบาตรและการอายัดเงินทุนสำรองของรัสเซียได้ส่งผลกระทบอย่างถาวรต่อสถานะของสกุลเงินระหว่างประเทศ ทั้งดอลลาร์สหรัฐและยูโร

    ผู้นำรัสเซียยังเตือนว่า ประเทศอื่นๆ อาจเผชิญชะตากรรมเดียวกับรัสเซีย โดยอาจสูญเสียการเข้าถึงทรัพย์สินที่ถือครองในรูปดอลลาร์หรือยูโร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและระบบชำระเงินของชาติตะวันตก นอกจากนี้ ปูตินยังกล่าวหาว่าปัญหาหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาลของประเทศตะวันตกเป็นอีกปัจจัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อสถาบันทางเศรษฐกิจของตะวันตก

    ประธานาธิบดีรัสเซียระบุว่า ต้นตอของความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเกิดจากการเปลี่ยนผ่านจากระบบโลกแบบลำดับชั้น ซึ่งรับใช้ผลประโยชน์ของประเทศเพียงไม่กี่แห่ง ไปสู่ระเบียบโลกที่มีความซับซ้อน กระจายอำนาจ และมีหลายขั้วอำนาจมากขึ้น ซึ่งเขามองว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ใช่เพียงภัยคุกคาม แต่ยังเป็นโอกาสมหาศาล 

    การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกที่ยังดำเนินต่อเนื่องจากสงครามในยูเครน ซึ่งส่งผลให้รัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การเงิน และการค้าจากสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และพันธมิตรตะวันตกหลายประเทศตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา.

    ที่มา AP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2937705&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PzlhMBSCHWlEz8_0Hq7E4

  • ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    11 วันบนเส้นทางสายไหมใหม่: บทเรียนจาก Urumqi–Lanzhou สู่อนาคตเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย-จีน

    โดย ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)

    การเดินทางระยะเวลา 11 วันของคณะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) บนเส้นทางยุทธศาสตร์ อูรูมุฉี–ตุนหวง–เจียอวี้กวน–จางเย่–หลานโจว ครอบคลุมพื้นที่มณฑลซินเจียงและกานซู่

     หมุดหมายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรม Roadshow เพื่อจับคู่ธุรกิจ (B2B) หรือการกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นตามปกติ หากแต่เป็นเซสชันสำคัญในการถอดรหัสภาพอนาคตของระบบเศรษฐกิจการเดินทางโลก (Global Mobility Economy) 

    และการกำหนดตำแหน่งแห่งที่ (Positioning) ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอีก 10–20 ปีข้างหน้า
     

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    เมื่อพิจารณาผ่านแว่นตาการวิเคราะห์ทางธุรกิจ การขยับตัวของจีนในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือครั้งนี้สะท้อนภาพการเชื่อมโยงของ 4 มิติหลักที่แยกกันไม่ออก 

    นั่นคือ ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) + การบิน (Aviation) + การท่องเที่ยว (Tourism) + เศรษฐกิจภูมิภาค (Regional Economy) ซึ่งกำลังจะกลายมาเป็นสมการใหม่ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยต้องทำความเข้าใจ

    1. ห่วงโซ่อุปทานใหม่: จากดินแดนไร้ทะเล สู่ประตูเชื่อมยูเรเซีย

    ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เม็ดเงินและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีนกระจุกตัวอยู่แถบชายฝั่งตะวันออก (ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กวางโจว) 

    แต่ภายใต้ยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) รัฐบาลจีนได้ทำการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ครั้งใหญ่ 

    ยกระดับให้ซินเจียงและกานซู่กลายเป็นประตูหน้าด่านหลักในการเชื่อมต่อภาคพื้นทวีป

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โดยเฉพาะ “อูรูมุฉี” (Urumqi) ที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และศูนย์โลจิสติกส์ระดับภูมิภาคที่เชื่อมต่อไปยังกลุ่มประเทศสถาปัตยกรรมเศรษฐกิจใหม่ 

    อาทิ คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน, คีร์กีซสถาน, ทาจิกิสถาน รวมถึงรัสเซียและยุโรปตะวันออก

    มุมมองเชิงธุรกิจ: สำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย เราไม่ได้กำลังมองแค่ตลาดซินเจียงที่มีประชากร 25 ล้านคนอีกต่อไป 

    แต่เรากำลังมองหาลู่ทางเข้าสู่ตลาดประชากรระดับ “หลายร้อยล้านคน” 

    ในแถบยูเรเซียผ่านประตูบานใหม่นี้ นี่คือการขยายฐานลูกค้านักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง (High-spending target) ที่น่าจับตา ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    2. โมเดลนิเวศวิทยาการเดินทาง (Tourism Ecosystem) และการปฏิวัติด้วย C919

    บทเรียนราคาแพงที่ผู้กำหนดนโยบายและเอกชนไทยต้องเรียนรู้จากจีน คือการที่เขาไม่เคยแยก “อุตสาหกรรมการบิน” ออกจาก “ภาคการท่องเที่ยว” 

    จีนไม่ได้สร้างเครื่องบินพาณิชย์ขนาดกลางอย่าง C919 หรือเครื่องบินลำตัวกว้าง C929 เพียงเพื่อไปแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Boeing หรือ Airbus ในเชิงพาณิชย์เท่านั้น 

    แต่เป็นการสร้าง ระบบนิเวศท่องเที่ยวแห่งชาติ (National Tourism Ecosystem) ที่เบ็ดเสร็จในตัวเอง

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    จีนกำลังร้อยเรียงจิ๊กซอว์ทางธุรกิจเข้าด้วยกัน

    ฮาร์ดแวร์: เครื่องบินที่ผลิตเอง + สนามบินเกิดใหม่ในเมืองรอง + โครงข่ายรถไฟความเร็วสูง

    ซอฟต์แวร์ & บริการ: ระบบชำระเงินดิจิทัล (FinTech) + แพลตฟอร์มท่องเที่ยวและ OTA ยักษ์ใหญ่ + ซัพพลายเชนโรงแรมและบริการที่ได้มาตรฐาน

    เมื่อเครื่องบิน C919 ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในสายการบินในประเทศ ต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) ของสายการบินจีนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เมืองรอง (Tier 2-3 Cities) ในจีนสามารถเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมโยงกันเองและบินสู่นานาชาติได้ง่ายขึ้น เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวป้อนเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    3. กระบวนทัศน์ใหม่ “Two-Way Tourism” : เลิกเป็นผู้ซื้อ-ผู้ขาย แต่เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์”

    ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนตั้งอยู่บนสมการแบบดั้งเดิม คือการทำตลาดเพื่อดึงคนจีนมาเที่ยวเมืองไทย (Inbound) ซึ่งเป็นกรอบคิดแบบ “ผู้ซื้อ-ผู้ขาย” แต่ในโลกการค้ายุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Eurasian Tourism Economy Corridor กรอบคิดนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

    แนวคิด Thai–China Two-Way Tourism ที่ ATTA และ ททท. พยายามผลักดัน คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” (Strategic Partner)

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    จุดแข็งของจีน

    – ขนาดตลาดมหึมา (Scale)

    – เทคโนโลยีการบริหารจัดการและ FinTech

    – โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมที่ทรงพลัง

    – เครือข่ายสายการบินที่ครอบคลุม

    จุดแข็งของประเทศไทย

    – ศักยภาพด้านงานบริการ (Hospitality)

    – การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Wellness)

    – สินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและ Soft Power

    – ชัยภูมิการเป็นศูนย์กลาง (Gateway) ของอาเซียน

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    การนำข้อได้เปรียบที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Complementary Advantages) มาชนกัน จะช่วยให้เกิดการร่วมทุน การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคพื้นทวีป 

    และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว (TravelTech) ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสูงกว่าการนั่งรอโควตานักท่องเที่ยวแบบเดิม

    4. ยุทธศาสตร์ 5 ด้านที่ประเทศไทยต้องเร่งลงมือ

    เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเกาะเกาะไปกับคลื่นลูกใหม่ของเศรษฐกิจสายไหมนี้ได้ ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5 มิติอย่างเร่งด่วน:

    Strategic Alliance: สร้างพันธมิตรเชิงนโยบายและการค้ากับมณฑลในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนโดยตรง ไม่พึ่งพาเพียงแค่เอเจนซี่จากหัวเมืองใหญ่ทางตะวันออก

    Aviation Connectivity: สนับสนุนสายการบินในการเปิดรูทบินตรง (Direct Flight) ระหว่างเมืองหลักของไทยกับ Aviation Hub เกิดใหม่ เช่น อูรูมุฉี และหลานโจว เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    Product Tailoring: พัฒนาและออกแบบสินค้าบริการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เช่น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical & Wellness) และมรดกวัฒนธรรม เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงจากจีนตะวันตกและเอเชียกลาง

    Data-Driven & Tourism Intelligence: ยกระดับการใช้ Big Data และระบบข้อมูลอัจฉริยะเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการวางแผนเดินทาง เพื่อให้การทำการตลาดแม่นยำ (Precision Marketing)

    ASEAN Gateway: วางบทบาทประเทศไทยให้เป็น “ประตูสู่อาเซียน” สำหรับนักท่องเที่ยวจากเส้นทางสายไหมเหนือ โดยใช้ไทยเป็นจุดกระจายตัวเดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนแบบไร้รอยต่อ

    บทสรุปวิสัยทัศน์

    การเดินทาง 11 วันบนเส้นทางสายไหมยุคใหม่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โลกกำลังเคลื่อนย้ายศูนย์กลางเศรษฐกิจจาก Atlantic Economy มาสู่ Eurasian Economy และจีนกำลังเปลี่ยนผ่านตัวเองจากมหาอำนาจทางการผลิต สู่การเป็น “มหาอำนาจด้านการเดินทางและการเชื่อมโยงโลก”

    Roadshow ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมการตลาดเพื่อหาตัวเลขนักท่องเที่ยวในงบประมาณประจำปี แต่คือการปักหมุดและวางรากฐานความร่วมมือระยะยาว 10–20 ปีข้างหน้า 

    เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากประเทศที่เป็นเพียง “จุดหมายปลายทาง” (Destination) ให้กลายมาเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ส่วนสำคัญ” ในห่วงโซ่เศรษฐกิจการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของโลกศตวรรษที่ 21 ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/743437&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eOslNZAPeaV8fWYP_pugj

  • CEO Survey แนะรัฐใช้เงินกู้ สร้างผลคูณทางเศรษฐกิจ : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 5 มิ.ย.69

    CEO Survey แนะรัฐใช้เงินกู้ สร้างผลคูณทางเศรษฐกิจ : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 5 มิ.ย.69

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@news1_live

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/6ZCOpQ0uIIs&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KmP3C1dftwUvaGxCMdL1T

  • เบตงติดตาม “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดขายพุ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนคึกคัก | TOPNEWS

    เบตงติดตาม “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดขายพุ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนคึกคัก | TOPNEWS

    วันที่ 5 มิ.ย. 2569 นายอำเภอเบตงลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา พร้อมนำคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการใช้สิทธิ์ของพ่อค้า แม่ค้า และผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็น อำนวยความสะดวก และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการแก่ประชาชน โดยมีการพูดคุยสอบถามปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีร้านค้าในตลาดสดและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่สะท้อนตรงกันว่า หลังเข้าร่วมโครงการ ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้รายได้ดีขึ้น และช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนมีความคึกคักมากขึ้น

    นอกจากนี้ ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการยังแสดงความพึงพอใจและขอบคุณภาครัฐที่จัดทำมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว พร้อมหวังว่าจะมีโครงการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยในระยะยาว ทั้งนี้ นายอำเภอเบตงได้เชิญชวนร้านค้าและประชาชนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมหรือยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ตามโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างสภาพคล่องทางการเงิน และเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างยั่งยืน.

    เจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ยะลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1593969&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hiz0UZQAsznqjV3ZIyPem

  • รองผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนฉิม ต่อยอดท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้สู่ชุมชน | เดลินิวส์

    รองผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนฉิม ต่อยอดท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้สู่ชุมชน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ณ วิสาหกิจชุมชนฉิม ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิสาหกิจชุมชนฉิม โดยมีนายมิตร ยอดทอง เกษตรจังหวัดสตูล พร้อมด้วยเกษตรอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่

    โอกาสนี้ คณะได้เยี่ยมชม “ร้านฉิม” ภายใต้แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิสาหกิจชุมชนฉิม ซึ่งมีนายชยพัทธ์ หล่อสุพรรณพร เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตั้งอยู่เลขที่ 79 หมู่ 4 ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล โดยเป็นหนึ่งในเครือข่ายอุทยานธรณีโลกสตูลที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ “ชม ชิม ช้อป” ผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพ ทั้งเมล่อนจีโอปาร์ค มะเขือเทศ และผักสดจากฟาร์ม พร้อมเรียนรู้กระบวนการผลิตและการเกษตรสมัยใหม่อย่างใกล้ชิด

    สำหรับจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ คือ “เมล่อนจีโอปาร์ค (Melon Geo Park)” ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการสร้างลวดลายบนผิวเมล่อนในช่วง 10-15 วันหลังการผสมเกสร จนเกิดเป็นลายนูนรูปสัญลักษณ์ “Geo Park” เชื่อมโยงเรื่องราวและอัตลักษณ์ของอุทยานธรณีโลกสตูล สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมเชิงเกษตรหลากหลาย อาทิ การเรียนรู้เทคนิคการปลูกพืชไร้ดิน การตัดเมล่อนจากต้นตามฤดูกาล การเก็บมะเขือเทศเชอร์รี่ รวมถึงถ่ายภาพกับจุดเช็กอินภายในฟาร์มที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม พร้อมพักผ่อนที่ “ฉิมเมล่อนคาเฟ่” ซึ่งให้บริการเมนูพิเศษจากเมล่อนสด อาทิ กาแฟเมล่อน ไอศกรีมเมล่อน และเครื่องดื่มสูตรเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ของฟาร์ม

    อีกทั้งวิสาหกิจชุมชนฉิมยังได้รับการรับรองมาตรฐานหลายด้าน ทั้งมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตร มาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 5 ดาว สำหรับเมล่อนจีโอปาร์คและแยมเมล่อน มาตรฐาน มอก. เอส (209-2565) ด้านการบริการกิจกรรมเชิงเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว รวมถึงได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมจาก Carbon Footprint และโครงการ LESS ด้านการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก

    ปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชนฉิมมีผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ เมล่อนญี่ปุ่นแบรนด์ “ฉิม” ที่มีความหวานไม่ต่ำกว่า 13 องศาบริกซ์ ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์หลากหลายชนิด มะเขือเทศเชอร์รี่ ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น แยมเมล่อน เมล่อนไซเดอร์ และไวน์เมล่อน พร้อมให้บริการเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร จุดเช็กอินท่องเที่ยว และร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนคุณภาพ สร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดสตูลอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5920441/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hj1Rw8IP_dtSWS79xafYC

  • เปิดโลเคชัน เที่ยวฤดูฝน 4 ภาค ตามรอยลิซ่า ชวนสัมผัสความรู้สึกเมืองไทยในมุมมองใหม่

    เปิดโลเคชัน เที่ยวฤดูฝน 4 ภาค ตามรอยลิซ่า ชวนสัมผัสความรู้สึกเมืองไทยในมุมมองใหม่

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนคนชอบเดินทางออกไปสัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวไทย 4 ภาคผ่านแคมเปญล่าสุด “feel all the feelings” เปิดหัวใจรับทุกความรู้สึกเพื่อค้นพบความ Amazing Thailand กับหลากหลายสถานที่สวยงาม  พร้อมดื่มด่ำประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยมุมมองใหม่ที่รอให้ทุกคนออกไปสัมผัสคุณค่า ความหมาย และความประทับใจด้วยตนเองในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ธรรมชาติจะมีความสวยงาม อบอุ่น และเต็มไปด้วยชีวิตชีวาเป็นพิเศษ 

    การเดินทางครั้งนี้ยังได้ “ลิซ่า” มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองไทยในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นประเทศไทยในมุมที่เข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกมากขึ้นในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะภาคเหนือ อีสาน กลาง หรือใต้ ทุกที่ไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว แต่คือสถานที่ที่ผู้คนสามารถออกไปค้นพบเรื่องราว ความประทับใจ และช่วงเวลาที่มีความหมายของตัวเองได้ในทุกการเดินทาง

    โลเคชันที่เที่ยวฤดูฝน 4 ภาค ตามรอยลิซ่า

    สัมผัสความเย็นสบายท่ามกลางสายหมอกใน “ภาคเหนือ”

    เริ่มต้นปล่อยใจไปกับความเขียวขจีและความเย็นสดชื่นในภาคเหนือ ปักหมุดแรกที่ ภูลังกา จังหวัดพะเยา จุดหมายปลายทางของคนรักทะเลหมอกยามเช้าที่โอบล้อมด้วยขุนเขาสลับซับซ้อนราวกับความฝัน 

    จากนั้นเดินทางไปสัมผัสความขลังและงดงามทางประวัติศาสตร์ที่ วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่สายฝนโปรยปรายเบาๆ ก้อนอิฐเก่าแก่สีเข้มตัดกับท้องฟ้าหม่นกลายเป็นเสน่ห์อันเงียบสงบ 

    ต่อด้วยความสวยงามแปลกตาของ เจดีย์ลอยฟ้า วัดพุทธบาทสุทธาวาส จังหวัดลำปาง ที่ตั้งเรียงรายอยู่บนยอดเขาท่ามกลางสายหมอกสุดลูกหูลูกตาเหมือนหลุดมาจากป่าในป่าแฟนตาซี แล้วแวะไปจิบชาร้อนชมลอนใบชาสีเขียวขจีที่ทอดยาวตามเนินเขาในฤดูฝนที่ ไร่ชา จังหวัดเชียงราย ก่อนจะไปใช้ชีวิตให้ช้าลงที่หมู่บ้านดินริมทะเลสาบกลางหุบเขาอย่าง บ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมืองเล็กในนิทานที่ใครได้ไปก็ยากจะลืม

    ค้นพบความมหัศจรรย์สไตล์ “ภาคอีสาน”

    สำหรับใครที่อยากสัมผัสความตระการตาอันเป็นเอกลักษณ์ของธรรมชาติ ในวันที่ดอกบัวเบ่งบานเต็มผืนน้ำ ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี คือภาพความงดงามที่เรือเล็กจะค่อยๆ ล่องผ่านทะเลดอกไม้สีชมพูสุดสายตาท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า เป็นโมเมนต์ที่ทั้งเงียบสงบและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน หรือจะเลือกไปตื่นตากับลวดลายหินธรรมชาติกลางลำน้ำโขงที่ สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี แอ่งหินนับพันที่ถูกสายน้ำกัดเซาะจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตา สะท้อนความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติไทยได้อย่างน่าอัศจรรย์

    เสพงานศิลป์และธรรมชาติหลากสไตล์ใน “ภาคกลาง”

    ในส่วนของภาคกลาง นำเสนอการท่องเที่ยวที่งดงามเหนือกาลเวลา เริ่มด้วยความวิจิตรของพระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงไฟโทนอุ่นที่สาดส่องกระทบองค์พระปรางค์พร้อมเงาสะท้อนระยิบระยับบนผืนน้ำเจ้าพระยา 

    ช่วยเติมเสน่ห์ให้บรรยากาศริมแม่น้ำงดงามราวภาพวาด และไปเยียวยาความเหนื่อยล้าด้วยเสียงธรรมชาติของ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงหน้าฝนที่สายน้ำสีฟ้าใสไหลเต็มชั้นท่ามกลางผืนป่าเขียวชอุ่มที่จะกลายเป็นเสียงธรรมชาติช่วยบำบัดความล้าได้ดีที่สุด

    ปล่อยใจไปกับทะเลและผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ใน “ภาคใต้”

    ล่องใต้ไปสัมผัสความเงียบสงบอันงดงามของสันทรายสีขาวทอดยาวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวที่ แหลมหาด เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ซึ่งเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ พายเรือคายัค และนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินสุดโรแมนติก แล้วปิดทริปอย่างสมบูรณ์แบบด้วยผืนป่าฝนโบราณล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนสูงตระหง่านและทะเลสาบสีมรกตที่ อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดินแดนที่สายหมอกจะลอยเหนือผืนน้ำในยามเช้าตรู่ ซึ่งช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงเวลาที่สวยงามเป็นพิเศษสำหรับการล่องเรือชมวิวเหนือเขื่อนในบรรยากาศเขียวชอุ่ม เที่ยวชมน้ำตกภายในอุทยาน หรือนอนพักผ่อนบนแพกลางน้ำเพื่อรับความสดชื่นจากธรรมชาติ

    นอกจากการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเต็มอิ่มกับทุกอารมณ์แล้ว แคมเปญนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ “Feel All the feelings, Seeking Thailand’s Wonders” ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกด้วย กิจกรรมทั้งหมดนี้สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

    ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2937428&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TZ3_AKrj-wPzJyj_56fAS

  • โยธาฯ โคราช สั่งชะลอโครงการพัฒนา “น้ำผุด เขาใหญ่” หลังเจอกระแสต้าน | one31.co.th

    โยธาฯ โคราช สั่งชะลอโครงการพัฒนา “น้ำผุด เขาใหญ่” หลังเจอกระแสต้าน | one31.co.th

    บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด
    อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส 50 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)
    แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

    บริษัทในเครือ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
    www.theoneenterprise.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.one31.net/news/detail/79290&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sesMzayP39am3K5ETzhs8

  • หัวหินคึกคัก “สุวัจน์” เปิดงานกาชาดครั้งที่ 28 กระตุ้นท่องเที่ยว-ช่วยสาธารณกุศล

    หัวหินคึกคัก “สุวัจน์” เปิดงานกาชาดครั้งที่ 28 กระตุ้นท่องเที่ยว-ช่วยสาธารณกุศล

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/152276&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I46BioiXil8xAIktfiAJi

  • ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    11 วันบนเส้นทางสายไหมใหม่: บทเรียนจาก Urumqi–Lanzhou สู่อนาคตเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย-จีน

    โดย ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)

    การเดินทางระยะเวลา 11 วันของคณะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) บนเส้นทางยุทธศาสตร์ อูรูมุฉี–ตุนหวง–เจียอวี้กวน–จางเย่–หลานโจว ครอบคลุมพื้นที่มณฑลซินเจียงและกานซู่

     หมุดหมายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรม Roadshow เพื่อจับคู่ธุรกิจ (B2B) หรือการกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นตามปกติ หากแต่เป็นเซสชันสำคัญในการถอดรหัสภาพอนาคตของระบบเศรษฐกิจการเดินทางโลก (Global Mobility Economy) 

    และการกำหนดตำแหน่งแห่งที่ (Positioning) ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอีก 10–20 ปีข้างหน้า
     

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    เมื่อพิจารณาผ่านแว่นตาการวิเคราะห์ทางธุรกิจ การขยับตัวของจีนในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือครั้งนี้สะท้อนภาพการเชื่อมโยงของ 4 มิติหลักที่แยกกันไม่ออก 

    นั่นคือ ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) + การบิน (Aviation) + การท่องเที่ยว (Tourism) + เศรษฐกิจภูมิภาค (Regional Economy) ซึ่งกำลังจะกลายมาเป็นสมการใหม่ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยต้องทำความเข้าใจ

    1. ห่วงโซ่อุปทานใหม่: จากดินแดนไร้ทะเล สู่ประตูเชื่อมยูเรเซีย

    ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เม็ดเงินและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีนกระจุกตัวอยู่แถบชายฝั่งตะวันออก (ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กวางโจว) 

    แต่ภายใต้ยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) รัฐบาลจีนได้ทำการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ครั้งใหญ่ 

    ยกระดับให้ซินเจียงและกานซู่กลายเป็นประตูหน้าด่านหลักในการเชื่อมต่อภาคพื้นทวีป

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    โดยเฉพาะ “อูรูมุฉี” (Urumqi) ที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และศูนย์โลจิสติกส์ระดับภูมิภาคที่เชื่อมต่อไปยังกลุ่มประเทศสถาปัตยกรรมเศรษฐกิจใหม่ 

    อาทิ คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน, คีร์กีซสถาน, ทาจิกิสถาน รวมถึงรัสเซียและยุโรปตะวันออก

    มุมมองเชิงธุรกิจ: สำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย เราไม่ได้กำลังมองแค่ตลาดซินเจียงที่มีประชากร 25 ล้านคนอีกต่อไป 

    แต่เรากำลังมองหาลู่ทางเข้าสู่ตลาดประชากรระดับ “หลายร้อยล้านคน” 

    ในแถบยูเรเซียผ่านประตูบานใหม่นี้ นี่คือการขยายฐานลูกค้านักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง (High-spending target) ที่น่าจับตา ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    2. โมเดลนิเวศวิทยาการเดินทาง (Tourism Ecosystem) และการปฏิวัติด้วย C919

    บทเรียนราคาแพงที่ผู้กำหนดนโยบายและเอกชนไทยต้องเรียนรู้จากจีน คือการที่เขาไม่เคยแยก “อุตสาหกรรมการบิน” ออกจาก “ภาคการท่องเที่ยว” 

    จีนไม่ได้สร้างเครื่องบินพาณิชย์ขนาดกลางอย่าง C919 หรือเครื่องบินลำตัวกว้าง C929 เพียงเพื่อไปแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Boeing หรือ Airbus ในเชิงพาณิชย์เท่านั้น 

    แต่เป็นการสร้าง ระบบนิเวศท่องเที่ยวแห่งชาติ (National Tourism Ecosystem) ที่เบ็ดเสร็จในตัวเอง

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    จีนกำลังร้อยเรียงจิ๊กซอว์ทางธุรกิจเข้าด้วยกัน

    ฮาร์ดแวร์: เครื่องบินที่ผลิตเอง + สนามบินเกิดใหม่ในเมืองรอง + โครงข่ายรถไฟความเร็วสูง

    ซอฟต์แวร์ & บริการ: ระบบชำระเงินดิจิทัล (FinTech) + แพลตฟอร์มท่องเที่ยวและ OTA ยักษ์ใหญ่ + ซัพพลายเชนโรงแรมและบริการที่ได้มาตรฐาน

    เมื่อเครื่องบิน C919 ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในสายการบินในประเทศ ต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) ของสายการบินจีนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เมืองรอง (Tier 2-3 Cities) ในจีนสามารถเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมโยงกันเองและบินสู่นานาชาติได้ง่ายขึ้น เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวป้อนเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    3. กระบวนทัศน์ใหม่ “Two-Way Tourism” : เลิกเป็นผู้ซื้อ-ผู้ขาย แต่เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์”

    ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนตั้งอยู่บนสมการแบบดั้งเดิม คือการทำตลาดเพื่อดึงคนจีนมาเที่ยวเมืองไทย (Inbound) ซึ่งเป็นกรอบคิดแบบ “ผู้ซื้อ-ผู้ขาย” แต่ในโลกการค้ายุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Eurasian Tourism Economy Corridor กรอบคิดนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

    แนวคิด Thai–China Two-Way Tourism ที่ ATTA และ ททท. พยายามผลักดัน คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” (Strategic Partner)

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    จุดแข็งของจีน

    – ขนาดตลาดมหึมา (Scale)

    – เทคโนโลยีการบริหารจัดการและ FinTech

    – โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมที่ทรงพลัง

    – เครือข่ายสายการบินที่ครอบคลุม

    จุดแข็งของประเทศไทย

    – ศักยภาพด้านงานบริการ (Hospitality)

    – การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Wellness)

    – สินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและ Soft Power

    – ชัยภูมิการเป็นศูนย์กลาง (Gateway) ของอาเซียน

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    การนำข้อได้เปรียบที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Complementary Advantages) มาชนกัน จะช่วยให้เกิดการร่วมทุน การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคพื้นทวีป 

    และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว (TravelTech) ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสูงกว่าการนั่งรอโควตานักท่องเที่ยวแบบเดิม

    4. ยุทธศาสตร์ 5 ด้านที่ประเทศไทยต้องเร่งลงมือ

    เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเกาะเกาะไปกับคลื่นลูกใหม่ของเศรษฐกิจสายไหมนี้ได้ ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5 มิติอย่างเร่งด่วน:

    Strategic Alliance: สร้างพันธมิตรเชิงนโยบายและการค้ากับมณฑลในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนโดยตรง ไม่พึ่งพาเพียงแค่เอเจนซี่จากหัวเมืองใหญ่ทางตะวันออก

    Aviation Connectivity: สนับสนุนสายการบินในการเปิดรูทบินตรง (Direct Flight) ระหว่างเมืองหลักของไทยกับ Aviation Hub เกิดใหม่ เช่น อูรูมุฉี และหลานโจว เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง

    ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    Product Tailoring: พัฒนาและออกแบบสินค้าบริการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เช่น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical & Wellness) และมรดกวัฒนธรรม เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงจากจีนตะวันตกและเอเชียกลาง

    Data-Driven & Tourism Intelligence: ยกระดับการใช้ Big Data และระบบข้อมูลอัจฉริยะเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการวางแผนเดินทาง เพื่อให้การทำการตลาดแม่นยำ (Precision Marketing)

    ASEAN Gateway: วางบทบาทประเทศไทยให้เป็น “ประตูสู่อาเซียน” สำหรับนักท่องเที่ยวจากเส้นทางสายไหมเหนือ โดยใช้ไทยเป็นจุดกระจายตัวเดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนแบบไร้รอยต่อ

    บทสรุปวิสัยทัศน์

    การเดินทาง 11 วันบนเส้นทางสายไหมยุคใหม่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โลกกำลังเคลื่อนย้ายศูนย์กลางเศรษฐกิจจาก Atlantic Economy มาสู่ Eurasian Economy และจีนกำลังเปลี่ยนผ่านตัวเองจากมหาอำนาจทางการผลิต สู่การเป็น “มหาอำนาจด้านการเดินทางและการเชื่อมโยงโลก”

    Roadshow ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมการตลาดเพื่อหาตัวเลขนักท่องเที่ยวในงบประมาณประจำปี แต่คือการปักหมุดและวางรากฐานความร่วมมือระยะยาว 10–20 ปีข้างหน้า 

    เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากประเทศที่เป็นเพียง “จุดหมายปลายทาง” (Destination) ให้กลายมาเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ส่วนสำคัญ” ในห่วงโซ่เศรษฐกิจการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของโลกศตวรรษที่ 21 ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/743437&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eOslNZAPeaV8fWYP_pugj

  • อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยเยาวราช ชูนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว แฟนคลับวัยรุ่นขอถ่ายรูปเพียบ

    อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยเยาวราช ชูนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว แฟนคลับวัยรุ่นขอถ่ายรูปเพียบ

    อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยเยาวราช ชูนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่าน BKK App แนะนำนักท่องเที่ยว-บอกค่าฝุ่น ขณะที่แฟนคลับวัยรุ่นขอถ่ายรูปเพียบ

    เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน  ที่ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารพรรคฯ อาทิ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 2 เขตสัมพันธวงศ์ ลงพื้นที่หาเสียง บนถนนเยาวราช

    โดยบรรยากาศหาเสียงนายอนุชาและผู้บริหารพรรคฯเป็นไปอย่างคึกคัก ได้พบปะพูดคุยกับประชาชน พ่อค้า แม่ค้า และนักท่องเที่ยว พร้อมเยี่ยมเยือน ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านทอง ที่อยู่บนถนนเยาวราช ซึ่งประชาชนพ่อค้า แม่ค้า ให้การต้อนรับ คึกคัก อีกทั้งยังนำสินค้า และผลิตภัณฑ์มาให้ชิม และยังมีกลุ่มแฟนคลับที่เป็นวัยรุ่นมาขอถ่ายรูป พร้อมบอกเลือกเบอร์ 5

    ด้านนายอนุชา กล่าวว่า เยาวราชถือเป็นแหล่งท่องเทึ่ยวสำคัญ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็มีนโยบายที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวคือ BKK App เป็นแอปเพื่อการแนะนำนักท่องเที่ยวว่า มีแหล่งท่องเที่ยวที่ไหน โซนไหน มีกฎอย่างไรบ้าง และยังจัดทำ App BKK Connect เพื่อรวบรวมทุกบริการของกทม. เช่น ดูค่าฝุ่น PM 2.5 เช็คเวลา ขนส่งสาธารณะ (ล้อ ราง เรือ) เช็คเวลาเดินรถขนส่งสาธารณะ จองการบริการจากสำนักงานเขตขอดูกล้อง CCTV อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5749567&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zZeRWzxEN9tJ388-6hb2E