เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจต้องมีภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือทั้งในด้านวิชาชีพ และ แนวทางการบริหารเชิงนโยบายทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับงาน 3 เรื่องเร่งด่วนในช่วงรัฐบาล 4 เดือน ที่ภาคเอกชนอยากเห็น คือ 1.งานสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 2. นโยบายการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา 3.นโยบายการปราบปรามคดีอาชญากรรม และมาตรการความปลอดภัยทั้งประชาชนไทยและนักท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรม
ขณะที่ความคาดหวังของเอกชน คือ อยากได้รัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ความเป็นเอกภาพของทีมเศรษฐกิจ มาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง และการดูแลค่าเงินบาทให้ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว และส่งออก
ในส่วนของ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องการ คนที่มีประสบการณ์และไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้งาน ขอเสนอเป็น ท่าน นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีอยู่มา 4 ปี ทั้งรมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรมว.กระทรวงแรงงาน ซึ่งรัฐบาลนี้มีเวลาเพียง 4 เดือนในการทำงาน ดังนั้นต้องการให้คนที่มีประสบการณ์ และ เข้าใจกลไกที่ดีมาทำงานได้ทันที
การท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงอยากได้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาบริหารงานได้เลย และเป็นพรรคเดียวกับนายกมนตรี ก็จะทำให้การทำงานกันได้ง่ายขึ้น และ รมว.ท่องเที่ยวฯ จะต้องมีความเป็นเอกภาพกับรมว.คลัง ทีมรัฐบาลจะต้องเป็นทีมเดียวกัน เพื่อให้ขับเคชื่อนนโยบายไปต่อได้
ขณะเดียวกันโจทย์ท้าทายที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ และรมว.คลัง จะต้องเร่งแก้คือเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการยกระดับความเชื่อมั่นบนเวทีนานาชาติ โดยการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการเพื่อ
วันนี้สิ่งรัฐบาลไทยอ่อนแอคือ เพราะในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งสมัยท่าน ปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ ตอนนั้น ทำไว้ได้ดี และเมื่อปรับ ครม. เปรียบ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่เป็นท่าน มาริษ เสงี่ยมพงษ์ บทบาทในเวทีต่างประเทศของไทยก็ดรอปลง ทำให้ไทยเสียเปรียบในช่วงของการมีปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชา เพราะกัมพูชาเขาเดินทางไปคุยกับนานาชาติในเวทีใหญ่ ขณะที่ไทยเป็นรองเขา
ดังนั้นสิ่งนี้ถึงเวลาที่ไทยต้องกลับมาวางแผนให้ดี และเลือกคนที่จะมานั่ง รมว.ต่างประเทศ ที่เก่งและมีความรู้มีประสบการณ์ก็จะมีผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีนัยยะสำคัญ
อย่างไรก็ดี หากได้รัฐบาล รัฐมนตรี ที่มีความรู้ ประสบการณ์ เชี่ยวชาญ เข้ามาไม่ต้องตั้งหลักสามารถทำงานได้เลย เชื่อว่า 4 เดือนนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและวางโครงสร้างเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลังยุบสภารัฐบาลก็ต้องบริหารงานต่ออีก 2-3 เดือน เป็นอย่างน้อย ระหว่างที่รอรัฐบาลใหม่ ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในปีหน้าคาดการณ์ว่าจะดีกว่าปีนี้ แต่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย คดีอาชญากรรม และยาเสพติดให้ดีขึ้น พร้อมยกระดับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น
อีกทั้งปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้ไทยเสียโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยต่อเวทีโลก รวมถึงพิธีฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ที่จีนจัดขึ้น
เพราะในงานนั้นหลายประเทศได้มีโอกาสในการแสดงวิสัยทัศน์และความร่วมมือกับจีน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซี เป็นต้น แม้จะใช้เวลาไม่นานแต่มีคนจีนดูหลักพันล้านคน ซึ่งเป็นโออาสที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่ไม่มีตัวแทนรัฐบาลไทยไปปรากฏตัวในเวทีนี้ นายอดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/638050&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L2pJhJi_leqQ7PUZmSnVb
