ต้นกุมภาฯ อีจัน เผยแพร่เมื่อ : 9 ธ.ค. 2568, 15:14 1
วันนี้ (9 ธ.ค.68) นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยถึงความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจลดลงไปมาก คงไม่ได้สร้างความกังวลมากขึ้น แต่ผลกระทบจากการปิดด่านทำให้สินค้าและบริการบางประเภทที่คนยังมีความต้องการซื้อ แต่ติดปัญหาเรื่องการปิดด่าน เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น
“ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จะส่งผลต่อการเจรจากับภาษีทรัมป์ ที่ไทยกำลังดำเนินการอยู่นั้น จริงๆ ปัญหาคือกัมพูชาเป็นผู้เริ่มก่อเหตุ เรื่องนี้ยังต้องคุยกัน เป็นความเสี่ยงในอนาคต ซึ่งทีมเจรจากังวลเรื่องอื่นๆ มากกว่า เช่น การเปิดตลาดใหม่ๆ“
รวมถึงส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ที่แม้การปะทะจะไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ภาพรวมทำให้ชาวต่างชาติยกเลิกการเข้ามาท่องเที่ยวในไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 เพราะเกิดความไม่สงบภายในประเทศ ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนจะกลับเข้าไทยมากขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความรู้สึกต่อความปลอดภัยในประเทศ เช่น เรื่องสแกมเมอร์ที่ต้องจัดการให้เด็ดขาด
นายบุรินทร์กล่าวว่า คาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.6% เทียบกับที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.0% ในปี 2568 จากอุปสงค์ต่างประเทศและในประเทศที่ชะลอลง ส่งออกสินค้าของไทยในปี 2569 คาดว่าจะหดตัวส่งผลทำให้แรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยลดลง การท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะที่การบริโภคของครัวเรือนได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ลดลงตามข้อจำกัดทางการคลัง
ด้านมาตรการของรัฐบาล เช่น คนละครึ่งพลัส การกระตุ้นภาคท่องเที่ยว สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ราว 0.1-0.2% อย่างไรก็ตาม เนื่องจากงบประมาณมีอย่างจำกัด ทำให้การส่งผ่านไปสู่เศรษฐกิจอาจต้องมีรัฐบาลใหม่ในปี 2569 ในเรื่องการอนุมัติงบฯ
“ปัญหาน้ำท่วม มีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2568 อาจจะลดลงเล็กน้อย สำหรับพื้นที่ภาคใต้จีดีพีจะลดลงไม่มาก อาจจะมีผลต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องในภาคท่องเที่ยว เพราะอาจจะมีกลุ่มฝนตกอีกระลอกหนึ่ง”
นายบุรินทร์กล่าวว่า ปัจจัยห่วงที่สุดในปี 2569 เรื่องการยุบสภา และนโยบายรัฐบาลใหม่ ซึ่งต้องติดตามความต่อเนื่องของนโยบายจะเป็นอย่างไร สำหรับนโยบายที่อยากเห็นจากรัฐบาลใหม่คือนโยบายที่ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องมีการรื้อระบบ และการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมาย จัดการเรื่องแรงจูงใจในการลงทุนในไทย แม้รัฐบาลจะจัดการต่อเนื่องแต่ยังคงไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ อยากให้ดึงคนมีคุณภาพจากต่างประเทศเข้าในประเทศไทย เพราะขณะนี้ไทยประสบปัญหาด้านทรัพยากรบุคคล และผลิตบุคคลขึ้นมาไม่ทันต่องานที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งไทยอาจไปแก้ไขเรื่องภาษีบุคคลให้ทัดเทียมเพื่อนบ้าน เช่น ดูไบ สิงคโปร์ ถ้าสามารถดึงคนมีศักยภาพเข้ามาได้จะช่วยสนับสนุนให้ความต้องการด้านอสังหาริมทรัพย์ และการทำธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ๆ
“เศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัวได้ 2% และปี 2569 ขยับลดลง 1.6% สำหรับปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจคือนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บภาษีในหลายประเทศมากขึ้น ซึ่งของประเทศไทยโดนเก็บภาษีที่ 19% สินค้าที่ยังส่งออกได้ดีคือสินค้าที่เกี่ยวกับ AI”
ทั้งนี้ เศรษฐกิจปี 2569 ปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจคือความไม่แน่นอนของหารเมือง อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวลง ปัญหาน้ำท่วม เป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบายได้อีก 1 ครั้งในปี 2568 และลดอีกครั้งช่วงต้นปี 2569
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ejan.co/economics/4yygkpnww7lj&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xIWXdFT9wHJAcEQEuazWr
