แนวชายแดนไทย–กัมพูชา กำลังจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลประกาศเปิดตัวโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” นโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงรุกที่มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นในพื้นที่ชายแดน หลังสถานการณ์ข้อพิพาทและปัญหาเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อมานานได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและชุมชนในวงกว้าง
โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้การขับเคลื่อนของรัฐบาลและ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการพลังกัน เพื่อใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยพลังแห่งการเดินทาง
“เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ถือเป็นโครงการนำร่องที่ตั้งเป้ากระตุ้นการท่องเที่ยวใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด โดยเน้นการเดินทางในรูปแบบ Group Tour ผ่านบริษัทนำเที่ยว เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่อย่างทั่วถึง ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นที่ซ่อนเสน่ห์ไม่แพ้เมืองใหญ่
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักให้กับบริษัทนำเที่ยวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อจูงใจให้เกิดการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เที่ยวข้ามจังหวัด – พักค้างคืน – เงินสะพัดกว่า 90 ล้านบาท
หนึ่งในไฮไลต์ของโครงการคือ การสนับสนุนค่าใช้จ่าย ค่าที่พักคืนละ 300 บาท สำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดที่มีการพักค้างอย่างน้อย 1 คืน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในพื้นที่มากขึ้น ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่นอย่างแท้จริง
รัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในระบบไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในด้านแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง อาหาร ของที่ระลึก และกิจกรรมในชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และการจ้างงานให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ชายแดน
ท่องเที่ยวเชื่อมโยง เปิดมุมมองใหม่ของสองภูมิภาค
การเดินทางภายใต้โครงการนี้ไม่ใช่แค่ “เที่ยวสนุก” แต่ยังเป็นการ “เรียนรู้และเชื่อมโยงวัฒนธรรม” ของสองภูมิภาคที่มีความหลากหลายและน่าหลงใหลอย่างยิ่ง จากตราดและจันทบุรี ที่มีเสน่ห์ของทะเลตะวันออก สวนผลไม้ และวัฒนธรรมชาวประมง สู่บุรีรัมย์และสุรินทร์ เมืองแห่งอารยธรรมขอมโบราณ สนามแข่งระดับโลก และเสน่ห์ชุมชนช้างไปจนถึง อุบลราชธานีและศรีสะเกษที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามเก่าแก่และธรรมชาติชายแดนที่เงียบสงบ
การเดินทางในเส้นทางนี้จึงไม่เพียงเติมเต็มความสุขของนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วย “เปิดตลาดใหม่” ให้กับท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ชายแดนที่มีศักยภาพในการเป็นจุดแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา
เริ่ม 15 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป – สิทธิ์รวม 10,000 คน
โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” จะเริ่มเปิดให้เดินทางตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป โดยมีจำนวนสิทธิ์รวม 10,000 คน สำหรับผู้ที่เข้าร่วมผ่านบริษัทนำเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจาก ททท. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้บริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน เข้ามายื่นคำขอรับการสนับสนุนได้ผ่าน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1672 Travel Buddy
มากกว่าการท่องเที่ยว คือการ “คืนชีวิตให้ชุมชน”
เบื้องหลังโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการกระตุ้นการเดินทาง แต่คือการ “คืนรอยยิ้ม” ให้กับผู้คนในพื้นที่ชายแดนที่เคยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา การที่นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนอีกครั้งหมายถึงโอกาสใหม่ๆ สำหรับร้านอาหารเล็กๆ โรงแรมท้องถิ่น คนขับรถนำเที่ยว และช่างฝีมือในชุมชนที่รอวันได้กลับมามีรายได้
โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” จึงเปรียบเหมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงความคึกคักนักท่องเที่ยว แต่ยังมีความหวังของคนในท้องถิ่นที่รอคอยให้เศรษฐกิจกลับฟื้นคืนมาด้วย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/732714&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0udsBc_fe6ITzOpV4GR83U
