ทกจ.เชียงใหม่ เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเป็นมิตรต่อนทท.มุสลิม  | เดลินิวส์

ทกจเชียงใหม่-เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเป็นมิตรต่อนทท.มุสลิม -|-เดลินิวส์

ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.ลำพูน นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  พานำชมโคมแสนดวงที่ลานวัดทั้งหมดสวยงามมาก และวันนี้ทางคณะสื่อมวลชนได้ร่วมกิจกรรมเดินทางไปตามเส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 (ลำพูน-ลำปาง) ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนา Soft Power เพื่อเป็นต้นทุนพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ระหว่างวันที่ 4-5 ต.ค.68 โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อนำเสนอข่าว

นอกจากพาชมความสวยงามของโคมแสนดวงที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหารแล้ว จากนั้นเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุณไชย อยู่กลางเมืองลำพูน ที่มีความโดดเด่นคือเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งแรกของภาคเหนือ เปิดเมื่อปี พ.ศ.2522 เป็นต้นมา ก่อนนั้นใช้วัดเป็นที่รวบรวมศิลาจารึก โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาต่างๆไว้ก่อน แล้วย้ายมาไว้ที่แห่งนี้

ใกล้กัน เข้าชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง ได้ชมสลุงหลวงน้ำทิพย์ สร้างเมื่อ พ.ศ.2541 ที่นี่มีสลากกินแบ่งรัฐบาลในอดีต และสินค้าโบราณ อุปกรณ์เครื่องแต่งกายข้าราชการโบราณ เครื่องใช้ไฟฟ้าในอดีต ให้ได้ชมศึกษาเรียนรู้จำนวนมาก

โดยที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งใน จ.ลำพูน ชวนเที่ยวชมชุมชนมัสยิดอัลซอรี่ลำพูน อยู่ ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน ชุมชนแห่งนี้น่าประทับใจที่ได้ชมวิถีวัฒนธรรมชาวมุสลิม จากหลายแหล่ง ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคอีสาน มารวมตัวกัน มาอยู่ที่แห่งเดียวกัน มัสยิดแห่งนี้จดทะเบียนขึ้นกับกรมศาสนาเมื่อ พ.ศ.2538 โดยมี บิหลั่น นิพนธ์ วารุษ มัสยิดอัลซอรี่ ให้การต้อนรับพร้อมแนะนำสถานที่

จากนั้นเดินทางชม ลำพูนไหมไทย เรียนรู้ภูมิปัญญา ศิลปะแห่งผ้าไหมยกดอกลำพูน ที่เป็นเอกลักษณ์ผ้าไหมไทยแท้ 100% ชาวบ้านลงมือทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลี้ยงไหม จนได้ผ้าไหมเป็นผืน นับว่าเป็นภูมิปัญญาที่ควรค่าในการอนุรักษ์รักษาไว้ และเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน อยู่ ต.เวียงยอง อ.เมือง จ.ลำพูน

ต่อมาได้สัมผัสความศรัทธา ณ มัสยิดอัลฟาลาฮ์ ศูนย์กลางชาวมุสลิมลำปาง คณะสื่อมวลชนได้เริ่มต้นทริปด้วยการเข้าเยี่ยมชม มัสยิดอัลฟาลาฮ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ มัสยิดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาอิสลามและการทำละหมาด 5 เวลาต่อวันเท่านั้น แต่ยังเป็น โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามและภาษาอาหรับ รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการต้อนรับแขกและสถานที่บรรยายธรรม

ทั้งนี้มัสยิดอัลฟาลาฮ์ยังเป็นที่ตั้งของชมรมมุสลิมลำปาง และมีบทบาทสำคัญในการอบรมศีลธรรมแก่เยาวชนมุสลิม โดยเข้าร่วมโครงการ “ลานบุญ ลานปัญญา” ของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นศูนย์รวมจิตใจและปัญญาของชุมชนมุสลิมในลำปาง

ตามรอยตำนาน “ชามตราไก่” กิจกรรมที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเยี่ยมชม โรงงานเซรามิกธนบดีเดคอร์เซรามิค จำกัด (ผู้ผลิตถ้วยตราไก่) ที่มีอายุยาวนานกว่า 60 ปี ผู้ก่อตั้งคือ อาปาอี้ (ซิมหยู แซ่ฉิน) ปัจจุบันดูแลกิจการโดยทายาทรุ่นที่สอง คุณยุพิน และคุณพนาสิน ธนบดีสกุล คณะฯ ได้รับความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาและวิวัฒนาการของการทำ “ถ้วยตราไก่” ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดลำปาง

พร้อมกันนั้นยังได้เดินทางไปสัมผัสวิถีชุมชนที่ ท่ามะโอ เพื่อร่วม Work Shop ผ้าย้อม และพลาดไม่ได้กับการชิม “ข้าวซอยมุสลิม” ร้านอาหารแนะนำที่โดดเด่นด้วยเมนูเนื้อไก่และเนื้อวัวที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน จนได้เนื้อที่ นุ่มละลายในปาก สร้างความประทับใจด้านอาหารฮาลาลอย่างยิ่ง

ซึ่งในช่วงบ่าย คณะฯ ได้เดินทางไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองลำปางในอดีตที่ มิวเซียมลำปาง เพื่อทำความเข้าใจถึงรากเหง้าของนครลำปาง ประวัติความเป็นมาของประวัติศาสตร์ที่สำคัญ สำเนียงภาษาท้องถิ่น เอกลักษณ์ของท้องถิ่นคนลำปาง วิถีชีวิต วัฒนธรรม

สถานีสุดท้ายของทริป Muslim-Friendly Tourism คือการเข้าเยี่ยมชม วิสาหกิจชุมชน “กลุ่มสมุนไพรลูกประคบเซรามิก” บ้านศาลาบัวบก อ.เกาะคา ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการทำเซรามิก คณะฯ ได้ฟังความเป็นมา และร่วมกิจกรรมผ่อนคลายด้วยการ ประคบเท้าด้วยลูกเซรามิกสมุนไพร เป็นการผสมผสานภูมิปัญญาการทำเซรามิกเข้ากับการดูแลสุขภาพอย่างลงตัว

การเดินทางในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการ ยกระดับและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิม สะท้อนความพร้อมของลำปางในการเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจและเป็นมิตรสำหรับนักเดินทางจากทุกศาสนา การท่องเที่ยวในลักษณะที่เน้นความหลากหลายทางวัฒนธรรมเช่นนี้ จะเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงในอนาคตของภาคเหนือตอนบน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5176930/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nd53gLRPc869QlYH7Jx1i