วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการ “แพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงปลายปี” ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี หลังตัวเลขการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว 8 เดือนแรกติดลบประมาณ 8%
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า มาตรการนี้มุ่งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวไทยหันมาเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง พร้อมจูงใจภาคเอกชนปรับปรุงโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวผ่านมาตรการภาษี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความยั่งยืนของธุรกิจท่องเที่ยว โดยมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวครอบคลุมบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ประกอบด้วย 5 มาตรการหลัก ได้แก่
1.มาตรการภาษีบุคคลธรรมดา
ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวภายในประเทศ หักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 20,000 บาท ตั้งแต่ 29 ต.ค.–15 ธ.ค. 2568
- เมืองหลัก ลดหย่อนได้ 1 เท่าของค่าใช้จ่าย
- เมืองรอง ลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของค่าใช้จ่าย สูงสุด 30,000 บาท
2.มาตรการภาษีนิติบุคคล
บริษัทที่จัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่าย ไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า หากจัดในเมืองรอง และ หักลดหย่อยภาษีได้ 1.5 เท่าในพื้นที่อื่น ตั้งแต่ 29 ต.ค.–15 ธ.ค. 2568
3.มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ (Front Load)
ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และ อปท. ต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณอบรมสัมมนาในปีงบประมาณ 2569 ให้ได้อย่างน้อย 60% ภายใน ม.ค. 2569 งบประมาณรวมกว่า 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจฝ่ายละประมาณ 3,000 ล้านบาท
4.มาตรการสนับสนุนปรับปรุงโรงแรมที่พัก
ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถหักค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทได้ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของรายจ่ายจริง ตั้งแต่ 29 ต.ค. 2568 ถึง 31 มี.ค. 2569
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจำนวน 100,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสินเพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว
5.ขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีกิจการบันเทิง
ลดอัตราภาษีจาก 10% เหลือ 5% ต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่ 1 ม.ค.–31 ธ.ค. 2569 สำหรับกิจการไนต์คลับ ดิสโก้ ผับ และบาร์
“มาตรการนี้จะช่วยเพิ่มการเดินทางสู่เมืองรอง ผ่านการใช้จ่ายของภาครัฐ เอกชน และประชาชน ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้และจ้างงานเพิ่มขึ้น พร้อมกระตุ้นการลงทุนใหม่ในโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว สร้างรากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนทั่วประเทศ ตามนโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล” นายเอกนิติ กล่าว
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การออกมาตรการดังกล่าวเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวลง เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวคิดเป็น 24% ของการบริโภคภาคเอกชนและ 14% ของ GDP รัฐบาลจึงคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยให้ GDP ไตรมาส 4 ปี 2568 ไม่ตกต่ำหนัก แม้มาตรการนี้จะช่วยเพิ่มจีดีพีไม่มากนักแต่จะเพิ่มความคึกคักให้เศรษฐกิจโดยรวมในช่วงปลายปี ซึ่งเหตุผลที่มาตรการนี้ยาวไม่ถึงสิ้นสุดช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากช่วงปลายเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอยู่แล้ว
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประเมินว่ามาตรการจะช่วยกระตุ้น GDP เพิ่มประมาณ 0.04% โดยรวมกับโครงการอื่นอาจเพิ่มได้ถึง 0.44-1% ขณะที่รัฐบาลจะสูญเสียรายได้จากการลดหย่อนภาษีราว 5,000 ล้านบาท
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/732174&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dbHw0FSlzJW8twB7qAs61
