ผมทราบว่ามีงานวิจัยหลายงานที่เกี่ยวกับการทรงงานของพระองค์ท่าน งานหนึ่งคือ “เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพระราชดำริ แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย” โดยคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ด้วยทุนสนับสนุนการวิจัยจาก สกว. ในราวปี พ.ศ.2559 ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเป็นกองทุน ววน. ในงานวิจัยนั้นได้จัดกลุ่มการท่องเที่ยวไว้เป็น 4 เส้นทาง

เส้นทางที่ 1 ภูพาน พื้นที่ทรงงาน … เพื่อให้ราษฎรก้าวผ่านความยากจน (นครพนม สกลนคร) เส้นทางแห่งนี้ บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่ทรงงานสำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันเป็นจุดกำเนิด ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ นานัปการ “ภูพาน” เป็นชื่อของแนวเทือกเขา ทอดตัวยาวครอบคลุมจังหวัดสกลนครและจังหวัดกาฬสินธุ์ เส้นทางนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ดังนี้ ศูนย์หัตถกรรมวัดพระธาตุประสิทธิ์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม ศูนย์การศึกษาพัฒนาภูพานฯ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่า วิสาหกิจชุมชนผ้าย้อมคราม บ้านดอนกอย พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต วัดป่าอุดมสมพร พิพิธภัณฑ์บ้านป้าทุ้ม-ป้าไท้ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง

เส้นทางที่ 2 จากน้ำพระทัยสู่…..ผ้าไหมแพรวา (ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร) เส้นทางแห่งนี้ บอกเล่าเรื่องราวของ “ผ้าแพรวา” เป็นชื่อของผ้าไหมทอมืออันล้ำค่า สะท้อนอัตลักษณ์ และภูมิปัญญาของชาติพันธุ์ “ผู้ไทย” ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ วิถีแห่งการทอผ้าแพรวา ได้เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มชนชาวผู้ไทย จากแคว้นสิบสองจุไทย การผสมผสานทางวัฒนธรรม มักนำมาซึ่งสิ่งใหม่ และลบเลือนบางสิ่งให้หดหายไปตามกาลเวลา ดั่งวิถีแห่งการทอ “ผ้าแพรวา” ที่เกือบจะสูญสิ้น หากมิได้พระกรุณาธิคุณอันเปี่ยมล้นของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เส้นทางนี้มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ดังนี้ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บ้านดอนข่า ศาลาไหมไทย พระธาตุแก่นนคร พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง โครงการส่งเสริม การทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน หมู่บ้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านภู วัดบรรพตคีรี วัดป่าวิเวกวัฒนาราม

เส้นทางที่ 3 ผ้าไหมมัดหมี่ที่ทรงฟื้น…สร้างความยั่งยืนให้ปวงราษฎร (บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี) เส้นทางแห่งนี้ บอกเล่าเรื่องราวของ “ไหมมัดหมี่” ผ้าทอชนิดหนึ่ง ที่ผู้ทอจะใช้วิธีการมัดเส้นไหมด้วยเชือก ให้ตรงตามลวดลายที่ผู้ทอต้องการหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “การโอบหมี่” จากนั้นก็นำเส้นไหมที่มัดแล้วไปย้อมสีทำเช่นนี้ช้า ๆ จนกว่าจะได้ลวดลายที่ให้สีครบ เสน่ห์ของไหมมัดหมี่ นอกจากการเล่นสี เล่นลายที่งามแปลกตาแล้วนั้น การทอไหมมัดหมี่ ต้องอาศัยความชำนาญในการทออย่างมาก หากทอผิดวิธีแม้เพียงนิดก็จะทำให้ลายที่มัดไว้ผิดเพี้ยนไปตลอดทั้งผืน กว่าจะได้มัดหมี่หนึ่งผืนนั้น อาจจะต้องกินเวลานานกว่า 3-4 เดือนเลยทีเดียว เส้นทางนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพบ้านนาโพธิ์ ศูนย์คชศึกษา ศูนย์หัตถกรรมเขวาสินรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทางจันทรโสมา ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าไหมเก็บบ้านเมืองหลวง โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านยางน้อย ชุมชนโบราณบ้านชีทวน วัดหนองบัว หัตถกรรมทองเหลืองบ้านปะอาว วัดหนองป่าพง

เส้นทางที่ 4 ผ้าขิดไหม…สานสายใยรักจากพระราชินีถึงราษฎร (อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย) เส้นทางแห่งนี้ บอกเล่าเรื่องราวของ “ผ้าขิด” ภูมิปัญญาการทอผ้าที่มีมาแต่โบราณ ในพื้นที่อีสานเหนือคำว่า “ขิด” เป็นภาษาพื้นบ้านของภาคอีสาน หมายถึง การงัดช้อนขึ้น การสะกิดขึ้น คำว่า “ผ้าขิด” จึงเป็นการเรียกขานชื่อผ้าตามกระบวนการทอ กล่าวคือ ผู้ทอจะใช้ไม้เก็บขิดสะกิด ช้อนเส้นยืนให้เป็นจังหวะตามลวดลายตลอดหน้าผ้า ทั้งนี้ ความต่างของลวดลายบนผ้าแต่ละผืนนั้นจะถูกกำหนดไว้ด้วยไม้เก็บขิด ในอดีตผ้าขิด นิยมทอเพื่อใช้ในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นอานิสงส์อย่างแรงกล้าที่หญิงชาวอีสานทำเพื่อเป็นพุทธบูชา เส้นทางนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น วัดป่าบ้านตาด กลุ่มทอผ้าขิดบ้านกุดแห่ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ผานาง-ผาเกิ้ง วัดป่าบ้านค้อ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท วัดป่าภูก้อน ตลาดผ้าบ้านนาข่า ตลาดท่าเสด็จ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ หนองคาย

ในงานวิจัยนี้มีรายละเอียดต่าง ๆ พร้อมบทวิเคราะห์ที่สามารถต่อยอดพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยั่งยืนตามรอยโครงการพระราชดำริได้ ผู้สนใจสามารถติดต่อ กองทุน ววน. สกสว. เพื่อสืบสาน ต่อยอดงานพัฒนา ตามที่พระองค์ทรงริเริ่มไว้ เพื่อช่วยชาวบ้านที่ยากจน ให้มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5268070/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Jmcv6X43quQvkVHMi9dHS
