หนุนชุมชนบ้านเกาะแรต พัฒนาวิสาหกิจท่องเที่ยวจากฐานงานวิจัย

หนุนชุมชนบ้านเกาะแรต-พัฒนาวิสาหกิจท่องเที่ยวจากฐานงานวิจัย

หนุนชุมชนบ้านเกาะแรต พัฒนาวิสาหกิจท่องเที่ยวจากฐานงานวิจัย สร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี เดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทการบริการวิชาการเพื่อสังคม นำองค์ความรู้จากงานวิจัยและการเรียนการสอนลงสู่พื้นที่จริง สนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านเกาะแรต อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม และการพัฒนาจากฐานศักยภาพที่มีอยู่จริงในพื้นที่

ดร.วิชชุตา มาชู อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านเกาะแรต มีจุดเริ่มต้นจากการบูรณาการงานวิจัยของนักศึกษาในระดับปริญญาตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 โดยมีแนวคิดสำคัญคือการทำให้งานวิจัยทางวิชาการสามารถตอบโจทย์การพัฒนาชุมชนและภาคธุรกิจได้จริง ไม่ใช่เพียงการศึกษาในเชิงทฤษฎีแต่เพียงเท่านั้น

“โจทย์วิจัยทั้งหมดเริ่มจากความต้องการของชุมชน ชุมชนเป็นผู้ตั้งคำถามและสะท้อนปัญหาที่แท้จริง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการ นำกระบวนการวิจัยมาช่วยคิด ช่วยจัดระบบ และช่วยออกแบบแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน” ดร.วิชชุตา กล่าว

‘บ้านเกาะแรต’ เป็นหนึ่งในชุมชนที่เข้าร่วมเวทีเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และสะท้อนความต้องการในการพัฒนาการท่องเที่ยวของตนเอง แม้จะมีการดำเนินกิจกรรมโฮมสเตย์อยู่ก่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้รวมกลุ่มอย่างเป็นระบบในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน ทางมหาวิทยาลัยจึงได้นำข้อมูลพื้นฐานจากงานวิจัยของนักศึกษามาต่อยอดเป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่ เพื่อวางรากฐานการจัดตั้งกลุ่มและการบริหารจัดการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

เป้าหมายสำคัญของโครงการ ไม่ได้มุ่งเพียงการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อเข้าถึงงบประมาณจากภาครัฐ แต่ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการการทำงานร่วมกันของคนในชุมชน ตั้งแต่การกำหนดบทบาทหน้าที่ กติกาการบริหารจัดการ การแบ่งปันรายได้ ไปจนถึงการตัดสินใจร่วมกัน เพื่อให้การรวมกลุ่มมีความเข้มแข็งและสามารถเดินต่อได้ด้วยตนเองในระยะยาว

ขณะเดียวกันในด้านกระบวนการทำงาน โครงการใช้แนวคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) โดยให้คนในชุมชนมีบทบาทตั้งแต่การตั้งโจทย์ การเก็บข้อมูล การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการสะท้อนผลการดำเนินงานร่วมกัน ซึ่งมหาวิทยาลัยและนักศึกษาได้เข้าไปทำงานเคียงข้างชุมชน ไม่ใช่การกำหนดแนวทางจากภายนอก

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน คือการยกระดับการทำงานเชิงกลุ่มของชุมชน การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน การวางระบบการบริหารรายได้ส่วนกลางเพื่อใช้พัฒนาพื้นที่ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว อาทิ การขอรับรองมาตรฐาน SHA และมาตรฐานโฮมสเตย์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการการเรียนการสอนด้านการตลาดดิจิทัล โดยนักศึกษาได้ร่วมผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ เปิดเพจ และจัดทำคลิปวิดีโอ เพื่อเพิ่มการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวของชุมชน

ดร.วิชชุตา ระบุอีกว่า แม้โครงการจะไม่สามารถชี้ชัดผลกระทบทางเศรษฐกิจว่าเกิดจากงานวิจัยโดยตรง แต่ผลที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนแปลงในเชิงสังคม การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และการสร้างความเข้าใจร่วมกันของคนในชุมชน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำหรับการขยายผลในอนาคต ดร.วิชชุตา มองว่า โมเดลการบริการวิชาการลักษณะนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ได้ โดยต้องอาศัยปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความมุ่งมั่นและการทำงานระยะยาวของนักวิชาการ ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมเดินต่อ และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งในด้านงบประมาณและบุคลากร

“บทบาทของมหาวิทยาลัยไม่ควรหยุดอยู่แค่งานวิจัย แต่ต้องบูรณาการการวิจัย การบริการวิชาการ และการเรียนการสอนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์จริงต่อชุมชนและสังคม” ดร.วิชชุตา กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านเกาะแรต จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยลงสู่พื้นที่ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ในการทำงานเชิงรุกกับชุมชน และการพัฒนาท้องถิ่นบนฐานงานวิจัยอย่างยั่งยืน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3868265/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tr_1CI0PKdvB3Z021VsKb