พลิกฟื้น เส้นทางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง เชื่อมจีน-ไทย-ลาว

พลิกฟื้น-เส้นทางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง-เชื่อมจีน-ไทย-ลาว

แม่น้ำโขงมีต้นกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยช่วงที่ไหลผ่านจีนเรียกว่าแม่น้ำล้านช้าง จากนั้นแม่น้ำโขงจะไหลผ่านเมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งสิ่งที่หลายคนมักนึกถึงเมื่อพูดถึงแม่น้ำโขงนั่นคือความงดงาม สงบ และมีความลึกลับ ตลอดจนมีเสน่ห์ที่ชวนค้นหา โดยเฉพาะ เส้นทางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง ที่เดินทางตามเมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำช่วงที่ไหลผ่าน “จีน-เมียนมา-ลาว-ไทย” ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานและรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมล้านนา-ล้านช้าง


ถ้าถามว่าเมืองที่แม่น้ำโขงไหลผ่านมีเมืองอะไรบ้าง? คำตอบก็จะชัดเจนว่ามี “5 เชียง” เริ่มตั้งแต่ เชียงรุ่ง (เมืองจิ่งหงในเขตฯ สิบสองปันนา) เชียงตุง (ในรัฐฉานใต้ของเมียนมา) เชียงทอง (เมืองหลวงพระบางใน สปป.ลาว) และ เชียงราย และเชียงใหม่ ที่ประเทศไทย ทั้งหมดนี้สามารถผนวกเป็น “เส้นทางท่องเที่ยวดินแดนห้าเชียง” ที่มีนักเดินทางให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยในยุคที่การคมนาคมยังไม่สะดวกสบายเท่าปัจจุบัน นักเดินทางนิยมเลือกใช้เส้นทางเดินเรือระหว่างเชียงรุ่งกับเชียงรายเป็นเส้นทางหลักในการเดินทาง เพื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองเชียงใหม่ เชียงตุง และเชียงทอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนตุลาคม 2554 ได้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญโจรสลัดแม่น้ำโขงปล้นฆ่าลูกเรือสินค้าชาวจีน 13 ศพ ส่งผลให้การเดินเรือขนส่งผู้โดยสารในแม่น้ำโขงต้องถูกระงับไปเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย ขณะที่การเดินเรือขนส่งสินค้าในแม่น้ำโขงก็มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยจีน ลาว เมียนมา และไทยได้จัดตั้งกลไกความร่วมมือ 4 ฝ่าย เพื่อเริ่มปฏิบัติการลาดตระเวนแม่น้ำล้านช้าง/แม่น้ำโขงร่วม 4 ประเทศครั้งแรก เมื่อเดือนธันวาคม 2554 ต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายน 2568 ซึ่งเป็นปฏิบัติการครั้งที่ 157 โดยประเทศไทยเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินเรือมากยิ่งขึ้น
แม่น้ำโขง
แม่น้ำโขง
ทั้งนี้ แม้ว่าในช่วงที่ไม่มีการเดินเรือขนส่งผู้โดยสารในแม่น้ำโขง แต่ก็ยังมีนักเดินทางบางส่วนเลือกเดินทางล่องแม่น้ำโขงไปกับเรือสินค้า จนกระทั่งเกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งมณฑลยูนนานได้ประกาศระงับการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าของท่าเรือกวนเหล่ยเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563
ต่อมา ด่านท่าเรือกวนเหล่ยได้ฟื้นฟูการขนส่งสินค้าอีกครั้งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2565 โดยเรือขนส่งมันฝรั่ง 226 ตัน ได้ออกจากท่าเรือกวนเหล่ยมุ่งหน้าไปยังท่าเรือเชียงแสนของไทย แต่ไม่อนุญาตให้นักเดินทางอาศัยโดยสารเรือสินค้าแล้ว โดยกำหนดให้ผู้ขึ้นเรือสินค้าต้องมีเอกสารประจำตัวลูกเรือเท่านั้น
จนกระทั่ง เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 13 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ด่านกวนเหล่ยได้ฟื้นฟูบริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศอีกครั้งนับตั้งแต่มณฑลยูนนานระงับบริการขนส่งสินค้าและการเดินทางผ่านแดนของประชาชนของด่านท่าเรือกวนเหล่ยเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 เป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี โดยเป็นเรือข้ามฟากสำหรับผู้โดยสารชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามด่านกวนเหล่ยที่ต้องการข้ามมาเรียนหนังสือหรือทำธุระในฝั่งจีน และชาวจีนที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ชายแดนที่ต้องการไปเยี่ยมครอบครัวหรือญาติในฝั่งเมียนมา เป็นความหวังว่าเรือบริการขนส่งผู้โดยสารทางไกลระหว่างด่านท่าเรือกวนเหล่ยกับด่านเชียงแสนจะฟื้นฟูกลับมาในไม่ช้า
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1-5 ตุลาคม 2568 บริษัท Xishuangbanna Gold Peacock International Tourism จำกัด ได้ฟื้นฟู เส้นทางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี (นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โจรสลัดแม่น้ำโขงปล้นฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพ) โดยจัดคณะนักท่องเที่ยวชาวจีน 11 ราย พร้อมมัคคุเทศก์ 1 ราย เดินทางท่องเที่ยว 3 ประเทศ (จีน-ไทย-ลาว) เริ่มจากท่าเรือจิ่งหง-ท่าเรือกวนเหล่ย-ท่าเรือเชียงแสน-เชียงราย-เชียงใหม่-หลวงพระบาง-สถานีรถไฟสิบสองปันนา โดยใช้การเดินทางหลากหลายรูปแบบทั้งเรือ-ถนน-อากาศ-ราง
พิธีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง ระหว่างประเทศ “แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง” ที่ท่าเรือจิ่งหง เมืองจิ่งหง เขตฯ สิบสองปันนา
โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ได้มีพิธีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง ระหว่างประเทศ “แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง” ที่ท่าเรือจิ่งหง เมืองจิ่งหง เขตฯ สิบสองปันนา หลังจากนั้น นักท่องเที่ยวได้โดยสารเรือจากท่าเรือจิ่งหงไปยังด่านท่าเรือกวนเหล่ยในอำเภอเหมิ่งล่า เขตฯ สิบสองปันนาเพื่อดำเนินพิธีการตรวจคนออกเมือง และโดยสารเรือล่องแม่น้ำโขงอีกประมาณ 6 ชั่วโมงไปถึงด่านท่าเรือเชียงแสนเพื่อดำเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง แล้วจึงเดินทางโดยรถยนต์ไปเที่ยวถนนคนเดินเชียงรายและพักค้างคืนในตัวเมืองเชียงราย
วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ไปเยี่ยมชมสิงห์ปาร์ค วัดร่องเสือเต้น บ้านดำ วัดร่องขุ่น และเลือกซื้อของที่ระลึก จากนั้น ก็เดินทางโดยรถยนต์ไปพักค้างคืนที่ตัวเมืองเชียงใหม่
วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ไปเยี่ยมชมวัดพระธาตุดอยสุเทพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และถนนนิมมานเหมินท์ จากนั้น หลังรับประทานอาหารกลางวันก็เดินทางโดยเครื่องบินไปหลวงพระบาง ช่วงบ่ายไปเยี่ยมชมพระธาตุพูสี และช่วงค่ำไปเที่ยวถนนคนเดินหลวงพระบาง
วันที่ 4 ตุลาคม 2568 เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว เที่ยวตลาดเช้า เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง วัดเชียงทอง หมู่บ้านวัฒนธรรมทอผ้า “บ้านผานม” และน้ำตกตาดกวางสี   โดยยังพักค้างคืนที่หลวงพระบางป็นคืนที่สอง
วันที่ 5 ตุลาคม 2568 หลังรับประทานอาหารเช้า ก็เดินทางจากหลวงพระบาง (09.50) กลับไปสิบสองปันนา (15.00) ด้วยเส้นทางรถไฟลาว-จีน
นักท่องเที่ยวเดือนทางถึงด่านท่าเรือกวนเหล่ยในอำเภอเหมิ่งล่า เขตฯ สิบสองปันนาเพื่อดำเนินพิธีการตรวจคนออกเมือง
หลังสิ้นสุดการเดินทางของนักท่องเที่ยวคณะแรก บริษัท Xishuangbanna Gold Peacock International Tourism จำกัด ก็เปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถจองที่นั่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางดังกล่าวเป็นคณะที่สอง โดยกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 3-7 พฤศจิกายน 2568
ทั้งนี้ หากในอนาคต บริษัทสามารถเปิดให้บริการเส้นทางท่องเที่ยว 3 ประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสามารถเปิดให้บริการเรือขนส่งผู้โดยสารระหว่างสิบสองปันนากับเชียงแสนแบบเที่ยวเรือประจำ ก็จะยิ่งเป็นการอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนในลุ่มแม่น้ำโขงด้วย

ที่มา : บทความเรื่อง “จุดประกายฟื้นชีวิตการท่องเที่ยวในลุ่มน้ำโขงเชื่อมจีน-ไทย-ลาว ด้วยการเดินทางสี่รูปแบบ “น้ำ-บก-อากาศ-ราง” สัมผัสอาณาจักรโบราณสี่เชียง “เชียงรุ่ง-เชียงราย-เชียงใหม่-เชียงทอง” จากเว็บไซต์ Thaibizchina


ตามติดเทรนด์การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศล่าสุด

บพข. + มมส. ชวน “นั่งรถไฟเที่ยวอีสาน” ด้วย เส้นทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ บนรถไฟสุดหรู Royal Blossom ต้นแบบการท่องเที่ยวที่ต่อยอดส่การสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ส่องโอกาส “เมืองรอง” เมื่อ นักท่องเที่ยวยุคใหม่ เลิกเที่ยวตามแลนมาร์ก พร้อมเปลี่ยนจาก Mass Tourism สู่ Local Tourism

การท่องเที่ยวเชิงภูมิอากาศ (Climate Tourism) โอกาสใหม่ของไทยภายใต้วิกฤติยุโรปเดือด

Post Views: 167

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/10/26/mekong-river-tourism-china-thailand-lao/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BY0IUSCOyr2T3YXgxf-ZN