
“ณัฐพงษ์” ฉะ โครงการแลนด์บริดจ์ ทำลายป่า-ท่องเที่ยวภาคใต้
“ณัฐพงษ์” อภิปรายปิดญัตติแลนด์บริดจ์ เตือนซ้ำรอยอีอีซีทำทุนใหญ่โตแต่คนจนพุ่ง หวั่นกระทบป่าชายเลนและการท่องเที่ยว
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) และโครงการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นผู้อภิปรายสรุปญัตติในส่วนของพรรคประชาชน
นายณัฐพงษ์ระบุว่า ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืนไม่ควรดูแค่ตัวเลขจีดีพี พร้อมยกบทเรียนจากภาคตะวันออกที่จีดีพีเติบโต แต่ความมั่นคงในชีวิตและสวัสดิการของแรงงานไม่ได้โตตาม เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาตั้งโรงงานและก่อให้เกิดมลพิษ ซึ่งดอกผลตกอยู่กับกลุ่มทุนใหญ่ไม่ใช่เอสเอ็มอีหรือคนในชุมชน จึงอยากให้ทุกคนกลับมาคิดว่า จะมอง 14 จังหวัดภาคใต้เป็นเพียงทางผ่านสินค้าของโลก หรือเป็นบ้านเกิดของชาวใต้ที่ใช้ชีวิตและสร้างอนาคต
ปัจจุบันชาวใต้เผชิญปัญหาต้นตอหลายด้าน โดยเกษตรกรประมาณครึ่งหนึ่งยังขาดสิทธิในที่ดินทำกิน ไม่มีโฉนด การเข้าถึงน้ำประปาต่ำที่สุดในประเทศ ค่าใช้จ่ายเดินทางขนส่งสูงกว่าภาคเหนือและอีสาน รายได้หดตัว ภาคท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่เพียง 5 จังหวัดจาก 14 จังหวัดจนสร้างความเหลื่อมล้ำภายในภูมิภาคสูงถึง 3-4 เท่า อีกทั้งยังประสบภัยพิบัติจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากกว่าภาคอื่น 3-4 เท่า และมีปัญหาเด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ใน 11 จังหวัด แม้ภาคใต้จะมีจุดเด่นด้านเกษตร ประมง และความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ยิ่งพัฒนาช่องว่างความเหลื่อมล้ำกับภาคอื่นกลับยิ่งกว้างขึ้น เกษตรกรและชาวประมงมีรายได้ลดลงและเป็นหนี้เพิ่มขึ้น
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้ช่วยเพิ่มความมั่นคงในที่ดิน แต่กลับมีนายหน้ามากว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรตั้งแต่ยังไม่มีการเวนคืน และโครงการนี้กำลังจะทำลายป่าชายเลน ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แทนที่รัฐบาลจะวางแผนกระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชน
พรรคประชาชนจึงเสนอ “ระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้” หรือ SBRC (Southern Biodiversity Regeneration Corridor) เป็นตัวเลือกแทนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนำต้นทุนวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพมาพัฒนาเศรษฐกิจ เน้นทำเกษตรยั่งยืนเพิ่มมูลค่า ตอบโจทย์ตลาดอนาคต พัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศกับเชิงสุขภาพ โดยไม่ต้องออกกฎหมายกลางมายกเว้นกฎหมายหลายฉบับ
นอกจากนี้ แผนงาน SBRC จะเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ประชาชนรอคอย เช่น น้ำประปาดื่มได้ พลังงานหมุนเวียน ขนส่งสาธารณะที่ตรงเวลา การศึกษาที่มีคุณภาพ และระบบการรักษาของ รพ.สต. กับศูนย์อนามัย โดยใช้บประมาณ 5 แสนล้านบาทภายในเวลา 6 ปี ซึ่งคิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของมูลค่าโครงการแลนด์บริดจ์ 1 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลนำเสนอ
นายณัฐพงษ์ยันยืนว่า แนวทาง SBRC ไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่สามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ได้ไม่ต่ำกว่า 4% ต่อปี ยกระดับและเพิ่มราคาผลผลิตทางการเกษตรผ่านการแปรรูปได้ไม่ต่ำกว่า 30% และช่วยลดภาระหนี้สินของเกษตรกรได้ไม่ต่ำกว่า 30% โดยชี้ว่านี่คือตัวเลือกระหว่างการมองชาวใต้เป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบ หรือมองว่าชาวใต้ทุกคนคือเจ้าของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการร่วมกัน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/743132&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20epL_ULPfonC0CmEKzXm5
