“เซ็นทารา” กำไรปี 68 แกร่ง จับมือ OR รุก Budget Hotel ปั้นโมเดลโตปี 69

“เซ็นทารา”-กำไรปี-68-แกร่ง-จับมือ-or-รุก-budget-hotel-ปั้นโมเดลโตปี-69

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ CEO Centara Hotels & Resorts เผยถึงภาพรวมผลประกอบการปี 2568: ปีแห่งการฟื้นตัวท่ามกลางพายุท้าทายว่า

“หากมองย้อนกลับไปในปี 2568 ภาพรวมธุรกิจโรงแรมของเซ็นทารถือว่าสดใสและเป็นไปตามเป้าหมายที่เราวางไว้ครับ แม้เราจะเผชิญกับ ‘Perfect Storm’ ในบางช่วง ทั้งเรื่องนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 34-40% ภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น หรือแม้แต่น้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ซึ่งกระทบโรงแรมในภาคใต้ของเราโดยตรง”

“แต่ด้วยการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอที่กระจายความเสี่ยงได้ดี เราไม่ได้พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป (No Major Dominant Market) โดยมีสัดส่วนจากไทย 15%, รัสเซีย 11% และจีนเหลือเพียง 7% ส่งผลให้รายได้รวม (Top line) ของเราเติบโตได้ 10% ขณะที่ EBITDA โตถึง 15% และที่น่าภูมิใจคือเราทำกำไรสุทธิได้เกิน 1,100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมายในสภาวะการณ์เช่นนั้น” ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ CEO Centara Hotels & Resorts

ทิศทางธุรกิจปี 2569: โมเมนตัมบวก และการขยายอาณาจักรข้ามพรมแดน

“สำหรับปี 2569 เราตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่องที่ 14-15% โดยคาดการณ์อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ไว้ที่ 75-78% และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) จะขยับขึ้นไปแตะระดับ 4,000 กว่าบาท หรือโตขึ้นราว 8-9% เรามองเห็นสัญญาณบวกชัดเจนจากมัลดีฟส์ที่เริ่มมี EBITDA เป็นบวก รวมถึงนโยบายวีซ่าฟรีของรัฐบาลที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ”

“แผนการเปิดโรงแรมใหม่ในปี 2569 นี้ เราเตรียมเปิดตัวอีก 4 แห่ง รวมกว่า 1,400 ห้อง ได้แก่:

centara life namba osaka

• เนปาล: หิมาลายัน ไฮด์อะเวย์ รีสอร์ท โพคารา (เปิดแล้วเมื่อมกราคม)

• ญี่ปุ่น: เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า แห่งที่สองในญี่ปุ่น

• เวียดนาม: รุกหนักที่วังดอน (ใกล้ฮาลองเบย์) 2 แห่ง รวมเกือบ 1,000 ห้อง

• ไทย: เซ็นทารา ไลฟ์ สุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ ยังมีการปรับโฉมโรงแรมเดิมสู่แบรนด์ระดับหรูอย่าง “Centara Reserve” ทั้งที่กระบี่ และที่ลาดพร้าวซึ่งจะปิดปรับปรุง 100% เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าพัก
 

หิมาลายัน ไฮด์อะเวย์ รีสอร์ท โพคารา เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น

ยุทธศาสตร์ ‘Budget Hotel’ ร่วมทุน OR: น่านน้ำใหม่ของเซ็นทารา

“ไฮไลต์สำคัญที่เราจะแถลงข่าวร่วมกับ OR (ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก) ในเดือนหน้านี้ คือการบุกตลาด Budget Hotel ติดสถานีบริการน้ำมันครับ เราวางแผนเฟสแรกไว้ 6 แห่ง มูลค่าลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท โดยใช้โมเดล ‘Lean Operations’ ใช้พนักงานเพียง 5-7 คนต่อแห่ง เน้นบริการพื้นฐานคุณภาพสูง (อาบน้ำ/นอน) เพื่อให้ต้นทุนต่อห้องไม่เกิน 1 ล้านบาท”

“เรามองว่านี่คือโมเดลที่คืนทุนเร็ว (6-8 ปี) และตอบโจทย์การเดินทางยุคใหม่ ซึ่งต่างจากโรงแรม Full Service ที่เราถนัด แต่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะทำให้พอร์ตของเซ็นทาราครอบคลุมทุก Segment ตั้งแต่ระดับประหยัดไปจนถึงระดับ Ultra Luxury”

การยกระดับแบรนด์และการลงทุนในอนาคต

“ในด้าน Luxury เรากำลังทรานส์ฟอร์มโรงแรมระดับตำนานอย่าง ‘เซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว’ และส่วนหนึ่งของ ‘หัวหิน’ ให้กลายเป็น เซ็นทารา รีเซิร์ฟ (Centara Reserve) ซึ่งเป็นแบรนด์สูงสุดของเรา เพื่อสร้าง Yield ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหัวหินที่เราเพิ่งต่อสัญญาเช่ากับการรถไฟฯ ไปอีก 30 ปี เราจะทำให้ที่นี่เป็นแลนด์มาร์คระดับโลก”

“ท้ายที่สุด ผมอยากฝากถึงภาครัฐเรื่องมาตรการภาษีเพื่อการปรับปรุงโรงแรม (Renovation) อยากให้ขยายระยะเวลาให้สอดคล้องกับการทำงานจริง เพราะการรีโนเวทโรงแรมขนาดใหญ่ใช้เวลามากกว่า 1 ปี หากรัฐสนับสนุนตรงนี้ได้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการกล้าลงทุนยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยให้แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรือเวียดนามได้อย่างยั่งยืนครับ”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/738560&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lSeuZd0N014sfEfq9NV8o