คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ลงนาม MOU กับ House of Emily สร้างความร่วมมือเชิงบูรณาการ พัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้ก้าวสู่มืออาชีพในธุรกิจอาหาร

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม-dpu-ลงนาม-mou-กับ-house-of-emily-สร้างความร่วมมือเชิงบูรณาการ-พัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้ก้าวสู่มืออาชีพในธุรกิจอาหาร

วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.27 น.

Tag :

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ลงนาม MOU กับ House of Emily สร้างความร่วมมือเชิงบูรณาการ พัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้ก้าวสู่มืออาชีพในธุรกิจอาหาร

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ House of Emily แบรนด์อาหารไทยชื่อดังที่เริ่มต้นจากเมนู “เส้นหมี่ไก่ฉีก” จนเป็นกระแสในโลกออนไลน์ และต่อยอดสู่การเปิดร้านอาหารระดับ Luxury ที่สะท้อนแนวคิดการนำอาหารไทยมาสร้างสรรค์ในมิติใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทักษะทางวิชาชีพให้นักศึกษาของคณะได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในอุตสาหกรรมอาหารอย่างรอบด้าน

ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นภายใต้เครือข่ายพันธมิตรของคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม โดยมี วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA)  ซึ่งเป็นหน่วยงานของ DPU ด้วยกัน ที่มุ่งสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในธุรกิจอาหารและนวัตกรรม เข้ามาร่วมสนับสนุน พร้อมด้วยเครือข่ายภายนอกอย่าง CHADA Culinary ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Private Chef และ Fine Dining เข้ามาร่วมออกแบบและพัฒนาเมนูอาหารร่วมกับ House of Emily เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แบบบูรณาการระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจอย่างแท้จริง

ภายใต้ความร่วมมือนี้ นักศึกษาและอาจารย์ของคณะจะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์เมนู โดยรับบทเป็นผู้ช่วยเชฟในการจัดทำและพัฒนาเมนูอาหารของร้าน ซึ่งทั้งหมดดำเนินการใน ห้อง Chef Lab ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่จำลองบรรยากาศและกระบวนการทำงานจริงในครัวระดับมืออาชีพ ถือเป็น “สนามจริง” ที่ให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติ เรียนรู้ และทดลองแนวคิดทางธุรกิจอาหาร ตั้งแต่การคิดสูตร การตกแต่งจาน ไปจนถึงการวิเคราะห์ต้นทุนและการตลาด ก่อนที่จะนำผลงานไปต่อยอดในธุรกิจจริงของ House of Emily

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ในการพัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ เพื่อ “ก้าวเข้าสู่อาชีพด้านธุรกิจร้านอาหารและการเป็นเชฟ” ได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างของการผสานองค์ความรู้ระหว่างการท่องเที่ยว ธุรกิจอาหาร และนวัตกรรมเชิงประสบการณ์ (Experience Innovation) เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างบุคลากรคุณภาพให้แก่อุตสาหกรรมการบริการของประเทศไทยในอนาคตอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/926582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3z3btZFJnHyqcH6mCny6fF