ชาวบ้านท่าช้าง จัดพิธีสืบชะตาต้นไม้ หวั่นถูกทำลาย หากโครงการปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติเดินหน้า ย้ำชัด! “ไม่ได้ค้านพัฒนา” อยากให้ทบทวนแบบก่อสร้างเสี่ยงทำลายระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

ชาวบ้านท่าช้าง-จัดพิธีสืบชะตาต้นไม้-หวั่นถูกทำลาย-หากโครงการปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติเดินหน้า-ย้ำชัด!-“ไม่ได้ค้านพัฒนา”-อยากให้ทบทวนแบบก่อสร้างเสี่ยงทำลายระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

วันที่ 3 มิ.ย. 2569 ที่น้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้างเหนือ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ชาวบ้านท่าช้าง พร้อมด้วย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่าช้าง ชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่าช้างเหนือ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมนักบริหารงานทรัพยากรบุคคลเขาใหญ่ ชมรมฮักเขาใหญ่ ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับนักท่องเที่ยว ร่วมกันจัดพิธีสืบชะตาต้นไม้ ณ บริเวณน้ำผุดธรรมชาติ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และแสดงเจตนารมณ์ในการปกป้องผืนป่าต้นน้ำลำตะคอง ทั้งหมดมีพิธีกราบไหว้เจ้าพ่อน้ำผุด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือบริเวณศาล ภายหลังทั้งหมด พากันไปไหว้ขอพรต้นไม้ในพื้นที่น้ำผุดธรรมชาติ แล้วนำผ้าหลากสีไปพันธุ์ตามต้นไม้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการหวงแหนต้นไม้ในน้ำผุดธรรมชาติ  

ด้าน นายธันวา เชี่ยวพานิช รองประธานวิสาหกิจชุมชนท่าช้าง OTOP เขาใหญ่ เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบและเตรียมดำเนินการโครงการก่อสร้างและปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้างเหนือ มูลค่า 44,540,000 บาท รวมระยะเวลาก่อสร้าง 660 วัน และเทศบาลตำบลหมูสี ได้มาปิดประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยว น้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้างเหนือ เพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้เริ่มการก่อสร้างในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ 

ส่งผลทำให้ชาวบ้านรู้สึกกังวลใจ หากดูแบบการก่อสร้างจะเห็นว่ามีการใช้โครงสร้างคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์จำนวนมาก และอาจมีความจำเป็นต้องตัดต้นไม้ในพื้นที่บ่อน้ำผุดธรรมชาติ ซึ่งจากการสำรวจของชาวบ้าน พบว่า ในพื้นที่บริเวณน้ำผุดธรรมชาติ 1 ไร่ มีต้นไม้น้อยใหญ่ เช่น ต้นยางนาอายุกว่า 100 ปี ขนาด 5-6 คนโอบ ตันงิ้วป่า ต้นชงโค และอื่นๆ  รวม 117 ต้น ซึ่งต้นไม้เหล่านี้มีความสำคัญ ไม่เพียงให้ความร่มรื่น ร่มเย็น จนเป็นที่ประทับใจของบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเล่นน้ำ และพายเรือคายัคชมธรรมชาติ  รวมถึงแหล่งน้ำซับ หรือแหล่งน้ำใต้ดินที่ไหลไปเติมน้ำในเขื่อนลำตะคอง กลายเป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชาวนครราชสีมา รวมถึงยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและวางไข่ของตัว “ตะกอง” สัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นดัชนีชี้วัดความสะอาดและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ จึงย้ำชัดเจนว่า ชาวบ้านและภาคีเครือข่ายฯ ไม่ได้คัดค้านการปรับปรุงพัฒนา แต่อยากให้ทบทวนแบบการก่อสร้างให้คำนึงถึงธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

ที่มา  ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/73124&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jnwJSpQmPxcLKqkgOB7VA