‘อ.อัจฉราวดี’ เปลือย ‘ธนาธร’ พิธาเป็นแค่เครื่องมือ!

‘อ.อัจฉราวดี’-เปลือย-‘ธนาธร’-พิธาเป็นแค่เครื่องมือ!

24 มกราคม 2569 – อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล อดีตดีไซเนอร์เครื่องเพชรมีชื่อและยังเป็นวิปัสสนาจารย์คนดังของเมืองไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถ้ารู้ลึกถึงแนวทางของลัทธิก้าวหน้า จะเข้าใจว่าทุกคนเป็นหมากในกระดานของธนาธร
..
วันที่ก้าวไกลได้ 14 ล้านเสียง นั่นคือจุดพีคของพรรคส้มและของพิธา ความนิยมในตัวพิธาขึ้นสู่จุดสูงสุด จนสะเทือนบัลลังก์ใจของผู้ก่อตั้งพรรค คือธนาธร ตอนนั้นในขณะที่ใครๆ ก็พุ่งไปที่พิธา แต่อาจารย์กลับคิดว่าธนาธรกำลังคิดอะไรอยู่

ที่ธนาธรต้องยอมเลือกพิธามาทำหน้าที่แทน เพราะเขาคือตัวเลือกที่เหมาะที่สุด เป็น Role Model ของคนรุ่นใหม่สมกับคำว่า “หัวก้าวหน้า” ทั้งภาพลักษณ์ อายุ การศึกษาและไลฟ์สไตล์

การเลือกพิธาเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เพราะมันสุดที่จะ Necessary จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างฐานให้กับพรรค มีเพลงดังเพลงนึงของวง Police ร้องโดย Sting เขียนไว้ว่า “Every breath you take Every move you make Every bond you break Every step you take I will watching you”ทุกลมหายใจของคุณ ทุกความเคลื่อนไหว ทุกความสัมพันธ์ที่คุณสะบั้น ทุกก้าวย่างของคุณ ฉันจะคอยเฝ้าดู.. เนื้อเพลงนี้สามารถถ่ายทอดความลุ่มหลงในตัวพิธาของชาวส้มได้ดี
ขออภัยที่ต้องยกภาษาอังกฤษมาเขียน เพราะชาวส้มเขานิยมพูดภาษาอังกฤษ

พิธาไม่ใช่แค่หัวหน้าพรรคแต่เป็นยิ่งกว่า Star Power ของพรรค จนทำให้แสงของธนาธรหรี่ลงจนแทบไม่มีใครพูดถึง แล้วพิธาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

ความนิยมถล่มทลาย ของพรรคมากกว่า 1 ใน 3 มาจากความ​ป๊อปปูล่าของพิธา อาจารย์เชื่อว่าธนาธรไม่อาจทนเห็นพิธาขึ้นมาเป็นนายก เพราะด้วยนิสัยที่เต็มไปด้วยจงเกลียดจงชัง ก็ยิ่งทำให้พลังความริษยาท่วมท้นจนมิอาจทนได้ จึงต้องหาทางสกัดพิธาแบบเนียนที่สุดด้วยการอ้าง “อุดมการณ์”

แล้วการแสดงสมจริงที่รัฐสภาก็ปรากฏสู่สายตาปวงชนชาวไทย ฝั่งส้มกับน้ำเงินสู้เอาเป็นเอาตายเรื่องม.112 สื่อได้ข่าว สายน้ำเงินได้ปกป้อง เจ้าของพรรคได้กำหนดเกม แต่ตัวลูกพรรคไม่รู้ว่ากำลังเป็นหมากในกระดานของเจ้าของพรรคตัวเอง

ในความพ่ายแพ้ของพรรคสิ่งที่ธนาธรได้คือ

1. สกัดพิธา ไม่ให้ขึ้นเป็นนายกได้สำเร็จ
2. ได้เล่นบทเหยื่อว่าพรรคไม่ได้รับความยุติธรรม จึงทำให้รักษาฐานเสียงไว้ได้
3. ได้แสดงให้เห็นว่าพรรคมั่นคงในอุดมการณ์อย่างน่าสรรเสริญ
4. สมใจหวังในความยังคงเป็นผู้ทรงอิทธิพลของพรรค

14 ล้านเสียงที่หวังการเปลี่ยนแปลง ไม่มีความหมายอะไรกับธนาธรนอกเสียจากเป็นเพียงบันไดสู่อำนาจ

ปลายปี 2568 เพราะไทยรบกับเขมร ธาตุแท้ใดๆ ก็ปรากฏทำให้คะแนนนิยมพรรคตกต่ำ ที่ไม่มีอุดมการณ์อยู่แล้วก็ชัดยิ่งขึ้นจึงยอมถอย ม.112 อย่างง่ายดาย และทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าส้มไม่มีทางชนะได้เหมือนเดิม เพราะคนไทยรู้เช่นเห็นชาติหมดแล้ว ทั้งเรื่องหมิ่นทหาร เรื่องไม่หวงแหนอธิปไตย ดีเบตที่ไหนฉิบหายที่นั่น คุณภาพผู้สมัครสส.ก็อย่างที่เห็น แล้วทำไมธนาธรยังต้องไปต่อ

เพราะขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้และคนๆ นี้หลงตัวเอง อีกทั้งหวังว่าเมื่อตัวเองกลับมาทำการเมืองได้ในปี 2573 จะยังมีฐานเสียงหนาแน่น จึงต้องสู้ต่อไป

แล้วทำไมต้องใช้บริการพิธาอีกครั้ง? เพราะไม่มีตัวเลือกใหม่
ถ้าพิธาทำได้ก็ดีต่อพรรค หากทำไม่สำเร็จก็แค่ส่งพิธามาถูกเชือดรอบสองจากวลีอุบาทว์ทหารมีไว้ทำไม

นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของคำว่า “เลือดเย็น”

ก็ขนาดผู้ทรงพระคุณต่อแผ่นดินยังบิดเบือนได้เพื่อชัยชนะ นับประสาอะไรกับใครก็ไม่รู้ที่แค่ดูเหมือนเพื่อน ก็พ่อแม่ยังไม่สำนึกในพระคุณจะไปแคร์อะไรกับคนอื่น

ก็ลองคิดตามสิ่งที่เขียนไว้แล้วกันว่าสมควรแก่การพิจารณามั้ย คิดแล้วก็สงสารสาวกและชาวส้มทั้งน้อยใหญ่ ที่ล้วนเป็นหมากในกระดานความมักใหญ่ใฝ่สูงของธนาธร

อาจารย์ขอถือบทวิเคราะห์นี้ ชี้ให้เห็นความลึกลับซับซ้อนของใจมนุษย์พวกที่มีกิเลสหนา หากไม่หนาก็คงไม่คิดแก้ม.112 คนดีๆเขาใจดำไม่พอที่จะบิดเบือนใส่ร้ายในหลวง ร.9 แม้เกือบจะถึงเป้าหมายแล้วแต่ธนาธรก็พ่ายแพ้ความอิจฉาริษยาในใจตน

ถ้าถามว่า อาจารย์เขียนเรื่องนี้ไปทำไม ก็แค่อยากให้ชาวส้มเผื่อใจและเผื่อว่าจะมองเห็นอะไรๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะเวลาเราจมหรือลุ่มหลงกับอะไรมากๆ เรามักจะเชื่อภาพลวงตาจนมองไม่เห็นความจริง

ส่วนชาวสีน้ำเงินเราก็มั่นคงในอุดมการณ์ เพราะผู้ที่มีความกตัญญูจะไม่เห็นชีวิตคนอื่น เป็นเพียงเบี้ยเพื่อเหยียบขึ้นไปให้บรรลุจุดหมาย

ขอยืนยันว่าไม่ได้นั่งทางในเขียน เพราะไม่ใช่ทาง กระนั้นก็จะไม่มีใครออกมายอมรับ เพราะมันยากที่จะเชื่อและธนาธร ก็คือธนาธร

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
23 มกราคม 2569

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/936187/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IFrtgbVVtIYqo6vlth-zz