หลังจากได้รับการขานรับจากหลายฝ่ายในเรื่องการยกเลิกเลี้ยงอาหาร สส. ในวันประชุมสภา ตามต่อด้วยประเด็นการลดจำนวนผู้ช่วย สส. ลงเหลือ 3 คน จาก 8 คน ล่าสุด “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาเปิดประเด็นเพิ่มเติมในเรื่องข้อเสนอการตัดงบประมาณบำนาญ สส.-สว. โดยระบุว่าเป็น สส.เพียงสมัยเดียวก็ได้ก็ได้รับบำนาญไปตลอดชีวิตแล้ว เริ่มต้นที่ 21,300 บาท และเพิ่มไปเรื่อยๆ จนถึงเพดาน 42,700 บาท หากตัดลดงบประมาณเหล่านี้ได้ ก็จะช่วยเซฟเงินงบประมาณภาษีประชาชนถึงปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้รายละเอียดเกี่ยวกับสวัสดิการหรือบำนาญผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ถูกระบุใน พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา
สำหรับ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน ได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2556 มี 28 มาตรา รายละเอียดในมาตรา 5 และมาตรา 6 ระบุว่า มาตรา 5 ให้มีกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ดังต่อไปนี้ (1) การจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพ (2) การจ่ายเงินช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล (3) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีทุพพลภาพ (4) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีถึงแก่กรรม (5) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีการให้การศึกษาบุตร (6) สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด
มาตรา 6 กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ (1) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ (2) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจําปี (3) เงินที่สมาชิกรัฐสภาส่งเข้ากองทุนในอัตราที่คณะกรรมการกําหนด (4) เงินที่โอนมาจากกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วย กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2543 (5) เงินและทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน (6) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค (7) ดอกผลของเงินกองทุน
สำหรับผู้ที่จะได้รับสวัสดิการตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในมาตรา 16 ระบุว่า สมาชิกรัฐสภาซึ่งได้ส่งเงินเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และจํานวนอัตราเงินทุนเลี้ยงชีพอันจะพึงได้รับจากกองทุนนั้น ให้นําระยะเวลาในการดํารงตําแหน่งการเป็นสมาชิกรัฐสภาของผู้นั้นมาคิดคํานวณด้วย
สมาชิกรัฐสภาที่จะมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ใน ระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือเป็นบุคคลที่เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตําแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
สำหรับรายละเอียดการดำเนินการ ได้มีระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ฉบับล่าสุดระบุในข้อ 29 ว่า ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามข้อ 27 มีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเป็นรายเดือน
โดยให้ได้รับเป็นระยะเวลาสองเท่าของเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 1 เดือน แต่ไม่ถึง 12 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 30 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย โดยให้ได้รับเป็นระยะเวลาสี่เท่าของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ
(2) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 12 เดือน แต่ไม่ถึง 48 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 30 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(3) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 48 เดือน แต่ไม่ถึง 96 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 35 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(4) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 96 เดือน แต่ไม่ถึง 144เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ ๔๐ ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(5) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 144 เดือน แต่ไม่ถึง 192 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 45 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(6) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 192 เดือน แต่ไม่ถึง 240 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 50 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(7) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 240 เดือน แต่ไม่ถึง 288เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 55 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(8) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 288 เดือนขึ้นไป ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 60 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
ส่วนค่ารักษาพยาบาล ข้อ 32 ในการแก้ไขล่าสุดระบุว่า อนุมัติจ่ายเงินครั้งละไม่เกิน 130,000 บาท/ปี
กรณีทุพลภาพเดิม ระบุว่ามีการจ่ายให้ 5,000 บาทต่อเดือน แต่ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย. 2567 ได้มีการแก้ไขเป็น 15,000 บาท/เดือน
สำหรับการช่วยเหลือทุนการศึกษาบุตร ข้อ 45 ระบุไว้ว่า ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาภายหลังวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุน
ในกรณีการให้การศึกษาบุตรสําหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งจนถึงระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าได้เพียงคนที่หนึ่งและคนที่สอง ทั้งนี้ ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น
โดยสำหรับกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้น ในปีงบประมาณล่าสุด มีเงินอุดหนุนกองทุน ราวๆ 420 ล้านบาท ซึ่งจะจัดเป็นสิทธิประโยชน์ให้สมาชิก เช่น เงินทุนเลี้ยงชีพ ค่าช่วยเหลือพยาบาล 1.3 แสนบาทต่อปี เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร เงินช่วยเหลือกรณีทุพพลภาพ 15,000 บาทต่อเดือน เงินช่วยเหลือกรณีถึงแก่กรรม 2 แสนบาท
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5721190/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hRJaTXbnDr2jFRqNeVwQ-
