สวีเดน-ไทย ยกระดับเป็น หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เสริมแกร่งกันและกัน

สวีเดน-ไทย-ยกระดับเป็น-หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์-เสริมแกร่งกันและกัน

นายมาริษ เผยว่า หลายบริษัทมองเห็นศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นตัวเชื่อมโลก เพราะเราอยู่ตรงกลาง ทำให้เราสามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ในการเชื่อมโลกตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน ซึ่งตรงตามเป้าหมายของประเทศไทยที่ต้องการเป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมต่อประเทศกลุ่มกำลังพัฒนา ให้มีบทบาทใหม่ในการกำหนดบริบทใหม่ของโลก ทุกปัจจัยข้างต้นทำให้ประเทศสวีเดนได้เห็นศักยภาพที่เด่นชัดขึ้น เข้าใจนโยบายของพวกเรา

จากนั้นในช่วงเที่ยง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้เข้าหารือทวิภาคีกับนาง Maria Malmer Stenergard รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน ได้รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน (Lunch Working) โดยได้ยืนยันถึงความพร้อมของไทยทั้งด้าสโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างการศึกษา ความพร้อมในการเป็นจุดเชื่อมต่อของโลก และความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคเอกชนในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ประเทศสวีเดนให้ความสำคัญกับประเทศไทยอย่างมาก

นอกจากนี้ นายมาริษ ยังใช้โอกาสนี้นำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อให้รัฐบาลสวีเดนเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในความตึงเครียดชายแดนไทยกับกัมพูชา พร้อมยืนยันว่าไทยได้ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด ได้หารือกรณีที่กัมพูชาใช้พลเมืองเข้ามาเป็นโล่มนุษย์ กดดันสร้างความขัดแย้งในเขตพรมแดน ขัดต่อข้อตกลงหยุดยิง ละเมิดอนุสัญญาเจนีวา กฎหมายระหว่างประเทศและกฏบัตรของสหประชาชาติ

สวีเดน-ไทย ยกระดับเป็น หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เสริมแกร่งกันและกัน

“รัฐบาลสวีเดนได้ชื่นชมประเทศไทย โดยเฉพาะหลังการลงนามซื้อกริฟเพน ทำให้รัฐบาลสวีเดนสนับสนุนเรา เพราะเชื่อว่าการปฏิบัติการทางทหารของเราเป็นไปเพื่อกำจัดการรุกราน ตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด“

การลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์นี้ตอกย้ำถึงความลึกซึ้งและความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างประเทศไทยและสวีเดน ซึ่งได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ การพาณิชย์ และการเดินเรือระหว่างกันฉบับแรกเมื่อปี พ.ศ. 2411

ในปัจจุบัน มีบริษัทสวีเดนกว่า 100 แห่งดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย มีชาวสวีเดนกว่า 220,000 คนเดินทางมาเยือนประเทศไทยในแต่ละปี และมีชาวไทยราว 70,000 คนพำนักอยู่ในสวีเดน ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศ เป็นก้าวสำคัญและตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองประเทศในการขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกภาคส่วนให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oHEqKExFIowVF5Q9vfIqI