วิกฤติฝุ่น PM2.5 สร้างภาระทางเศรษฐกิจ
ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมธรรมดา แต่เป็นวิกฤติทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อการพัฒนาประเทศ ข้อมูลล่าสุดจากการศึกษาของสถาบันการเงินระหว่างประเทศและหน่วยงานภาครัฐชี้ให้เห็นว่า PM2.5 นอกจากส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ยังกระทบถึงประสิทธิภาพการทำงานของแรงงาน ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการพัฒนาสังคมโดยรวม การวิจัยโดยใช้วิธี Subjective Well-being approach พบว่า ฝุ่น PM2.5 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับครัวเรือนไทยรวม 2.173 ล้านล้านบาทในปีงบประมาณ 2562 หรือคิดเป็น 13.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหามลพิษอากาศเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ต้นตอปัญหาเดิม ๆ
ปัญหาฝุ่นในประเทศไทยเกิดจาก สาเหตุเดิมๆ คือ การเผา และการสันดาป คิดเป็นสัดส่วน 56-63% ของความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย มาจากการเผาครอบคลุมกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม การดำเนินงานด้านป่าไม้ และการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ข้อมูลการติดตามจากดาวเทียมในช่วงฤดูเผาปี 2567 แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีจุดเผาไฟ 6,897 จุด ในขณะที่เมียนมาร์มี 14,828 จุด สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ข้ามพรมแดนและต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งโครงการ CLEAR Sky ระหว่างไทย ลาว และเมียนมาร์ เพื่อประสานงานในการลดจุดเผาไฟ พัฒนาระบบพยากรณ์และติดตาม บังคับใช้กฎหมาย และส่งเสริมการจัดการเกษตรอย่างยั่งยืน
รถยนต์และอุตสาหกรรม: ผู้ร้ายตัวที่สอง
ในพื้นที่เมืองของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและเขตเมืองใหญ่ การขับเคลื่อนยานพาหนะเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 อันดับสอง การเผาไหม้เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กที่อันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งยังไม่ได้มาตรฐานยูโร่ที่เข้มงวด ภาคอุตสาหกรรม มีส่วนสำคัญในการสร้างมลพิษ PM2.5 โรงงานอุตสาหกรรมและกระบวนการเผาไหม้ในภาคอุตสาหกรรม ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แนวโน้มของปัญหา และแนวทางแก้ไข
สำหรับปีนี้ เข้าช่วงเวลาที่อากาศเย็นมาไม่นาน ล่าสุด กทม. PM2.5 แดงทะลุ 48 เขต กทม. GISTDA อัปเดตค่าฝุ่น PM2.5 จากแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” ของวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ทั่วประเทศมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “เกินมาตรฐานระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพและ ระบบทางเดินหายใจแล้ว 5 จังหวัด และระดับสีส้ม 41 จังหวัดที่เริ่มจะมีผลต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ สำหรับ พื้นที่ กทม. เช้าวันนี้ มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานระดับสีแดง 48 เขต เช่น #หนองแขม #บางบอน #บางแค #ทวีวัฒนา #ตลิ่งชัน #ภาษีเจริญ #บางขุนเทียน #จอมทอง #บางกอกน้อย #บางกอกใหญ่ เป็นต้น
ประเทศไทยได้กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศแห่งชาติสำหรับ PM2.5 ที่ระดับ 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับค่าเฉลี่ยรายปี แม้ว่าจะสูงกว่าแนวทางขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ที่ 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร การติดตามและวัดความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงระบบแผนที่เชิงพื้นที่ ข้อมูลดาวเทียม และระบบติดตามแบบเรียลไทม์ผ่านกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงาน Geo-Informatics and Space Technology Development Agency
ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 แสดงว่า ระดับฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครอยู่ในช่วง 32.2-41.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินเกณฑ์ความปลอดภัยแห่งชาติที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พร้อมกับยี่สิบจังหวัดที่ประสบปัญหาอากาศไม่ปลอดภัยเช่นกัน
กลุ่มเสี่ยงและความเป็นธรรมทางสุขภาพ
ประชากรบางกลุ่มต้องแบกรับภาระสุขภาพที่หนักหนากว่าจากการสัมผัสฝุ่น PM2.5 เนื่องจากระดับการสัมผัสที่แตกต่างกันและความอ่อนแอทางสรีรวิทยา ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือปอดอยู่เดิม เด็ก ผู้สูงอายุ ประชากรกลุ่มชนกลุ่มน้อย และบุคคลที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มประสบผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสฝุ่น PM2.5 มากที่สุด
เด็กเป็นกลุ่มที่เสี่ยงเป็นพิเศษเพราะพวกเขาหายใจเอาอากาศมากกว่าผู้ใหญ่เมื่อคิดตามน้ำหนักตัว หายใจเร็วกว่า ใช้เวลาอยู่กลางแจ้งมากกว่า และมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่สมบูรณ์ การศึกษาเรื่องการพัฒนาปอดของเด็กพบว่า เด็กที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่มีระดับฝุ่น PM2.5 สูงมีการเจริญเติบโตของปอดที่ช้ากว่าและมีปอดที่เล็กกว่าตอนอายุ 18 ปี เมื่อเทียบกับเด็กในชุมชนที่มีมลพิษต่ำ
ความท้าทายที่เหนือกว่าการคาดการณ์คือ การที่ปัญหา PM2.5 ไม่มีเกณฑ์ปลอดภัย แม้ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานกำกับดูแลปัจจุบัน ยังคงเกิดอันตรายต่อสุขภาพที่วัดได้ นี่คือเหตุผลที่องค์การอนามัยโลกปรับลดแนวทางคุณภาพอากาศอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิม 15 เป็น 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2564 สะท้อน ความเห็นทางวิทยาศาสตร์ว่าแม้การสัมผัสในระดับต่ำก็ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่วัดได้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/pm25-air-pollution-thailand-economic-impact-analysis&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F_hOE-rP73OoclxKxPXOp
