
วารสารเนเจอร์ เมดิซีน (Nature Medicine) เผยแพร่ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยของออสเตรเลียและนานาชาติ ซึ่งระบุว่า การเดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว อาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์
คณะนักวิจัยได้ติดตามกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 50-90 ปี ผู้มีการทำงานของสมองปกติ จำนวน 294 คน เป็นระยะเวลานานถึง 14 ปี เพื่อเฝ้าติดตามจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน การทำงานของสมอง และการสะสมของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์
กิจกรรมทางกายภาพที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับการทำงานของสมองเสื่อมถอยช้าลง ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวช้าลงของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ โดยผู้แสดงสัญญาณโรคอัลไซเมอร์ระยะแรกอาจชะลอการพัฒนาของโรคด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ทุกวัน
เหล่าผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ที่เดินมากกว่า 5,000 ก้าวต่อวัน มีแนวโน้มความจำและการคิดเสื่อมถอยช้ากว่า ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวลดลงของโปรตีนเทาว์ (tau) ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์
คณะนักวิจัยระบุว่า การสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดอยู่ในระดับอิ่มตัวเมื่อเดิน 5,001-7,500 ก้าวต่อวัน หรือการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยอย่างเดิน 3,000-5,000 ก้าวต่อวัน ยังเชื่อมโยงกับการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดเสื่อมถอยช้าลงอย่างชัดเจน
ผลการศึกษานี้เน้นย้ำเป้าหมายการทำกิจกรรมทางกายภาพที่ไม่ยากเกินไปอาจช่วยกระตุ้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลแบบสวมใส่ที่แพร่หลายอย่างสมาร์ตวอตช์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การศึกษาข้างต้นจัดทำโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นของออสเตรเลีย, โรงพยาบาลแมส เจเนอรัล บริกแฮมในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยโทรอนโตของแคนาดา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ย. 68)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/542873&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qQZCelpT_kSrlBxsGfgTl
