สมการแห่งอำนาจ: ทำไมต้อง “ค่ายสีน้ำเงิน” ?
ในทางการเมือง ตัวเลขคือพระเจ้า เมื่อมี สส. เพียง 10 คน อำนาจต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีจึงริบหรี่ การดำรงอยู่ของพรรคชาติไทยพัฒนาในปัจจุบันแขวนอยู่บนเส้นด้ายของ “กลุ่มบ้านใหญ่นครปฐม” (ตระกูลสะสมทรัพย์) หากกลุ่มนี้ถอนตัว พรรคจะเหลือ สส. เพียงหยิบมือ และไม่สามารถดำรงสถานะพรรคการเมืองที่มีบทบาทระดับชาติได้อีกต่อไป
พรรคภูมิใจไทย (ค่ายสีน้ำเงิน) จึงกลายเป็นคำตอบสุดท้าย ด้วยเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์
ความสัมพันธ์ศิษย์-อาจารย์: เนวิน ชิดชอบ “ครูใหญ่” แห่งภูมิใจไทย คืออดีตศิษย์ก้นกุฏิที่เรียนรู้วิชาการเมืองมาจากบรรหาร การที่วราวุธจะพาพรรคไปอยู่ใต้ร่มเงาเนวิน จึงเปรียบเสมือนการกลับไปหาศิษย์ผู้พี่ที่ประสบความสำเร็จกว่า
ความอยู่รอดของ สส.: การย้ายไปสังกัดพรรคใหญ่ที่มีทรัพยากรพร้อมสรรพ ย่อมการันตีโอกาสชนะเลือกตั้งในสมัยหน้าได้มากกว่าการดันทุรังอยู่พรรคเล็กที่กระสุนดินดำร่อยหรอ
บทเรียนราคาแพง: แบรนด์พรรค หรือ ตัวบุคคล?
กรณีของ จองชัย เที่ยงธรรม ที่เคยย้ายไปภูมิใจไทยในปี 2562 แล้วพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งสุพรรณบุรี สะท้อนให้เห็นว่า “แบรนด์ชาติไทย”ในพื้นที่นั้นแข็งแกร่งมาก คนสุพรรณฯ เลือกพรรคเพราะรู้สึกว่าเป็น “สมบัติของจังหวัด” ไม่ใช่สมบัติของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง
ทว่า ในปี 2568 บริบทได้เปลี่ยนไป การที่ วราวุธ ตัดสินใจจะนำ สส. ทั้ง 10 ชีวิต ย้ายเข้าสังกัดภูมิใจไทย (ตามรายงานข่าวที่จะมีการเปิดตัว 23 พ.ย. 2568 นี้) คือการเดิมพันครั้งสุดท้าย
เขาต้องเลือกระหว่างการรักษา “ชื่อพรรค” ไว้แต่ไร้อำนาจ หรือ ยอมสลาย “หัวโขน” เพื่อรักษา “ตัวเล่น” (สส.) ให้ยังคงอยู่ในวงจรอำนาจรัฐ
สัจธรรมของอำนาจ
สิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคชาติไทยพัฒนา เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่เคยแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาแก่คนสุพรรณฯ มายาวนาน แต่เมื่อรากแก้ว (บรรหาร) จากไป และสภาพดินฟ้าอากาศ (กติกาการเมือง/รัฐธรรมนูญ) เปลี่ยนแปลง ต้นไม้ต้นเดิมไม่สามารถยืนต้นต้านทานพายุได้เพียงลำพังอีกต่อไป
การยอมย้ายกิ่งก้านที่เหลือไปเสียบยอด กับต้นไม้ที่ใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่าอย่าง “ภูมิใจไทย” อาจดูเหมือนความพ่ายแพ้ในเชิงอุดมการณ์รักบ้านเกิด แต่ในมุมมองของสัจธรรมทางการเมืองไทย… นี่คือวิถีทางเดียวที่จะทำให้ “เผ่าพันธุ์” ทางการเมืองนั้นยังคงมีลมหายใจต่อไปได้ แม้จะต้องเปลี่ยนชื่อแซ่ก็ตาม
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ชาติไทยพัฒนา เป็นอีกครั้ง ย้ำเตือนนักการเมืองทุกคนว่า อำนาจไม่เคยจีรัง และไม่มีใครเป็นเจ้าของประชาชนได้อย่างแท้จริง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/860822&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MVCz–U2oLc-yylDNB_zn
