ชงรื้อระบบเรียน 4 ปีจบ นักวิชาการ ชี้การศึกษาไทยไม่ทันโลก-ปริญญาสำคัญลดลง

ชงรื้อระบบเรียน-4-ปีจบ-นักวิชาการ-ชี้การศึกษาไทยไม่ทันโลก-ปริญญาสำคัญลดลง

ในยุคที่โลกหมุนเร็วกว่าหลักสูตรการศึกษา ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาสะท้อนภาพวิกฤตของระบบการศึกษาไทยที่ยังคงยึดติดกับรูปแบบเดิมที่สืบทอดมานานกว่า 100-200 ปี พร้อมเสนอแนวทาง “ปรับใหญ่” ทั้งในเชิงโครงสร้างและวิธีคิดเพื่อความอยู่รอดของทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต

า ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ใบปริญญาด้อยค่า – วิกฤตเกษียณก่อนวัยในอายุ 45

ผศ.ดร.อดิศร ระบุชัดเจนว่าในปัจจุบัน “ใบปริญญาเริ่มมีค่าน้อยกว่าความสามารถ ทักษะ และการปรับตัว” โลกของการทำงานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีงานวิจัยชี้ว่าคนรุ่นใหม่จะต้องเปลี่ยนอาชีพอย่างน้อย 3-4 ครั้งในชีวิต ขณะที่ภาคธุรกิจและองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร เริ่มมีระบบที่ผลักให้คนทำงานต้องเกษียณหรือออกจากงานตั้งแต่อายุ 45-50 ปี หากระบบการศึกษาไม่สามารถเตรียมคนให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต สังคมไทยจะเผชิญกับปัญหาใหญ่ในการจัดการกับประชากรที่หลุดออกจากระบบแรงงานก่อนวัยอันควร

ติดกับดัก “ระบบเพื่อคนจัดการ” แต่ไม่ใช่ “เพื่อผู้เรียน”

หนึ่งในปัญหาโครงสร้างที่สำคัญคือ ระบบการศึกษาถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกของ “ผู้จัด” มากกว่า “ผู้เรียน” คณบดีฯ มธ. ชี้ให้เห็นว่า การยึดติดกับโมเดลที่ต้องเรียนจบปริญญาตรีใน 4 ปี คือฐานคิดที่ผิดพลาดในปัจจุบัน

  • ความล่าช้าของหลักสูตร: กระบวนการพัฒนาและอนุมัติหลักสูตรใช้เวลาร่วม 2 ปี เมื่อรวมกับเวลาเรียนอีก 4 ปี เท่ากับต้องใช้เวลาถึง 6 ปี กว่าจะผลิตบัณฑิตออกมา ซึ่งถึงเวลานั้นโลกก็เปลี่ยนไปเรียบร้อยแล้ว
  • ขาดความยืดหยุ่น: บางอาชีพอาจใช้เวลาฝึกฝนเพียง 6 เดือน ขณะที่บางอาชีพอาจต้องการมากกว่า 4 ปี แต่ระบบปัจจุบันกลับพยายามยัดทุกอย่างลงในโมเดลเดียวกันเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ

ข้อเสนอ 4 เสาหลักสู่การปรับระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อให้การปรับตัวเกิดขึ้นได้จริง ผศ.ดร.อดิศร ได้เสนอประเด็นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ดังนี้:

1. การกระจายอำนาจ (Decentralization): รัฐต้องให้อำนาจแก่พื้นที่และท้องถิ่นในการจัดการศึกษาด้วยตนเอง ทั้งในแง่งบประมาณและการออกแบบหลักสูตรที่เฉพาะเจาะจงกับความต้องการของพื้นที่

2. การบูรณาการข้ามกระทรวง: การพัฒนาคนไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการหรือ อว. เท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย สาธารณสุข และ พม. เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศการเรียนรู้” (Ecosystem) ที่ครอบคลุมทั้งสุขภาวะทางจิตและการพัฒนาศักยภาพรอบด้าน

า ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

3. ยกระดับสายอาชีวะเทียบเท่าวิชาชีพชั้นสูง: เสนอให้ดูแบบอย่างจากประเทศฟินแลนด์ ที่ให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่สายอาชีวะทัดเทียมกับแพทย์หรือวิศวกร เพื่อลบภาพจำการเป็นแรงงานไร้ทักษะ และสนับสนุนให้คนค้นพบตนเองได้เร็วขึ้น

4. ปฏิรูปการรับครู: ต้องเปลี่ยนจากระบบที่คนอยากเป็นครูเพียงเพราะต้องการสวัสดิการหรือความมั่นคง (เช่น การกู้เงินสหกรณ์) ไปสู่การคัดกรองคนที่มี “Passion” ในการสอนอย่างแท้จริงตั้งแต่ต้นทาง

นโยบายต้อง “ทำจริง” ไม่ใช่แค่ “ขายฝัน”

ผศ.ดร.อดิศร ทิ้งท้ายถึงรัฐบาลว่า นโยบายการศึกษาที่ผ่านมามักมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่าง “นโยบาย” กับ “การปฏิบัติจริง” หลายครั้งเป็นการหยิบนโยบายจากต่างประเทศมาใช้โดยที่คนหน้างานไม่เข้าใจ รัฐบาลจึงควรหยุดชูนโยบายที่สวยหรูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหันมาทำความเข้าใจความซับซ้อนของระบบ สร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ไร้รอยต่อ และสามารถตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ได้จริง เพื่อไม่ให้มหาวิทยาลัยเป็นเพียงโรงงานผลิตบัณฑิตที่โลกไม่ต้องการอีกต่อไป

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/649900&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y983lyjNKNGzqOI326BVP