‘กมธ.ป.ป.ช.’ เชิญ ‘นฤมล’ แจงสัปดาห์หน้า ล็อกเป้าปม ‘พิมพ์แบบเรียนปี 69’

‘กมธปปช.’-เชิญ-‘นฤมล’-แจงสัปดาห์หน้า-ล็อกเป้าปม-‘พิมพ์แบบเรียนปี-69’

ปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในการประชุม กมธ. วันนี้ ซึ่งมี อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ. เป็นประธานในที่ประชุม ได้มีมติ เชิญ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุมกับ กมธ. ในวันที่ 5 พ.ย. 2569 เพื่อให้ข้อมูลใน 2 กรณี คือ

  • แนวทางการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2569 ของกระทรวงศึกษาธิการ หลังได้อนุมัติงบประมาณ 1,010 ล้านบาทให้องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) เป็นผู้ดำเนินการเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ทั้งที่เกิดความไม่ชอบมาพากลมาโดยตลอด นอกจากนี้จะสอบถามถึงแนวทางแก้ปัญหากรณีที่องค์การค้าฯ ค้างชำระค่าลิขสิทธิ์หนังสือแบบเรียนให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มากว่า 10 ปี เป็นเงินกว่า 219 ล้านบาทด้วย
  • กรณีโครงการเช่าใช้คลาวด์ (Cloud) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วงเงินงบประมาณ 2.8 พันล้านบาท ที่มีผู้ร้องเรียนว่า การกำหนดเงื่อนไขในร่างทีโออาร์เข้าข่ายล็อกสเปก และเหตุใดจึงรื้อกลับมาดำเนินการใหม่ ทั้งที่เคยถูกรัฐบาลที่แล้วยกเลิกไปแล้ว

กมธ. หวังว่า อาจารย์นฤมล จะเห็นความสำคัญ ตอบรับมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทาง กมธ. โดยเฉพาะส่วนขององค์การค้าของ สกสค. ที่ถูกกรมบัญชีกลางชี้ว่ากระทำผิดมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ (พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560) ถึง 7 เรื่อง เฉพาะแค่โครงการพิมพ์แบบเรียนปี 2568 ปีเดียว ไม่แน่ใจว่า รมว.ศึกษาฯ ทราบข้อมูลส่วนนี้หรือไม่ เพราะก็เพิ่งอนุมัติให้องค์การค้าฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดจ้างเอกชนพิมพ์แบบเรียนอีก เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

— ปรีติ เจริญศิลป์

ปรีติ กล่าวต่อว่า จากการติดตามตรวจสอบองค์การค้าฯ มาต่อเนื่อง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดกระทรวงศึกษาฯ ถึงยังนิ่งเฉยกับองค์การค้าฯ ที่ทั้งผลประกอบการขาดทุนทุกปี และยังถูกร้องเรียนความไม่ชอบมาพากล ถูกกรมบัญชีกลางชี้ว่ากระทำผิดกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างถึง 7 เรื่องในปีเดียว และทราบว่ายังมีคดีความถูกเอกชนฟ้องร้องอยู่หลายคดีด้วย

ในการประชุม กมธ.ฯ สัปดาห์ก่อน วันที่ 22 ต.ค.68 ได้เชิญผู้แทน สพฐ. ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์แบบเรียนมาให้ข้อมูลว่า เหตุใดถึงปล่อยให้องค์การค้าฯ เบี้ยวหนี้มาร่วมทศวรรษ รวมเป็นเงินถึง 219 ล้านบาท โดยไม่มีการทวงถาม ผู้แทน สพฐ. ระบุตอนหนึ่งว่า เห็นว่าองค์การค้าฯ มีภาระหนี้สินจำนวนมาก

กลับกัน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาฯ เช่นกัน ซึ่งก็เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือแบบเรียนบางกลุ่มสาระการเรียนรู้ ปรากฏว่าองค์การค้าฯ ชำระค่าลิขสิทธิ์ให้ทุกปี ตกปีละ 40-50 ล้านบาท จนไม่มีหนี้ค้างชำระ

โดยระบุว่าเป็นการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างองค์การค้าฯ กับ สสวท. ที่กำหนดให้ชำระค่าลิขสิทธิ์ปีต่อปี หากไม่ชำระก็จะไม่ส่งต้นฉบับให้ในปีถัดไป นอกจากนี้ สสวท. ยังสามารถนำค่าลิขสิทธิ์ดังกล่าวไปตั้งเป็นกองทุนเพื่อใช้บริหารจัดการภายในองค์กรได้ โดยไม่ต้องส่งคืนคลัง โดยมีกฎหมายรองรับ

ขณะที่ สพฐ.นั้น มีระเบียบกระทรวงฯ กำหนดให้ต้องทำสัญญาเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์กับหน่วยงานหรือองค์กรที่มาใช้ต้นฉบับ แต่ตลอด 10 ปีมานี้ สพฐ.กับองค์การค้าฯ ไม่ได้ทำสัญญากัน เพิ่งส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบเมื่อเร็วๆ นี้ แล้วยอดหนี้ค้างกันตั้งแต่ปี 2559 กำลังจะครบทศวรรษ ก็เพิ่งมาทำหนังสือทวงถามไป 3 ครั้ง หลังปี 2565 นี่เอง

— ปรีติ เจริญศิลป์

ปรีติ กล่าวอีกว่า ช่วงหนึ่งตนเองและ กมธ. พยายามสอบถามทาง สพฐ. ว่าเหตุใดถึงต้องให้องค์การค้าฯ ไปจ้างเอกชนพิมพ์หนังสือแทน สพฐ. สามารถทำเองได้หรือไม่ ซึ่งตอนแรกก็อ้างกันไปถึงนโยบายของรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหน่วยงานตั้งแต่ปี 2553 มีเอกสารอ้างอิงเป็นเพียงการสรุปสาระสำคัญการมอบหมายภารกิจ ไม่ได้เป็นระเบียบหรือกฎหมายใดๆ ด้วยซ้ำ รวมถึงอ้างไปถึงนโยบายสื่อเสรี ที่หาก สพฐ. ดำเนินการเอง ต้องพิจารณาเอกชนอย่างถี่ถ้วนว่าเป็นเอกชนที่พิมพ์แบบเรียนแข่งกับกระทรวงตามนโยบายสื่อเสรีหรือไม่ และหากจ้างผลิตแล้วจะมีการตลาดให้เต็มที่หรือไม่ สรุปแล้วก็คือ สพฐ. สามารถดำเนินการจัดจ้างเอกชนเพื่อจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนได้เอง

ซึ่งผู้แทน สพฐ. อธิบายด้วยว่า หนังสือแบบเรียนแต่ละปีการศึกษามีแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ คือ ฉบับของกระทรวงศึกษาฯ ที่ส่งให้องค์การค้าฯ เป็นผู้ดำเนินการผลิตตามบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน ซึ่งปัจจุบันองค์การค้าฯ ไม่ได้พิมพ์เอง เป็นการจัดจ้างเอกชนพิมพ์ทั้งหมด ส่วนอีกแบบเป็นหนังสือของเอกชน ตามนโยบายสื่อเสรี ที่เปิดกว้างให้เอกชนสามารถผลิตแบบเรียนมาแข่งขันกับฉบับของกระทรวงศึกษาฯ ได้ หรือเป็นคู่แข่งของแบบเรียนกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งโรงเรียนทั้งในสังกัดกระทรวงหรือนอกสังกัด สามารถพิจารณากันเองว่า จะซื้อแบบเรียนของเจ้าใดมาให้นักเรียนใช้ประกอบการเรียน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/anticorruption-committee-invites-narumon-to-discuss-textbook-issues&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XdjjVSy9hPzCR9qA7egRZ