เวียดนามและสหราชอาณาจักรยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม

เวียดนามและสหราชอาณาจักรยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม

เวียดนามและสหราชอาณาจักรยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม

ในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นาย To Lam เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และ นาย Keir Starmer นายกรัฐมนตรีแห่ง  สหราชอาณาจักร ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างเวียดนามและสหราชอาณาจักร ซึ่งสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ 14 ของโลกที่มีความสัมพันธ์กับเวียดนามในระดับนี้ แสดงให้เห็นว่าเวียดนามได้เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมกับสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council) 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย จีน สหรัฐฯ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร

นาย To Lam และนาย Keir Starmer ชื่นชมต่อการพัฒนาความร่วมมือทวิภาคีระหว่างเวียดนามและสหราชอาณาจักรในเชิงบวก โดยเฉพาะในความพยายามขจัดอุปสรรคและแสวงหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม ภายใต้เจตนารมณ์แห่งความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยนาย To Lam เน้นย้ำว่า เวียดนามให้ความสำคัญกับมิตรภาพแบบดั้งเดิมกับสหราชอาณาจักรมาโดยตลอด โดยยึดหลักความเคารพซึ่งกันและกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการมองไปสู่อนาคต เวียดนามพร้อมที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสหราชอาณาจักร เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ในภาคสำคัญต่างๆ เช่น การเมือง การทูต การป้องกันประเทศและความมั่นคง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การเงิน การธนาคาร การศึกษา การฝึกอบรม สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน โดยยืนยันว่าเวียดนามในฐานะสมาชิกอาเซียน พร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหราชอาณาจักรเพื่อเป็นสะพานเชื่อมและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักรและอาเซียน และเป็นประตูสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

นาย Keir Starmer แสดงความปรารถนาที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ครอบคลุมกับเวียดนาม โดยเฉพาะภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีสหราชอาณาจักร-เวียดนาม (Vietnam – UK Free Trade Agreement: UKVFTA) และความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific PartnershipCPTPP) รัฐบาลสหราชอาณาจักรพร้อมที่จะสนับสนุนเวียดนาม               ในการดำเนินการตามพันธกรณีที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจของสหราชอาณาจักรเพิ่มการลงทุนและความร่วมมือในเวียดนาม รวมถึงให้คำมั่นที่จะสนับสนุนเวียดนามใน   การดำเนินการตามข้อตกลงความร่วมมือการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Energy Transition Partnership: JETPมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนและเร่งการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานที่เป็นธรรม

ผู้นำทั้งสองประเทศยืนยันว่า ทั้งสองประเทศมีศักยภาพอย่างมากสำหรับความร่วมมือในยุคใหม่ โดยเฉพาะ             ในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจและพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล       และการฝึกอบรมบุคลากรที่มีคุณภาพสูง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกำหนดเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าเป็นสองเท่าในอนาคต โดยนาย Keir Starmer นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรหวังว่า เวียดนามจะสนับสนุนความร่วมมือด้านอีคอมเมิร์ซและบริการทางการเงินภายใต้กรอบ CPTPP 

ในช่วงท้ายของการเจรจา ผู้นำทั้งสองได้ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์เวียดนาม-สหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม โดยการแถลงการณ์ดังกล่าวประกอบด้วย 48 ประเด็น ซึ่งระบุมาตรการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเวียดนาม-สหราชอาณาจักรใน ประการหลัก ได้แก่                (1) การส่งเสริมความร่วมมือในด้านการเมือง การทูต การป้องกันประเทศและความมั่นคง (2) เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเงิน (3) วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม (4) การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (5) สุขภาพ สิ่งแวดล้อม พลังงาน    และ (6) การเปลี่ยนแปลงสีเขียว เนื้อหาของแถลงการณ์ร่วมยังยกย่องความสำเร็จที่สำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ยืนยันหลักการ และกำหนดแนวทางหลักในการส่งเสริมและเสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนามิตรภาพแบบดั้งเดิม

ในโอกาสนี้ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามและกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงระหว่างประเทศ และแผนการส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นการย้ายถิ่นฐาน นอกจากแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงความร่วมมือด้านการโยกย้ายถิ่นฐานแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังได้บรรลุข้อตกลงหลายฉบับในสาขาต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การเงินสีเขียว การศึกษาและการฝึกอบรม สาธารณสุข พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ความร่วมมือในท้องถิ่น ฯลฯ

กระทรวงการต่างประเทศเวียดนามระบุว่า ข้อตกลงดังเหล่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างรากฐานในการกระชับความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของเวียดนาม สหราชอาณาจักรเป็นพันธมิตรการค้ารายใหญ่เป็นอันดับของเวียดนามในยุโรป ในช่วงที่ผ่านมา การค้าระหว่างเวียดนามและสหราชอาณาจักรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากการผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีทวิภาคี (FTA) เวียดนาม-สหราชอาณาจักร (UKVFTA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2564 ในช่วง เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการนำเข้าและส่งออกระหว่างเวียดนามและสหราชอาณาจักรยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่า 6,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเวียดนามส่งออกไปยัง  สหราชอาณาจักรมูลค่า 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้าที่เวียดนามส่งออกไปยังสหราชอาณาจักรมากที่สุด ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องนุ่งห่ม และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสัตว์น้ำ และเวียดนามนำเข้าจากสหราชอาณาจักร ได้แก่ เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ และอะไหล่อื่นๆ 

การเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการของนาย To Lam เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2568 ถือเป็นก้าวใหม่ของการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยทั้งสองประเทศได้ตกลงที่จะยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม” ซึ่งจะเปิดศักราชความร่วมมือที่ลึกซึ้ง เป็นรูปธรรม และ              มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเยือนครั้งนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามและสหภาพยุโรป และส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในภูมิภาค ซึ่งผลการเยือนครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับกรอบความสัมพันธ์ทวิภาคีเท่านั้น แต่ยังยืนยันทิศทางความร่วมมือระยะยาวที่ครอบคลุมและยั่งยืนระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของเวียดนามในการขยายพื้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือในระยะยาวที่ครอบคลุมและยั่งยืนระหว่างทั้งสองประเทศอีกด้วย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/kogtyx39hp22pdvjb7ll4o9m&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s4DqtBiTTEDKi7PyzghJj