คำถามที่ว่าชายแดนยังร้อน ปากท้องคนจนจะแก้ยังไง
นายอัมพร พินะสา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตั้งแต่เล็กจนโตจนเกษียณอายุราชการ แต่ก่อนเรามีความสุขมากที่เห็นคุณพ่อคุณแม่ กอดลูกกอดหลาน เรามีงานเห็นพี่เห็นน้องเข้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อยู่กันอย่างมีความสุข แต่วันนี้เราทุกข์ เพราะเราเห็นเงินมีค่ามากกว่าชีวิตความเป็นอยู่คนอีสานก็เจอวิบากกรรมตรงนั้นต้องออกจากบ้านจากช่องไปทำมาหากินเพื่อเอาเงินกลับมาเลี้ยงชีพเลี้ยงคนแก่ที่อยู่ที่บ้านเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานแต่พ่อแม่ไปอยู่กรุงเทพฯนี่คือสภาพปัญหาในปัจจุบัน
ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคที่เล็งเห็นความสำคัญของคนอดีตที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนแปลง อาหารเสริมนมจัดการศึกษาตั้งแต่อนุบาล เรียนฟรี 15 ปี และเงิน กยศ.ปัญหาเหล่านี้ตรงกับอีสานอย่างยิ่งถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าไปทำงานใหม่เราจะเปลี่ยนแปลง เพิ่มสวัสดิการแก้ปัญหาความยากจนระยะสั้นให้อิ่มท้องนอนอุ่น
จากนั้นสร้างงานที่เกิดจากความสามารถโดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการทำวิจัยและนวัตกรรมว่าจังหวัดอุดรธานีจังหวัดบึงกาฬจังหวัดนครพนมเขามีต้นทุนเศรษฐกิจอะไร มีพืชอะไร มีสิ่งใดที่จะทำได้และจากนั้นก็หานวัตกรรมเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น เพื่อให้พ่อแม่ได้ทำงานใกล้บ้านลูกหลานก็อยู่ในครอบครัวการศึกษา ก็กระจายอำนาจลงสู่ชุมชนท้องถิ่นให้โรงเรียนมีคุณภาพเท่าเทียมกันถ้าหากทำได้แบบนี้คนก็จะกินอิ่มนอนอุ่นรายได้เข้ากระเป๋า หนี้สินก็ไม่ต้องกู้ใครเราจะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยโดยใช้อีสานเป็นหลัก
คำถามจากเอกชน นายทอง กุลธัญวัฒน์ นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-เวียดนาม แห่งประเทศไทย ในคำถามที่ว่า อุดรธานีเป็นจังหวัดที่ยังไม่มีมหาวิทยาลัยเป็นของตัวเองท่านมีนโยบายผลักดันอย่างไรเพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านการศึกษาในพื้นที่
นายอัมพร กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่ทุกจังหวัดต้องมีมหาลัยแต่มีมหาลัยไว้ทำไม นี่คือคำถามที่สำคัญกว่า วันนี้คนอีสาน ไม่ได้รับการศึกษาก็ส่วนหนึ่งแต่ส่วนหนึ่งเรียนแล้วกลับมาไม่มีงานทำเรียนแล้วไม่ได้งานตรงตามความต้องการที่จะพัฒนาตนเองได้ จนจึงอยากเห็นมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลาง แห่งการวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น สร้างนวัตกรรมอย่างไรให้คนในตำบลนั้นในอำเภอนั้นมีอาชีพมีงานทำมีความสุขและไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปไหนถ้าทำได้ทุกอำเภอทุกตำบลและทุกจังหวัดอีสานไม่ต้องไปพึ่งใครพึ่งตนเองได้โดยการศึกษามีมหาวิทยาลัยที่เป็นนักวิจัย และการพัฒนา
นอกจากนี้ยังตอบคำถาม ของนายเสกสรรค์ สายสีสด สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่ถามว่า
หากท่านเป็นรัฐบาลท่านจะเปลี่ยน Soft Power แบบลิซ่าฟีเวอร์ให้เป็นรายได้และโอกาสของคนอุดรธานีและคนอีสานอย่างเป็นระบบได้อย่างไร
นายอัมพร กล่าวว่า ตนเป็นคนอีสานได้ยินเสียงพิน เสียงแคนได้เห็นวัฒนธรรมอีสาน เป็นสิ่งที่งดงามและภาคภูมิใจทะเลบัวแดงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเราจะเปลี่ยนอีสานให้เป็น Soft Power เรามีทั้ง Soft Power ที่เป็นตัวบุคคลและ Soft Power ที่เป็นตัววัฒนธรรมและพื้นถิ่น
ดังนั้นเราจะต้องขายอย่างไร ถ้าเราจะเปลี่ยนอีสานให้เป็นแหล่งวัฒนธรรมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้องไม่ใช่ท่องเที่ยวและกลับไปมากินข้าวแล้วหนีไปนอนที่อื่นต้องทำให้การท่องเที่ยวอีสานอยากมาอยู่เป็นเดือนอยู่หลายสัปดาห์มีที่อยู่ให้เขามีที่กินให้เขาและเก็บรายได้จากนักท่องเที่ยวกลับไปให้นักท่องเที่ยวมีความภาคภูมิใจถ้าไม่ได้มาอีสานอีกครั้งคงใจจะขาดแต่มาอีสานทีไร ได้มีพี่ได้มีน้องได้จับจ่ายใช้สอยอย่างมีความสุขและองค์ความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเขาในขณะเดียวกันเราก็ได้ความรู้จากนักท่องเที่ยวที่มาบ้านเรา ถ้าเราเป็นอย่างนี้ได้สร้าง Soft Power ให้กับท้องถิ่นได้
“วันนี้เลี้ยงจิ้งหรีดถ้าใครเลี้ยงได้เตรียมเป็น Soft Power ได้เลย เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ แม้แต่อเมริกาก็ต้องเอาแมลงต่างๆไปทำอาหารกินเพราะมีโปรตีนสูง และถ้าหาก อีสานเปลี่ยนแปลงให้แหล่งท่องเที่ยวให้บุคคลเป็น Soft Power ได้แล้วขายตรงนี้ต่อสาธารณะทุกคนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของร่วมกันสิ่งนั้นจะเกิดความยั่งยืนถาวรให้กับคนอีสานอย่างแน่นอน” นายอัมพร กล่าว
คำถามจากพรรคการเมืองโดย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี พรรคไทรวมพลัง ถามว่าระบบงบประมาณที่จะช่วยเหลือพี่น้องชายแดนและระบบโครงสร้างทหารที่อยู่บริเวณชายแดน จะมีการบริหารเรื่องนี้อย่างไร
นายอัมพร กล่าวว่า ปัญหาชายแดนกับเรื่องทหารวันนี้คงมองจุดเดียวไม่ได้ต้องมองและถอดบทเรียนจากการสู้รบของกัมพูชาเราไม่เคยสู้รบกับประเทศไหนที่มีชายแดนติดต่อกับเราแต่เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นรัฐบาลเองต้องมีวิธีการในการแก้ไขปัญหา 1. ต้องดูว่าผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนต้องอพยพออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ,ทหารที่ไปสู้รบก็เสียชีวิตใช้ยุทโธปกรณ์ สิ่งเหล่านี้ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล เราจะมีการ ประเมิน ว่า การสู้ครั้งนี้ จะต้องชนะกัมพูชาให้ได้และจะต้องชนะให้ราบคาบ 2. เรามีงบกลางของรัฐบาลอะไรจะสำคัญกว่าชีวิตของคนต้องเอางบกลางเหล่านี้ สนับสนุนทหารและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน
“เรากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างอื่นกระตุ้นได้ถ้าไม่กระตุ้นพี่น้องให้มีขวัญกำลังใจให้สู้รบกับเขมรครั้งนี้เราจะไปกระตุ้นตอนไหน ใช้งบกลางทำงาน แล้วใช้หัวใจคน ใครสูญเสียเราปูนบำเหน็จความชอบให้เขาและในอนาคตเราควรจะมีงานให้เขาทำ ดูแลการคัดเลือกทหารใหม่เข้าไปต้องมีเงินเดือนมีรายได้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิต อยากเป็นทหารสู้รบกับเขมรต่อไป” นายอัมพร กล่าว
นายอัมพร ยังกล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจดีว่าคนในโลกนี้ต้องการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขทั้งสิ้นแต่มีปัญหาสแกมเมอร์มีปัญหาหลายอย่างจึงเกิดการสู้รบและขัดแย้งกัน แต่เราต้องทำข้อยุติตรงนี้ให้ได้เสียก่อน แล้วการจะอยู่ร่วมกันใหม่ต้องมาเจรจาทางการทูตให้เกิดความเชื่อมโยงกันว่าประโยชน์อย่างไรจะวินวิน นี่คือความรักชาติในความหมายนี้ของประชาธิปัตย์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378972923&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N01tcwwpKg55gO4LhZ_e6
