‘ธนาคารหน่วยกิต’ เปลี่ยน ‘สกิล’ จากประสบการณ์ สู่วุฒิบัตรการันตี

‘ธนาคารหน่วยกิต’-เปลี่ยน-‘สกิล’-จากประสบการณ์-สู่วุฒิบัตรการันตี

‘ธนาคารหน่วยกิต’ เปลี่ยน ‘สกิล’ จากประสบการณ์ สู่วุฒิบัตรการันตี

เคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่ว่า

“คนวัยทำงานและผู้สูงวัยจะกลับมาเรียนรู้อย่างไร โดยไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง” และ

“คนวัยทำงานและผู้สูงวัยจะการันตีประสบการณ์ของตนได้อย่างไร”

แนวคิด “ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System)” จึงถูกหยิบขึ้นมาเป็นคำตอบสำคัญ เพราะเปิดโอกาสให้ประชาชนสะสมความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะจากการเรียน การอบรม หรือการทำงานจริง เพื่อนำมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตที่ใช้ต่อยอดในระบบการศึกษาได้

แนวคิดเรื่อง “ธนาคารหน่วยกิต” มีรากฐานจากระบบ Academic Credit Bank System ของเกาหลีใต้ ซึ่งเปิดกว้างให้คนทำงานหรือผู้ที่เรียนรู้นอกระบบได้รับการยอมรับในระดับคุณวุฒิ ขณะที่ประเทศไทยก็มีการระบุเรื่องการเทียบโอนผลการเรียนรู้ไว้ตั้งแต่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และต่อมาจึงได้เริ่มพัฒนากลไกนี้ขึ้นในช่วงสองสามปีหลัง

เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสะสมหน่วยกิตและนำไปใช้ต่อยอดได้ตลอดชีวิตโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่

สำหรับหลักการทำงานของ “ธนาคารหน่วยกิต” มีลักษณะเด่น คือ

  1. เปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยไม่จำกัดอายุหรือวุฒิเดิม
  2. ยืดหยุ่นและเทียบโอนได้  นำผลการเรียนหรือประสบการณ์จากหลายแหล่งมาใช้ได้ เช่น การอบรมวิชาชีพ หรือการทำงานจริง
  3. สะสมหน่วยกิตได้ต่อเนื่อง  ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา สามารถสะสมไว้แล้วนำไปใช้เมื่อพร้อม

หากจะอธิบายให้เห็นภาพ “ธนาคารหน่วยกิต” นี้วางเป้าให้สามารถเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต และมีระบบการันตีความรู้ของผู้คนตลอดชีวิต

เช่น ผู้สูงอายุที่เกษียณแล้ว แต่ยังอยากทำงานต่อ ก็สามารถนำประสบการณ์ทำงานหลายสิบปีมาแปลงเป็นหน่วยกิต และเรียนเพิ่มเติมเฉพาะบางวิชาเพื่อเปลี่ยนสายงานหรือต่อยอดความรู้ได้

หรือ แรงงานสายอาชีพ เช่น ช่างฝีมือ ช่างไฟฟ้า หรือช่างยนต์ ที่ผ่านการอบรมและทำงานจริง สามารถใช้ประสบการณ์เหล่านี้ยื่นขอเทียบโอนเป็นหน่วยกิต เพื่อรับคุณวุฒิในระบบอาชีวศึกษาหรืออุดมศึกษาได้เช่นกัน

ตัวอย่างที่เห็นผลแล้ว คือ ระบบ “ธนาคารหน่วยกิต” ที่นำมาทดลองใช้ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 9 แห่ง พบว่านักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้าสามารถลดเวลาเรียนได้ถึง 1 ปีครึ่ง และประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 40,000 บาท  รวมไปถึงในมหาวิทยาลัยหลายแห่งยังริเริ่มจัดทำระบบคลังหน่วยกิตของตนเอง รวมถึงระบบรังรองหลักสูตร ประเมินและฐานข้อมูลผู้เรียน

สำหรับการดำเนินการและสถานะปัจจุบันนั้น  มีการจัดตั้งหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบบริหารจัดการระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนและกำกับดูแลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ

หน่วยงานนี้ทำหน้าที่จัดทำหลักเกณฑ์ กฎระเบียบ และมาตรฐานการสะสมและเทียบโอนหน่วยกิต รวมทั้งสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาทุกระดับ ทั้งในระบบและนอกระบบ

ล่าสุดในปี 2567 กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา เพื่อผลักดันให้ระบบธนาคารหน่วยกิตเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยทุกกลุ่มได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองตลอดชีวิต และกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาขั้นตอนและมาตรฐานการดำเนินงาน.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/729492&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ohBwtVWt6HG6H3X6bI0RY