ดร.ณัฏฐ์ ชี้ ‘สิ่งที่เชื่อ’ ไม่มีกฎหมายรองรับ ชูป้ายประจานอภิสิทธิ์คือการละเมิด

ดร.ณัฏฐ์-ชี้-‘สิ่งที่เชื่อ’-ไม่มีกฎหมายรองรับ-ชูป้ายประจานอภิสิทธิ์คือการละเมิด

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมกล่าวหา “อภิสิทธิ์” สั่งฆ่าประชาชนปี 53  คำว่า “สิ่งที่เชื่อ” ไม่มีกฎหมายรองรับ เป็นการประจาน จงใจกระทำละเมิดผิดกฎหมาย

3 พฤศจิกายน 2568 – สืบเนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษวิชานโยบายสาธารณะ หลักสูตรปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขารัฐศาสตร์  โดยมี ศ.ดร.ไชยยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของวิชา ขณะนายอภิสิทธิ์ บรรยายพิเศษได้มี นศ.ปริญญาตรีกลุ่มหนึ่งได้มาประท้วงเกี่ยวกับการสั่งฆ่าประชาชนปี 2553 โดยมีข้อโต้เถียงกันระหว่างนายอภิสิทธิ์ฯกับ นศ.กลุ่มประท้วง ทำให้กระแสรุกลาม เป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายล้างทางการเมืองก่อนกระแสการยุบสภา นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สิทธิและเสรีภาพของประชาชนของประชาชนย่อมได้รับความคุ้มครอง ตามหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ปมประเด็นกระแสร้อนแรง ระหว่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกกลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งประท้วงอ้างว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมและสั่งฆ่าประชาชนปี 53 โดยตั้งคำถาม ต่อ ศ.ดร.ไชยยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬา ว่าเหตุใดต้องเชิญนายอภิสิทธิ์ฯ มาบรรยายวิชานโยบายสาธารณะด้วย คนอื่นในประเทศไทยก็มี ก่อให้เกิดข้อถกเถียงก้น

สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ บุคคลใดจะละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพไม่ได้ ดังจะเห็นว่า หากกระทำเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ ให้อำนาจประชาชนยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ตามมาตรา 213

การใช้สิทธิหรือเสรีภาพในการชุมนุม หรือการประท้วง ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย การชุมนุมในที่สาธารณะ จะต้อง “เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 วรรคหนึ่งแต่ปัจจุบันมี พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 6 ประกอบมาตรา 10 เป็น “กฎหมายใหม่” ในการกำหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์และวิธีการชุมนุมที่สาธารณะจะกระทำตามอำเภอใจเหมือนในอดีตไม่ได้

พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 8 ได้บัญญัติการชุมนุมสาธารณะต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือให้การบริการสถานที่  (1)สถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ (2) สถานศึกษา

พื้นที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถานศึกษา ไม่อาจจัดทำการชุมนุมในที่สาธารณะได้ แม้จะเป็นพื้นที่รโหฐาน หรือพื้นที่สาธารณะ ในวันเปิดและปิดทำการ เป็นข้อห้ามในการอนุญาตให้ชุมนุมสาธารณะ เพราะไปรบกวนการเรียนการสอน

แต่การจู่โจมและเล็งเป้าหมาย โดยใช้สื่อบางสำนักเป็นเครื่องมือ ว่านายอภิสิทธิ์จะตอบคำถามไม่ได้ ประณามว่า มีคดีติดตัว โดยวิธีการจู่โจมและอาศัยสถานะนักศึกษาพุ่งเป้าโจมตีประหนึ่งว่า เรียกร้องความเป็นธรรมให้เสื้อแดง โดยเชื่อว่า นายอภิสิทธิ์ สั่งฆ่าประชาชนปี 2553 นั้น สถานที่การศึกษา แม้คลาสที่นายอภิสิทธิ์ฯ บรรยายพิเศษใช้การบรรยายแบบเปิด ล้อมโต๊ะ แต่ให้รับฟังได้ เฉพาะนักศึกษาปริญญาเอกเท่านั้น ยังถือว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่รโหฐาน มิใช่พื้นที่สาธารณะ ไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าไปรับฟังได้  

กลุ่มนักศึกษารุกเข้าไปพุ่งเป้าเปิดการโจมตีด้วยคำพูดและใช้ถ้อยคำถามในเชิงถากถาง โดยมิมุ่งเรียกร้องความเป็นธรรมหรือสอบถามความคืบหน้าทางคดี มิใช่การชุมนุมประท้วงโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรม แต่เป็นวิธีเยี่ยงโจร ลักษณะประจาน เพื่อทำลายชื่อเสียง มากกว่าจะสอบถามด้วยความเป็นธรรม ทำให้การบรรยายพิเศษต้องหยุดชะงักและล้มเลิกกลางคัน

การพูดจาโต้เถียง ในปมประเด็นนายอภิสิทธิ์ สั่งฆ่าประชาชน กลุ่มเสื้อแดง ปี 2553 เมื่อนายอภิสิทธิ์ฯได้ตอบคำถามปฏิเสธและขอดูพยานหลักฐาน แต่เมื่อผู้ถามใช้คำถามในเชิงรุก ว่า “เป็นความเชื่อ”ของตน โดยมิได้อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย จึงเป็นกระทำเกินขอบเขตอำนาจกฎหมาย เป็นการกระทำโดยจงใจกระทำละเมิดต่อนายอภิสิทธิ์ ฯ แม้นายอภิสิทธิ์จะถือว่า เป็นบุคคลสาธารณะก็ตาม 

นักกฎหมายมหาชน กล่าวต่อไปว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการใช้ “ความเชื่อ” เป็นฐานในการประท้วง ประจาน  ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานกฎหมายในการร้องขอความเป็นธรรม โดยกล่าวหาว่ามี “คดีติดตัว”  แต่เป็นการ “จงใจ” ประจานให้นายอภิสิทธิ์เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง เพราะเล็งเห็นว่า สื่อจะต้องเผยแพร่คลิปต่อสาธารณะอย่างแน่นอน   

พูดภาษาชาบ้าน คือ ใช้สื่อเป็นเครื่องมือทำลายชื่อเสียง โดยไม่ได้เรียกร้องความเป็นธรรม แต่มีเจตนาประจานให้นายอภิสิทธิ์ฯ ได้รับความเสียหาย โดยไม่มีกฎหมายรองรับให้กระทำได้

ในแง่มิติทางการเมือง  ปรากฏการณ์ทางการเมือง ก่อนยุบสภากระแสการเมืองร้อนแรง การทำลายล้างทางการเมืองเริ่มเห็นเด่นชัดขึ้น ในพรรคการเมืองคู่แข่ง ดังจากเห็นการเรียกร้องความรับผิดชอบในอดีตของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนำข้อเท็จจริงในอดีต โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า “จริง”หรือ “เท็จ” 

ผ่านวาทะกรรมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น “อภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน” หรือการนำข้อเท็จจริงคลิปเสียงระหว่างสมเด็จฮุนเซน กับนางสาวแพทองาร ชินวัตร ที่ว่า “ขายชาติ” เพื่อนำมาทำลายล้างอีกฝ่ายหนึ่ง

รวมถึง นำคำว่า คำว่า “ทุนเทา” “ทุนสแกรมเมอร์” ไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง “ไม่มีเทา ไม่มีเรา” ไม่ต่างจากไม่มีลุง ไม่มีเรา  ต่างฝ่ายต่างเริ่มหยิบมาทำลายล้างคู่แข่งอีกฝ่าย เพื่อเหยียบหัวคนอื่นแล้วสร้างคะแนนนิยมให้แก่พรรคของตนเอง ล้วนเป็นการเล่นนอกเกมทั้งสิ้น

กรณีนายอภิสิทธิ์ ขณะทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษในการบรรยายพิเศษ กลับใช้โอกาสนี้ ทำลายล้างทางการเมือง โดยผู้ชุมนุมใช้ความเชื่อของตนในการประท้วงหาความเป็นธรรม เป็นการใช้เยาวชนนักศึกษาเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดและทำลายล้างทางการเมืองนั้นเอง

“การชุมนุมเรียกร้องในที่สาธารณะพื้นที่สถานศึกษาเป็นสิ่งที่กฎหมายห้าม โดยการเรียกร้องในขณะนายอภิสิทธิ์ฯทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษที่ได้รับเชิญในรั้วสถานศึกษา ขณะทำการบรรยายพิเศษให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาเอก แม้เป็นพื้นที่สิทธิเสรีภาพทางวิชาการ แต่มิใช่พื้นที่หรือเวทีในการเรียกร้องความเป็นธรรม  หากผู้ชุมนุม เป็นนักศึกษาจริง แต่อยู่ในหลักจรรยาบรรณและระเบียบวินัยของนักศึกษาที่สถาบันการศึกษาจะต้องกำกับควบคุมฝ่ายบริหารสถาบันการศึกษามิให้นักศึกษาเหล่านั้นใช้สิทธิหรือเสรีภาพตามอำเภอใจ ไร้ขอบเขต และรุกล้ำสิทธิ์บุคคล” ดร.ณัฏฐ์ ระบุ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/889338/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PJp80zlW0J4-CFG-aZp1l